เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร)

พระนามเดิม ท้าวศรีวรมุงคุณ
พระนามเต็ม พระอาชจญาหลวงเจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท
ราชวงศ์ ล้านช้างเวียงจันทน์
รัชกาลก่อน เจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร)
รัชกาลถัดไป พระปราณีศรีมหาพุทธบริษัท (เมฆ รามางกูร)
วัดประจำรัชกาล วัดหัวเวียงรังษี เมืองธาตุพนม
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ นครจันทบุรีศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเวียงจันทน์
พิราลัย เมืองธาตุพนม
พระบิดา เจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร)
พระมารดา เจ้านางยอดแก้วศรีบุญมา
ชายา อาชญานางบุษดี

เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท มีพระนามเต็มว่า พระอาชจญาหลวงเจ้าพระรามราชปราณี ศรีมหาพุทธปริษัท ขัติยวรราชวงศา อุกาสะราชาพนม บ้างออกพระนามว่า อาชญาหลวงกลางน้อยศรีวรมุงคุณ หรือ แสนกางน้อยสีมุงคุร พระนามเดิมว่า ท้าวกลางน้อยหรือท้าวศรี บรรดาศักดิ์เดิมที่ ท้าวศรีวรมุงคุณ[1] ทายาทบุตรหลานนิยมออกพระนามโดยยกย่องว่า เจ้าพ่อขุนโอกาส หรือ ญาปู่หลวงกาง หรือ เจ้าปู่หลวงกางน้อย ทรงเป็นเจ้าเมืองพนม (เมืองธาตุพนม) อันเป็นเมืองกัลปนาหรือเมืองพุทธศาสนานครพระองค์ที่ 2 จากราชวงศ์เวียงจันทน์ เมื่อครั้งธาตุพนมยังเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเวียงจันทน์ ก่อนตกเป็นประเทศราชของราชอาณาจักรสยาม[2] ทรงเป็นเจ้าโอกาส (ขุนโอกาส) ผู้ปกครองกองข้าอุปัฏฐากพระมหาธาตุเจ้าพระนม (พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร) พระองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์เวียงจันทน์ ในตำนานบ้านดงนาคำกล่าวว่า ทรงเป็นผู้รักษาคัมภีร์อุรังคธาตุ (พื้นตำนานพระธาตุพนม) หรือตำนานธาตุหัวอกฉบับลานคำ (ลาวเรียกว่า บั้งจุ้ม) อีกทั้งเป็นผู้อพยพไพร่พลข้าโอกาส (ข้าอุปัฏฐาก) พระธาตุพนมไปก่อตั้งบ้านดงใน บ้านดงนอก และบ้านหมากนาว (บ้านมะนาว) ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ปัจจุบันคือบ้านหมากนาวในแขวงคำม่วน ประเทศลาว[3]

เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร) เป็นพระปัยกาหรือทวดของ ดร. วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ เป็นต้น อนึ่ง ทายาทสายตรงของพระองค์ที่เกิดแต่พระชายาเอกซึ่งมีพระนามว่าอาชญานางบุษดี ล้วนเป็นผู้สืบสกุลรามางกูร (Ramangkura) สายตรง แห่งอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ในภาคอีสานของประเทศไทย และทายาทที่สืบเชื้อสายจากโอรสของพระองค์บางส่วนที่ถือกำเนิดในสกุลรามางกูร ได้อพยพไปตั้งรกราก ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ภายหลังเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองในประเทศลาวแล้ว ทายาทในสกุลรามางกูรสายนครหลวงเวียงจันทน์บางส่วนได้อพยพไปพำนักยังประเทศโลกที่ 3 อีกด้วย

พระนาม[แก้]

