คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ตราประจำมหาวิทยาลัย
คำขวัญ เจ้าพระยาไม่ขาดสาย
นิติฯ โดมไม่ขาดธรรม
บัณฑิตโดมต้องมุ่งนำ
ความยุติธรรมสู่สังคม
ชื่ออังกฤษ Faculty of Law,
Thammasat University
ที่อยู่

ท่าพระจันทร์
2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 14°04′32″N 100°37′02″E / 14.07559°N 100.61722°E / 14.07559; 100.61722
ศูนย์รังสิต
99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120

ศูนย์ลำปาง
248 หมู่ 2 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 52190
วันก่อตั้ง 27 มิถุนายน 2477[1]
คณบดี อุดม รัฐอมฤต
วารสาร • วารสารนิติศาสตร์[2]
• หนังสือพิมพ์ฎีกา[2]
• หนังสือรพี[2]
TUGETHER (ศูนย์ลำปาง)[ต้องการอ้างอิง]
สีประจำคณะ      สีขาว
สัญลักษณ์ ดู สัญลักษณ์คณะ
เว็บไซต์ Law.tu.ac.th
    

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการไทยระดับคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นคณะนิติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[3][4] มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ และมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของประเทศไทยหลายครั้งหลายครา กับทั้งได้สนองความต้องการของสังคมตามวัตถุประสงค์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เสมอมา ปัจจุบันคงเปิดดำเนินการและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

ประวัติ[แก้]

ตึกโดมและอนุสาวรีย์ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือกำเนิดขึ้นจากการจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายใน พ.ศ. 2440 โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม แต่ครั้งมีพระยศที่พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ฯ เพื่อให้การศึกษาอบรมด้านนิติศาสตร์โดยเฉพาะซึ่งไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ถึงแม้ครั้งนั้นมีสถานะเป็นแต่โรงเรียนอันมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ กระนั้นก็ได้มีแจ้งความของโรงเรียนเกี่ยวกับกำหนดการสอบไล่ของนักเรียนกฎหมายลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาอันเป็นหนังสือพิมพ์ข่าวราชการด้วย สำหรับที่ตั้งของโรงเรียนกฎหมายนั้นได้แก่ห้องเสวยของเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมซึ่งอยู่ถัดจากห้องทรงงาน โดยเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมทรงให้การศึกษาด้วยพระองค์เองเมื่อทรงเสร็จสิ้นการเสวยพระกระยาหารกลางวันแล้ว ครั้นมีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีการย้ายไปทำการเรียนการสอนยังตึกสัสดีหลังกลาง กระทรวงยุติธรรม

พ.ศ. 2453 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงพ้นจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม หลังจากนั้นโรงเรียนกฎหมายก็ทรุดโทรมตามลำดับ และต้องไปเปิดทำการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราวที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร และที่เรือนไม้หลังเล็ก ๆ ระหว่างตึกศาลแพ่งกับตึกเก๋งจีนซึ่งบัดนี้ทำลายลงเสียแล้ว

พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงรับโรงเรียนกฎหมายไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยให้สังกัดกระทรวงยุติธรรม และให้เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโรงเรียนนี้ โดยสถานที่เรียนนั้นย้ายมายังตึกกรมประชาสัมพันธ์เดิมบริเวณเชิงสะพานผ่านพิภพลีลา

