เทศบาลนครนครสวรรค์
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |
เทศบาลนครนครสวรรค์ | |
|---|---|
ภาพมุมสูงของเทศบาลนครนครสวรรค์ มองจากเขากบ | |
| สมญา: เมืองสี่แคว | |
| คำขวัญ: สุขภาพดีถ้วนหน้า การศึกษาได้มาตรฐาน สาธารณูปโภคก้าวไกล ร่วมใจพัฒนา พาเศรษฐกิจรุ่งเรือง | |
| พิกัด: 15°42′48″N 100°08′07″E / 15.71333°N 100.13528°E | |
| ประเทศ | |
| จังหวัด | นครสวรรค์ |
| อำเภอ | เมืองนครสวรรค์ |
| การปกครอง | |
| • นายกเทศมนตรี | จิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ |
| พื้นที่ | |
• ทั้งหมด | 27.87 ตร.กม. (10.76 ตร.ไมล์) |
| ประชากร (2566)[1] | |
• ทั้งหมด | 76,664 คน |
| • ความหนาแน่น | 2,750.77 คน/ตร.กม. (7,124.5 คน/ตร.ไมล์) |
| รหัส อปท. | 03600102 |
| ทางหลวง | |
| ที่อยู่ สำนักงาน | สำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์ 112 ถนนอรรถกวี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 60000 |
| เว็บไซต์ | www |
นครสวรรค์ เป็นเทศบาลนครในอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเมืองศูนย์กลางของจังหวัดนครสวรรค์ เดิมเป็นสุขาภิบาลเมืองนครสวรรค์ และเทศบาลเมืองนครสวรรค์ ต่อมาได้ยกฐานะเป็นเทศบาลนครนครสวรรค์เมื่อ พ.ศ. 2538 มีพื้นที่ครอบคลุมตำบลปากน้ำโพทั้งตำบล และบางส่วนของตำบลนครสวรรค์ตก ตำบลนครสวรรค์ออก ตำบลวัดไทรย์ และตำบลแควใหญ่ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 27.78 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากรประมาณ 85,931 คน
ประวัติศาสตร์
[แก้]นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าเมืองนครสวรรค์มีชื่อปรากฏมาตั้งแต่ก่อนสุโขทัยเป็นราชธานี มีชื่อในศิลาจารึกของสุโขทัย โดยเรียกว่า "เมืองพระบาง" เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญในการทำศึกสงครามตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ภายหลังเปลี่ยนเป็น "นครสวรรค์" ในที่สุด แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกกันติดปากว่า "เมืองปากน้ำโพ" ในประวัติศาสตร์มีหลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่านครสวรรค์เคยเป็นเมืองเกษตรกรรมมาตั้งแต่ยุคต้นประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม เป็นที่ตั้งของกลุ่มชนชาวจีนที่มาทำมาค้าขายระหว่างประเทศ
เมืองพระบางเป็นเมืองโบราณในสมัยสุโขทัยคู่กับเมืองคนที โดยตัวเมืองพระบางอยู่ที่เมืองนครสวรรค์เก่า ส่วนเมืองคนทีสันนิษฐานว่าอยู่ที่บ้านโคน ริมฝั่งแม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร จากข้อมูลในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย เมืองพระบางถูกผนวกรวมกันเข้ากับอาณาจักรสุโขทัยในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และตั้งตัวเป็นอิสระเมื่อสิ้นสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และถูกผนวกรวมอีกครั้งในสมัยพระยาลิไท พระองค์ได้ประดิษฐานพระพุทธบาทพร้อมทั้งศิลาจารึกวัดเขากบไว้ที่เขากบ ปัจจุบันอยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไท) ที่ประกาศให้สุโขทัยเป็นเอกราชได้รวมเมืองพระบางไว้ในอาณาเขตด้วย
