เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร)
พระนามเดิมท้าวสีวอรมุงคุน
พระนามเต็มพระอาดยาหลวงเจ้าพระลามมะลาดซปาดีสรีมหาพุทธปริสัทธ์ กัตติยวอรราดซวงสาอุกาสะราซาพระนม
ราชวงศ์เวียงจันทน์
รัชกาลก่อนเจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร)
รัชกาลถัดไปพระปราณีศรีมหาพุทธบริษัท (เมฆ รามางกูร)
วัดประจำรัชกาลวัดหัวเวียงรังษี ธาตุพนม
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติเวียงจันทน์
พิราลัยธาตุพนม
พระบิดาเจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร)
พระมารดาอาดยานางยอดแก้วสีบุนมา
ชายาอาดยานางบุสดี

เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท นามเต็มในพื้นเมืองพนมระบุว่าพระอาดยาหลวงเจ้าพระลามมะลาดซปาดีสีมหาพุทธปริสัทธ์ กัตติยวอรราดซวงสาอุกาสะราซาพระนม (พระอาชญาหลวงเจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท ขัติยวรราชวงศาอุกาสะราชาพระนม) บ้างออกว่าอาดยาหลวงกางน้อยสีวอรมุงคุน จุ้มพระราชโองการในอุรังคธาตุนิยมออกนามแสนกางน้อยสีมุงคุร นามเดิมท้าวสี (ศรี) ยศเดิมท้าวสีวอรมุงคุน[1] ทายาทและชาวบ้านออกนามเจ้าพ่อขุนโอกาสบ้าง ยาปู่หลวงกางบ้าง เจ้าปู่หลวงกางน้อยบ้าง เป็นขุนโอกาส (เจ้าโอกาส) หรือนัยว่าเป็นเจ้าเมืองธาตุพนมลำดับ ๒ จากราชวงศ์เวียงจันทน์ เริ่มปกครอง พ.ศ. ๒๓๖๐-๖๑ ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ปกครองต่อจากบิดาในวันเดียวเดือนเดียวแต่คนละปีกับพิธียกหอคำเจ้าอนุวงศ์[2] คำให้การชาวบ้านดงนาคำในบันทึกพระเทพรัตนโมลี (แก้ว กนฺโตภาโส, อุทุมมาลา, ป.ธ.๖, นธ.เอก) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารและเจ้าคณะจังหวัดนครพนม ระบุว่าเจ้าพระรามราชปราณีฯ เป็นผู้รักษาบั้งจุ้มหรือคัมภีร์อุรังคธาตุฉบับลานคำซึ่งเป็นฉบับดั้งเดิมที่สุด และเป็นผู้นำไพร่พลข้าโอกาสพระธาตุพนมอพยพตั้งบ้านดงใน บ้านดงนอก บ้านหมากนาว (มะนาว) ฝั่งซ้ายน้ำโขงในแขวงคำม่วนพร้อมแสนพนมและแสนนามนายกอง[3]

เจ้าพระรามราชปราณีฯ เป็นบิดาพระอัคร์บุตร (บุนมี) ขุนโอกาสธาตุพนมลำดับสุดท้ายในอารักขาฝรั่งเศส เป็นบิดาพระอุปราชา (เฮือง) ผู้ตั้งสกุลรามางกูร เป็นน้า (น้องแม่) พระปราณีศรีมหาพุทธบริษัท (เมฆ) ขุนโอกาสธาตุพนมลำดับ ๓ เป็นปู่พระยาโพสาราช (พมมะพุทธา) เจ้าเมืองเซบั้งไฟ (ปากเซ) คนแรก เป็นปู่พระบำรุงพระนมเจดีย์ศรีมหาบริษัท (เทบปะจิด) นายกองข้าพระธาตุพนมคนสุดท้าย เป็นปู่หมื่นศีลสมาทาน (สีลา) กำนันตำบลธาตุพนมคนแรก (ต่อมาเป็นกำนันตำบลธาตุพนมใต้คู่กับพระอนุรักษ์เจดีย์ (สา บุปผาชาติ) กำนันตำบลธาตุพนมเหนือ) และเป็นทวดของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ ฯลฯ

พระนาม[แก้]

พื้นเมืองพนม (ประวัติวงศ์เจ้าเมืองธาตุพนม) ระบุนามเต็มพระอาดยาหลวงเจ้าพระลามมะลาดซปาดีสีมหาพุทธปริสัทธ์ กัตติยวอรราดซวงสาอุกาสะราซาพระนม บ้างออกนามอาดยาหลวงกางน้อยสีวอรมุงคุน หรือท้าวสีวอรมุงคุน หรือท้าวกางน้อย หรือท้าวสี หนังสืออุลังคนีทานหรือพื้นอุลํกาธาฉบับหอสมุดแห่งชาติบ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ๒ ฉบับออกนามแสนกางน้อยศรีมุงคุรบ้าง แสนข้าน้อยสีมุงคุรบ้าง แสนคานน้อยสีมุงคุรบ้าง สำเนาเอกสารตั้งสกุลและอนุญาตให้ใช้สกุลรามางกูรของพระอุปราชา (เฮือง) ๒ ฉบับ กับอนุสรณ์ ร้อยตำรวจตรี ประดิษฐ์ รามางกูร ๒๒ กันยายน ๒๕๒๘ ออกนามหลวงกลางน้อยศรีมงคล[4] คำให้การชาวบ้านดงนาคำออกนามแสนกลางน้อยศรีมงคลและแสนกลางน้อยศรีมุงคุล

ในจุ้มพระราชโองการกษัตริย์เวียงจันทน์จากคัมภีร์อุรังคธาตุ[แก้]

หนังสืออุรังคธาตุนิทานหอสมุดแห่งชาติ (ฉบับ ๑)[แก้]