  • พระอาชจญาหลวงเจ้าพระรามราชปราณี ศรีมหาพุทธปริษัท ขัติยวรราชวงศา อุกาสะราชาพนม ปรากฏในพื้นประวัติวงศ์เจ้าเมืองพนม
  • แสนกางน้อยศรีมุงคุร ปรากฏในหนังสืออุลังคนีทาน (พื้นอุลํกาธา) สำนวนที่ 1 และอุลังคะนิทาน สำนวนที่ 2 หอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี
  • แสนข้าน้อยสีมุงคุร ปรากฏในหนังสืออุลังคนีทาน (พื้นอุลํกาธา) สำนวนที่ 1 หอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี
  • แสนคานน้อยสีมุงคุร ปรากฏในหนังสืออุลังคนีทาน (พื้นอุลํกาธา) สำนวนที่ 1 หอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี
  • อาชญาหลวงกลางน้อยศรีวรมุงคุณ ปรากฏในพื้นประวัติวงศ์เจ้าเมืองพนม
  • หลวงกลางน้อยศรีมงคล ปรากฏในเอกสารตั้งสกุลรามางกูรของเจ้าพระอุปฮาชา (เฮือง รามางกูร) และอนุสรณ์พระราชทานเพลิงร้อยตำรวจตรีประดิษฐ์ รามางกูร
  • ท้าวศรีวรมุงคุณ ปรากฏในพื้นประวัติวงศ์เจ้าเมืองพนม
  • ท้าวกลางน้อย ปรากฏในพื้นประวัติวงศ์เจ้าเมืองพนม
  • ท้าวศรี ปรากฏในพื้นประวัติวงศ์เจ้าเมืองพนม

ในหนังสืออุรังคนิทาน[แก้]

อุรังคธาตุนิทานสำนวนที่ 1[แก้]

ความในเอกสารปฐมภูมิคัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน หรือ พื้นอุลํกาธา สำนวนที่ 1 ไม่ปรากฏศรัทธาสร้าง ต้นฉบับรักษาไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ 24-26 ออกพระนามของเจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร) ว่า แสนกางน้อยศรีมุงคุร และกล่าวว่าพระองค์ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งพระยศชั้นเจ้าหัวแสน (พระยศสูงกว่าเจ้าหัวพัน) จากสมเด็จพระเจ้าอุปราชนอง (ครองราชย์ พ.ศ. 2283 -2294) พระมหากษัตริย์แห่งนครเวียงจันทน์ ปรากฏความว่า

(หน้าลานที่ 24) ...สรงกาดไดฮอย 8 ตัวเดีนจยงขึน 13 คำ 2 วัน 2 ปานเซันเจาคุหลวงพรนซเมักไหเจาทัง 4 ทัดานทัง 4 แตงฮกัสาขาโอกาดแลพรราซาอาจยาสมเดดจบุรมมมบุพพิตต พรมหาธนมปโซต (หน้าลานที่ 25) โพสตทีราชเจาสมพรเปันเจาอันเปันพรยุหัวปรซิทธีพรรซาอาจยาซโอวาทจุมดวงนีไสหัวแสนขานอยสีมุงคุรไหพีพักรกัสาซีซุมพินองลุหลานขอยโอกาดทางดงบุรยาไหสวรสงไปไตเหนึทีไดหมุซุมพีนองลุหลานหัสวรสนไปรีซอรยุหวายภุผาดอมพรยาแสนหมึรทีจไดกดิไหแสนคานนอยสีมุงคุรจัดทาวถอดถอรเอาไดดังเกาไผยาถกถอรเอาสพพนํหนองกองขอยลงมาแตจอักอัลนองหนองแกซโปนเมึงวังซยงหุงฮุผาบังไหแสนกางนอยสีมุงคุรตุมปกเอาอัน 1 ไหเดักนอยถืกโอวาดดวงยานํอาจยาเฮาพรองแลนางพรกสัดไปจัดเอาเขาไสเยัยบํไหเอาดอมเขาเวันไวแตเฮาพรองมีอาสไสหัวเขาสีงไดจีงไดจีงรามสีสีเถาเอาขาบถวายเปันราซาสมบัดทาวพรยาแสนหมึร 10 ฮอยนอยไหยแควหานยา (หน้าลานที่ 26) ซำลิผิบาปไหมไสโทดเอานํนีงสีงเขาของเงินคำซางมางัวควายซางมาเสึอผาลุยีงนองสาวสีนาดตาดทองยากดคืซืเฮืนเขาอัน 1 ยาฮืขขบฮยงกินเขาไปเปันปกติเทีน...[4]

