เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร)

พระนามเดิม ท้าวสีวอรมุงคุน
พระนามเต็ม พระอาดยาหลวงเจ้าพระลามมะลาดซปาดีสรีมหาพุทธปริสัทธ์ กัตติยวอรราดซวงสาอุกาสะราซาพระนม
ราชวงศ์ เวียงจันทน์
รัชกาลก่อน เจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร)
รัชกาลถัดไป พระปราณีศรีมหาพุทธบริษัท (เมฆ รามางกูร)
วัดประจำรัชกาล วัดหัวเวียงรังษี ธาตุพนม
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ เวียงจันทน์
พิราลัย ธาตุพนม
พระบิดา เจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร)
พระมารดา อาดยานางยอดแก้วสีบุนมา
ชายา อาดยานางบุสดี

เจ้าพระรามราชปราณีฯ นามเต็มพื้นเมืองพนมว่าพระอาดยาหลวงเจ้าพระลามมะลาดซปาดีสีมหาพุทธปริสัทธ์ กัตติยวอรราดซวงสาอุกาสะราซาพระนม บ้างออกว่าอาดยาหลวงกางน้อยสีวอรมุงคุน จุ้มพระราชโองการในอุรังคธาตุนิยมออกนามแสนกางน้อยสีมุงคุร นามเดิมท้าวสี (ศรี) ยศเดิมท้าวสีวอรมุงคุน[1] ทายาทและชาวบ้านออกนามเจ้าพ่อขุนโอกาสบ้าง ยาปู่หลวงกางบ้าง เจ้าปู่หลวงกางน้อยบ้าง เป็นขุนโอกาส (เจ้าโอกาส) หรือนัยว่าเป็นเจ้าเมืองธาตุพนมลำดับ ๒ จากราชวงศ์เวียงจันทน์ เริ่มปกครอง พ.ศ. ๒๓๖๐-๖๑ ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ปกครองต่อจากบิดา[2] ในวันเดียวเดือนเดียวแต่คนละปีกับพิธียกหอคำเจ้าอนุวงศ์[3] คำให้การชาวบ้านดงนาคำในบันทึกพระเทพรัตนโมลี (แก้ว กนฺโตภาโส, อุทุมมาลา, ป.ธ.๖, นธ.เอก) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารและเจ้าคณะจังหวัดนครพนม ระบุเป็นผู้รักษาบั้งจุ้มหรือคัมภีร์อุรังคธาตุฉบับลานคำซึ่งเป็นฉบับดั้งเดิมที่สุด และนำไพร่พลข้าโอกาสพระธาตุพนมอพยพตั้งบ้านดงใน บ้านดงนอก บ้านหมากนาว (มะนาว) ฝั่งซ้ายน้ำโขงในแขวงคำม่วนพร้อมแสนพนมและแสนนามนายกอง[4]

เจ้าพระรามราชปราณีฯ เป็นบิดาพระอัคร์บุตร (บุนมี) ขุนโอกาสธาตุพนมลำดับสุดท้ายในอารักขาฝรั่งเศส เป็นบิดาพระอุปราชา (เฮือง) ผู้ตั้งสกุลรามางกูร เป็นน้า (น้องแม่) พระปราณีศรีมหาพุทธบริษัท (เมฆ) ขุนโอกาสธาตุพนมลำดับ ๓ เป็นปู่พระยาโพสาราช (พมมะพุทธา) เจ้าเมืองเซบั้งไฟคนแรก เป็นปู่พระบำรุงพระนมเจดีย์ศรีมหาบริษัท (เทบปะจิด) นายกองข้าพระธาตุพนมคนสุดท้าย เป็นปู่หมื่นศีลสมาทาน (สีลา) กำนันตำบลธาตุพนมคนแรก และเป็นทวดของวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ ฯลฯ

พระนาม[แก้]

พื้นเมืองพนม (ประวัติวงศ์เจ้าเมืองธาตุพนม) ระบุนามเต็มพระอาดยาหลวงเจ้าพระลามมะลาดซปาดีสีมหาพุทธปริสัทธ์ กัตติยวอรราดซวงสาอุกาสะราซาพระนม บ้างออกนามอาดยาหลวงกางน้อยสีวอรมุงคุน หรือท้าวสีวอรมุงคุน หรือท้าวกางน้อย หรือท้าวสี หนังสืออุลังคนีทานหรือพื้นอุลํกาธาฉบับหอสมุดแห่งชาติบ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ๒ ฉบับออกนามแสนกางน้อยศรีมุงคุรบ้าง แสนข้าน้อยสีมุงคุรบ้าง แสนคานน้อยสีมุงคุรบ้าง สำเนาเอกสารตั้งสกุลและอนุญาตให้ใช้สกุลรามางกูรของพระอุปราชา (เฮือง) ๒ ฉบับ กับอนุสรณ์ ร้อยตำรวจตรี ประดิษฐ์ รามางกูร ๒๒ กันยายน ๒๕๒๘ ออกนามหลวงกลางน้อยศรีมงคล คำให้การชาวบ้านดงนาคำออกนามแสนกลางน้อยศรีมงคลและแสนกลางน้อยศรีมุงคุล

ในจุ้มพระราชโองการกษัตริย์เวียงจันทน์จากคัมภีร์อุรังคธาตุ[แก้]