คัมภีร์ใบลานหนังสืออุลังคนีทานหรือพื้นอุลํกาธาฉบับหอสมุดแห่งชาติบ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ฉบับ ๑ ไม่ปรากฏศรัทธาสร้าง หน้า ๒๔-๒๖ ออกนามว่าแสนกางน้อยศรีมุงคุรและระบุว่าได้รับยศชั้นเจ้าหัวแสนซึ่งสูงกว่าเจ้าหัวหมื่นต่ำกว่าเจ้าหัวเศิกจากเจ้าอุปราชนองกษัตริย์เวียงจันทน์ (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๒๘๓-๙๔) ตรวจสอบจากฉบับอื่นพบศักราชคลาดเคลื่อน เนื้อความระบุว่า ...(น. ๒๔) สังกาชได้ฮ้อย ๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ ๒ วัน ๒ ปานเซ่นเจ้าครูหลวงพรนซะเม็กให้เจ้าทั้ง ๔ ทั้งด้านทั้ง ๔ แต่งฮักษาข้าโอกาส แลพระราชาอาจญาสมเด็จบุรมมบุพพิตพระมหาธนมปโชติ (น. ๒๕) โพสัตทิราชเจ้า สมพระเป็นเจ้าอันเป็นพระอยู่หัว ประสิทธิพระราชาอาจญาโอวาทจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนข้าน้อยสีมุงคุร ให้พีพักรักษาซีซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาสทางดงบุร อย่าให้สวนส่งไปใต้เหนือที่ใด หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวนสนไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยภูผาดอมพระยาแสนหมื่นทิศใดก็ดี ให้แสนคานน้อยสีมุงคุรจัดทาวถอดถอนเอาได้ดังเก่า ไผอย่าถกถอนเอาสัพพน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกกอก ละนอง หนองแก ซะโปน เมืองวัง เซียงหุ่ง รุผาบัง ให้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มปกเอา อัน ๑ ให้เด็กน้อยถืกโอวาทดวงอย่านำอาจญาเฮาพระองค์แลนางพระกะสัตไปจัดเอาเข้าใส่เยีย บ่ให้เอาดอมเขาเว้นไว้แต่เฮาพระองค์มีอาจญ์ใส่หัวเขาสิ่งใด จิงได้จิงรามสีสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราชาสมบัติ ท้าวพระยาแสนหมื่น ๑๐ ฮ้อยน้อยใหญ่แคล้วหาญอย่า (น. ๒๖) ซำลิผิบาปไหมใส่โทษเอาน้ำนิ่งสิ่งเข้าของเงินคำ ช้างม้างัวควาย ช้างม้าเสื้อผ้า ลูกหญิงน้องสาว สีนาดตาดทอง อย่ากดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึบขบเฮียงกินเข้าไปเป็นปกติเทอญ...[5]

หนังสืออุรังคธาตุนิทานหอสมุดแห่งชาติ (ฉบับ ๒)[แก้]

คัมภีร์ใบลานหนังสืออุลังคนีทานหรืออุลังคะนิทานฉบับหอสมุดแห่งชาติบ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ฉบับ ๒ ศรัทธาสร้างโดยพ่อเจ้าทิดแดง หน้าลานที่ ๒๕-๒๗ ออกนามว่าแสนกางน้อยศรีมุงคุร เนื้อความเดียวกับฉบับ ๑ เทียบ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๓๔๘-๗๑) เนื้อความระบุว่า ...(น. ๒๕) สังกาสได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปานเซ่นเจ้าครูหลวงพรน (โพน) สะเม็กให้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่งรักษาข้าโอกาส แลพระราชอาชญาสมเด็จบุรมมบุพพิตต พระมหาธนมปโชตโพสัตตทิราชเจ้า สมเด็จพระเป็นเจ้าองค์เป็นพระอยู่หัวประสิทธิพระราชอาชญาโอวาทจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพัก (พิทักษ์) รักษาซีซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาสทางดงบุร อย่าให้สวนสนไปใต้เหนือ ที่ใดหมู่ซุมพีน้องลูกหลานหากสวนสน ไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสน (น. ๒๖) หมื่นที่ใดก็ดี ให้แสนกางน้อยสีมุงคุรชวนจัดท้าวถอดถอนเอามาไว้ดังเก่าไป อย่าถกถอนเอาสรรพน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกคอก ละนอง หนองแก ซะโปน เมืองวัง เซียงหุ่ง ฮุ่งผาบังไป แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มปกเอา อัน ๑ ให้เด็กน้อยถืกโอวาทดวงยำนำอาชญาเจ้าเฮาพระองค์แลนางพระกษัตริย์ ไปจัดเอาข้าวใส่เยียบ่ให้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองค์มีอาญาใส่หัวเขาสิ่งใดจึงได้ จึงฮามสีสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราชสมบัดิท้าวพระยาแสนหมื่นสิบฮ้อยน้อยใหญ่แกล้วหาญ อย่าซ้ำลี้ผีบาปไหมใส่โทษ เอาน้ำนิ่งสิ่งข้าวของเงินคำ ช้างม้างัวควาย ช้างม้าเสื้อผ้า ลูกหญิงนางสาว สีนาดตาดทอง อย่าคดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบเฮียง กินข้าวสางอย่าฮีบข้าวติบ อย่ายอเล้าอย่าขอดสางจอดยาแปง อัน ๑ ข้อยเขาได้ไถ่อย่าถอดถอนเอา (น. ๒๗) ดอมเขาผู้รักษาพระราชอาชญา อันใดนอกพระราชอาญาอย่ากระทำ กุงประสิทธิพระราชอาญาถวายพระสกาสนอก พระยาจึงให้จุ้มหลั่งน้ำไว้หั้นแล ก็จึงซ้ำสร้างวัดหลัง ๑ ไว้ก้ำเหนือภูกำพร้าชื่อว่าวัดสวนสวัน ซ้ำให้ข้าโอกาสไว้ กับตื่มเขตแดนดินแต่ปากห้วยเซือมนั้นแก่พระมหาธาตุเจ้าแล้วจีงเสด็จจากเมือสู่เมือง...[6]

ลำอุรังคธาตุวัดสีพิมพามุงคุน (ผูก ๑)[แก้]

คัมภีร์ใบลานลำอุรังคธาตุหรือลำอุรังคะทาตุฉบับวัดสีพิมพามุงคุน เมืองสองคอน แขวงสุวรรณเขต ลาว ผูก ๑ ระบุ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ หน้าลานที่ ๒๓-๒๕ เนื้อความระบุว่า ...สังกาสได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอาทั้ง ๔ แต่งฮักษาข้าโอกาษ แลพระราซะอาสยาสมเด็ดตัปปะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตโพสัตตาทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ประสิทธีราซะอาสสาซะโอกาษจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุคุร ให้พิพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอรดาไว้ดังเก่า ไผถกอย่าถกอย่าถอรเอาสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกกอก ระนอง หนองแส สองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาสยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่ร สีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนิ่งสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาษทอก อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮิบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสางจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระราซะอาษยาอันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำโคบซีงพระราซะอาษยาถวายสะกาษนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบองบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