(หน้าลานที่ 24)...สังกาชได้ฮ้อย 8 ตัว เดือนเจียง ขึ้น 13 ค่ำ 2 วัน 2 ปานเซ่นเจ้าครูหลวงพรนซะเม็กให้เจ้าทั้ง 4 ทั้งด้านทั้ง 4 แต่งฮักษาข้าโอกาส แลพระราชาอาจญาสมเด็จบุรมมบุพพิต พระมหาธนมปโชติ (หน้าลานที่ 25) โพสัตทิราชเจ้า สมพระเป็นเจ้าอันเป็นพระอยู่หัว ประสิทธิพระราชาอาจญาโอวาทจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนข้าน้อยสีมุงคุร ให้พีพักรักษาซีซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาสทางดงบุร อย่าให้สวนส่งไปใต้เหนือที่ใด หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวนสนไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยภูผา ดอมพระยาแสนหมื่นทิศใดก็ดี ให้แสนคานน้อยสีมุงคุรจัดทาวถอดถอนเอาได้ดังเก่า ไผอย่าถกถอนเอาสัพพน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกกอก ละนอง หนองแก ซะโปน เมืองวัง เซียงหุ่ง รุผาบัง ให้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มปกเอา อัน 1 ให้เด็กน้อยถืกโอวาทดวงอย่านำอาจญาเฮาพระองค์แลนางพระกะสัตไปจัดเอาเข้าใส่เยีย บ่ให้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองค์มีอาจญ์ใส่หัวเขาสิ่งใด จิงได้จิงรามสีสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราชาสมบัติ ท้าวพระยาแสนหมื่น 10 ฮ้อยน้อยใหญ่แคล้วหาญอย่า (หน้าลานที่ 26) ซำลิผิบาปไหมใส่โทษ เอาน้ำนิ่งสิ่งเข้าของเงินคำ ช้างม้างัวควาย ช้างม้าเสื้อผ้า ลูกหญิงน้องสาว สีนาดตาดทอง อย่ากดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน 1 อย่าฮึบขบเฮียงกินเข้าไปเป็นปกติเทอญ...)[5]

อุรังคธาตุนิทานสำนวนที่ 2[แก้]

ความในเอกสารปฐมภูมิคัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน หรือ อุลังคะนิทาน สำนวนที่ 2 ซึ่งศรัทธาสร้างโดยพ่อเจ้าทิดแดง ต้นฉบับรักษาไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ 25-27 ออกพระนามของเจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร) ว่า แสนกางน้อยศรีมุงคุร มีเนื้อความใกล้เคียงกับสำนวนที่ 1 สันนิษฐานว่าทั้ง ๒ ฉบับมีการคัดลอกกันไปมา คัมภีร์ฉบับนี้เมื่อเทียบจุลศักราชแล้วตรงกับสมัยของสมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ (ครองราชย์ พ.ศ. 2348-2371) ปรากฏความว่า

(หน้าลานที่ 25) ...สรงกาสไดฮอย 80 ตัวเดีนจยงขึน 13 คำวัน 2 บานเซันเจาคุหลวงพรนซเมักไหเจาดานทัง 4 แตงฮกษาขาโอกาดแลพรยราซอาจจยาสมเดัจจบุรมมบุพพีตต พรมหาธนมปโซตโพสตตทีราชเจาสมเดัดพรเปันเจาองเปันพรยุหัวปรสิทธิพรราซอาจยาซโอวาทจุมดวงนีไสหัวแสนกางนอยสีมุงคุรไหพีพักรกษาซีซุมพีนองลุหลานขอยโอกาดทางดงบุรยาไหสวรสนไปไตเหนีอทีไดหมุซุมพีนองลุหลานหาสวรสนไปรีซอรยุหวายภุผายุดอมทาวพรยาแสน (หน้าลานที่ 26) หมึรทีไดกดีไปแสนกางนอยสีมุงคุรสวรจัดทาวถอดถอรเอามาไวดังเกาไปยาถกถอรเอาสพพนำหนองกองขอยลงมาแตจอัคอัลนองหนองแกซโปนเมีงวังซยงหุงฮุงผาบังไปแสนกางนอยสีมุงคุรตุมปกเอาอัน 1 ไหเดักนอยถึกโอวาดดวงยำนำอาจยาเจาเฮาพรองแลนางพรกสัดไปจัดเอาเขาไสเยัยบํไหเอาดอมเขาเวันไวแตเฮาพรองมีอายาไสหัวเขาสีงไดจีงไดจีงรามสีสีเถาเอาขาบถวายเปันราซสมบัดทาวพรยาแสนหมึรสีบฮอยนอยไหยแกวหานยาซำลีผีบาปไหมไสโทษเอานำนีงสีงเขาของเงินคำซางมางัวควายซางมาเสีอผาลุยีงนางสาวสีนาดตาดทองยาคดขึซึเฮีนเขาอัน 1 ยาฮึขบฮยงกีนเขาสางยาฮีบเขาตีบยายํเลายาขอดสางจอดยาแปงอัน 1 ขอยเขาไดไถยาถอดถอรเอา (หน้าลานที่ 27) ดอมเขาผุฮกษาพรราซอาดยาอันไดนอัพรราซอายายากทำกุงปสีทธิพรลาซอายา ถวายพรสกาสนอัพรยาจีงไหจุมหลังนำไวหันแลกํจีงซำสางวัดหลัง 1 ไวกำเหนีอภุกำพาซึวาวัดสวรสวัรซำไหขาโอกาดไวกับตึมเขัดแดนดีนแตปาหวายเซีมนั้นแกพรมหาธาตุเจาแลวจีงสรเดจจจัเมีอสุเมีง... [6]