หนังสืออุรังคธาตุนิทานหอสมุดแห่งชาติ (ฉบับ ๑)[แก้]

คัมภีร์ใบลานหนังสืออุลังคนีทานหรือพื้นอุลํกาธาฉบับหอสมุดแห่งชาติบ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ฉบับ ๑ ไม่ปรากฏศรัทธาสร้าง หน้า ๒๔-๒๖ ออกนามว่าแสนกางน้อยศรีมุงคุรและระบุว่าได้รับยศชั้นเจ้าหัวแสนซึ่งสูงกว่าเจ้าหัวหมื่นต่ำกว่าเจ้าหัวเศิกจากเจ้าอุปราชนองกษัตริย์เวียงจันทน์ (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๒๘๓-๙๔) ตรวจสอบจากฉบับอื่นพบศักราชคลาดเคลื่อน เนื้อความระบุว่า ...(น. ๒๔) สังกาชได้ฮ้อย ๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ ๒ วัน ๒ ปานเซ่นเจ้าครูหลวงพรนซะเม็กให้เจ้าทั้ง ๔ ทั้งด้านทั้ง ๔ แต่งฮักษาข้าโอกาส แลพระราชาอาจญาสมเด็จบุรมมบุพพิตพระมหาธนมปโชติ (น. ๒๕) โพสัตทิราชเจ้า สมพระเป็นเจ้าอันเป็นพระอยู่หัว ประสิทธิพระราชาอาจญาโอวาทจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนข้าน้อยสีมุงคุร ให้พีพักรักษาซีซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาสทางดงบุร อย่าให้สวนส่งไปใต้เหนือที่ใด หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวนสนไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยภูผาดอมพระยาแสนหมื่นทิศใดก็ดี ให้แสนคานน้อยสีมุงคุรจัดทาวถอดถอนเอาได้ดังเก่า ไผอย่าถกถอนเอาสัพพน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกกอก ละนอง หนองแก ซะโปน เมืองวัง เซียงหุ่ง รุผาบัง ให้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มปกเอา อัน ๑ ให้เด็กน้อยถืกโอวาทดวงอย่านำอาจญาเฮาพระองค์แลนางพระกะสัตไปจัดเอาเข้าใส่เยีย บ่ให้เอาดอมเขาเว้นไว้แต่เฮาพระองค์มีอาจญ์ใส่หัวเขาสิ่งใด จิงได้จิงรามสีสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราชาสมบัติ ท้าวพระยาแสนหมื่น ๑๐ ฮ้อยน้อยใหญ่แคล้วหาญอย่า (น. ๒๖) ซำลิผิบาปไหมใส่โทษเอาน้ำนิ่งสิ่งเข้าของเงินคำ ช้างม้างัวควาย ช้างม้าเสื้อผ้า ลูกหญิงน้องสาว สีนาดตาดทอง อย่ากดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึบขบเฮียงกินเข้าไปเป็นปกติเทอญ...[5]

หนังสืออุรังคธาตุนิทานหอสมุดแห่งชาติ (ฉบับ ๒)[แก้]

คัมภีร์ใบลานหนังสืออุลังคนีทานหรืออุลังคะนิทานฉบับหอสมุดแห่งชาติบ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ฉบับ ๒ ศรัทธาสร้างโดยพ่อเจ้าทิดแดง หน้าลานที่ ๒๕-๒๗ ออกนามว่าแสนกางน้อยศรีมุงคุร เนื้อความเดียวกับฉบับ ๑ เทียบ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๓๔๘-๗๑) เนื้อความระบุว่า ...(น. ๒๕) สังกาสได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปานเซ่นเจ้าครูหลวงพรน (โพน) สะเม็กให้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่งรักษาข้าโอกาส แลพระราชอาชญาสมเด็จบุรมมบุพพิตต พระมหาธนมปโชตโพสัตตทิราชเจ้า สมเด็จพระเป็นเจ้าองค์เป็นพระอยู่หัวประสิทธิพระราชอาชญาโอวาทจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพัก (พิทักษ์) รักษาซีซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาสทางดงบุร อย่าให้สวนสนไปใต้เหนือ ที่ใดหมู่ซุมพีน้องลูกหลานหากสวนสน ไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสน (น. ๒๖) หมื่นที่ใดก็ดี ให้แสนกางน้อยสีมุงคุรชวนจัดท้าวถอดถอนเอามาไว้ดังเก่าไป อย่าถกถอนเอาสรรพน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกคอก ละนอง หนองแก ซะโปน เมืองวัง เซียงหุ่ง ฮุ่งผาบังไป แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มปกเอา อัน ๑ ให้เด็กน้อยถืกโอวาทดวงยำนำอาชญาเจ้าเฮาพระองค์แลนางพระกษัตริย์ ไปจัดเอาข้าวใส่เยียบ่ให้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองค์มีอาญาใส่หัวเขาสิ่งใดจึงได้ จึงฮามสีสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราชสมบัดิท้าวพระยาแสนหมื่นสิบฮ้อยน้อยใหญ่แกล้วหาญ อย่าซ้ำลี้ผีบาปไหมใส่โทษ เอาน้ำนิ่งสิ่งข้าวของเงินคำ ช้างม้างัวควาย ช้างม้าเสื้อผ้า ลูกหญิงนางสาว สีนาดตาดทอง อย่าคดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบเฮียง กินข้าวสางอย่าฮีบข้าวติบ อย่ายอเล้าอย่าขอดสางจอดยาแปง อัน ๑ ข้อยเขาได้ไถ่อย่าถอดถอนเอา (น. ๒๗) ดอมเขาผู้รักษาพระราชอาชญา อันใดนอกพระราชอาญาอย่ากระทำ กุงประสิทธิพระราชอาญาถวายพระสกาสนอก พระยาจึงให้จุ้มหลั่งน้ำไว้หั้นแล ก็จึงซ้ำสร้างวัดหลัง ๑ ไว้ก้ำเหนือภูกำพร้าชื่อว่าวัดสวนสวัน ซ้ำให้ข้าโอกาสไว้ กับตื่มเขตแดนดินแต่ปากห้วยเซือมนั้นแก่พระมหาธาตุเจ้าแล้วจีงเสด็จจากเมือสู่เมือง...[6]

