ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย เมษายน พ.ศ. 2552

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สงกรานต์เลือด)
ภาพสรุปเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวข้องกับ
วิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. 2548-2553

การเมืองไทยประวัติศาสตร์ไทย

ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย เมษายน พ.ศ. 2552 หรือ สงกรานต์เลือด เป็นเหตุการณ์การเดินขบวนทางการเมืองและความไม่สงบตามมาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 24 เมษายน พ.ศ. 2552 ในกรุงเทพมหานครและพัทยาเพื่อขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและมีการสลายการชุมนุมด้วยทหารตามมา ช่วงที่การประท้วงถึงขีดสุด มีผู้ประท้วงมากถึง 100,000 คน ชุมนุมในกรุงเทพมหานครตอนกลาง

การชุมนุมดังกล่าวยืดเยื้อและทวีความรุนแรงมากขึ้น จนรัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในวันที่11 เมษายน พ.ศ. 2552ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และยกเลิกประกาศดังกล่าวในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2552[1] ต่อมาในวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552[2]รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ และมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมกับบ่อยครั้ง จากนั้นเมื่อเหตุการณ์สงบลง รัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2552[3]

เบื้องหลัง[แก้]

วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ทางการเมือง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น เป็นเวลาห้าปี เดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรอ้างผ่านการแพร่ภาพวิดีโอว่า ประธานองคมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อยู่เบื้องหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และว่า พล.อ. เปรม และองคมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และชาญชัย ลิขิตจิตถะ สมคบกับกองทัพเพื่อประกันให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แม้อภิสิทธิ์จะปฏิเสธการกล่าวหาดังกล่าว ก็มีผู้ประท้วงหลายพันคนในกรุงเทพมหานครเมื่อต้นเดือนเมษายน เรียกร้องให้อภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ พล.อ. เปรม พล.อ. สุรยุทธ์ และชาญชัย ลิขิตจิตถะลาออกจากการเป็นองคมนตรี[4] พ.ต.ท. ทักษิณเรียกร้อง "การปฏิวัติของประชาชน" เพื่อเอาชนะอิทธิพลอำมาตยาธิปไตยของรัฐบาลอภิสิทธิ์ตามคำอ้าง การประท้วง นำโดย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ขยายไปยังพัทยา ที่ประชุมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกครั้งที่สี่ การปะทะกันรุนแรงเกิดขึ้นระหว่าง นปช. กับผู้สนับสนุนรัฐบาลกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินที่ภักดีต่อเนวิน ชิดชอบ[5] การประท้วงเป็นเหตุให้การประชุมสุดยอดถูกยกเลิก ทำให้อภิสิทธิ์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในจังหวัดชลบุรี ณ วันที่ 11เมษายน พ.ศ. 2552[6]

ลำดับเหตุการณ์[แก้]

26 มีนาคม[แก้]

7 เมษายน[แก้]

  • กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าปิดล้อมรถยนต์ของอภิสิทธิ์ และสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะเคลื่อนขบวนผ่านถนนภายในเมืองพัทยา โดยนำรถมอเตอร์ไซต์จอดขวาง แล้วเข้าไปตะโกนด่าทอ พร้อมทั้งขว้างหมวกกันน็อค ใส่กระจกด้านหลังรถจนแตกเสียหาย และใช้ท่อนไม้ทุบกระจกหน้ารถ[7] ต่อมาตำรวจตั้งข้อหาแก่ผู้ก่อเหตุว่า พยายามฆ่าบุคคลทั้งสอง

8 เมษายน[แก้]

  1. พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และชาญชัย ลิขิตจิตถะ ต้องพิจารณาตัวเอง ด้วยการลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี
  2. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  3. การบริหารราชการแผ่นดินดำเนินไปตามครรลอง ของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การปรับปรุงใด ๆ ให้ดีขึ้นตามหลักสากล ต้องมีการปรึกษาหารือกัน ระหว่างนักประชาธิปไตยผู้มีประวัติและพฤติกรรม เชิดชูระบอบประชาธิปไตยเป็นที่ประจักษ์