(หน้าลานที่ 25) ...สังกาสได้ฮ้อย 80 ตัว เดือนเจียง ขึ้น 13 ค่ำ วัน 2 บานเซ็น เจ้าครูหลวงพรน (โพน) สะเม็กให้เจ้าด้านทั้ง 4 แต่งรักษาข้าโอกาส แลพระราชอาชญาสมเด็จบุรมมบุพพิตต พระมหาธนมปโชตโพสัตตทิราชเจ้า สมเด็จพระเป็นเจ้าองค์เป็นพระอยู่หัวประสิทธิพระราชอาชญาโอวาทจุ้มดวงนี้ ใส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพัก (พิทักษ์) รักษาซีซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาสทางดงบุร อย่าให้สวนสนไปใต้เหนือ ที่ใดหมู่ซุมพีน้องลูกหลานหากสวนสน ไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสน (หน้าลานที่ 26) หมื่นที่ใดก็ดี ให้แสนกางน้อยสีมุงคุรชวนจัดท้าวถอดถอนเอามาไว้ดังเก่าไป อย่าถกถอนเอาสรรพน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกคอก ละนอง หนองแก ซะโปน เมืองวัง เซียงหุ่ง ฮุ่งผาบังไป แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มปกเอา อัน 1 ให้เด็กน้อยถืกโอวาทดวงยำนำอาชญาเจ้าเฮาพระองค์แลนางพระกษัตริย์ ไปจัดเอาข้าวใส่เยียบ่ให้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองค์มีอาญาใส่หัวเขาสิ่งใดจึงได้ จึงฮามสีสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราชสมบัดิท้าวพระยาแสนหมื่นสิบฮ้อยน้อยใหญ่แกล้วหาญ อย่าซ้ำลี้ผีบาปไหมใส่โทษ เอาน้ำนิ่งสิ่งข้าวของเงินคำ ช้างม้างัวควาย ช้างม้าเสื้อผ้า ลูกหญิงนางสาว สีนาดตาดทอง อย่าคดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน 1 อย่าฮื้อขบเฮียง กินข้าวสางอย่าฮีบข้าวติบ อย่ายอเล้าอย่าขอดสางจอดยาแปง อัน 1 ข้อยเขาได้ไถ่อย่าถอดถอนเอา (หน้าลานที่ 27) ดอมเขาผู้รักษาพระราชอาชญา อันใดนอกพระราชอาญาอย่ากระทำ กุงประสิทธิพระราชอาญาถวายพระสกาสนอก พระยาจึงให้จุ้มหลั่งน้ำไว้หั้นแล ก็จึงซ้ำสร้างวัดหลัง 1 ไว้ก้ำเหนือภูกำพร้าชื่อว่าวัดสวนสวัน ซ้ำให้ข้าโอกาสไว้ กับตื่มเขตแดนดินแต่ปากห้วยเซือมนั้นแก่พระมหาธาตุเจ้าแล้วจีงเสด็จจากเมือสู่เมือง...[7]

ในลำอุรังคธาตุ[แก้]

ในคัมภีร์ใบลานลาวเรื่องลำอุรังคธาตุ (ລຳອຸຣັງຄະທາຕຸ) ฉบับวัดสีพิมพามุงคุน เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขด (ວັດສີພິມພາມຸງຄຸນ ເມືອງສອງຄອນ ແຂວງສະຫວັນນະເຂດ) ทั้ง ๓ ผูก ได้กล่าวถึงเรื่องราวของพระองค์ว่าทรงได้รับการสถาปนาโดยเจ้าอนุวงศ์ ดังนี้