ลำอุรังคธาตุวัดสีพิมพามุงคุน (ผูก ๑)[แก้]

คัมภีร์ใบลานลำอุรังคธาตุหรือลำอุรังคะทาตุฉบับวัดสีพิมพามุงคุน เมืองสองคอน แขวงสุวรรณเขต ลาว ผูก ๑ ระบุ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ หน้าลานที่ ๒๓-๒๕ เนื้อความระบุว่า ...สังกาสได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอาทั้ง ๔ แต่งฮักษาข้าโอกาษ แลพระราซะอาสยาสมเด็ดตัปปะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตโพสัตตาทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ประสิทธีราซะอาสสาซะโอกาษจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุคุร ให้พิพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอรดาไว้ดังเก่า ไผถกอย่าถกอย่าถอรเอาสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกกอก ระนอง หนองแส สองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาสยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่ร สีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนิ่งสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาษทอก อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮิบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสางจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระราซะอาษยาอันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำโคบซีงพระราซะอาษยาถวายสะกาษนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบองบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

ลำอุรังคธาตุวัดสีพิมพามุงคุน (ผูก ๒)[แก้]

คัมภีร์ใบลานลำอุรังคธาตุหรือลำอุรังคะทาตุฉบับวัดสีพิมพามุงคุน เมืองสองคอน แขวงสุวรรณเขต ลาว ผูก ๒ ระบุ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ หน้าลานที่ ๒๓-๒๕ เนื้อความระบุว่า ...สังกาสได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๐ ๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอากัง ๔ แต่งไห้ฮักษาข้าโอกาษ แลพระลาซะอาษยาสมเด็ดตัปปะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตพระสัตตาทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ไปสีทธีพระราซะอาษยาซะโอวาษจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกอย่าถอดถอรสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกพอก ระนอง หนองแส สองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผิบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีงสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาษทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระราซะอาสยาอันไนอันนอกพระราซะอาสยาอย่ากะทำโคบซีงพระราซะอาษยาถวายสะกาสนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

ลำอุรังคธาตุวัดสีพิมพามุงคุน (ผูก ๓)[แก้]

คัมภีร์ใบลานลำอุรังคธาตุหรือลำอุรังคะทาตุฉบับวัดสีพิมพามุงคุน เมืองสองคอน แขวงสุวรรณเขต ลาว ผูก ๓ ระบุ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ หน้า ๒๗-๒๙ เนื้อความระบุว่า ...สังกาษได้ฮ้อย ๘๐ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เอาเจ้าเอาทั้ง ๔ แต่งไห้ฮักษาข้าโอกาด แลพระลาซะอาษยาสมเด็ดตัสสะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตพระสัตตะทีราษเจ้าสมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัว ประสีทธิราซะอาษยาโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ให้พีพักฮักษาพีซะหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาษทางดงบุร อย่าไห้สวรเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวรเส็นไปลี้ซ่อรอยู่หว้ายฮูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดท้าวถอดเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกอย่าถอดสัพพะน้ำหนองกองปาข้อยลงมาแต่จอกพอก ระนอง หนองแส สองแกว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตุ้มต่อฮ่อเอา อัน ๑ ให้เล็กน้อยถือโอวาษดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยีย บ่ไห้เอาดอมเขา เว้นแต่เฮาพระองมีอาษยาไส่หัวเขาสี่งได จีงไห้ลามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสน (เ) หมื่รสีบฮ้อยน้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีงสี่งของเงินคำ ซ้างม้างัวควย เสื้อผ้า ลูกยีงนางสาว สีนาดตาดทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮึขบฮบกีนเข้าสานอย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยา อย่าขอดสานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเข้าได้อย่าถอดเอาดอมเขา ผู้ฮักษาพระลาซะอาษยาอันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำโคบซีงพระลาซะอาษยาถวยสะกาษนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบุรได้เอาเข้าไปไส่พระพุทธะเจ้า...