ซึ่งในแถลงการณ์กำหนดเวลาที่ 24 ชั่วโมง หากไม่มีการปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง หลังจากนั้นแกนนำจะประกาศมาตรการยกระดับการชุมนุม[8]

10 เมษายน[แก้]

บานกระจกแตกเสียหาย ขณะที่คนเสื้อแดงประจันหน้ากับกำลังทหาร ที่ประตูอาคารโรงแรมรอยัล คลีฟ บีช รีสอร์ท เมื่อวันที่ 11 เมษายน
อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แถลงข่าวภายในบริเวณโรงแรมรอยัล คลีฟ บีช รีสอร์ท เมื่อวันที่ 11 เมษายน
  • ผู้ชุมนุมนำโดยกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ ปิดถนนตามแยกสำคัญต่าง ๆ ภายในกรุงเทพมหานคร และขู่ว่าจะก่อจลาจลในสถานที่ต่าง ๆ ส่วนรัฐบาลอภิสิทธิ์ ประกาศให้วันที่ 10 เมษายน เป็นวันหยุดราชการ
  • อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นำผู้ชุมนุมจากกรุงเทพมหานครไปชุมนุมที่เมืองพัทยา โดยเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เพื่อขอยื่นหนังสือกับตัวแทน สำนักงานเลขาธิการอาเซียน แล้วจะเดินทางกลับ โดยยืนยันจะไม่ขัดขวาง การประชุมในวันที่ 11 เมษายน

11 เมษายน[แก้]

  • กลุ่มผู้ชุมนุมจากหน้าทำเนียบรัฐบาล และในจังหวัดชลบุรี นำโดยอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เคลื่อนขบวนไปที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก เพื่อต่อต้านอภิสิทธิ์ แต่มีกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินเข้าประจันหน้า จึงเกิดการปะทะกัน โดยหลังจากนั้นมีการเจรจาโดยตำรวจ นำไปสู่การยุติการปะทะ กลุ่มคนเสื้อแดงจึงเดินเท้าเข้าไปชุมนุมหน้าโรงแรมได้ โดยเข้าไปในศูนย์สื่อมวลชน และมีการแถลงข่าวโดยอริสมันต์ ถึงสาเหตุที่ต้องเข้ามาภายในโรงแรม โดยกล่าวว่ามีคนเสื้อแดงถูกคนเสื้อน้ำเงินยิงได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ ดำเนินการหาตัวผู้กระทำผิด ภายใน 1 ชั่วโมง
  • ทว่ารัฐบาลไม่ดำเนินการตามที่เรียกร้อง ผู้ชุมนุมจึงเคลื่อนเข้าไปค้นหาตัวอภิสิทธิ์ ภายในอาคารของโรงแรม และระหว่างนี้เกิดความเสียหายโดยเห็นชัดจากคลิปวิดีโอว่าเกิดจากฝ่ายใด[12] เป็นเหตุให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศเลื่อน การประชุมนานาชาติของอาเซียนคราวนี้ออกไปก่อน พร้อมทั้งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี[13]แต่งตั้งนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบ[14] จนกระทั่งส่งผู้นำต่างประเทศกลับเสร็จสิ้น จึงยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ต่อมาเวลา 21:00 น. พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้าไปยังการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยกล่าวว่ากลุ่มเสื้อน้ำเงิน รับเงินมาทำร้ายคนเสื้อแดง[15] และกล่าวขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทหารที่เป็นสุภาพบุรุษ เข้าใจการเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง เพราะการขัดขวางกลุ่มเสื้อแดง ก็เสมือนกับไม่ต้องการให้ประเทศเจริญ และกล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากมีการใช้อำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นจึงถึงเวลาที่คนเสื้อแดงต้องไขว่คว้าหาประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยต้องเปลี่ยนรัฐบาลที่เป็นมือเป็นไม้ให้ระบอบอำมาตย์ให้ได้ก่อน และพร้อมเปิดรับคนที่เคยมีความเห็นต่างให้เข้ามาร่วมกัน

12 เมษายน[แก้]