พ.ศ. 2475 เมื่อมีการปฏิวัติสยามโดยคณะราษฎร รัฐบาลได้จัดตั้งคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ขึ้นในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นแห่งแรกในประเทศไทย แล้วให้โอนโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม ไปสมทบกับคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 เมษายน ปีนั้นเอง ครั้งนั้นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดให้การเรียนการสอนของโรงเรียนกฎหมาย เป็นแผนกวิชาหนึ่งในคณะดังกล่าว โดยผู้สำเร็จหลักสูตรนิติศาสตร์ได้รับเพียงประกาศนียบัตร หากต้องการเป็นเนติบัณฑิตต้องไปสมัครเป็นสมาชิกของเนติบัณฑิตยสภาอีกชั้นหนึ่ง อนึ่ง ปัจจุบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งคณะดังกล่าวขึ้นใหม่ โดยแยกออกเป็นคณะรัฐศาสตร์คณะหนึ่ง และคณะนิติศาสตร์อีกคณะหนึ่ง ทั้งนี้ การโอนไปสมทบดังกล่าวเป็นแต่ทางนิตินัย ทว่าโดยพฤตินัยแล้ว ยังคงจัดการเรียนการสอนยังคงอยู่ที่เชิงสะพานผ่านพิภพลีลาเช่นเดิม[5]

พ.ศ. 2476 สภาผู้แทนราษฎรได้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476 ขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปีนั้น และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ปีเดียวกัน[4] โดยความสำคัญว่า

มาตรา 4 ให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมหาวิทยาลัยหนึ่ง เรียกว่า 'มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง' มีหน้าที่จัดการศึกษาวิชากฎหมาย วิชาการเมือง วิชาเศรษฐการ และบรรดาวิชาอื่น ๆ อันเกี่ยวกับธรรมศาสตร์และการเมือง

มาตรา 5 ให้โอนคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนทรัพย์สินและงบประมาณของคณะเหล่านั้น มาขึ้นต่อมหาวิทยาลัยนี้ ก่อนวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2477

ตึกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

เมื่อแรกสถาปนามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองนั้น ไม่ได้มีการแยกเป็นคณะ ๆ ต่าง ๆ ดังปัจจุบัน หากมีแต่การเรียนการสอนที่เรียกว่า "ธรรมศาสตรบัณฑิต" อักษรย่อว่า "ธ.บ." จัดการเรียนการสอนแต่วิชาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476

พ.ศ. 2492 วันที่ 14 มิถุนายน ปีนั้น ได้มีการแยกหลักสูตรธรรมศาสตรบัณฑิตออกเป็นคณะวิชาสี่คณะ ได้แก่ คณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี การศึกษาระดับปริญญาตรีมีสี่ปี นอกจากนี้ หลักสูตรการเรียนการสอนของคณะนิติศาสตร์ก็ได้รับการปรับปรุงโดยให้เริ่มวิชาภาษาต่างประเทศและเน้นหนักไปในทางปฏิบัติให้เหมาะสมแก่การประกอบ

พ.ศ. 2496 การศึกษาตามหลักสูตรธรรมศาสตรบัณฑิตเดิมได้เลิกไปเป็นการถาวร

พ.ศ. 2512 คณะนิติศาสตร์เริ่มสร้างอาจารย์ประจำคณะ โดยดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามารับราชการเป็นอาจารย์ประจำ และได้จัดสรรทุนการศึกษาสำหรับส่งอาจารย์ไปศึกษาวิชานิติศาสตร์ในระดับสูงในต่างประเทศ ในระยะเริ่มต้นคณะได้จัดสรรทุนธรรมศาสตร์และทุนจากสมาคมธรรมศาสตร์ให้แก่อาจารย์คณะนิติศาสตร์เพื่อไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกโดยมีวัตถุประสงค์ให้กลับมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำที่คณะนิติศาสตร์ ซึ่งในระยะตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา คณะก็ได้รับทุนการศึกษาจากแหล่งต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น ทุน ก.พ. ทุนโอเซี่ยนนิคและสุวรรณมาศ ทุนรัฐบาลฝรั่งเศส ทุนอานันทมหิดล สาขาธรรมศาสตร์ เป็นต้น

พ.ศ. 2514 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนอีกครั้ง โดยนำระบบหน่วยกิตและการวัดผลแบบใหม่เข้ามาใช้ในมหาวิทยาลัย ยังผลให้หลักสูตรทั้งปวงของคณะนิติศาสตร์ก็ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับระบบของมหาวิทยาลัย เว้นแต่วิธีการวัดผลการศึกษาซึ่งยังใช้ระบบคะแนนดังเดิม โดยถือเป็นเพียงคณะเดียวในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ใช้ระบบคะแนนเฉลี่ย ไม่ใช่ระบบเกรดเฉลี่ย