เมื่ออำนาจของกรุงศรีอยุธยากล้าแข็งขึ้น เมืองพระบางจึงไปขึ้นกับกรุงศรีอยุธยาในที่สุด มีหลักฐานในตำนานมูลศาสนาว่า พระญาณคัมภีร์ขอที่สร้างวัดในอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 1972 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ไม่อนุญาตจึงมาขอที่ที่เมืองพระบาง เจ้าเมืองพระบางไม่ยกที่ให้ อ้างว่าเป็นข้าขอบขัณฑสีมาของอยุธยา เมื่ออยุธยาไม่ให้ ทางเมืองพระบางก็ให้ไม่ได้[2]
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองส่วนภูมิภาค นครสวรรค์ได้เป็นที่ตั้งศูนย์กลางของมณฑลนครสวรรค์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 มณฑลที่ตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2438 ในการจัดตั้งมณฑลนครสวรรค์ ได้รวมเอาหัวเมืองทางแม่น้ำเจ้าพระยาตอนเหนือขึ้นไปจนถึงแม่น้ำปิงเข้าด้วยกัน 8 เมืองได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี พยุหะคีรี มโนรมย์ สรรคบุรี กำแพงเพชร และตาก โดยมีพระยาดัสกรปลาศ (ทองอยู่ โลหิตเสถียร) เป็นข้าหลวงเทศาภิบาลคนแรก ตั้งที่ว่าการมณฑลอยู่ที่เมืองนครสวรรค์ การจัดรูปปกครองในลักษณะมณฑลได้ดำเนินการ มาจนถึง พ.ศ. 2475 จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ยุบมณฑลและระเบียบเทศาภิบาลของเก่าไปให้คงไว้แต่จังหวัดและอำเภอ ปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อเจ้ากระทรวง และรับคำสั่งจากเจ้ากระทรวงโดยตรง
เดิมทีเมืองพระบางหรือนครสวรรรค์ตั้งอยู่หลังตลาดปากน้ำโพ บริเวณวัดสี่เข่า หรือ วัดวรนาถบรรพต[3] [4] ต่อมาได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่ตำบลทางฟากตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากปากน้ำโพมาข้างใต้ประมาณ 200 เส้น [5][6] หลักฐานแผนที่ของ ปิแอร์ ฟาน เดอ อา นักแผนที่ชาวฮอลันดา ระบุว่าในช่วงอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ เมืองนครสวรรค์ได้ตั้งอยู่บนบริเวณพื้นที่ทางใต้[3] บริเวณบ้านไผ่ล้อม ใต้มณฑลทหารบกที่ 4[7] ต่อมาในช่วงรัชกาลที่ 5 ได้มีการย้ายเมืองมาบริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ในปัจจุบัน โดยคนพื้นที่สมัยนั้นเรียกว่า "เมืองชอนตะวัน" เพราะตื่นขึ้นมาตะวันมันจะแยงตา[8] ต่อมาเมื่อพื้นที่ของเมืองปากน้ำโพและเมืองนครสวรรค์ขยายตัวขึ้น จึงถูกควบรวมเข้าเป็นพื้นที่การปกครองเดียวกัน ที่ว่าการอำเภอเมืองนครสวรรค์ตั้งที่ปากน้ำโพ ส่วนศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ตั้งที่เมืองนครสวรรค์เดิม[3]
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 ได้มีการจัดตั้งสุขาภิบาลเมืองนครสวรรค์ ในท้องที่ตำบลปากน้ำโพตะวันตก และตำบลแควใหญ่ ของอำเภอเมืองนครสวรรค์[9] ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2478 มีพื้นที่ปกครองประมาณ 1.47 ตารางกิโลเมตร[10] และได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2493 ขยายพื้นที่เป็น 8.85 ตารางกิโลเมตร[11] ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2522 มีพื้นที่ปกครองประมาณ 27.87 ตารางกิโลเมตร[12] ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2538 ก็ได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็น เทศบาลนครนครสวรรค์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา[13]