ลำอุรังคธาตุวัดสีพิมพามุงคุน (ผูก ๒)[แก้]

คัมภีร์ใบลานลำอุรังคธาตุหรือลำอุรังคะทาตุฉบับวัดสีพิมพามุงคุน เมืองสองคอน แขวงสุวรรณเขต ลาว ผูก ๒ ระบุ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ หน้าลานที่ ๒๓-๒๕ เนื้อความระบุว่า ...สังกาสได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๐ ๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอากัง ๔ แต่งไห้ฮักษาข้าโอกาษ แลพระลาซะอาษยาสมเด็ดตัปปะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตพระสัตตาทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ไปสีทธีพระราซะอาษยาซะโอวาษจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกอย่าถอดถอรสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกพอก ระนอง หนองแส สองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผิบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีงสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาษทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระราซะอาสยาอันไนอันนอกพระราซะอาสยาอย่ากะทำโคบซีงพระราซะอาษยาถวายสะกาสนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

ลำอุรังคธาตุวัดสีพิมพามุงคุน (ผูก ๓)[แก้]

คัมภีร์ใบลานลำอุรังคธาตุหรือลำอุรังคะทาตุฉบับวัดสีพิมพามุงคุน เมืองสองคอน แขวงสุวรรณเขต ลาว ผูก ๓ ระบุ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ หน้า ๒๗-๒๙ เนื้อความระบุว่า ...สังกาษได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เอาเจ้าเอาทั้ง ๔ แต่งไห้ฮักษาข้าโอกาด แลพระลาซะอาษยาสมเด็ดตัสสะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตพระสัตตะทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ประสีทธิราซะอาษยาโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพักฮักษาพีซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวรเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวรเส็นไปลี้ซ่อรอยู่หว้ายฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอดเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกอย่าถอดสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกพอก ระนอง หนองแส สองแกว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มต่อฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นแต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รสีบฮ้อยน้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีงสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาดทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระลาซะอาษยาอันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำโคบซีงพระลาซะอาษยาถวยสะกาษนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

หนังสืออุรังคธาตุฉบับวัดซาตะกะทานะวันมิโก[แก้]

คัมภีร์ใบลานหนังสืออุลังกาทาตุฉบับวัดซาตะกะทานะวันมิโก บ้านนาต้าย เมืองจำพอน แขวงสุวรรณเขต ลาว หน้า ๒๓ บรรทัด ๑-๔ และหน้า ๒๔ บรรทัด ๑-๔ ระบุ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอุปราชนองกษัตริย์เวียงจันทน์เช่นเดียวกับหนังสืออุรังคธาตุนิทานหอสมุดแห่งชาติ (ฉบับ ๑) เนื้อความระบุว่า ...ทางใด พระยาทาง ๒ มาพ้อมเจ้าโอกาด ใด้ฮ้อย ๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กให้เจ้าเอาทัง ๔ ตนไห้ฮักสาข้าโอกาดแล พระรัชจะอาสาสมเด็ดตัสสะอุดดมบุรมมะบุพพัตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตสัตตะทิราดเจ้า สมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัวประสีทธีพระระซาอาสาโอวาดกาดจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกางน้อยปะสิมุงคุร ให้พิพักฮักสาพี่น้องหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาดทางดงบุรอย่าให้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่พี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดถอดถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดสัพพะน้ำหนองกองปากอมปาถะข้าลงมาแต่จองพอก นอง หนองแก้ว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผา ๘ บัง ให้แสนกางน้อยสิมูงคูรร์ตุรเอาอัน ๑ ให้เล็กน้อยถะโอวาดดวงหยำนามอาษยาเฮาพระองแลนางกระสัดใปถอดเอาเข้าใส่เยีย บํ่ให้เอานำเขาเวนไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาใส่หัวเขาสิ่งใด จีงให้ลางสิเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสิบฮ้อยน้อยใหย่แก้วหานอย่าซำริผิบาปใหมใส่โทดเอาน้ำนีงสิ่งของ ทอง เงิน คำ ซ้าง ม้า งัว ควาย เสื้อ ผ้า ลูกยีง นางสาว สีนาด ตาดทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกินเข้าสาน อย่าฮิบเข้าติบ อย่ายอหยา อย่าสางจอด อย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาใด้อย่าถอดถอรเอาดอมเขาผู้ฮักษาพระระซาอาษยา อันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำพรัยซึ่งพระราซะอาษยาถวาย สังกลาดนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบองใด้เอาเข้าใปใส่บาดพระพุทธะเจ้ายามนั้น คันจุตติไปเกิดเมืองฮ้อยเอ็ดมาเกิดเป็นพระยาสุมีตตาธาในเมืองมะรูกขะนะคอร พระยาปัสเสนจุตติมาเกิดเป็นบุลีอว่ายลว่าย คันจุตติเกิดเป็นจันทะภานีด...

อุลังกะทาดตุนีทานฉบับวัดอับเปวันนัง[แก้]