พ.ศ. 2515 คณะนิติศาสตร์ได้เปิดหลักสูตรนิติศาสตร์สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรีจากสาขาอื่นมาแล้ว เรียกว่า "หลักสูตรชั้นปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ ภาคบัณฑิต" โดยเข้าศึกษาเฉพาะวิชาบังคับ ตามหลักสูตรชั้นปริญญาตรีชั้นปีที่สอง ปีที่สาม และปีที่สี่ ของคณะนิติศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรนี้มีศักดิ์และสิทธิเป็น "นิติศาสตรบัณฑิต" แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เสมอกันกับผู้สำเร็จหลักสูตรปรกติ

พ.ศ. 2549 ผลจากมติสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ ได้ทำการย้ายการเรียนการสอนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ภาคปกติ ทั้งหมดมาทำการเรียนการสอน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดย นักศึกษา รหัส 4901XXXXXX ถือเป็นรหัสแรกที่ต้องศึกษา ณ ศูนย์รังสิต ตลอดหลักสูตรการศึกษา เว้นแต่ภาคฤดูร้อนที่ต้องกลับไปศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

พ.ศ. 2552 คณะนิติศาสตร์ ได้เปิดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ภาคปกติ ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เป็นรุ่นแรก ตามนโยบายการกระจายการศึกษาวิชานิติศาสตร์สู่ท้องถิ่น ในเบื้องต้นเปิดรับนักศึกษาจากผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนทั้งสิ้น 200 คน โดยรับด้วยวิธีมหาวิทยาลัยคัดเลือกตรง (สอบตรง) จากผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคเหนือ จำนวน 150 คน และผ่านระบบรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศอีก 50 คน และในปีเดียวกันนี้ได้ปิดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ภาคบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปางลงด้วย[6]

ปัจจุบัน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คงเปิดดำเนินการและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นคณะในสถาบันอุดมศึกษาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นอันดับที่สองของประเทศโดยรองจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล[7][8][9][10]

การบริหาร[แก้]

ทำเนียบคณบดี[แก้]

ทำเนียบคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[11]
ชื่อ ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1. ศาสตราจารย์ พระยานิติศาสตรไพศาล (วัน จามรมาน) พ.ศ. 2492 – พ.ศ. 2496
2. ศาสตราจารย์ พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ (วงศ์ ลัดพลี) พ.ศ. 2496 – พ.ศ. 2503
3. ศาสตราจารย์ พระยาอรรถการีนิพนธ์ (สิทธิ จุณณานนท์) พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2511
4. ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ พ.ศ. 2511 – พ.ศ. 2514
5. ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ พ.ศ. 2514 – พ.ศ. 2517
0. ผู้รักษาการแทนคณบดี พ.ศ. 2517 – พ.ศ. 2518
6. ศาสตราจารย์ปรีดี เกษมทรัพย์ พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2519
0. ผู้รักษาการแทนคณบดี พ.ศ. 2519 – พ.ศ. 2521
7. ศาสตราจารย์มานะ พิทยาภรณ์ พ.ศ. 2521 – พ.ศ. 2522
8. ศาสตราจารย์ไพศิษฐ์ พิพัฒนกุล พ.ศ. 2522 – พ.ศ. 2525
9. รองศาสตราจารย์เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ พ.ศ. 2525 – พ.ศ. 2527
10. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรีชา สุวรรณทัต พ.ศ. 2527 – พ.ศ. 2529
11. อาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2531
12. รองศาสตราจารย์ประธาน วัฒนวาณิชย์ พ.ศ. 2531 – พ.ศ. 2534
13. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมยศ เชื้อไทย พ.ศ. 2534 – พ.ศ. 2540
14. รองศาสตราจารย์สุธีร์ ศุภนิตย พ.ศ. 2540 – พ.ศ. 2541
15. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พนม เอี่ยมประยูร พ.ศ. 2541 – พ.ศ. 2544
16. ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2547
17. รองศาสตราจารย์กำชัย จงจักรพันธ์ พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2550
18. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ พ.ศ. 2550 – พ.ศ. 2553
19. ศาสตราจารย์สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล พ.ศ. 2553 – พ.ศ. 2556
20. รองศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2559
21. ศาสตราจารย์อุดม รัฐอมฤต พ.ศ. 2559 – ปัจจุบัน