  • กลุ่มผู้ชุมนุมกลับมารวมตัวที่กรุงเทพมหานคร และมีการปิดถนนสายสำคัญ โดยเริ่มจากขบวนแท็กซี่ปิดถนนรอบวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เช้าวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552 แกนนำปราศรัยบนเวทีว่า อริสมันต์ถูกจับกุมตัว จากเหตุการณ์ไม่สงบที่เมืองพัทยาแล้ว พร้อมทั้งกล่าวชวนคนเสื้อแดง ให้ไปชุมนุมขัดขวางอภิสิทธิ์ ซึ่งกำลังจะออกโทรทัศน์ เพื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่กระทรวงมหาดไทย
  • ที่กระทรวงมหาดไทยในสายวันนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปภายในกระทรวงมหาดไทย เพื่อตามหาตัวอภิสิทธิ์ โดยพยายามปิดกั้นรถยนต์ซึ่งอภิสิทธิ์โดยสาร จนเกิดความวุ่นวายขึ้น กระทั่งเจ้าหน้าที่อารักขานายกรัฐมนตรี ต้องยิงปืนเพื่อปรามให้เหตุการณ์ยุติ ผู้ชุมนุมเข้าไปแย่งปืนจากเจ้าหน้าที่นายหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ชุมนุมใช้ท่อนไม้และของแข็งรุมเข้าทุบไปยัง รถยนต์คันที่ผู้ชุมนุมเชื่อว่าอภิสิทธิ์นั่งอยู่ภายใน จนต้องวิ่งไปโดยรอบ ภายในบริเวณกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ผู้ชุมนุมติดตามรุมทุบรถอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ยังมีการทุบรถยนต์ซึ่งนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการของอภิสิทธิ์โดยสารอยู่ด้วย กระทั่งนิพนธ์ก็บาดเจ็บ ต้องมีผู้นำส่งโรงพยาบาล ในขณะที่รถยนต์ซึ่งเชื่อว่าอภิสิทธิ์โดยสาร พยายามวิ่งหาทางออก ซึ่งในที่สุดก็ออกมา จากประตูของกระทรวงได้สำเร็จ[16][17][18] ต่อมาสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำซึ่งไปชุมนุมหน้ากระทรวงมหาดไทย กล่าวบนเวทีชุมนุมว่า มีคนเสื้อแดงเสียชีวิต 2 คน มีการนำตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี มายังหน้าเวทีและแสดงอาวุธปืน ซึ่งเชื่อว่ามีการใช้ยิง ขณะเกิดความวุ่นวาย ต่อมาในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2552 พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ตั้งข้อหาพยายามฆ่า และมีรางวัลนำจับ ให้ประชาชนที่แจ้งเบาะแสผู้ต้องหา รายละ 50,000 บาท ซึ่งในจำนวนผู้ต้องหาทั้งหมด 20 ราย มีสุพร อัตถาวงศ์ รวมอยู่ด้วย[19]
  • รัฐบาลอภิสิทธิ์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

13 เมษายน[แก้]