คัมภีร์ใบลานอุลังกะทาดตุนีทานหรืออุลังคะธาตุนิทานฉบับวัดอับเปวันนัง บ้านบกท่ง เมืองจำพอน แขวงสุวรรณเขต ลาว หน้า ๒๔-๒๖ ศักราชคลาดเคลื่อนมากเพิ่ม ๔๐๐ ตัว จาก ๑๐๐ ตัว เป็น จ.ศ. ๕๐๘ เนื้อความระบุว่า ...ไปไต้เหนือทางไดไห้พระยาทัง ๒ มาคอบเจ้าโอกาด ได้ ๕ ฮ้อย ๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอาทัง ๔ แต่งไห้ฮักสาข้าโอกากาดแล พระลาซะอาดยาสมเด็ดตัสสะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทาดนามมาปะโชตะสัตตะทีราดเจ้า สมเด็ดพระเป็นเจ้าอันเป็นพระอยู่หัวประซีทิพระราซะอาดยาโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ไห้พีพักฮักสาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกแลหลานข้อยโอกาดทานเดิมบุรอย่าไห้สวานเสียไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเสียไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดซ้อรถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดสัพพะน้ำหนองกองปาข้าลีนมาแต่จอกพอก ระนอง หนองสองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มฮ่อเอา อัน ๑ ไห้เล็กน้อยถือดวงหยำนำอาดยาเฮาพระองและนางกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยียบ่ได้ไห้เอาดอมเขา เวนไว้แต่เฮาพระองมีอาดยาไส่หัวเขาสิ่งไดจิงได้ ไห้รามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซารีผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีสีของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้าลูกยีงนางสาว สีนาดตาดทอง ผาคดขื่อซื้อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกีนเข้าสาน อย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยาหยาดขอด สานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาอย่าถอดถอรเอาดอมเขาผู้ฮักสาพระราซะอาดมะยาอันอยู่ไนอันนอกพระราซะอาดยา อย่ากะทำโคบซีงพระระซะนะอาสยาถวายสังกาส...

พื้นธาตุพนมฉบับวัดใหม่สุวันนะพูมาราม[แก้]

คัมภีร์ใบลานพื้นทาตุพระนมหรือพื้นธาตุพนมฉบับวัดใหม่สุวันนะพูมาราม บ้านป่าขาม นครหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง ลาว หน้า ๒๓-๒๕ เนื้อความระบุว่า ...(น. ๒๓) ไปไต้เมือเหนือทางไดไห้พระยาทั้ง ๒ มาคอบเจ้าโอกาด สังกลาดได้ฮ้อย ๘ ตัว ปีเดือนเจียง ขึ้น ๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพซะเม็กไห้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่ไห้ลักสาข้าโอกาดแล พระราซาอาษยาสมเด็สตัปปะอุดมบุรมมะบุพพีตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตกระสัตตาทีราชซะเจ้า สมเด็สพระเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัวประสีทธิพระราชซะอาษาพระราซะโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ไห้พีพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้อยลูก (น. ๒๔) หลานข้อยโอกาดทางดงบุรอย่าไห้สวานเส็นไปไต้เมือเหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้อยลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยมุงคุรสะวัดจัดท้าวถอดถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดเอาสัพพะน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกพอก ละนอง ๆ แคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮุง ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มปกพกพันเอา อัน ๑ ไห้เด็กน้อยถือโอวาดดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองแลนางพระไปจัดเอาเข้าไส่เยียบ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษาไส่หัวเขาสิ่งไดจิงไห้รามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบฮ้อยน้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผิบาปลังไหมเอาน้ำนีงซีงของงอคำ ซ้างม้า งัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีง นางซาว สีนาด ตาดทอง อย่ากดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกีนเข้าสาน อย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอเหล้า หย่าขอดสาน (น. ๒๕) จอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาได้ไถ่อย่าได้ถอดถอรเอาดอมเจ้าผู้ฮักษาพระราซะอาษยาอันไดนอกพระราอาษยาอย่าได้กะทำ คุงปะสิทธีพระราซะอาษยาถวายสังกลาดนอก...

ตำนานพระธาตุพนมฉบับหอพระสมุดฯ[แก้]

ตำนานธาตุพนมฉบับหอพระสมุดฯ (ตีพิมพ์) แปลจากอักษรธรรมลาว มหาเสวกตรี พระยาเพ็ชรรัตนสงคราม (เลื่อง ภูมิรัตน์) ครั้งเป็นพระยาสุนทรเทพกิจารักษ์สมุหเทศาภิบาลมณฑลเพ็ชรบูรณ์ถวายในหอพระสมุดฯ พระพนมนัครานุรักษ์ข้าหลวงประจำจังหวัดนครพนมขอราชบัณฑิตยสภาจัดพิมพ์ครั้งที่ ๒ มอบเงินบำรุงวัดพระธาตุพนมในสมัยพระครูศิลาภิรัต (หมี บุปผาชาติ) เป็นเจ้าอาวาส ออกนามแสนกลางน้อยศรีมุงคุลและแสนกลางน้อยศรีมุงคุลสวัสดิ์ เนื้อความแปลไทยระบุว่า ...ไปใต้เหนือที่ใด ให้พระยาทั้ง ๔ มาบอกเจ้าโอกาส ศักราชได้ ๑๐๘ ปี เดือนเจียงขึ้น ๑๓ ค่ำ วันจันทร์ ปางเช่นเจ้าครูหลวงโพนชะเม็ก ให้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่งให้รักสาข้าโอกาส และพระราชอาญาสมเด็จตัประอุดมบรมบพิตร พระมหาธนามประโชตะกษัตราธิราชเจ้าสมเด็จพระเป็นเจ้า องค์เป็นพระอยู่หัวประสิทธิพระราชอาญา พระราชโอกาสจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกลางน้อยสีมุงคุลให้พิทักษ์รักษา พิชหมู่ชุมพี่น้องลูกหลานข้าโอกาสทางคงบุญ อย่าให้สว่านเส่นไปใต้เหนือ ที่ไหนหมู่ชุมพี่น้องลูกหลาน หากสว่านเส่นไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยฮูภูผา ดอมท้าวพระยาแสนหมื่นที่ใดก็ดี ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลสวัสดิ์ จัดท้าวถอดถอนเอามาไว้ดังเก่า ใครอย่าถอดถอนเอาสัพพะน้ำหนองกองข้าลงมา แต่จอกพอกละนอง เคอนชะโปนเมืองวัง เชียงร่มผาบัง ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลตุ้มปกเอา อนึ่งให้เด็กน้อยถือโอกาสดวงยำ นำอายาเล่าพระองค์ และนางกษัตริย์ไปจัดเข้าใส่เยียไม่ให้เอากับเขาเว้นไว้แต่เราพระองค์ มีคำสั่งใส่ศีร์ษะเขาสิ่งใด จึงให้ร่ามศรีเฒ่าแก่ เอากราบถวายเป็นราชสมบัติ ท้าวพระยาแสนหมื่น สิบร้อยน้อยใหญ่แก้วหาร อย่าชะริผิบาปไหม เอาสิ่งของเงินคำ ช้าง, ม้า, โค, กระบือ, เสื้อผ้า ลูกหญิง นางสาว ศรีนาดตาดทอง อย่ากดขี่ซื้อเรือนเขา อนึ่งอย่ารื้อขบรบกินเข้าสาร อย่าริบเข้าติบ อย่าย่อร้อหย่าขอดสารจอด อย่าแปลง อนึ่งเข้าเขาได้ไถ่อย่าถอดเอากับเขาผู้รักษาพระราชอาญา อย่ากระทำกรุงประสิทธิ์พระราชอาญา ถวายศักราชนอก...[7]