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีและผู้รักษาการแทนคณบดีเป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะรับตำแหน่ง

ภาควิชา[แก้]

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วยภาควิชาดังต่อไปนี้

และประกอบไปด้วยสาขาวิชาที่ยังมิได้เป็นภาควิชาดังต่อไปนี้

ศูนย์หรือสถาบันศึกษากฎหมายเฉพาะทาง[แก้]

คณะนิติศาสตร์ ได้จัดให้มีศูนย์หรือสถาบันศึกษากฎหมายเฉพาะทาง ดังนี้

สำนักงานเลขานุการ[แก้]

สำนักงานเลขานุการคณะนิติศาสตร์ มีหน่วยงานทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน

หน่วยงานอื่น[แก้]

นอกจากหน่วยงานที่ตอบสนองภารกิจพื้นฐานของคณะนิติศาสตร์แล้ว ยังมีหน่วยงานอื่นอีก 3 หน่วยงาน คือ

สัญลักษณ์[แก้]

พระพุทธโลกนิติธรรมเทสก์
  • ตรา - ตรามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตราธรรมจักร มีรัฐธรรมนูญใส่พานอยู่ตรงกลาง ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 50) ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509[12]
  • ธง - ธงประจำคณะนิติศาสตร์ใช้ธงสีเดียวกันกับธงมหาวิทยาลัย คือ ธงสีเหลือง แต่เพิ่มคำว่า "คณะนิติศาสตร์" เข้าไปในธรรมจักร
  • สี - สีขาวเป็นสีประจำคณะนิติศาสตร์ เป็นสัญลักษณ์ถึงความสะอาดบริสุทธิ์และอวมลทิน ทั้งนี้ ชุดครุยคณะนิติศาสตร๋ใช้แถบสีขาวเป็นแถบครุย
  • สัญลักษณ์ - ตราชูหรือดุลพ่าห์เป็นสัญลักษณ์อย่างไม่เป็นทางการของคณะนิติศาสตร์ หมายถึง เครื่องนำพาไปซึ่งความเที่ยงตรง
  • สัตว์สัญลักษณ์ - เสือเหลืองเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของคณะ แสดงถึงความสง่างาม การรักษาเกียรติยศ หลงใหลในความยุติธรรม รักสันโดษ พลังอำนาจ ความน่าเกรงขาม และความเป็นผู้นำ นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า เสือเป็นผู้คานอำนาจการปกครองกับสิงห์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคณะรัฐศาสตร์ การใช้สัตว์ทั้งสองเป็นสัญลักษณ์นี้มีที่มาจากการแข่งขันกีฬาของทั้งสองคณะที่เรียก "กีฬาประเพณีเสือเหลือง-สิงห์แดง"

การเรียนการสอน[แก้]

หลักสูตร[แก้]

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วยการเรียนการสอนตามหลักสูตรดังต่อไปนี้[15]

การอบรม[แก้]

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดให้มีการอบรมความรู้ด้านกฎหมายเฉพาะด้านหลายโครงการแก่บุคคลทั่วไปหรือผู้สนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย

  • โครงการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน
  • โครงการอบรมกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
  • โครงการอบรมภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมายระดับพื้นฐาน
  • โครงการอบรมภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมายระดับเฉพาะทาง
  • โครงการอบรมประกาศนียบัตรกฎหมายธุรกิจสำหรับบุคคลทั่วไป
  • โครงการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

