ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี

Surat thani airport.jpg

IATA: URTICAO: VTSB
URT is located in ประเทศไทย
URT
URT
ตำแหน่งของท่าอากาศยานในประเทศไทย
ข้อมูลสำคัญ
การใช้งาน สาธารณะ / ทหาร
ผู้ดำเนินงาน กรมท่าอากาศยาน
พื้นที่บริการ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
สถานที่ตั้ง เลขที่ 73 หมู่ที่ 3 ตำบลหัวเตย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ความสูง 6.1 เมตร / 20 ฟุต
พิกัด 09°07′57″N 99°08′08″E / 9.13250°N 99.13556°E / 9.13250; 99.13556
ทางวิ่ง
ทิศทาง
ความยาว
พื้นผิว
เมตร
ฟุต
04/22 3,000 9,843 ยางมะตอย
สถิติ (2562)
ผู้โดยสาร 1,864,997
เที่ยวบิน 12,340
แหล่งข้อมูล: http://www.airports.go.th

ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี หรือสนามบินสุราษฎร์ธานี (อังกฤษ: Surat Thani Airport) (IATA: URTICAO: VTSB) ตั้งอยู่ในตำบลหัวเตย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 26 กิโลเมตร โดยใช้พื้นที่ร่วมกับกองทัพอากาศ (กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม[1] และได้ประกาศท่าอากาศยานศุลกากรเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2534[2]

ประวัติ[แก้]

ท่าอากาศยานเดิมที่บ้านดอนนก[แก้]

ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีเดิมนั้นตั้งอยู่ที่บ้านดอนนก ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีกรมการขนส่ง เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยมีทางวิ่งขนาดกว้าง 60 เมตร ยาว 800 เมตร ผิวพื้นลูกรัง ต่อมากองทัพอากาศได้ขอปรับปรุงท่าอากาศยานแห่งนี้เพื่อใช้ในกิจการกองทัพอากาศด้วย โดยปรับปรุงเป็นขนาด 60 X 1,000 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้เพียงเครื่องบินเล็ก แบบดักลาส ดีซี-3

ในปี พ.ศ. 2514 กรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยานในปัจจุบัน) ได้พิจารณาเห็นว่าเมื่อบริษัท เดินอากาศไทย จำกัดได้เปลี่ยนเครื่องบินเป็นแบบ แอฟโร่ 748 จึงควรที่จะได้ปรับปรุงท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีให้สามารถรับเครื่องบินแบบนี้ได้ เพื่อจะได้เปิดบริการการขนส่งทางอากาศในจังหวัดต่อไป

หลังจากนั้น กรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยาน) ได้ว่าจ้าง บริษัท วิศวกรไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา ทำการสำรวจศึกษาและพิจารณาเลือกบริเวณจุดที่ตั้งท่าอากาศยานใหม่ที่เหมาะสม เนื่องจากท่าอากาศยานเดิมอยู่ในเขตชุมชนกลางเมือง รวมทั้งการออกแบบเพื่อการก่อสร้างท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หากสามารถทำได้ท่าอากาศยานที่จะก่อสร้างใหม่ควรจะอยู่ในจุดที่ตั้งที่สามารถจะให้บริการแก่ประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดนครศรีธรรมราชได้โดยสะดวกทั้งสองจังหวัด และให้สามารถรองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดกลาง ซึ่งบริษัท เดินอากาศไทย จำกัดมีแผนที่จะนำมาใช้ด้วย

จากผลการสำรวจศึกษาของบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา ได้พิจารณาเลือกบริเวณจุดที่ตั้งท่าอากาศยานทั้งหมดรวม 6 แห่ง ปรากฏว่ามีเพียง 3 แห่ง ที่สมควรจะเลือกเป็นที่ก่อสร้างท่าอากาศยาน ส่วนบริเวณเขตติดต่อระหว่าง 2 จังหวัดไม่มีที่เหมาะสมจะใช้เป็นที่ก่อสร้างท่าอากาศยานได้ ในจำนวนนี้ 2 แห่ง อยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอีกแห่งหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช คือ