ตำนานพระธาตุพนมในประชุมตำนานพระธาตุภาคที่ ๑-๒[แก้]

ตำนานพระธาตุพนมในประชุมตำนานพระธาตุภาคที่ ๑-๒ ระบุเนื้อความเดียวกันกับตำนานธาตุพนมฉบับหอพระสมุดฯ (ตีพิมพ์) โดยออกนามแสนกลางน้อยศรีมุงคุลและแสนกลางน้อยศรีมุงคุลสวัสดิ์ เนื้อความแปลไทยระบุว่า ...ไปใต้เหนือที่ใด ให้พระยาทั้ง ๔ มาบอกเจ้าโอกาส ศักราชได้ ๑๐๘ ปี เดือนเจียงขึ้น ๑๓ ค่ำ วันจันทร์ ปางเช่นเจ้าครูหลวงโพนชะเม็ก ให้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่งให้รักสาข้าโอกาส และพระราชอาญาสมเด็จตัประอุดมบรมบพิตร พระมหาธนามประโชตะกษัตราธิราชเจ้าสมเด็จพระเป็นเจ้า องค์เป็นพระอยู่หัวประสิทธิพระราชอาญา พระราชโอกาสจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกลางน้อยสีมุงคุลให้พิทักษ์รักษา พิชหมู่ชุมพี่น้องลูกหลานข้าโอกาสทางคงบุญ อย่าให้สว่านเส่นไปใต้เหนือ ที่ไหนหมู่ชุมพี่น้องลูกหลาน หากสว่านเส่นไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยฮูภูผา ดอมท้าวพระยาแสนหมื่นที่ใดก็ดี ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลสวัสดิ์ จัดท้าวถอดถอนเอามาไว้ดังเก่า ใครอย่าถอดถอนเอาสัพพะน้ำหนองกองข้าลงมา แต่จอกพอกละนอง เคอนชะโปนเมืองวัง เชียงร่มผาบัง ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลตุ้มปกเอา อนึ่งให้เด็กน้อยถือโอกาสดวงยำ นำอายาเล่าพระองค์ และนางกษัตริย์ไปจัดเข้าใส่เยียไม่ให้เอากับเขาเว้นไว้แต่เราพระองค์ มีคำสั่งใส่ศีร์ษะเขาสิ่งใด จึงให้ร่ามศรีเฒ่าแก่ เอากราบถวายเป็นราชสมบัติ ท้าวพระยาแสนหมื่น สิบร้อยน้อยใหญ่แก้วหาร อย่าชะริผิบาปไหม เอาสิ่งของเงินคำ ช้าง, ม้า, โค, กระบือ, เสื้อผ้า ลูกหญิง นางสาว ศรีนาดตาดทอง อย่ากดขี่ซื้อเรือนเขา อนึ่งอย่ารื้อขบรบกินเข้าสาร อย่าริบเข้าติบ อย่าย่อร้อหย่าขอดสารจอด อย่าแปลง อนึ่งเข้าเขาได้ไถ่อย่าถอดเอากับเขาผู้รักษาพระราชอาญา อย่ากระทำกรุงประสิทธิ์พระราชอาญา ถวายศักราชนอก...[8]

ตำนานอุรังคธาตุฉบับที่ระลึกงานกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยขอนแก่น[แก้]

ตำนานอุรังคธาตุที่ระลึกกฐินพระราชทาน มข. (ตีพิมพ์) ถวายวัดพระธาตุพนม ๒๖-๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ ออกนามแสนกลางน้อยศรีมุงคุล ศักราชคลาดเคลื่อนจาก ๑๐๘ เป็น ๕๘ หรือ พ.ศ. ๒๓๓๙ เช่นอุลังกะทาดตุนีทานฉบับวัดอับเปวันนัง ช่วงศักราชราวสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชมหาราช (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๑๘๑-๒๒๓๘) พระยาจันทสีหราชหรือพระยาเมืองแสน (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๒๓๘) และเจ้าองค์หล่อ (ครองราชย์ราว ๒๒๓๙-๔๒) เนื้อความระบุว่า ...ไปใต้เหนือทางใด ให้พระยาทั้ง ๒ มาคอบเจ้าโอกาส สังกาศได้ ๕๐๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๐ ค่ำ วัน ๒ ปางเช่นเจ้าครูหลวงโพนซะเม็ก ให้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่งรักษาข้าโอกาสแล พระราชอาชญาสมเด็จตรัสอุดมบรมบพิตรพระมหาธนมประโชติสัตตธิราชเจ้า สมเด็จพระเป็นเจ้าอันเป็นพระอยู่หัว ประสิทธิพระราชอาชญาโอวาทจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกลางน้อยสีมุงคุล ให้พิทักษ์รักษาพีชชะหมู่ซุมพี่น้องลูกแลหลานข้อยโอกาสท่านดงบุญอย่าให้สว่านเสียไปใต้เหนือที่ใด หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสว่านเสียไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยรูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่นที่ใดก็ดี ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลจัดท้าวซ้อนถอนเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดสรรพน้ำหนองพองป่า ข้อยลงมาแต่ จอกพอกละนองหนองสองแคว ซะโปน เมืองวัง เชียงหุงรุ้ง ผาปัน ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลตุ้มปกเอา อัน ๑ ให้เด็กน้อยถืกโอวาทดวงอยำนำอาชญาเราพระองค์แลนางกษัตริย์ไปจัดเอาข้าวใส่เยีย บ่ได้ให้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เราพระองค์มีอาชญาใส่หัวเขาสิ่งใดจีงได้ จีงให้รามศรีเฒ่าเอาขายถวายเป็นราชสมบัติท้าวพระยาแสนหมื่นสืบร้อยน้อยใหญ่แก้วหาญอย่าช้า อันว่า ผิบาปไหมใส่โทษเอาน้ำนี้สิ่งข้าวของเงินคำช้างม้าวัวควายเสื้อผ้าลูกหญิงนางสาวสีนาทตาดทองอย่ากดขื่อซื้อเรือนเขา อันหนึ่ง อย่ารื้อขับรับกินข้าวสาร อย่าริบเข้าติบ อย่ายอเลา หย่าขอดสานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาได้ไถ่อย่าถอดถอนเอาดอมเขาผู้รักษาพระราชอาชญา อันใดนอกพระราชอาชญาอย่ากระทำ สิทธิพระราชอาชญาถวายพระสังกาศ มาตราหนึ่ง หลักดินพระชินธาตุชั้นในทางเหนือแต่ปากห้วยหญ้าหมอม คือว่าห้วยพอมเพาะทาง ๒ วันออกฮอดดินกลางน้ำ ทางใต้ปากน้ำเซ ก้ำตกกทางตะวันตกพระชินะห้วยผะผือ คือว่าห้วยแกนแวนเวียนอ้อมล้อมทุกแห่งเป็นเขตดินพระชินธาตุชั้นในแล...[9]