ผูกที่ ๑ (หน้าลานที่ ๒๓-๒๕)[แก้]

...สังกาสได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอาทั้ง ๔ แต่งฮักษาข้าโอกาษ แลพระราซะอาสยาสมเด็ดตัปปะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตโพสัตตาทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ประสิทธีราซะอาสสาซะโอกาษจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุคุร ให้พิพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอรดาไว้ดังเก่า ไผถกอย่าถกอย่าถอรเอาสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกกอก ระนอง หนองแส สองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาสยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่ร สีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนิ่งสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาษทอก อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮิบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสางจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระราซะอาษยาอันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำโคบซีงพระราซะอาษยาถวายสะกาษนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบองบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

ผูกที่ ๒ (หน้าลานที่ ๒๓-๒๕)[แก้]

...สังกาสได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๐ ๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอากัง ๔ แต่งไห้ฮักษาข้าโอกาษ แลพระลาซะอาษยาสมเด็ดตัปปะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตพระสัตตาทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ไปสีทธีพระราซะอาษยาซะโอวาษจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกอย่าถอดถอรสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกพอก ระนอง หนองแส สองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผิบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีงสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาษทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระราซะอาสยาอันไนอันนอกพระราซะอาสยาอย่ากะทำโคบซีงพระราซะอาษยาถวายสะกาสนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

ผูกที่ ๓ (หน้าลานที่ ๒๗-๒)[แก้]

...สังกาษได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เอาเจ้าเอาทั้ง ๔ แต่งไห้ฮักษาข้าโอกาด แลพระลาซะอาษยาสมเด็ดตัสสะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตพระสัตตะทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ประสีทธิราซะอาษยาโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพักฮักษาพีซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวรเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวรเส็นไปลี้ซ่อรอยู่หว้ายฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอดเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกอย่าถอดสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกพอก ระนอง หนองแส สองแกว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มต่อฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นแต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รสีบฮ้อยน้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีงสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาดทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระลาซะอาษยาอันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำโคบซีงพระลาซะอาษยาถวยสะกาษนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

ในหนังสืออุรังคธาตุ[แก้]

ในใบลานเรื่องหนังสืออุลังกาทาตุ ฉบับวัดซาตะกะทานะวันมิโก บ้านนาต้าย เมืองจำพอน แขวงสะหวันนะเขด สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หน้าลานที่ 23 บรรทัดที่ 1-4 และหน้าลานที่ 24 บรรทัดที่ 1-4 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอุปราชนอง (ครองราชย์ พ.ศ. 2283-2294) พระมหากษัตริย์แห่งนครเวียงจันทน์ ปรากฏความว่า

...ทางใด พระยาทาง ๒ มาพ้อมเจ้าโอกาด ใด้ฮ้อย ๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กให้เจ้าเอาทัง ๔ ตนไห้ฮักสาข้าโอกาดแล พระรัชจะอาสาสมเด็ดตัสสะอุดดมบุรมมะบุพพัตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตสัตตะทิราดเจ้า สมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัวประสีทธีพระระซาอาสาโอวาดกาดจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกางน้อยปะสิมุงคุร ให้พิพักฮักสาพี่น้องหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาดทางดงบุรอย่าให้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่พี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดถอดถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดสัพพะน้ำหนองกองปากอมปาถะข้าลงมาแต่จองพอก นอง หนองแก้ว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผา ๘ บัง ให้แสนกางน้อยสิมูงคูรร์ตุรเอาอัน ๑ ให้เล็กน้อยถะโอวาดดวงหยำนามอาษยาเฮาพระองแลนางกระสัดใปถอดเอาเข้าใส่เยีย บํ่ให้เอานำเขาเวนไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาใส่หัวเขาสิ่งใด จีงให้ลางสิเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสิบฮ้อยน้อยใหย่แก้วหานอย่าซำริผิบาปใหมใส่โทดเอาน้ำนีงสิ่งของ ทอง เงิน คำ ซ้าง ม้า งัว ควาย เสื้อ ผ้า ลูกยีง นางสาว สีนาด ตาดทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกินเข้าสาน อย่าฮิบเข้าติบ อย่ายอหยา อย่าสางจอด อย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาใด้อย่าถอดถอรเอาดอมเขาผู้ฮักษาพระระซาอาษยา อันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำพรัยซึ่งพระราซะอาษยาถวาย สังกลาดนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบองใด้เอาเข้าใปใส่บาดพระพุทธะเจ้ายามนั้น คันจุตติไปเกิดเมืองฮ้อยเอ็ดมาเกิดเป็นพระยาสุมีตตาธาในเมืองมะรูกขะนะคอร พระยาปัสเสนจุตติมาเกิดเป็นบุลีอว่ายลว่าย คันจุตติเกิดเป็นจันทะภานีด...