หนังสืออุรังคธาตุฉบับวัดซาตะกะทานะวันมิโก[แก้]

คัมภีร์ใบลานหนังสืออุลังกาทาตุฉบับวัดซาตะกะทานะวันมิโก บ้านนาต้าย เมืองจำพอน แขวงสุวรรณเขต ลาว หน้า ๒๓ บรรทัด ๑-๔ และหน้า ๒๔ บรรทัด ๑-๔ ระบุ จ.ศ. ตรงกับสมัยเจ้าอุปราชนองกษัตริย์เวียงจันทน์เช่นเดียวกับหนังสืออุรังคธาตุนิทานหอสมุดแห่งชาติ (ฉบับ ๑) เนื้อความระบุว่า ...ทางใด พระยาทาง ๒ มาพ้อมเจ้าโอกาด ใด้ฮ้อย ๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กให้เจ้าเอาทัง ๔ ตนไห้ฮักสาข้าโอกาดแล พระรัชจะอาสาสมเด็ดตัสสะอุดดมบุรมมะบุพพัตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตสัตตะทิราดเจ้า สมเด็ดพระเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัวประสีทธีพระระซาอาสาโอวาดกาดจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกางน้อยปะสิมุงคุร ให้พิพักฮักสาพี่น้องหมู่ซุมพี่น้องลูกหลานข้อยโอกาดทางดงบุรอย่าให้สวานเส็นไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่พี่น้องลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดถอดถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดสัพพะน้ำหนองกองปากอมปาถะข้าลงมาแต่จองพอก นอง หนองแก้ว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผา ๘ บัง ให้แสนกางน้อยสิมูงคูรร์ตุรเอาอัน ๑ ให้เล็กน้อยถะโอวาดดวงหยำนามอาษยาเฮาพระองแลนางกระสัดใปถอดเอาเข้าใส่เยีย บํ่ให้เอานำเขาเวนไว้แต่เฮาพระองมีอาษยาใส่หัวเขาสิ่งใด จีงให้ลางสิเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสิบฮ้อยน้อยใหย่แก้วหานอย่าซำริผิบาปใหมใส่โทดเอาน้ำนีงสิ่งของ ทอง เงิน คำ ซ้าง ม้า งัว ควาย เสื้อ ผ้า ลูกยีง นางสาว สีนาด ตาดทอง อย่ากดขี่ซีเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกินเข้าสาน อย่าฮิบเข้าติบ อย่ายอหยา อย่าสางจอด อย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาใด้อย่าถอดถอรเอาดอมเขาผู้ฮักษาพระระซาอาษยา อันไนอันนอกพระราซะอาษยาอย่ากะทำพรัยซึ่งพระราซะอาษยาถวาย สังกลาดนองพระยาทัง ๕ มีพระยาสีโคดตะบองใด้เอาเข้าใปใส่บาดพระพุทธะเจ้ายามนั้น คันจุตติไปเกิดเมืองฮ้อยเอ็ดมาเกิดเป็นพระยาสุมีตตาธาในเมืองมะรูกขะนะคอร พระยาปัสเสนจุตติมาเกิดเป็นบุลีอว่ายลว่าย คันจุตติเกิดเป็นจันทะภานีด...

อุลังกะทาดตุนีทานฉบับวัดอับเปวันนัง[แก้]

คัมภีร์ใบลานอุลังกะทาดตุนีทานหรืออุลังคะธาตุนิทานฉบับวัดอับเปวันนัง บ้านบกท่ง เมืองจำพอน แขวงสุวรรณเขต ลาว หน้า ๒๔-๒๖ ศักราชคลาดเคลื่อนมากเพิ่ม ๔๐๐ ตัว จาก ๑๐๐ ตัว เป็น จ.ศ. ๕๐๘ เนื้อความระบุว่า ...ไปไต้เหนือทางไดไห้พระยาทัง ๒ มาคอบเจ้าโอกาด ได้ ๕ ฮ้อย ๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพนซะเม็กไห้เจ้าเอาทัง ๔ แต่งไห้ฮักสาข้าโอกากาดแล พระลาซะอาดยาสมเด็ดตัสสะอุดมบุรมมะบุพพิตตะ พระมะหาทาดนามมาปะโชตะสัตตะทีราดเจ้า สมเด็ดพระเป็นเจ้าอันเป็นพระอยู่หัวประซีทิพระราซะอาดยาโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ไห้พีพักฮักสาพีชซะหมู่ซุมพี่น้องลูกแลหลานข้อยโอกาดทานเดิมบุรอย่าไห้สวานเสียไปไต้เหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสวานเสียไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรจัดซ้อรถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดสัพพะน้ำหนองกองปาข้าลีนมาแต่จอกพอก ระนอง หนองสองแคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮ่ม ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มฮ่อเอา อัน ๑ ไห้เล็กน้อยถือดวงหยำนำอาดยาเฮาพระองและนางกระสัดไปจัดเอาเข้าไส่เยียบ่ได้ไห้เอาดอมเขา เวนไว้แต่เฮาพระองมีอาดยาไส่หัวเขาสิ่งไดจิงได้ ไห้รามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบน้อยฮ้อยไหย่แก้วหานอย่าซารีผีบาปไหมไส่โทด เอาน้ำนีสีของเงินคำ ซ้างม้างัวควาย เสื้อผ้าลูกยีงนางสาว สีนาดตาดทอง ผาคดขื่อซื้อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกีนเข้าสาน อย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอหยาหยาดขอด สานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาอย่าถอดถอรเอาดอมเขาผู้ฮักสาพระราซะอาดมะยาอันอยู่ไนอันนอกพระราซะอาดยา อย่ากะทำโคบซีงพระระซะนะอาสยาถวายสังกาส...