คำให้การชาวบ้านดงนาคำ[แก้]

เอกสารประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม) พระเทพรัตนโมลีเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมเรียบเรียง ระบุคำให้การของชาวบ้านดงนาคำออกนามว่าแสนกลางน้อยศรีมงคลและแสนกลางน้อยศรีมุงคุล ช่วงปกครองธาตุพนมกลับตรงสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชมหาราช (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๑๘๑-๒๒๓๘) สันนิษฐานศักราชคงคลาดเคลื่อนเนื่องจากห่างสมัยเจ้าอนุวงศ์ ๑๐๐ กว่าปี เนื้อความโดยละเอียดระบุว่า ...ตามคำให้การของชาวบ้านดงนาคำอยู่ในประเทศลาวตรงข้ามกับธาตุพนมซึ่งได้บอกกันสืบต่อ ๆ มาจากบรรพบุรุษว่า เมื่อสร้างยอดพระธาตุเสร็จแล้วเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กได้สั่งให้หัวหน้าข้าโอกาสทั้ง ๓ คนคือแสนกลางน้อยศรีมงคล แสนพนม และแสนนามพาครัวลูกหลานบ่าวไพร่อพยพจากบ้านธาตุพนมไปตั้งภูมิลำเนาอยู่แถวดงนาคำลึกจากฝั่งโขงเข้าไปในฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเขตประเทศลาว ก่อนไปเจ้าราชครูฯ ให้โอวาทว่า "สูเจ้าจุ่งลูกหลานญาติพี่น้องจุ้มเจื้อเชื้อแนวไปสร้างบ้านแปงเฮือน เฮ็ดไฮ่ใส่นาอยู่แถวดงนาคำบ่อนดินดำน้ำซุ่มพุ้น ที่นั้นมีผลหมากไม้บ่ไฮ้บ่อึด มียอดบุ่นยอดหวายเผิ่งมิ้มของป่าของดงก็มาก ที่สร้างแปงไฮ่นาก็กว้างบ่อึดบ่อยาก ให้เคารพยำแยงคุณแก้ว ๓ ประการ อย่าได้ประมาท ให้เอาบั้งจุ้มพระธาตุพนม (ตำนาน) เป็นที่ไหว้สักการะบูชาพิทักษ์ฮักษาอย่าขาด เพื่อให้เป็นเนื้อหนังอุปกรณ์แก่พระชินธาตุเจ้าตามเฒ่าแก่บูฮาณมา ก็หากจักวุฒิสวัสดิ์แก่สูเจ้าทั้งหลายทุกเมื่อหั่นแลฯ" ดังนี้ ส่วนแสนกลางน้อยศรีมุงคุลได้อพยพพวกพร้องไปตั้งอยู่บ้านมะนาว แสนพนมไปตั้งอยู่บ้านดงใน แสนนามพาครอบครัวไปตั้งอยู่บ้านดงนอก ทั้ง ๓ บ้านถือพระบรมธาตุและตำนานพระธาตุเป็นสรณะอันศักดิ์สิทธิ์สืบมาจนบัดนี้ ตำนานพระธาตุพนมที่ชาวดงนาคำได้ไว้นั้น เล่ากันว่าเป็นฉบับดั้งเดิมและละเอียดถูกต้องกว่าฉบับอื่น ๆ จารึกลงในลานทองบรรจุหีบศิลาอย่างดี ต้องเปลี่ยนวาระกันสักการะบูชาบ้านเรือนละ ๓ วัน เวียนกันไป ถือขลังและศักดิ์สิทธิ์จนเข้ากระดูกดำใครไปขอดูก็มิได้ เขาว่าเจ้าเก่านายหลังเขามาพวกเขาจึงจะเอาตำนานนั้นให้ พวกเราก็จะได้ดิบได้ดีเพราะได้สั่งความกันไว้แต่สมัยก่อนโน้น และบอกลักษณะเจ้าเก่าที่จะมานั้นว่า ต้องพิสูจน์โดยการเอาน้ำใส่โอ (ขัน) ใหญ่และให้เหยียบดู ถ้าน้ำไม่ล้นโอก็ใช่ มันเป็นแบบหาหนวดกับเต่าหาเขากับกระต่าย ตายแล้วตายอีกก็คงไม่พบ จึงเป็นการยากที่คนภายนอกจะรู้เคล็ดลับกับเขา บ้านเหล่านี้สันนิษฐานว่าเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กจะสั่งย้ายภายหลัง เมื่อบ้านธาตุพนมแตกครั้งที่สองที่ได้นำเอาข้าโอกาสชาวธาตุลงไปจำปาศักดิ์ตามตำนานพระธาตุพนม...[10]