ในอุรังคธาตุนิทาน[แก้]

ในใบลานเรื่องอุลังกะทาดตุนีทาน (อุลังคะธาตุนิทาน) ฉบับวัดอับเปวันนัง บ้านบกท่ง เมืองจำพอน แขวงสะหวันนะเขด ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หน้าลานที่ 24-26 ปรากฏความว่า

...ไปไต้เหนือทางไดไห้พระยาทัง ๒ มาคอบเจ้าโอกาด ได้ ๕ ฮ้อย ๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอาทัง ๔ แต่งไห้ฮักสาข้าโอกากาดแล พระลาซะอาดยาสมเด็ดตัสสะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทาดนามมาปะโชตะสัตตะทีราดเจ้า สมเด็ดพระเป็นเจ้าอันเป็นพระอยู่หัวประซีทิพระราซะอาดยาโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ไห้พีพักฮักสาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกแลหลานข้อยโอกาดทานเดิมบุรอย่าไห้สวานเสียไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเสียไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดซ้อรถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดสัพพะน้ำหนองกองปาข้าลีนมาแต่จอกพอก ระนอง หนองสองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มฮ่อเอา อัน ๑ ไห้เล็กน้อยถือดวงหยำนำอาดยาเฮาพระองและนางกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยียบ่ได้ไห้เอาดอมเขา เวนไว้แต่เฮาพระองมีอาดยาไส่หัวเขาสิ่งไดจิงได้ ไห้รามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซารีผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีสีของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้าลูกยีงนางสาว สีนาดตาดทอง ผาคดขื่อซื้อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกีนเข้าสาน อย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยาหยาดขอด สานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาอย่าถอดถอรเอาดอมเขาผู้ฮักสาพระราซะอาดมะยาอันอยู่ไนอันนอกพระราซะอาดยา อย่ากะทำโคบซีงพระระซะนะอาสยาถวายสังกาส...

ในพื้นธาตุพนม[แก้]

ในใบลานเรื่องพื้นทาตุพระนม (พื้นธาตุพนม) สำนวนวัดใหม่สุวันนะพูมาราม บ้านป่าขาม เมืองหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หน้าลานที่ 23-25 ปรากฏความว่า

(หน้าลานที่ ๒๓)...ไปไต้เมือเหนือทางไดไห้พระยาทั้ง ๒ มาคอบเจ้าโอกาด สังกลาดได้ฮ้อย ๘ ตัว ปีเดือนเจียง ขึ้น ๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพซะเม็กไห้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่ไห้ลักสาข้าโอกาดแล พระราซาอาษยาสมเด็สตัปปะอุดมบุรมมะบุพพีตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตกระสัตตาทีราชซะเจ้า สมเด็สพระเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัวประสีทธิพระราชซะอาษาพระราซะโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ไห้พีพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้อยลูก (หน้าลานที่ ๒๔) หลานข้อยโอกาดทางดงบุรอย่าไห้สวานเส็นไปไต้เมือเหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้อยลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยมุงคุรสะวัดจัดท้าวถอดถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดเอาสัพพะน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกพอก ละนอง ๆ แคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮุง ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มปกพกพันเอา อัน ๑ ไห้เด็กน้อยถือโอวาดดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองแลนางพระไปจัดเอาเข้าไส่เยียบ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษาไส่หัวเขาสิ่งไดจิงไห้รามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบฮ้อยน้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผิบาปลังไหมเอาน้ำนีงซีงของงอคำ ซ้างม้า งัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีง นางซาว สีนาด ตาดทอง อย่ากดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกีนเข้าสาน อย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอเหล้า หย่าขอดสาน (หน้าลานที่ ๒๕) จอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาได้ไถ่อย่าได้ถอดถอรเอาดอมเจ้าผู้ฮักษาพระราซะอาษยาอันไดนอกพระราอาษยาอย่าได้กะทำ คุงปะสิทธีพระราซะอาษยาถวายสังกลาดนอก...