พื้นธาตุพนมฉบับวัดใหม่สุวันนะพูมาราม[แก้]

คัมภีร์ใบลานพื้นทาตุพระนมหรือพื้นธาตุพนมฉบับวัดใหม่สุวันนะพูมาราม บ้านป่าขาม นครหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง ลาว หน้า ๒๓-๒๕ เนื้อความระบุว่า ...(น. ๒๓) ไปไต้เมือเหนือทางไดไห้พระยาทั้ง ๒ มาคอบเจ้าโอกาด สังกลาดได้ฮ้อย ๘ ตัว ปีเดือนเจียง ขึ้น ๓ ค่ำ วัน ๒ ปางเซ่นเจ้าคูหลวงโพซะเม็กไห้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่ไห้ลักสาข้าโอกาดแล พระราซาอาษยาสมเด็สตัปปะอุดมบุรมมะบุพพีตตะ พระมะหาทะนามะปะโซตกระสัตตาทีราชซะเจ้า สมเด็สพระเป็นเจ้าองเป็นพระอยู่หัวประสีทธิพระราชซะอาษาพระราซะโอวาดจุ้มดวงนี้ไส่หัวแสนกางน้อยสีมุงคุร ไห้พีพักฮักษาพีชซะหมู่ซุมพี่น้อยลูก (น. ๒๔) หลานข้อยโอกาดทางดงบุรอย่าไห้สวานเส็นไปไต้เมือเหนือที่ได หมู่ซุมพี่น้อยลูกหลานหากสวานเส็นไปลี้ซ่อรอยู่ห้วยฮูภูผาอยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่รที่ไดกะดี ไห้แสนกางน้อยมุงคุรสะวัดจัดท้าวถอดถอรเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดเอาสัพพะน้ำหนองกองข้อยลงมาแต่จอกพอก ละนอง ๆ แคว ซะโปน เมืองวัง เซียงฮุง ผาบัง ไห้แสนกางน้อยสีมุงคุรตู้มปกพกพันเอา อัน ๑ ไห้เด็กน้อยถือโอวาดดวงหยำนำอาษยาเฮาพระองแลนางพระไปจัดเอาเข้าไส่เยียบ่ไห้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เฮาพระองมีอาษาไส่หัวเขาสิ่งไดจิงไห้รามสีเถ้าเอาขาบถวายเป็นราซะสมบัด ท้าวพระยาแสนหมื่รสีบฮ้อยน้อยไหย่แก้วหานอย่าซำลิผิบาปลังไหมเอาน้ำนีงซีงของงอคำ ซ้างม้า งัวควาย เสื้อผ้า ลูกยีง นางซาว สีนาด ตาดทอง อย่ากดขื่อซื่อเฮือนเขา อัน ๑ อย่าฮื้อขบฮบกีนเข้าสาน อย่าฮีบเข้าตีบ อย่ายอเหล้า หย่าขอดสาน (น. ๒๕) จอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาได้ไถ่อย่าได้ถอดถอรเอาดอมเจ้าผู้ฮักษาพระราซะอาษยาอันไดนอกพระราอาษยาอย่าได้กะทำ คุงปะสิทธีพระราซะอาษยาถวายสังกลาดนอก...

ตำนานพระธาตุพนมฉบับหอพระสมุดฯ[แก้]

ตำนานธาตุพนมฉบับหอพระสมุดฯ (ตีพิมพ์) แปลจากอักษรธรรมลาว มหาเสวกตรี พระยาเพ็ชรรัตนสงคราม (เลื่อง ภูมิรัตน์) ครั้งเป็นพระยาสุนทรเทพกิจารักษ์สมุหเทศาภิบาลมณฑลเพ็ชรบูรณ์ถวายในหอพระสมุดฯ พระพนมนัครานุรักษ์ข้าหลวงประจำจังหวัดนครพนมขอราชบัณฑิตยสภาจัดพิมพ์ครั้งที่ ๒ มอบเงินบำรุงวัดพระธาตุพนมในสมัยพระครูศิลาภิรัต (หมี บุปผาชาติ) เป็นเจ้าอาวาส ออกนามแสนกลางน้อยศรีมุงคุลและแสนกลางน้อยศรีมุงคุลสวัสดิ์ เนื้อความแปลไทยระบุว่า ...ไปใต้เหนือที่ใด ให้พระยาทั้ง ๔ มาบอกเจ้าโอกาส ศักราชได้ ๑๐๘ ปี เดือนเจียงขึ้น ๑๓ ค่ำ วันจันทร์ ปางเช่นเจ้าครูหลวงโพนชะเม็ก ให้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่งให้รักสาข้าโอกาส และพระราชอาญาสมเด็จตัประอุดมบรมบพิตร พระมหาธนามประโชตะกษัตราธิราชเจ้าสมเด็จพระเป็นเจ้า องค์เป็นพระอยู่หัวประสิทธิพระราชอาญา พระราชโอกาสจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกลางน้อยสีมุงคุลให้พิทักษ์รักษา พิชหมู่ชุมพี่น้องลูกหลานข้าโอกาสทางคงบุญ อย่าให้สว่านเส่นไปใต้เหนือ ที่ไหนหมู่ชุมพี่น้องลูกหลาน หากสว่านเส่นไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยฮูภูผา ดอมท้าวพระยาแสนหมื่นที่ใดก็ดี ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลสวัสดิ์ จัดท้าวถอดถอนเอามาไว้ดังเก่า ใครอย่าถอดถอนเอาสัพพะน้ำหนองกองข้าลงมา แต่จอกพอกละนอง เคอนชะโปนเมืองวัง เชียงร่มผาบัง ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลตุ้มปกเอา อนึ่งให้เด็กน้อยถือโอกาสดวงยำ นำอายาเล่าพระองค์ และนางกษัตริย์ไปจัดเข้าใส่เยียไม่ให้เอากับเขาเว้นไว้แต่เราพระองค์ มีคำสั่งใส่ศีร์ษะเขาสิ่งใด จึงให้ร่ามศรีเฒ่าแก่ เอากราบถวายเป็นราชสมบัติ ท้าวพระยาแสนหมื่น สิบร้อยน้อยใหญ่แก้วหาร อย่าชะริผิบาปไหม เอาสิ่งของเงินคำ ช้าง, ม้า, โค, กระบือ, เสื้อผ้า ลูกหญิง นางสาว ศรีนาดตาดทอง อย่ากดขี่ซื้อเรือนเขา อนึ่งอย่ารื้อขบรบกินเข้าสาร อย่าริบเข้าติบ อย่าย่อร้อหย่าขอดสารจอด อย่าแปลง อนึ่งเข้าเขาได้ไถ่อย่าถอดเอากับเขาผู้รักษาพระราชอาญา อย่ากระทำกรุงประสิทธิ์พระราชอาญา ถวายศักราชนอก...[7]