บ้านดงนาคำเดิมคือบ้านดงนอก ดงใน หรือบ้านดงท่า ดงเทิง และบ้านนาคำ บ้านดงในเดิมชื่อบ้านดงเทิงตั้งคู่กับบ้านดงท่า ปัจจุบันขึ้นกับเมืองอุทุมพอน แขวงสะหวันนะเขด ประชาชนเป็นชาวภูไทที่ตั้งรกรากอยู่เมืองวังอ่างคำและเมืองเซโปนซึ่งเป็นกองข้าอุปัฏฐากพระธาตุพนมมาแต่เดิมเรียกว่าลูกธาตุแล้วอพยพมาตั้งบ้านดงท่าดงเทิง ถือเป็นกลุ่มข้าโอกาสทำหน้าที่รักษากุญแจเปิดปิดประตูพระธาตุพนม ประเพณีโบราณก่อนงานบุญนมัสการพระธาตุพนมต้องส่งคนมาเชิญชาวบ้านดงท่าดงเทิงและชาวบ้านนาวางไปร่วมเปิดพิธี ชาวบ้านนาวางทำหน้าที่รักษาบั้งจุ้มพระธาตุพนมและอุปัฏฐากพระธาตุตุ้มพะวัง (ตุมพะวัง) เดิมบั้งจุ้มเก็บรักษาไว้ในพระธาตุตุ้มพะวังหลังสงครามเวียงจันทน์ในรัชสมัยเจ้าอนุวงศ์สยามนำไปเก็บไว้ที่กรุงเทพฯ ผู้รักษาบั้งจุ้มเรียกว่าข้าบั้งจุ้ม[11] ต่อมาชาวบ้านดงท่าดงเทิงบางส่วนอพยพไปสร้างบ้านนาคำตั้งอยู่หัวน้ำบุยแล้วย้ายมาตั้งที่บุ่งกะสกและย้ายอีกครั้งในที่ตั้งบ้านนาคำปัจจุบัน หลังสงครามเวียงจันทน์ชาวดงท่าดงเทิงบูรณะพระธาตุพนมน้อยหรือพระธาตุท่าพะนมขึ้นเป็นตัวแทนพระธาตุพนม ต่อมายาท่านใหญ่มหางอน ดำลงบุน ประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาวลำดับ ๕ เปลี่ยนนามใหม่ว่าพระธาตุท่าพนมปฐมรัตนเจดีย์ ปัจจุบันบ้านดงท่าดงเทิงแบ่งออก ๘ หมู่บ้านคือ บ้านบ้านดงท่า บ้านดงใน บ้านนาคำ บ้านหนองแปน บ้านดงขวาง บ้านตาดขาแดง (ปัจจุบันขึ้นกับเมืองอาดสะพอน) บ้านหนองเขียดเหลือง (ปัจจุบันขึ้นกับเมืองไซบูลี) และบ้านโนนป่าไล่[12]

บุตรธิดา[แก้]

เอกสารพื้นพระบาทใช้ชาติหรือพื้นครุธฮาชระบุว่าเจ้าพระรามราชปราณีฯ มีบุตรธิดา ๘ ท่านดังนี้ ...พระยาโอกาดเจ้าตนเป็นอาดกั่วคนทังหลายเป็นพระมะหาสมเด็จจราซาธาดตูพระนมบุรรมมะมะหาเจดีสีมูงคูณมีซื่อว่า พระยามะลามมะลาดซะปาดีซาสีมูงคุรสุนทอนเจ้า มีลูก ๘ ตน ๆ ๑ ซื่อว่าเจ้าอัคคะบุตตะสุทธะสูวัณณะบุนมี ตน ๑ ซื่อว่าเจ้าอุปปะฮาซาสูวัณณะคำเฮือง ตน ๑ ซื่อว่าเจ้าลาซะวงสาหน่อคำเที่ยง ตน ๑ ซื่อว่าท้าวหน่อพุทธา ตน ๑ ซื่อว่าท้าวน้อยคำผีว ตน ๑ ซื่อว่านางแก้วมะนีก่องเทวี ตน ๑ ซื่อว่านางสิริวัณณาเทวี ตน ๑ ซื่อว่านางจันทะแจ่มฟ้ากุมมาลี หลานตน ๑ มีซื่อว่าอุปปะละสูวัณณะคำถงก็ตื่มแถมยดว่าเจ้าพระพีพักเจดีสีปะริสัดขัดตติยะวงสา เจ้าทังหลายทังมวรจักพากันมามวรกัน มาน้อมพระยาทัมมิกะราดเจ้าตนประเสิดแท้ดังนี้ ส่วรอันว่านางทัง ๓ ตนน้องจักไปอยู่ตาน ๗ ยอดเพื่อว่าจักได้คอยพระยาทัมมิกะราดตนประเสิดมาซู่เวียงพระมะหาธาดตุเจ้าพระนมแท้ก็มีแท้ดังนี้แล...[13] เอกสารยังระบุเหตุการณ์ที่ธาตุพนมช่วงราว พ.ศ. ๒๓๖๙ และราว พ.ศ. ๒๓๗๑ ด้วยว่า ...สังกราสได้ฮ้อย ๘๐ ๘ ตัว เจ้าพระนมขึ้นไปเฝ้าเจ้าเวียงจัน สังกราสได้ฮ้อย ๙๐ พระนมบังมุกแตกเจ้าซานน...[14]


ก่อนหน้า เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร) ถัดไป
เจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร) 2leftarrow.png ขุนโอกาสหรือเจ้าโอกาส (เจ้าเมือง) ธาตุพนม
2rightarrow.png พระปราณีศรีมหาพุทธบริษัท (เมฆ รามางกูร)


อ้างอิง[แก้]