ปริญญาตรี[แก้]

นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) สาขาวิชานิติศาสตร์ (Bachelor of Laws Programme : LL.B)[16] ประกอบด้วย วิชาเฉพาะด้านใน 4 สาขา ดังนี้

ทั้งนี้ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ได้เปิดบรรยายดังต่อไปนี้ [17]

  • ภาคปกติ หลักสูตร 4 ปี (สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) โดยในแต่ละปีการศึกษาจะคัดเลือกนักศึกษาผ่านโครงการต่าง ๆ ดังนี้
    • โครงการคัดเลือกผ่านระบบกลางการรับนักศึกษา (Admission)
    • โครงการส่งเสริมการศึกษาวิชานิติศาสตร์ (คณะนิติศาสตร์จัดสอบคัดเลือกเอง) ณ ศูนย์รังสิต และศูนย์ลำปาง
    • โครงการขยายโอกาสทางการศึกษา
      • โครงการนักศึกษาเรียนดีจากชนบทและเขตเมือง
      • โครงการผู้มีความสามารถดีเด่นด้านการกีฬา
      • โครงการนักศึกษาเรียนดีแต่ขาดโอกาส
      • โครงการนักศึกษาชาวไทยภูเขา
      • โครงการคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์โอลิมปิก
      • โครงการมหาดไทย
      • โครงการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาผู้พิการทางสายตา
  • ภาคภาษาอังกฤษ หลักสูตร 4 ปี (สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย)
    • โครงการนิติศาสตรบัณฑิต ภาคภาษาอังกฤษ ณ ศูนย์ท่าพระจันทร์(เปิดดำเนินการในปีการศึกษา 2557)
      • หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต สาขากฎหมายธุรกิจ ภาคภาษาอังกฤษ (Bachelor of Laws in Business Laws, English Programme)
  • ภาคบัณฑิต หลักสูตร 3 ปี (สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ ยกเว้นสาขานิติศาสตร์)
    • โครงการนิติศาสตร์ภาคบัณฑิต ณ ศูนย์ท่าพระจันทร์

ประกาศนียบัตรบัณฑิต[แก้]

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดให้มีการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับนิติศาสตรบัณฑิต โดยมิได้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรในระดับปริญญาโท หากแต่เป็นโครงการที่มีลักษณะเฉพาะที่สมบูรณ์ในตัวเอง การศึกษาตามโครงการนี้จะเน้นให้ศึกษาได้มีความรู้ ทั้งทางด้านกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติที่เป็นอยู่โดยจะศึกษาทั้งทางด้านทฤษฎีควบคู่กับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ละเรื่องในทางปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย

ปริญญาโท[แก้]

นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.) (Master of Laws Programme : LL.M)[18] คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นสถาบันแรกในประเทศไทยที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทโดยเกิดขึ้นพร้อมกับการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อ พ.ศ. 2477 และได้ปรับปรุงหลักสูตรนี้โดยตลอด การปรับปรุงครั้งล่าสุดมีขึ้นในปี พ.ศ. 2553 โดยประกอบไปด้วยสาขาวิชาดังต่อไปนี้

  • หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตร 2 ปีครึ่ง ไม่เกิน 4 ปี (สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต) เปิดรับสมัคร 8 สาขา ดังนี้
  • หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต ดังนี้
    • Master of Laws Program in Business Laws (English Programme)
  • หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (Master of Arts Programme : M.A.) สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต หรือปริญญาบัณฑิตอื่น ดังนี้
    • หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตด้านกฎหมายมหาชน (Public Law)
    • หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขานิติเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ

ปริญญาเอก[แก้]

นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (น.ด.) (Doctor of Laws Programme : LL.D.) เช่นเดียวกันกับหลักสูตรปริญญาโท หลักสูตรปริญญาเอกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้เปิดสอนเป็นสถาบันแรกของประเทศไทยเช่นเดียวกัน และได้จัดการเรียนการสอนตลอดมา และได้มีการปรับปรุงหลักสูตรในปี พ.ศ. 2539 โดยผู้สมัครเป็นผู้เสนอหัวข้อให้บัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์ เป็นผู้พิจารณาวิทยานิพนธ์ เป็นต้น