ในเอกสารของชาวต่างชาติ[แก้]

สืบเนื่องจากจารึกของวัดพระธาตุพนม 3 ดังกล่าวมาข้างต้นซึ่งออกพระนามของเจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร) ว่า ขุนโอกาส ใน พ.ศ. 2441 (จ.ศ. 1259) เอเจียน แอร์มอนิเย นักเดินทางชาวฝรั่งเศส ได้เดินทางมาถึงเมืองธาตุพนมและทำการสอบถามถึงเชื้อสายของขุนโอกาส (ขุนโอกลาษ) เมืองธาตุพนมกับชาวบ้าน ได้รับคำตอบว่าขุนโอกาสเมืองธาตุพนมซึ่งได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมพร้อมกับเจ้าพระยาหลวงเมืองจันทน์ตามจารึกผูกพัทสีมาวัดพระธาตุพนมนั้น ต่างเป็นอนุชาของเจ้าเมืองบังมุกซึ่งสืบเชื้อสายจากราชวงศ์ล้านช้าง ดังปรากฏในบันทึกว่า ...ที่ด้านตะวันออกมีกุฏิของพระสงฆ์ และวิหารจำนวนมาก เสาทำด้วยอิฐ หลังคามุงด้วยดินขอ วิหารหลังหนึ่งในจำนวนที่มีนั้น อ้างว่าสร้างโดยเจ้าอนุจากนครเวียงจันทน์ ซึ่งพังทลายไปครึ่งหนึ่งแล้ว วิหารลงรักปิดทอง มีจิตรกรรมและประติมากรรมที่ประตูวิหารทั้ง ๓ ด้าน อีกหลังหนึ่งนั้นไม่สวยเท่าวิหารที่กล่าวมา ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี มีจารึกภาษาลาวเขียนย้ำสามครั้ง บอกว่า เจ้าเมืองบังมุก พร้อมด้วยอนุชาทั้ง ๒ ซึ่งมียศศักดิ์เหมือนกัน ได้มาสร้างวิหารบูชาพระธาตุ... [8]

ในคำให้การชาวบ้านดงนาคำ[แก้]

ในเอกสารประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม) ซึ่งเรียบเรียงโดยพระเทพรัตนโมลี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ออกพระนามของเจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร) ว่า แสนกลางน้อยศรีมงคล ความว่า

"...ตามคำให้การของชาวบ้านดงนาคำ อยู่ในประเทศลาวตรงข้ามกับธาตุพนม ซึ่งได้บอกกันสืบต่อๆ มาจากบรรพบุรุษว่า เมื่อสร้างยอดพระธาตุเสร็จแล้ว เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก ได้สั่งให้หัวหน้าข้าโอกาสทั้ง 3 คน คือ แสนกลางน้อยศรีมงคล แสนพนม และแสนนาม พาครัวลูกหลานบ่าวไพร่อพยพจากบ้านธาตุพนมไปตั้งภูมิลำเนาอยู่แถวดงนาคำลึกจากฝั่งโขงเข้าไปในฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเขตประเทศลาว ก่อนไปเจ้าราชครูฯ ให้โอวาทว่า "สูเจ้าจุ่งลูกหลานญาติพี่น้องจุ้มเจื้อเชื้อแนวไปสร้างบ้านแปงเฮือน เฮ็ดไฮ่ใส่นาอยู่แถวดงนาคำบ่อนดินดำน้ำซุ่มพุ้น ที่นั้นมีผลหมากไม้บ่ไฮ้บ่อึด มียอดบุ่นยอดหวายเผิ่งมิ้มของป่าของดงก็มาก ที่สร้างแปงไฮ่นาก็กว้างบ่อึดบ่อยาก ให้เคารพยำแยงคุณแก้ว 3 ประการ อย่าได้ประมาท ให้เอาบั้งจุ้มพระธาตุพนม (ตำนาน) เป็นที่ไหว้สักการะบูชาพิทักษ์ฮักษาอย่าขาด เพื่อให้เป็นเนื้อหนังอุปกรณ์แก่พระชินธาตุเจ้าตามเฒ่าแก่บูฮาณมา ก็หากจักวุฒิสวัสดิ์แก่สูเจ้าทั้งหลายทุกเมื่อหั่นแลฯ" ดังนี้