ภูมิศาสตร์
[แก้]นครสวรรค์อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือประมาณ 250 กิโลเมตร ที่ตั้งของเมืองนครสวรรค์เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำสายหลักของประเทศไทยสองสาย ได้แก่ แม่น้ำปิง และแม่น้ำน่าน กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งไหลลงใต้สู่กรุงเทพมหานครและออกสู่อ่าวไทย สภาพแวดล้อมของเมืองส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และมีเนินเขาสูงประมาณ 110 เมตร
เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ในปัจจุบัน ครอบคลุมตำบลต่าง ๆ ในอำเภอเมืองนครสวรรค์ ได้แก่ ตำบลปากน้ำโพทั้งตำบล ตำบลนครสวรรค์ตกเฉพาะหมู่ที่ 1, 4, 5, 9 และ 10 ตำบลนครสวรรค์ออก เฉพาะหมู่ที่ 1, 4, 5, 6 และ 7 ตำบลวัดไทรย์เฉพาะหมู่ที่ 10, 11, 12 และ 13 และตำบลแควใหญ่ เฉพาะหมู่ที่ 4, 7 และ 10 มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 27.78 ตารางกิโลเมตร
เศรษฐกิจ
[แก้]ในเขตเทศบาลบริเวณใจกลางเมืองส่วนใหญ่จะเป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรมและธุรกิจต่าง ๆ และพื้นที่ที่อยู่ต่อเนื่องจะเป็นบริเวณที่เป็นย่านที่อยู่อาศัยเดิม
การเมืองการปกครอง
[แก้]เทศบาลนครนครสวรรค์เป็นการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล มีนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลมาจากการเลือกตั้ง โดยแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลออกเป็น 4 เขต มีสมาชิกทั้งหมด 24 คน[14] แบ่งเขตการปกครองออกเป็นชุมชน รวมทั้งหมด 71 ชุมชน[15]

สำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ถนนอรรถกวี บริเวณเชิงเขาทางทิศใต้ของเขากบ ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2536 โดยรื้ออาคารหลังเดิมออก อาคารหลังปัจจุบันนี้ได้รับพระราชทานนามอาคารว่า "อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา" เพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 และได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงเปิดอาคาร เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2542
การศึกษา
[แก้]- โรงเรียนรัฐบาล
- โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์
- โรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์
- โรงเรียนเทศบาล
- โรงเรียนเทศบาลวัดไทรใต้
- โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำโพใต้
- โรงเรียนเทศบาลวัดพรหมจริยาวาส
- โรงเรียนเทศบาลวัดวรนาถบรรพต
- โรงเรียนเทศบาลวัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม
- โรงเรียนเทศบาลวัดจอมคีรีนาคพรต
- โรงเรียนเทศบาลวัดสุคตวราราม
- โรงเรียนเทศบาลวัดไทรเหนือ
- โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครสวรรค์

- โรงเรียนมัธยม สพฐ.