รถแก๊สแอลพีจีที่มีการอ้างว่ากลุ่มคนเสื้อแดงนำไปจอดไว้ที่หน้าแฟลตดินแดง (13 เม.ย. 52)
โครงรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ขสมก สาย 503 ซึ่งถูกเพลิงไหม้
บริเวณถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล หลังมีการประกาศยุติการชุมนุม (14 เม.ย. 52)
  • กำลังทหารและตำรวจใช้แก๊สน้ำตา กระสุนจริงและกระสุนฝึกหัด เข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกดินแดง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 70 คน[20][21] และมีรายงานโดยกลุ่มผู้ชุมนุมเองว่า มีผู้เสียชีวิตจากการเข้าสลายการชุมนุมด้วย[22] ซึ่งกองทัพได้ออกมากล่าวในภายหลังว่ามีการยิงกระสุนจริงขึ้นฟ้าแต่ไม่ได้ยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุม แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล อย่างฮิวแมนไรต์วอตช์ยืนยันว่า กองทัพมีการยิงกระสุนจริงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม[23]
  • เวลาประมาณ 12:00 น.สุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยคำนวณ ชโลปถัมภ์ อดีตนายกสภาทนายความ เข้ายื่นหนังสือถึงราชเลขาธิการ เรื่อง ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่สำนักพระราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีอินทร์จันทร์ บุราพันธ์ รองเลขาสำนักราชเลขาธิการ เป็นผู้รับหนังสือแทน[24]
  • มีการยึดรถโดยสารประจำทางหลายคัน มาจอดขวางตามถนนต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยมีบางคันถูกทำลาย และมีการจุดไฟเผาหลายคัน
  • เวลาประมาณ 16:00 น. สัญญาณภาพจากช่องสถานีประชาธิปไตย ของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งถ่ายทอดการชุมนุมโดยตลอด มีข้อความแสดงบนหน้าจอโทรทัศน์แทนที่ว่า "ขออภัย ทางสถานีดาวเทียมไทยคม มีความจำเป็นต้องตัดสัญญาณ D-Station ตามคำสั่งของรัฐบาลในพ.ร.ก.ฉุกเฉิน[25]
  • เวลาประมาณ 21:30 น.เกิดเหตุปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม กับชาวบ้านหลายกลุ่มในตลาดนางเลิ้ง ที่พยายามปกป้องชุมชนของตนเอง จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย[26] และกลุ่มผู้ชุมนุมกล่าวว่า มีผู้ชุมนุมจำนวน 3 คนเสียชีวิต
  • รัฐบาล จัดตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.)ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 98/2552 ให้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พลเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน[27]ผู้ปฏิบัติงานในกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน มี 15 ราย(ไม่รวมข้าราชการตำรวจทหารที่ได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการกอฉ.) รายชื่อสำคัญเช่น พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พลอกาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ เสนาธิการทหาร พลโท ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก พลเรือโท รพล คำล้าย เสนาธิการทหารเรือ พลอากาศโท มานิต สพันธุพงษ์ เสนาธิการทหารอากาศ[28] วิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย วีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงต่างประเทศ อดุลย์ กอวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

14 เมษายน[แก้]

จนกระทั่ง 24 เมษายน พ.ศ. 2552 ได้มีการยกเลิก พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จากนั้นเวลาเย็นวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2552 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติรุ่นที่สอง นำโดยสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง และนัดเดินสาย 5 จังหวัด ก่อนรวมพลใหญ่ที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง โดยใช้ฤกษ์พฤษภาทมิฬ 17-20 พ.ค. [32]

21 เมษายน[แก้]

  • พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 166/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีเกิดเหตุวุ่นวายที่ประชุมอาเซียนซัมมิต ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่หัวหน้างานด้านอำนวยการ) เป็นกรรมการ พล.ต.ต.สุรพล อยู่นุช ผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ พ.ต.อ.ชัยพร วรรณประภา รองผู้บังคับการกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ พ.ต.ท.วิญญู ฉายอรุณ สารวัตรงานคดีวินัยฝ่ายอำนวยการ 4 กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ พ.ต.ท.รณภพ มั่นวิเชียร สารวัตรกลุ่มงานนิติกรด้านสอบสวนและพิจารณาโทษ กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ[33]

ผลกระทบ[แก้]