ตำนานอุรังคธาตุฉบับที่ระลึกงานกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยขอนแก่น[แก้]

ตำนานอุรังคธาตุที่ระลึกกฐินพระราชทาน มข. (ตีพิมพ์) ถวายวัดพระธาตุพนม ๒๖-๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ ออกนามแสนกลางน้อยศรีมุงคุล ศักราชคลาดเคลื่อนจาก ๑๐๘ เป็น ๕๘ หรือ พ.ศ. ๒๓๓๙ เช่นอุลังกะทาดตุนีทานฉบับวัดอับเปวันนัง ช่วงศักราชราวสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชมหาราช (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๑๘๑-๒๒๓๘) พระยาจันทสีหราชหรือพระยาเมืองแสน (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๒๓๘) และเจ้าองค์หล่อ (ครองราชย์ราว ๒๒๓๙-๔๒) เนื้อความระบุว่า ...ไปใต้เหนือทางใด ให้พระยาทั้ง ๒ มาคอบเจ้าโอกาส สังกาศได้ ๕๐๘ ตัว เดือนเจียง ขึ้น ๑๐ ค่ำ วัน ๒ ปางเช่นเจ้าครูหลวงโพนซะเม็ก ให้เจ้าด้านทั้ง ๔ แต่งรักษาข้าโอกาสแล พระราชอาชญาสมเด็จตรัสอุดมบรมบพิตรพระมหาธนมประโชติสัตตธิราชเจ้า สมเด็จพระเป็นเจ้าอันเป็นพระอยู่หัว ประสิทธิพระราชอาชญาโอวาทจุ้มดวงนี้ใส่หัวแสนกลางน้อยสีมุงคุล ให้พิทักษ์รักษาพีชชะหมู่ซุมพี่น้องลูกแลหลานข้อยโอกาสท่านดงบุญอย่าให้สว่านเสียไปใต้เหนือที่ใด หมู่ซุมพี่น้องลูกหลานหากสว่านเสียไปลี้ซ่อนอยู่ห้วยรูภูผา อยู่ดอมท้าวพระยาแสนหมื่นที่ใดก็ดี ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลจัดท้าวซ้อนถอนเอามาไว้ดังเก่า ไผอย่าถกถอดสรรพน้ำหนองพองป่า ข้อยลงมาแต่ จอกพอกละนองหนองสองแคว ซะโปน เมืองวัง เชียงหุงรุ้ง ผาปัน ให้แสนกลางน้อยศรีมุงคุลตุ้มปกเอา อัน ๑ ให้เด็กน้อยถืกโอวาทดวงอยำนำอาชญาเราพระองค์แลนางกษัตริย์ไปจัดเอาข้าวใส่เยีย บ่ได้ให้เอาดอมเขา เว้นไว้แต่เราพระองค์มีอาชญาใส่หัวเขาสิ่งใดจีงได้ จีงให้รามศรีเฒ่าเอาขายถวายเป็นราชสมบัติท้าวพระยาแสนหมื่นสืบร้อยน้อยใหญ่แก้วหาญอย่าช้า อันว่า ผิบาปไหมใส่โทษเอาน้ำนี้สิ่งข้าวของเงินคำช้างม้าวัวควายเสื้อผ้าลูกหญิงนางสาวสีนาทตาดทองอย่ากดขื่อซื้อเรือนเขา อันหนึ่ง อย่ารื้อขับรับกินข้าวสาร อย่าริบเข้าติบ อย่ายอเลา หย่าขอดสานจอดอย่าแปง อัน ๑ ข้อยเขาได้ไถ่อย่าถอดถอนเอาดอมเขาผู้รักษาพระราชอาชญา อันใดนอกพระราชอาชญาอย่ากระทำ สิทธิพระราชอาชญาถวายพระสังกาศ มาตราหนึ่ง หลักดินพระชินธาตุชั้นในทางเหนือแต่ปากห้วยหญ้าหมอม คือว่าห้วยพอมเพาะทาง ๒ วันออกฮอดดินกลางน้ำ ทางใต้ปากน้ำเซ ก้ำตกกทางตะวันตกพระชินะห้วยผะผือ คือว่าห้วยแกนแวนเวียนอ้อมล้อมทุกแห่งเป็นเขตดินพระชินธาตุชั้นในแล...[8]