- โรงเรียนเอกชน
- โรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์
- โรงเรียนโพฒิสารศึกษา
- โรงเรียนอนุชนวัฒนา
- โรงเรียนเซนต์โยเซฟนครสวรรค์
- ระดับอาชีวศึกษา
- วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์
- วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์
- วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์
- วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคเหนือ
- โรงเรียนสหพานิชยการ อำเภอเมืองนครสวรรค์
- ระดับอุดมศึกษา
การขนส่ง
[แก้]รถไฟ
[แก้]
การรถไฟแห่งประเทศไทย – สายเหนือ
- สายหลัก: สถานีรถไฟนครสวรรค์ – สถานีรถไฟปากน้ำโพ – สถานีรถไฟบึงบอระเพ็ด
- สายแยกจากสถานีรถไฟปากน้ำโพไปท่าข้าวกำนันทรง (ยกเลิกการใช้งาน)
ทางหลวง
[แก้]สถานที่สำคัญ
[แก้]
- บึงบอระเพ็ด
- วัดจอมคีรีนาคพรต
- อุทยานสวรรค์
- ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม
- วัดวรนาถบรรพต
- วัดนครสวรรค์
- หอวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์
- วัดคีรีวงศ์
- หอชมเมืองนครสวรรค์
- ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา (ปากน้ำโพ)
- พาสาน (อาคารสัญลักษณ์ ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา)
ปากน้ำโพ
[แก้]บ้างเล่าว่าที่เรียกว่า ปากน้ำโพ ก็คือว่าเป็นบริเวณที่แม่น้ำปิง และน่านมาบรรจบกัน จึงเรียกว่า "ปากน้ำโผล่" และเพี้ยนมาเป็น "ปากน้ำโพ" แต่ในปัจจุบันนักโบราณคดีระบุว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นปากน้ำของคลองโพ (คือส่วนหนึ่งของแม่น้ำน่านในปัจจุบัน โดยบรรจบกับแม่น้ำน่านก่อนแล้ว จึงไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปิงที่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา) และชาวจีนพูดคำว่า "ปากน้ำโผล่" ได้ไม่ชัดเจน จึงเรียกว่า ปากน้ำโพ ดังเช่น ปากยม ปากชม ปากลัด และปากน้ำอื่น ๆ
อ้างอิง
[แก้]- ↑ สำนักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ระบบสถิติทางการทะเบียน : สถิติจำนวนประชากรและบ้าน ข้อมูล ปี 2566." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statyear/#/TableTemplate/Area/statpop [ม.ป.ป.]. สืบค้น 25 มกราคม 2567.
- ↑ ประเสริฐ ณ นคร. พระบาง ในประวัติศาสตร์เบ็ดเตล็ด. กทม. มติชน. 2549 หน้า 244 - 245
- 1 2 3 Rianthong, S. (2023). The Timeline and Change of Communities in The Area of Paknampo Before 1957. DEC Journal, 2(2), 105–144. Retrieved from https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/2028
- ↑ เจตน์กมล วงษ์ท้าว. (2549). โบราณสถาน แหล่งโบราณคดี และสถานที่สำคัญ จังหวัดนครสวรรค์และอุทัยธานี. สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร.
- ↑ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2509). พระราชนิพนธ์ เที่ยวตามทางรถไฟ. โรงพิมพ์สุทธิสารการพิมพ์
- ↑ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2515). ประชุมพระราชนิพนธ์บางเรื่อง.
- ↑ กรมศิลปากร. (2516). ทะเบียนโบราณวัตถุสถานทั่วราชอาณาจักร. กรมศิลปากร.
- ↑ เสนีย์ ปราโมช. (2528). บรรยายพิเศษ. ใน สุภรณ์ โอเจริญ (บ.ก.), นครสวรรค์ : รัฐกึ่งกลาง, รายงานการสัมมนาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์. (น. 508-521). วิทยาลัยครูนครสวรรค์.
- ↑ "พระบรมราชโองการ ประกาศ ใช้พระราชบัญญัติสุขาภิบาลเมืองนครสวรรค์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 32: 367–369. 21 พฤศจิกายน 2458.
- ↑ "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธศักราช 2478" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 52: 1682. 10 ธันวาคม 2478.
- ↑ "พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2493" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 67 (71 ก): 1259. 26 ธันวาคม 2493.[ลิงก์เสีย]
- ↑ "พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 96 (56): 2522. 21 เมษายน 2522.
- ↑ "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2538" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 112 (40 ก): 10–13. 24 กันยายน 2538.
- ↑ "สมาชิกสภาเทศบาล". เทศบาลนครนครสวรรค์. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-09-26. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2566.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help) - ↑ "ข้อมูลพื้นฐาน เทศบาลนครนครสวรรค์". เทศบาลนครนครสวรรค์. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2566.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help)