ความร่วมมือทางวิชาการ[แก้]

ปัจจุบันคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีความสัมพันธ์ในด้านความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษานิติศาสตร์ในต่างประเทศหลายสถาบัน เช่น

กิจการนักศึกษา[แก้]

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดระบบกิจกรรมนักศึกษา โดยให้นักศึกษามีอิสระในการดำเนินกิจกรรม ซึ่งมีคณะกรรมการนักศึกษาคณะนิติศาสตร์เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมหลัก ทั้งนี้ ยังประกอบด้วยกลุ่มกิจกรรมอื่น ๆ ภายในคณะอีกด้วยที่มีคณะกรรมการนักศึกษาฯ เป็นผู้ประสานงาน

เครือข่ายนักศึกษา[แก้]

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นภาคีสมาชิกองค์การต่อไปนี้

  • องค์กรความร่วมมือนิสิตนักศึกษานิติศาสตร์แห่งประเทศไทย (Unity of Juristic Student of Thailand :UJUST)
  • Asian Law Students Association (ALSA)
  • องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • สมัชชาประชาคมนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • องค์การนักเรียนกฎหมายแห่งประเทศไทย (อ.น.ก.ท.) อยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์

กิจกรรมประจำ[แก้]

กิจกรรมหลักในแต่ละปีการศึกษาประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้เป็นต้น

  • วันแรกพบ และรับเพื่อนใหม่คณะนิติศาสตร์
  • Nitiday โดยเป็นกิจกรรมสำหรับสานความสัมพันธ์ภายในคณะสำหรับนักศึกษาทุกชั้นปี
  • ไหว้ครูนิติศาสตร์ โดยเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณและทำบุญอุทิศแด่บูรพคณาจารย์นิติศาสตร์
  • นิติสัมพันธ์ โดยเป็นกิจกรรมสานความสัมพันธ์กับ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นิติสัมพันธ์ (รังสิต-ลำปาง) โดยเป็นกิจกรรมสานความสัมพันธ์กับ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง
  • นิติวังหน้า-ศิริราชวังหลัง โดยเป็นกิจกรรมสานความสัมพันธ์กับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • Shaking Law กิจกรรมตอบแทนเพื่อนเก่าผู้มาก่อน โดยเพื่อนใหม่ที่มาทีหลัง
  • งานประกวดโต๊ะกลุ่ม และดาวเดือน
  • งานประกวดร้องเพลงมหาวิทยาลัยภายในคณะ
  • ละคอนเวทีคณะนิติศาสตร์
  • วันรพี

และยังประกอบด้วยกิจกรรมอื่น ๆ ที่ดำเนินการโดยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ เป็นต้นว่า

  • สันทนาการคณะนิติศาสตร์
  • ชุมนุมขับร้องประสานเสียงคณะนิติศาสตร์ (Juris Chorus)
  • โครงการค่ายเปิดประตูสู่นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Pre-Camp)
  • โครงการเผยแพร่วิชานิติศาสตร์ (คพน.)
  • กลุ่มศึกษากฎหมายภาคปฏิบัติ (กศป.)
  • วารสารนิติศาสตร์
  • Law Students Club
  • ศาลจำลอง (Moot Court)
  • ค่ายเทียน ณ สวนโมกขพลาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • ค่ายอาสาพัฒนาชนบท คณะนิติศาสตร์ ซึ่งในหนึ่งปีจะมีอย่างน้อย 3 ค่าย โดย 3 กลุ่มกิจกรรม
  • กลุ่มนักร้องประสานเสียงคณะนิติศาสตร์
  • TILSA (Thammasat International Legal Scholars Association)
  • หนังสือพิมพ์ฎีกา
  • สโมสรฟุตบอลคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กิจกรรมเด่น[แก้]