  1. บริเวณบ้านดอนนก (ท่าอากาศยานของกรมการขนส่งเดิม)
  2. บริเวณบ้านม่วงเรียง ตำบลหัวเตย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นท่าอากาศยานเดิม และกองทัพอากาศ เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่แล้ว
  3. บริเวณบ้านชะเอียน เป็นท่าอากาศยานของกองทัพบกจังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันใช้ได้กับเครื่องบินขนาดเล็กในราชการของกองทัพบก

จากการเปรียบเทียบข้อได้เปรียบเสียเปรียบจุดต่างๆ สำหรับเลือกเป็นที่ก่อสร้างท่าอากาศยาน โดยได้พิจารณาถึงในด้านวิศวกรรมการก่อสร้างท่าอากาศยาน ด้านเศรษฐกิจและสภาวะแวดล้อมแล้ว เห็นว่าบริเวณที่จะใช้เป็นที่ก่อสร้างท่าอากาศยานพาณิชย์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ บริเวณบ้านม่วงเรียง ตำบลหัวเตย อำเภอพุนพิน เป็นที่เหมาะสมที่สุด กล่าวคือ เป็นท่าอากาศยานเดิมของกองทัพอากาศ ซึ่งสร้างไว้เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองและได้เลิกใช้ไป มีเนื้อที่ประมาณ 3,026 ไร่ จะต้องจัดหาที่เพิ่มเติมอีกไม่มากนัก ราคาที่ดินก็ไม่สูงเกินไป บริเวณโดยรอบไม่มีสิ่งกีดขวางหรืออุปสรรคต่อการขึ้นลงของเครื่องบินและการติดตั้งเครื่องช่วยในการเดินอากาศ สภาพพื้นดินเหมาะสมที่จะใช้เป็นที่ก่อสร้างท่าอากาศยาน และลงทุนต่ำกว่าแห่งอื่นๆ นอกจากนั้น ยังสามารถจะขยายท่าอากาศยานนี้ออกไปในอนาคตได้ง่าย[3]

ท่าอากาศยานในพื้นที่ปัจจุบัน[แก้]

กรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยานในปัจจุบัน) จึงได้เห็นชอบในการเลือกจุดที่ตั้งท่าอากาศยานที่ ตำบลหัวเตย และให้บริษัทที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดสำหรับการก่อสร้าง พร้อมทั้งได้เสนอโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีนี้ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะที่ 3 (พ.ศ. 2515 - 2519) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้พิจารณาและเห็นว่า ควรจะศึกษาความเหมาะสมในด้านเศรษฐกิจและความต้องการใช้ท่าอากาศยานของจังหวัดนี้และจังหวัดใกล้เคียงให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2516 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ระงับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีไว้ก่อน โดยนำงบประมาณตามโครงการนี้ไปดำเนินการที่ท่าอากาศยานภูเก็ตแทน

ในปี พ.ศ. 2518 ราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร้องขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับปรุงท่าอากาศยานเพื่อเปิดการบินพาณิชย์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยด่วน กรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยาน) จึงได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ เห็นว่าควรจะก่อสร้างท่าอากาศยานสำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้น เพื่อให้บริการประชาชนและใช้เป็นท่าอากาศยานสำรองของท่าอากาศยานหาดใหญ่และภูเก็ต สำหรับเครื่องบินสายภายในประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดด้วย ทั้งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากจังหวัดมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผลผลิตต่างๆ ของจังหวัดมีมาก ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเกษตร การประมง ป่าไม้ เหมืองแร่ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ด้านการคมนาคมมีประชาชนทั้งในประเทศและชาวต่างประเทศเริ่มเดินทางไปทัศนาจรที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมก็มีความประสงค์ที่จะปรับปรุงสนามบินม่วงเรียง ที่ตำบลหัวเตย เพื่อใช้เป็นที่ตั้ง กองบินในภาคใต้ ของกองทัพอากาศ กรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยาน)จึงเห็นว่าหากก่อสร้างท่าอากาศยานที่สามารถใช้ร่วมกันระหว่างกิจการบินพาณิชย์และกิจการทหารด้วยแล้ว ก็จะเป็นการประหยัดงบประมาณได้มาก ดังนั้นจึงได้ตกลงเลือกสถานที่ก่อสร้างท่าอากาศยานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ตำบลหัวเตย อำเภอพุนพิน ซึ่งมีระยะทางห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 26 กิโลเมตร

กรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยาน) ได้ปรับปรุงแก้ไขแบบก่อสร้าง ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาได้จัดทำไว้เดิมให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน และได้เสนอโครงการนี้ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะที่ 4 (พ.ศ. 2520 -2524) ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ให้กรมการบินพานิชย์ (กรมท่าอากาศยาน) ดำเนินการในเดือนกรกฎาคม 2521 โดยเป็นการก่อสร้างทางวิ่งขนาดกว้าง 45 เมตร และยาว 2,500 เมตร พร้อมอาคารผู้โดยสารและหอบังคับการบิน

ต่อมาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ได้เปิดทำการและเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2524 ระยะแรกเปิดทำการบินเส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ – สุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ - สุราษฎร์ธานี – กรุงเทพฯ และเส้นทาง กรุงเทพฯ – สุราษฎร์ธานี – ภูเก็ต – สุราษฎร์ธานี – กรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 4 วัน ด้วยเครื่องบินแบบ แอฟโร่ 748 และ โบอิง 737 ต่อมาได้มีการเพิ่มเที่ยวบินที่มีความจุมากขึ้น ตามจำนวนผู้โดยสารและสินค้า ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตโดยเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี

ต่อมากรมท่าอากาศยานได้ประกาศให้ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีเป็นท่าอากาศยานศุลกากรตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2534[2] และระหว่างปี พ.ศ. 2534 – พ.ศ. 2539 มีเที่ยวบินเช่าเหมาจากประเทศเยอรมัน สิงคโปร์ จีน และเกาหลี นำนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดคึกคักมากขึ้น อย่างไม่เคยมีมาก่อน จนในปี พ.ศ. 2539 กรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยาน) ได้ต่อเติมความยาวทางวิ่งเพิ่มอีก 500 เมตร พร้อมเสริมผิวทางวิ่ง ทางขับขยายลานจอดอากาศยาน ติดตั้งเครื่องช่วยการเดินอากาศและระบบไฟฟ้าสนามบินเพิ่มเติม ทำให้มีความยาวทางวิ่งรวม 3,000 เมตร สามารถรองรับอากาศยานพานิชย์แบบเครื่องยนต์ไอพ่นขนาดกลางซึ่งมีความจุประมาณ 300 ที่นั่งได้ รวมทั้งสามารถให้บริการอากาศยานทางทหารได้อย่างปลอดภัย[3]

อาคารสถานที่[แก้]

อาคารผู้โดยสาร[แก้]

  • มีอาคารผู้โดยสาร 1 หลัง พื้นที่ 14,196 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารขาเข้าและขาออกได้ 784 คนต่อชั่วโมง รองรับจำนวนผู้โดยสารได้ 6,272 คนต่อวัน
  • ลานจอดเครื่องบินมีพื้นที่ 120×375 เมตร รองรับเครื่องบินได้ 40 เที่ยวบินต่อวัน มีหลุมจอดเครื่องบิน 5 หลุม และหลุมจอดเฮลิคอปเตอร์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 เมตร 4 หลุม[4]

ทางวิ่ง (รันเวย์) และทางขับ (แท็กซี่เวย์)[แก้]

ทางวิ่งของท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานีมี 1 เส้น พื้นผิวแอสฟัลติกคอนกรีต (asphaltic-concrete) ความกว้าง 45 เมตร และมีความยาว 3,000 เมตร พร้อมพื้นที่ปลอดภัยปลายทางวิ่ง (blastpads) ขนาดกว้างข้างละ 60 เมตร และความยาวข้างละ 75 เมตร โดยการบินพลเรือนกับการบินทหารใช้ทางวิ่งร่วมกัน[4]

ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานีมีทางขับสู่ลานจอด 2 เส้น โดยมีความกว้างเส้นละ 25 เมตร และมีความยาวเส้นละ 275 เมตร โดยอีก 8 เส้นเป็นทางขับฝั่งกองทัพอากาศ[4]

