สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
The Board of Investment of Thailand
150
ที่ทำการ
555 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2509
งบประมาณ 872.17 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ผู้บริหาร ดวงใจ อัศวจินตจิตร์, เลขาธิการ
โชคดี แก้วแสง[2], รองเลขาธิการ
บงกช อนุโรจน์[3], รองเลขาธิการ
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์[4], รองเลขาธิการ
ต้นสังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เว็บไซต์
http://www.boi.go.th

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (อังกฤษ: The Board of Investment of Thailand หรือ BOI) เป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย ทั้งในด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และด้านการบริการสนับสนุนธุรกิจ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 จึงโอนไปสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม กระทั่งในปี พ.ศ. 2557 จึงมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้โอนกลับมาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีดังเดิม

ประวัติ[แก้]

การส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย เริ่มเกิดนโยบายดังกล่าวในปี พ.ศ. 2497[5] ในรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งมีพลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยเหตุที่รัฐวิสาหกิจของไทยประสบปัญหารายได้จากการส่งออกลดลง จึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมมากขึ้น แต่ในระหว่างที่มีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว มีกิจการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพียง 9 ราย และได้รับอนุมัติเพียง 6 ราย ดังนั้นในรัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยยกเลิกพระราชบัญญัติเดิมและตราพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ. 2503 ขึ้นมาแทน และมีการแต่งตั้ง "คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม" มีอำนาจหน้าที่ให้การส่งเสริมการลงทุน มีกรรมการทั้งหมด 36 คน โดยมีนาย ทวี บุณยเกตุ เป็นประธาน

ในระยะแรกคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม ไม่มีบุคลากรประจำ ต้องยืมตัวข้าราชการจากหน่วยต่างๆ มาทำงาน ต่อมาจึงมีการแก้ไขกฎหมายและจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 มีฐานะเทียบเท่ากรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีที่ทำการอยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง และในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2515 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน" และ "สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน" ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 227 ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2515[6]

ใน พ.ศ. 2546 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้โอนไปเป็นส่วนราชการภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ได้มีคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 100/2557 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 โอนสำนักงานฯ จากกระทรวงอุตสาหกรรม ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี[7][8]

และในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 [9]ได้เปิด ศูนย์บุคลากรทักษะสูง ขึ้นที่ อาคารจตุรัสจามจุรี

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เล่ม 132 ตอนที่ 91ก วันที่ 25 กันยายน 2558
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/306/3.PDF
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/255/21.PDF
  4. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/255/21.PDF
  5. พระราชบัญญัติส่งเสริมอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๔๙๗
  6. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๒๗ (มีสถานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติ ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙ ตอน ๑๕๘ ก พิเศษ หน้า ๑ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
  7. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๐/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมและกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑ ตอน ๑๔๓ ง พิเศษ หน้า ๖ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
  8. ประกาศ คสช. ดึง 'บีโอไอ' ขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี
  9. ผุด “ศูนย์บุคลากรทักษะสูง” ดึงอัจฉริยะทำงานขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0