คำให้การชาวบ้านดงนาคำ[แก้]

เอกสารประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม) พระเทพรัตนโมลีเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมเรียบเรียง ระบุคำให้การของชาวบ้านดงนาคำออกนามว่าแสนกลางน้อยศรีมงคลและแสนกลางน้อยศรีมุงคุล ช่วงปกครองธาตุพนมกลับตรงสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชมหาราช (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๒๑๘๑-๒๒๓๘) สันนิษฐานศักราชคงคลาดเคลื่อนเนื่องจากห่างสมัยเจ้าอนุวงศ์ ๑๐๐ กว่าปี เนื้อความโดยละเอียดระบุว่า ...ตามคำให้การของชาวบ้านดงนาคำอยู่ในประเทศลาวตรงข้ามกับธาตุพนมซึ่งได้บอกกันสืบต่อ ๆ มาจากบรรพบุรุษว่า เมื่อสร้างยอดพระธาตุเสร็จแล้วเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กได้สั่งให้หัวหน้าข้าโอกาสทั้ง ๓ คนคือแสนกลางน้อยศรีมงคล แสนพนม และแสนนามพาครัวลูกหลานบ่าวไพร่อพยพจากบ้านธาตุพนมไปตั้งภูมิลำเนาอยู่แถวดงนาคำลึกจากฝั่งโขงเข้าไปในฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเขตประเทศลาว ก่อนไปเจ้าราชครูฯ ให้โอวาทว่า "สูเจ้าจุ่งลูกหลานญาติพี่น้องจุ้มเจื้อเชื้อแนวไปสร้างบ้านแปงเฮือน เฮ็ดไฮ่ใส่นาอยู่แถวดงนาคำบ่อนดินดำน้ำซุ่มพุ้น ที่นั้นมีผลหมากไม้บ่ไฮ้บ่อึด มียอดบุ่นยอดหวายเผิ่งมิ้มของป่าของดงก็มาก ที่สร้างแปงไฮ่นาก็กว้างบ่อึดบ่อยาก ให้เคารพยำแยงคุณแก้ว ๓ ประการ อย่าได้ประมาท ให้เอาบั้งจุ้มพระธาตุพนม (ตำนาน) เป็นที่ไหว้สักการะบูชาพิทักษ์ฮักษาอย่าขาด เพื่อให้เป็นเนื้อหนังอุปกรณ์แก่พระชินธาตุเจ้าตามเฒ่าแก่บูฮาณมา ก็หากจักวุฒิสวัสดิ์แก่สูเจ้าทั้งหลายทุกเมื่อหั่นแลฯ" ดังนี้ ส่วนแสนกลางน้อยศรีมุงคุลได้อพยพพวกพร้องไปตั้งอยู่บ้านมะนาว แสนพนมไปตั้งอยู่บ้านดงใน แสนนามพาครอบครัวไปตั้งอยู่บ้านดงนอก ทั้ง ๓ บ้านถือพระบรมธาตุและตำนานพระธาตุเป็นสรณะอันศักดิ์สิทธิ์สืบมาจนบัดนี้ ตำนานพระธาตุพนมที่ชาวดงนาคำได้ไว้นั้น เล่ากันว่าเป็นฉบับดั้งเดิมและละเอียดถูกต้องกว่าฉบับอื่น ๆ จารึกลงในลานทองบรรจุหีบศิลาอย่างดี ต้องเปลี่ยนวาระกันสักการะบูชาบ้านเรือนละ ๓ วัน เวียนกันไป ถือขลังและศักดิ์สิทธิ์จนเข้ากระดูกดำใครไปขอดูก็มิได้ เขาว่าเจ้าเก่านายหลังเขามาพวกเขาจึงจะเอาตำนานนั้นให้ พวกเราก็จะได้ดิบได้ดีเพราะได้สั่งความกันไว้แต่สมัยก่อนโน้น และบอกลักษณะเจ้าเก่าที่จะมานั้นว่า ต้องพิสูจน์โดยการเอาน้ำใส่โอ (ขัน) ใหญ่และให้เหยียบดู ถ้าน้ำไม่ล้นโอก็ใช่ มันเป็นแบบหาหนวดกับเต่าหาเขากับกระต่าย ตายแล้วตายอีกก็คงไม่พบ จึงเป็นการยากที่คนภายนอกจะรู้เคล็ดลับกับเขา บ้านเหล่านี้สันนิษฐานว่าเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กจะสั่งย้ายภายหลัง เมื่อบ้านธาตุพนมแตกครั้งที่สองที่ได้นำเอาข้าโอกาสชาวธาตุลงไปจำปาศักดิ์ตามตำนานพระธาตุพนม...[9]