รายชื่อสายการบิน[แก้]

รายชื่อสายการบินที่ให้บริการ[แก้]

สายการบิน จุดหมายปลายทาง[5] หมายเหตุ
การบินไทยสมายล์ กรุงเทพฯ–สุวรรณภูมิ ภายในประเทศ
ไทยไลอ้อนแอร์ กรุงเทพฯ–ดอนเมือง ภายในประเทศ
ไทยแอร์เอเชีย กรุงเทพฯ–ดอนเมือง, เชียงใหม่ ภายในประเทศ
นกแอร์ กรุงเทพฯ–ดอนเมือง ภายในประเทศ
ไทยเวียดเจ็ทแอร์ กรุงเทพฯ-สุวรรณภูมิ (เริ่ม 4 พฤศจิกายนนี้)[6] ภายในประเทศ
นอร์ดวินด์แอร์ไลน์ เช่าเหมาลำเฉพาะฤดูกาล: ครัสโนยาสค์, โนโวซีบีสค์, มอสโก–เชเรเมเตียโว[7] ระหว่างประเทศ
สปริงแอร์ไลน์ เฉิงตู ระหว่างประเทศ
มาเลเซียแอร์เอเชีย กัวลาลัมเปอร์ ระหว่างประเทศ

รายชื่อสายการบินที่เคยให้บริการ[แก้]

สายการบิน จุดหมายปลายทาง หมายเหตุ
เดินอากาศไทย กรุงเทพฯ–ดอนเมือง, กรุงเทพฯ–ดอนเมืองผ่านภูเก็ต, กรุงเทพฯ–ดอนเมืองผ่านหาดใหญ่[3]
การบินไทย กรุงเทพฯ–ดอนเมือง

สถิติ[แก้]

ข้อมูลสถิติการขนส่งทางอากาศ[แก้]

ข้อมูลสถิติการขนส่งทางอากาศในแต่ละปีปฏิทิน[8]
ปี (พ.ศ.) ผู้โดยสาร ความเปลี่ยนแปลง จำนวนเที่ยวบิน คาร์โก้ (ตัน)
2544 180,621 1,531 4,646.35
2545 163,321 Decrease 9.58% 1,510 2,472.06
2546 162,661 Decrease 0.40% 1,518 2,070.01
2547 202,250 Increase 24.34% 1,629 1,858.76
2548 206,342 Increase 2.02% 1,793 1,698.92
2549 291,094 Increase 41.07% 2,812 1,412.82
2550 359,467 Increase 23.49% 3,316 1,061.95
2551 344,748 Decrease 4.09% 2,904 1,464.76
2552 394,096 Increase 14.31% 3,266 1,301.99
2553 505,776 Increase 28.34% 4,460 1,152.31
2554 595,184 Increase 17.68% 5,251 1,369.13
2555 816,484 Increase 37.18% 6,308 1,541.00
2556 1,080,508 Increase 32.34% 8,457 1,568.07
2557 1,319,660 Increase 22.13% 10,175 1,571.29
2558 1,856,315 Increase 40.67% 13,257 1,601.26
2559 2,032,042 Increase 9.47% 13,813 1,575.77
2560 2,247,344 Increase 10.60% 15,396 1,036.80
2561 2,108,289 Decrease 6.19% 14,000 1,144.99
2562 1,864,997 Decrease 11.54% 12,340 829.87

อุบัติเหตุ[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ท่าอากาศยานสังกัดกรมท่าอากาศยาน
  2. 2.0 2.1 รายชื่อท่าอากาศยานศุลกากรของกรมท่าอากาศยาน
  3. 3.0 3.1 3.2 ประวัติความเป็นมาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี
  4. 4.0 4.1 4.2 ข้อมูลทั่วไป ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี
  5. รายชื่อสายการบิน ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี
  6. "New Routes New Experience 5 new routes celebration". ไทยเวียดเจ็ทแอร์. สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2563.
  7. "Surat Thani, Thailand gains first intercontinental route". ch-aviation.com. 22 พฤศจิกายน 2562.
  8. ข้อมูลสถิติท่าอากาศยานสังกัดกรมท่าอากาศยาน