ตำนานพระธาตุพนมที่ชาวดงนาคำได้ไว้นั้น เล่ากันว่าเป็นฉบับดั้งเดิมและละเอียดถูกต้องกว่าฉบับอื่นๆ จารึกลงในลานทองบรรจุหีบศิลาอย่างดี ต้องเปลี่ยนวาระกันสักการะบูชาบ้านเรือนละ 3 วัน เวียนกันไป ถือขลังและศักดิ์สิทธิ์จนเข้ากระดูกดำใครไปขอดูก็มิได้ เขาว่าเจ้าเก่านายหลังเขามาพวกเขาจึงจะเอาตำนานนั้นให้ พวกเราก็จะได้ดิบได้ดีเพราะได้สั่งความกันไว้แต่สมัยก่อนโน้น และบอกลักษณะเจ้าเก่าที่จะมานั้นว่า ต้องพิสูจน์โดยการเอาน้ำใส่โอ (ขัน) ใหญ่และให้เหยียบดู ถ้าน้ำไม่ล้นโอก็ใช่ มันเป็นแบบหาหนวดกับเต่าหาเขากับกระต่าย ตายแล้วตายอีกก็คงไม่พบ จึงเป็นการยากที่คนภายนอกจะรู้เคล็ดลับกับเขา

บ้านเหล่านี้สันนิษฐานว่าเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กจะสั่งย้ายภายหลัง เมื่อบ้านธาตุพนมแตกครั้งที่สองที่ได้นำเอาข้าโอกาสชาวธาตุลงไปจำปาศักดิ์ตามตำนานพระธาตุพนม...ข้าพเจ้าพระเทพรัตนโมลี เจ้าวัดพระธาตุพนม ซึ่งถือว่าเป็นศิษย์ชั้นเหลนสืบสายมาหลายชั้น ได้เขียนประวัตินี่ขึ้นสองครั้งแล้ว แต่พลความคนละอย่าง ใจความผิดกันบ้างถูกกันบ้าง เพราะอาศัยตำราที่ค้นหลายฉบับ และความเข้าใจในตำนานประวัติศาสตร์ผิดจากแต่แรก หวังจะเทิดทูนบุรพาจารย์ผู้มีคุณแก่ชาติศาสนาอันล้ำลึก ถ้าผิดพลาดบกพร่องขออย่าเป็นบาปกรรม ถ้าเกิดประโยชน์โดยประการใด ขอถวายสมมาบูชาแด่พระคุณท่านโดยเคารพ..." [9]


ก่อนหน้า เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร) ถัดไป
เจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร) 2leftarrow.png เจ้าเมืองธาตุพนม, ขุนโอกาสพระธาตุพนม
2rightarrow.png พระปราณีศรีมหาพุทธบริษัท (เมฆ รามางกูร)


อ้างอิง[แก้]

  1. ดวง รามางกูร. พื้นประวัติวงศ์เจ้าเมืองพนม. ม.ป.พ.. ม.ป.ป..
  2. วีรพงษ์ รามางกูร. อนุสรณ์ ร้อยตำรวจตรีประดิษฐ์ รามางกูร 22 กันยายน 2528. น. 1.
  3. พระเทพรัตนโมลี (แก้ว กนฺโตภาโส). ประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม) ในหนังสือมูลมรดกชนชาติอ้ายลาว อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระยอดแก้ว พุทธชิโนรสสกลมหาสังฆปาโมกข์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งพระราชอาณาจักรลาว : สมเด็จพระสังฆราชลาว พระชนม์ 89 พรรษา เสด็จหนีภัย ลอยแพข้ามสู่ฝั่งไทย. น. 234-235
  4. หนังสืออุลังคนีทาน (พื้นอุลํกาธา) ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ 24-26
  5. หนังสืออุลังคนีทาน (พื้นอุลํกาธา) ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ 24-26
  6. หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ 25-27
  7. หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ 25-27
  8. เอเจียน แอมอนิเย, บันทึกการเดินทางในลาวภาคสอง พ.ศ. 2440, น. 149.
  9. พระเทพรัตนโมลี (แก้ว กนฺโตภาโส). ประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม) ในหนังสือมูลมรดกชนชาติอ้ายลาว อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระยอดแก้ว พุทธชิโนรสสกลมหาสังฆปาโมกข์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งพระราชอาณาจักรลาว : สมเด็จพระสังฆราชลาว พระชนม์ 89 พรรษา เสด็จหนีภัย ลอยแพข้ามสู่ฝั่งไทย. น. 234-235