ลานสัญญา ธรรมศักดิ์ สถานที่ประกอบพิธีสำคัญของคณะ

วันรพี[แก้]

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันรพีเป็นประจำในวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแข่งขันตอบปัญหากฎหมายระดับอุดมศึกษาชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และระดับมัธยมศึกษาชิงถ้วยรางวัลประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา การแสดงศาลจำลอง การเสวนาวิชาการ การแนะแนวการศึกษา ลานน้ำชาปัญญาชน ห้องประวัติศาสตร์เดือนตุลา การจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ และการจัดขบวนเชิญพวงมาลาไปถวายสักการะพระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ณ ลานพระรูปหน้าศาลยุติธรรม

นอกจากนี้ ในแต่ละปียังมีการคัดเลือกนักศึกษาจำนวนแปดคน เป็นชายสี่คน และหญิงสี่คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากนักศึกษาด้วยกันเองให้เป็น "ทูตกิจกรรมงานวันรพี" หรือที่นิยมเรียกว่า "ทูตรพี" อีกด้วย ทูตกิจกรรมงานวันรพีนั้นมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมทั้งปวงและมีหน้าที่เชิญพวงมาลาไปวางหน้าพระรูปพร้อมกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยตามกำหนดการ

งานวันรพีของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มักได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน เนื่องจากมีการเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ และผู้ร่วมเสวนามักเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีชื่อเสียงในสังคม[20][21]

โต๊ะ[แก้]

โต๊ะ หมายถึง นักศึกษาที่ได้รับการจัดเป็นกลุ่ม ซึ่งมีธรรมเนียมว่า นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีหนึ่ง ให้เลือกโต๊ะของตนด้วยการจับสลากในวันรับเพื่อนใหม่นิติศาสตร์ ธรรมเนียมนี้ริเริ่มอย่างเป็นรูปเป็นร่างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2525 ปัจจุบัน มีโต๊ะทั้งสิ้นยี่สิบห้าโต๊ะ ดังนี้[22]

พ.ศ. 2553 คณะอนุกรรมการนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จัดให้มีโต๊ะขึ้น ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ทั้งสิ้นสิบสองโต๊ะ[23] ดังนี้

ระบบการจัดการและธรรมเนียมเฉพาะของแต่ละโต๊ะมีความแตกต่างกันไป ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ที่มีการจัดโต๊ะเพื่อให้สมาชิกโต๊ะดูแลช่วยเหลือกันตามอัธยาศัย ส่วนนักศึกษาที่เป็นสมาชิกโต๊ะรุ่นก่อนหน้าก็จะให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ แก่รุ่นน้อง โดยอาจจัดให้มีรุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องเป็นราย ๆ ไป และไม่ใช้ระบบรหัสนักศึกษา ซึ่งสมาชิกภาพของสมาชิกโต๊ะนั้นสิ้นสุดลงเมื่อสมาชิกผู้นั้นแสดงเจตนาขอถอนตัวต่อกลุ่มโต๊ะ หรืออาจสิ้นสุดลงเมื่อขาดการติดต่อกับโต๊ะโดยสิ้นเชิง

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

  • ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ : กรรมการธนาคารกรุงเทพ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต
  • ธะนิต พิศาลบุตร : กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด
  • ธานินทร์ กรัยวิเชียร, ศาสตราจารย์ : ศิษย์เก่าธรรมศาสตรบัณฑิต, อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายกรัฐมนตรี, องคมนตรี
  • ไผทชิต เอกจริยกร, ศาสตราจารย์ : ศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตสาขานิติศาสตร์ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง

อ้างอิง[แก้]