  1. ดวง รามางกูร, พระมหา, พื้นเมืองพนม (ประวัติวงส์เจ้าเมืองธาตุพนม), (กรุงเทพฯ: วัดบวรนิเวศวิหาร คณะแดงรังสี, ม.ป.ป.), ไม่ปรากฏหน้า (อัดสำเนา).
  2. คัมภีร์ใบลานเรื่อง ตำนานเมืองเก่า (บั้งจุ้ม (ตำนานเมือง)). วัดโพนกอก บ้านปากกะยุง เมืองทุละคม แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว. เอกสารใบลาน ๑ ผูก. อักษรธรรมลาว (เฉพาะหน้า ๓๕ อักษรธรรมลาว-ลาวเดิม). ภาษาบาลี-ลาว. เส้นจาร. ม.ป.ป.. โครงการปกปักรักสาหนังสือใบลานลาว (โครงการร่วมมือลาว-เยอรมัน) เลขรหัส PLMP ๑๐ ๐๒ ๐๑ ๑๔ ๐๐๔_๐๒. หมวดตำนานเมือง. ๒๑ ใบ ๔๒ หน้า (ตรวจสอบมี ๑๘ ใบ ๓๖). หน้า ๑๒
  3. พระเทพรัตนโมลี (เรียบเรียง), "ประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม)", ใน ติสฺสวํโส ภิกฺขุ และคณะ, สมเด็จพระสังฆราชลาว พระชนม์ ๘๙ พรรษา เสด็จหนีภัย ลอยแพข้ามสู่ฝั่งไทย: มูลมรดกชนชาติอ้ายลาว อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระยอดแก้ว พุทธชิโนรสสกลมหาสังฆปาโมกข์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งพระราชอาณาจักรลาว ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิริทราวาส กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๘, (กรุงเทพฯ: ม.ป.พ., ๒๕๒๘), หน้า ๒๓๔-๒๓๕.
  4. ดูรายละเอียดใน วีรพงษ์ รามางกูร, อนุสรณ์ ร้อยตำรวจตรี ประดิษฐ์ รามางกูร ๒๒ กันยายน ๒๕๒๘: อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ร้อยตำรวจตรี ประดิษฐ์ รามางกูร ณ เมรุวัดตรีทศเทพ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๒๘ เวลา ๑๗.๐๐ น., (กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.ส., ๒๕๒๘), หน้า ๑-๒.
  5. คัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน (พื้นอุลํกาธา). (ฉบับ ๑) หอสมุดแห่งชาติ บ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ลาว. เอกสารใบลาน ๑ ผูก. อักษรธรรมลาว. ภาษาบาลี-ลาว. เส้นจาร. ม.ป.ป.. ไม่ปรากฏเลขรหัส. หน้า ๒๔-๒๖
  6. คัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน). (ฉบับ ๒) หอสมุดแห่งชาติ บ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ลาว. เอกสารใบลาน ๑ ผูก. อักษรธรรมลาว. ภาษาบาลี-ลาว. เส้นจาร. ม.ป.ป.. ไม่ปรากฏเลขรหัส. หน้า ๒๕-๒๗
  7. ราชบัณฑิตยสภา, ตำนานพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม: พระพนมนครานุรักษ์มีความเลื่อมใสพิมพ์ไว้เพื่ออุททิศส่วนประโยชน์ที่ควรจะได้จากหนังสือนี้ สำหรับบำรุงการพระศาสนาในจังหวัดนครพนม จำนวน ๓๐๐๐ เล่ม พ.ศ. ๒๔๗๔, พิมพ์ครั้งที่ ๒, (พระนคร: โรงพิมพ์พระจันทร์ ท่าพระจันทร์, ๒๔๗๔), หน้า ๒๔-๒๖.
  8. กรมศิลปากร, "ประชุมตำนานพระธาตุ ภาคที่ ๒: ตำนานพระธาตุพนม", ใน ประชุมตำนานพระธาตุ ภาคที่ ๑ และภาคที่ ๒: พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางเอิบ อุมาภิรมย์ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓, พิมพ์ครั้งที่ ๒, (ธนบุรี: สินเจริญ, ๒๕๑๓), หน้า ๑๑๗-๑๑๘. (เฉพาะตำนานพระธาตุพนมพิมพ์เผยแพร่แล้ว ๓ ครั้ง ครั้งแรกพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ อำมาตย์โท พระยาประจันตประเทศธานี โง้นคำ พรหมสาขา (โหง่นคำ พรหมสาขา ณ สกลนคร) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ ฉบับนี้พิมพ์เป็นครั้งที่ ๔)
  9. ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ,ดร., ตำนานอุรังคธาตุ: หนังสือที่ระลึกงานกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ ทอดถวาย ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม วันเสาร์ที่ ๒๖-วันอาทิตย์ที่ ๒๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒, (ขอนแก่น: ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ๒๕๖๒), หน้า ๑๖๑-๑๖๒.
  10. พระเทพรัตนโมลี (เรียบเรียง), "ประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม)", ใน ติสฺสวํโส ภิกฺขุ และคณะ, สมเด็จพระสังฆราชลาว พระชนม์ ๘๙ พรรษา เสด็จหนีภัย ลอยแพข้ามสู่ฝั่งไทย: มูลมรดกชนชาติอ้ายลาว อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระยอดแก้ว พุทธชิโนรสสกลมหาสังฆปาโมกข์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งพระราชอาณาจักรลาว ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิริทราวาส กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๘, หน้า ๒๓๔-๒๓๕.
  11. สุทธิดา ตันเลิศ, "ข้าโอกาสพระธาตุพนมสองฝั่งโขงกับการปรับมโนทัศน์ทางประวัติศาสตร์", ภาษาและวัฒนธรรม. ปีที่ ๓๔ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๘): ๓๔-๓๖.
  12. ຜູ້ໄທ ບູຮານລາວ (นามแฝง), (๒๒ กันยายน ๒๐๒๐ (๒๕๖๓)). "อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ๑: ย้อนรอยการเดินทางไปสร้างพระธาตุพนมของคนฝั่งซ้าย & ฟังประวัติของพระธาตุท่าพนม", ວິຖີຊົນນະບົດ (วิถีชนบท) [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=eB7gmPw9h1E [๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓].
  13. สิริปัญญาวุฒิ (ขุนละคร ขันตะ), พระครู, คัดลอก. คัมภีร์เรื่อง พื้นพระบาทใช้ชาติหรือพื้นครุธฮาช (พื้นพระยาธัมมิกราช). วัดศรีสุมังค์ บ้านนาถ่อนท่า ตำบลนาถ่อน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม. เอกสารเขียนบนกระดาษ ๑ ฉบับ. อักษรธรรมลาว, อักษรลาวเดิม. ภาษาบาลี-ลาว. เส้นเขียน. ม.ป.ป. (ต้นฉบับ พ.ศ. ๒๔๔๙). ไม่ปรากฏเลขรหัส. ๒๓ ใบ ๖ หน้า. ไม่ปรากฏหมวด. หน้า ๒-๓.
  14. เรื่องเดียวกัน. หน้า ๕.