ทางรัฐบาลได้ออกมาประมาณตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ที่ 120 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเสื้อแดง[34] ทั้งนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงได้อ้างว่า มีผู้เสียชีวิตถึง 6 คนจากการชุมนุมดังกล่าว[35] ทั้งนี้ ศพคนเสื้อแดง 2 ศพที่ถูกพบว่าลอยอยู่เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ทางตำรวจได้สรุปว่าเป็นการฆาตกรรมที่มีเหตุจูงใจมาจากการเมือง[36]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/E/054/1.PDF
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/E/055/1.PDF
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/E/060/1.PDF
  4. The Telegraph, Thai protesters bring Bangkok to a halt, 8 April 2009
  5. Nirmal Ghosh, "Live: Flashpoint Pattaya," Straits Times, 11 April 2009
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/E/053/1.PDF
  7. = ขบวนรถ ‘อภิสิทธิ์’ ชนมอเตอร์ไซค์เสื้อแดง ผู้ชุมนุมตามด่า-ทุบรถ แต่ขับหนีได้สำเร็จ ประชาไท 8 เมษายน 2552
  8. คมชัดลึก. แถลงการณ์เสื้อแดงจี้"เปรม-สุรยุทธ์-ชาญชัย-มาร์ค"ลาออกทันที
  9. UPDATE 4-Anti-govt rally in Bangkok, PM says Asia summit on."Reuters". April 8, 2009
  10. UDD Demonstration, Victory Monument, Bangkok. 9th April 2009.
  11. คมชัดลึกแม้วปลุกเสื้อแดง3วันสู้นำปชต.กลับบ้าน
  12. คมชัดลึก. เสื้อแดงบุกรร.ที่ประชุมอาเซียน
  13. คมชัดลึก. ประกาศพรก.ฉุกเฉินฯเมืองพัทยา
  14. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/E/053/2.PDF
  15. http://www.komchadluek.net/detail/20090411/9245/ทักษิณปลื้มเสื้อแดงล้มถกอาเซียน.html
  16. โพสต์ทูเดย์เสื้อแดงทุบรถนายกฯ
  17. http://www.ft.com/cms/s/55e5ef2c-2fe4-11de-a2f8-00144feabdc0,Authorised=false.html?_i_location=http%3A//www.ft.com/cms/s/0/55e5ef2c-2fe4-11de-a2f8-00144feabdc0%2Cs01%3D1.html%3Fnclick_check%3D1&_i_referer=http%3A//thaipoliticalprisoners.wordpress.com/2009/04/25/new-abhisit-in-the-financial-times/&nclick_check=1
  18. http://www.torontosun.com/news/world/2009/04/12/9093661.html#/news/world/2009/04/12/pf-9093661.html
  19. คมชัดลึก 19 เมยฬ 2552ตั้งข้อหาพยายามฆ่า"อภิสิทธิ์"20เสื้อแดง
  20. Abhisit Vejjajiva won the media battle but the hardest job is yet to come. The Times. April 14, 2009
  21. Thai troops open fire on protesters in Bangkok. The Times. April 13, 2009
  22. ทหารตรึงกำลังเข้มคุมสถานการณ์ตามจุดสำคัญ ข่าวจากสำนักข่าวไทย
  23. Human Rights Watch calls for Thailand inquiry after riots. The Telegraph. April 16, 2009
  24. มติชน กลุ่มอดีตสมาชิกวุฒิสภา ยื่นถวายฎีกา"ในหลวง" ด้าน"สมเจตน์"อัดเจตนาป้องเสื้อแดง
  25. [1]ไทยคมตัดสัญญาณโทรทัศน์D-Stationแล้ว
  26. คมชัดลึกคนชุมชนนางเลิ้งปะทะเสื้อแดงดับ2
  27. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/E/056/4.PDF
  28. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการ
  29. Thailand issues Thaksin arrest warrant over Bangkok violence. The Guardian. April 14, 2009
  30. ASTVผู้จัดการออนไลน์3 แกนนำโจรแดงโวย!!ไม่ได้รับประกันตัว-ถูกแยกขังเดี่ยว
  31. สำนักข่าวไทยการส่งผู้ชุมนุมกลับภูมิลำเนาเป็นไปอย่างเรียบร้อย
  32. ส.ส.พท.เล่นเกม"ศพทหาร" เผา"หลอก" "ม็อบแดง"ยังชุมนุมหนาตา ถือฤกษ์พ.ค.ทมิฬลุยรอบใหม่มติชนรายวัน วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11369
  33. ตร.ตั้ง “ปทีป” ส่องเหตุม็อบแดงถ่อย! ล้มอาเซียนซัมมิต
  34. Army pressure ends Thai protest. April 14, 2009
  35. It Begins. Bangkok Pundit. April 13, 2009
  36. Police probe 'Red Shirt' deaths. The Straits Times. April 16, 2009

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]