  1. มารุต บุนนาค, และคนอื่นๆ. ธรรมศาสตร์ประกาศนาม. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน,2548.
  2. 2.0 2.1 2.2 สมคิด เลิศไพฑูรย์. (2551, 6 สิงหาคม). สาส์นคณบดี. หนังสือรพี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (51).
  3. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2549, 1 มิถุนายน). พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2549. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.krisdika.go.th/lawPDF.jsp?LType=2A&formatFile=pdf&vID=1. (เข้าถึงเมื่อ: 15 สิงหาคม 2551).
  4. 4.0 4.1 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2549, 25 สิงหาคม). พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2531. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.krisdika.go.th/lawHeadPDF.jsp?formatFile=pdf&hID=0. (เข้าถึงเมื่อ: 15 สิงหาคม 2551). อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "TUAct01" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  5. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์. ธรรมศาสตร์การเมืองไทย จากปฏิวัติ 2475 ถึง 16 ตุลา 2516 - 6 ตุลา 2519.กรุงเทพฯ : มติชน,2547.
  6. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง. (2551,กันยายน). รับสมัครบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ) หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต. จุลสารข่าวคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง. ฉบับพิเศษ, 8.
  7. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2547). ประวัติคณะนิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ . [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [1]. (เข้าถึงเมื่อ: 25 สิงหาคม 2551).
  8. มหาวิทยาลัยมหิดล. (2549). ประวัติของมหาวิทยาลัยมหิดลโดยสังเขป. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [2]. (เข้าถึงเมื่อ: 25 สิงหาคม 2551).
  9. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2548). ประวัติศาสตร์จุฬาฯ . [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [3]. (เข้าถึงเมื่อ: 25 สิงหาคม 2551).
  10. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2551). Kasetsart University : แนะนำมหาวิทยาลัย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [4]. (เข้าถึงเมื่อ: 25 สิงหาคม 2551).
  11. ประวัติบุคคลสำคัญเกี่ยวกับคณะนิติศาสตร์. (2550). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.law.tu.ac.th/About_LAW/list_dean/list_dean.html. (เข้าถึงเมื่อ: 16 สิงหาคม 2551).
  12. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 50) ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509". (2509, 1 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา, (เล่ม 83, ตอนที่ 19). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <คลิก>. (เข้าถึงเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2552).
  13. บ้านคนรักสุนทราภรณ์. (มปป.). นิติศาสตร์สามัคคี . [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [5]. (เข้าถึงเมื่อ: 20 สิงหาคม 2551).
  14. บ้านคนรักสุนทราภรณ์. (มปป.). นิติศาสตร์สมานฉันท์ . [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [6]. (เข้าถึงเมื่อ: 20 สิงหาคม 2551).
  15. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2551). หลักสูตรต่าง ๆ ที่เปิดบรรยายในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ . [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [7]. (เข้าถึงเมื่อ: 6 ตุลาคม 2551).
  16. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2547). หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ . [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [8]. (เข้าถึงเมื่อ: 20 สิงหาคม 2551).
  17. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2553). รายงานการประเมินตนเอง. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [9]. (เข้าถึงเมื่อ : 2 สิงหาคม 2553).
  18. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2547). หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [10]. (เข้าถึงเมื่อ: 20 สิงหาคม 2551).
  19. Uni Passau fördert rechtsstaatliche Entwicklung in Thailand [11]. (เข้าถึงเมื่อ : 3 มกราคม 2555).
  20. ฐาปน แสนยะบุตร และกัญญารัตน์ จันททรา. (2551, 6 สิงหาคม). บทบรรณาธิการ. หนังสือรพี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลับธรรมศาสตร์. (51).
  21. กิจกรรมวันรพี'49 7-8 ส.ค. ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์. (2549, 5 สิงหาคม). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www4.eduzones.com/topic.php?id=5386. (เข้าถึงเมื่อ: 17 สิงหาคม 2551).
  22. LAWTHAM WEBBOARD (2552). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [12]. (เข้าถึงเมื่อ: 24 กรกฎาคม 2552).
  23. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง (2553). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [13]. (เข้าถึงเมื่อ: 15 พฤษภาคม 2553).

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 14°04′32″N 100°37′02″E / 14.07559°N 100.61722°E / 14.07559; 100.61722