ก่อนหน้า เจ้าพระรามราชปราณีศรีมหาพุทธปริษัท (ศรี รามางกูร) ถัดไป
เจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร) 2leftarrow.png ขุนโอกาสหรือเจ้าโอกาส (เจ้าเมือง) ธาตุพนม
2rightarrow.png พระปราณีศรีมหาพุทธบริษัท (เมฆ รามางกูร)


อ้างอิง[แก้]

  1. พระมหาดวง รามางกูร, พื้นเมืองพนม (ประวัติวงส์เจ้าเมืองธาตุพนม), (ม.ป.ท.: วัดบวรนิเวศวิหาร คณะแดงรังสี, ม.ป.ป.), ไม่ปรากฏหน้า (อัดสำเนา).
  2. วีรพงษ์ รามางกูร, อนุสรณ์ ร้อยตำรวจตรี ประดิษฐ์ รามางกูร ๒๒ กันยายน ๒๕๒๘: อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ร้อยตำรวจตรี ประดิษฐ์ รามางกูร ณ เมรุวัดตรีทศเทพ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๒๘ เวลา ๑๗.๐๐ น., (กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.ส., ๒๕๒๘), หน้า ๑.
  3. คัมภีร์ใบลานเรื่อง ตำนานเมืองเก่า (บั้งจุ้ม (ตำนานเมือง)). วัดโพนกอก บ้านปากกะยุง เมืองทุละคม แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว. เอกสารใบลาน ๑ ผูก. อักษรธรรมลาว (เฉพาะหน้า ๓๕ อักษรธรรมลาว-ลาวเดิม). ภาษาบาลี-ลาว. เส้นจาร. ม.ป.ป.. โครงการปกปักรักสาหนังสือใบลานลาว (โครงการร่วมมือลาว-เยอรมัน) เลขรหัส PLMP ๑๐ ๐๒ ๐๑ ๑๔ ๐๐๔_๐๒. หมวดตำนานเมือง. ๒๑ ใบ ๔๒ หน้า (ตรวจสอบมี ๑๘ ใบ ๓๖). หน้า ๑๒
  4. พระเทพรัตนโมลี (เรียบเรียง), "ประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม)", ใน ติสฺสวํโส ภิกฺขุ และคณะ, สมเด็จพระสังฆราชลาว พระชนม์ ๘๙ พรรษา เสด็จหนีภัย ลอยแพข้ามสู่ฝั่งไทย: มูลมรดกชนชาติอ้ายลาว อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระยอดแก้ว พุทธชิโนรสสกลมหาสังฆปาโมกข์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งพระราชอาณาจักรลาว ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิริทราวาส กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๘, (กรุงเทพฯ: ม.ป.พ., ๒๕๒๘), หน้า ๒๓๔-๒๓๕.
  5. คัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน (พื้นอุลํกาธา). (ฉบับ ๑) หอสมุดแห่งชาติ บ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ลาว. เอกสารใบลาน ๑ ผูก. อักษรธรรมลาว. ภาษาบาลี-ลาว. เส้นจาร. ม.ป.ป.. ไม่ปรากฏเลขรหัส. หน้า ๒๔-๒๖
  6. คัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน). (ฉบับ ๒) หอสมุดแห่งชาติ บ้านเซียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี ลาว. เอกสารใบลาน ๑ ผูก. อักษรธรรมลาว. ภาษาบาลี-ลาว. เส้นจาร. ม.ป.ป.. ไม่ปรากฏเลขรหัส. หน้า ๒๕-๒๗
  7. ราชบัณฑิตยสภา, ตำนานพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม: พระพนมนครานุรักษ์มีความเลื่อมใสพิมพ์ไว้เพื่ออุททิศส่วนประโยชน์ที่ควรจะได้จากหนังสือนี้ สำหรับบำรุงการพระศาสนาในจังหวัดนครพนม จำนวน ๓๐๐๐ เล่ม พ.ศ. ๒๔๗๔, พิมพ์ครั้งที่ ๒, (พระนคร: โรงพิมพ์พระจันทร์ ท่าพระจันทร์, ๒๔๗๔), หน้า ๒๔-๒๖.
  8. ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ,ดร., ตำนานอุรังคธาตุ: หนังสือที่ระลึกงานกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ ทอดถวาย ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม วันเสาร์ที่ ๒๖-วันอาทิตย์ที่ ๒๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒, (ขอนแก่น: ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ๒๕๖๒), หน้า ๑๖๑-๑๖๒.
  9. พระเทพรัตนโมลี (เรียบเรียง), "ประวัติเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ท่านเจ้าราชครูขี้หอม)", ใน ติสฺสวํโส ภิกฺขุ และคณะ, สมเด็จพระสังฆราชลาว พระชนม์ ๘๙ พรรษา เสด็จหนีภัย ลอยแพข้ามสู่ฝั่งไทย: มูลมรดกชนชาติอ้ายลาว อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระยอดแก้ว พุทธชิโนรสสกลมหาสังฆปาโมกข์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งพระราชอาณาจักรลาว ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิริทราวาส กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๘, หน้า ๒๓๔-๒๓๕.