กรณีตากใบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กรณีตากใบ เป็นเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 84 คน

เหตุการณ์[แก้]

เหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม เริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2547 เมื่อสมาชิกของกลุ่มมุสลิมติดอาวุธได้โจมตีที่ตั้งแห่งหนึ่งของกองทัพ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ประกาศขยายการใช้กฎอัยการศึกจากเดิมที่มีประกาศอยู่แล้วในบางพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี[1]

เช้าวันที่ 28 เมษายน 2547 สถานีตำรวจและจุดตรวจ 11 แหล่งถูกโจมตีโดยกลุ่มชายมุสลิม ซึ่งรายงานของแอมเนสตีอินเทอร์เนชันแนลระบุว่าโดยมากมีอาวุธมีดและมีจำนวนเล็กน้อยที่มีอาวุธปืน ตำรวจ 5 นายเสียชีวิตในเหตุการณ์เหล่านี้ ส่วนผู้ก่อเหตุเสียชีวิตรวมมากกว่า 100 รายระหว่างการปะทะตอบโต้กับเจ้าหน้าที่[1]

หลังเหตุการณ์บุกสถานีตำรวจดังกล่าว ชายมุสลิมซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น 32 คนถูกฆ่าด้วยอาวุธหนักโดยกองกำลังความมั่นคงในมัสยิดกรือเซะ มัสยิดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค[2][3] มีรายงานว่าคณะกรรมการสืบสวนหาความจริงที่รัฐบาลเป็นผู้แต่งตั้งพบว่ากองกำลังความมั่นคงได้ใช้กำลังตอบโต้ภัยคุกคามอย่างเกิดสัดส่วน อย่างไรก็ตามรายงานดังกล่าวไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ และไม่พบว่าได้มีการสืบสวนหาความจริงอย่างเป็นอิสระกับเหตุที่เกิดขึ้นกับสถานีตำรวจอีก 10 สถานีหรือไม่[1]

วันที่ 25 ตุลาคม 2547 ชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งได้ชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจตากใบ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการคุมขังประชาชน 6 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามอบอาวุธให้กับผู้ก่อความไม่สงบ เมื่อผู้ชุมนุมขว้างปาก้อนหินและพยายามจะบุกสถานีตำรวจ กองกำลังความมั่นคงได้ใช้แก๊สน้ำตาและยิงตอบโต้ มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน และถูกจับกุมประมาณ 1,300 คนก่อนจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังฐานทัพแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งคนจำนวนมากถูกทุบตี ในจำนวนคนที่ถูกจับกุมมีคนอย่างน้อยอีก 78 คนเสียชีวิต[1] การชันสูตรพบว่าเกิดจากการหายใจไม่ออก หมดสติกระทันหันจากความร้อน และการชัก ซึ่งน่าจะเกิดจากสภาพที่แอดอัดเกินไประหว่างการเดินทางและอยู่ในรถบรรทุกกว่า 6 ชั่วโมงและจากการถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม[2] คนที่เหลือส่วนใหญ่หลังถูกสอบสวนแล้วก็ถูกปล่อยโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่มี 58 คนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ารวมตัวชุมนุมโดยผิดกฎหมาย รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการ 11 คนเพื่อสืบสวนหาความจริง คณะกรรมการได้รายงานข้อค้นพบกับรัฐบาลในเดือนธันวาคม 2548 แต่ข้อค้นพบดังกล่าวไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ[1]

ผลที่ตามมา[แก้]

เหตุการณ์ดังกล่าวจุดประกายให้เกิดการประท้วงอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ วีซีดีซึ่งจัดทำโดยกลุ่มมุสลิม ได้แสดงให้เห็นถึงภาพเหตุการณ์เช่นเดียวกับเสียง วีซีดีเหล่านี้ได้ถูกส่งเวียนไปตามกลุ่มมุสลิมในประเทศไทย[4] รัฐบาลกล่าวว่าเป็นการผิดกฎหมายในการครอบครองวีซีดีดังกล่าวและกล่าวว่ารัฐบาลสามารถฟ้องร้องผู้ที่มีไว้ในครอบครองได้[4]

ไม่นานหลังจากเหตุการณ์ ปฏิกิริยาแรกของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ออกมากล่าวว่าชายเหล่านี้เสียชีวิต "เพราะพวกเขายังอ่อนแอจากการอดอาหารระหว่างเดือนรอมฎอน"

กระทั่งวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549 ไม่มีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงที่มีส่วนรับผิดชอบถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม[5] ต่อมา นายกรัฐมนตรี สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวแสดงความขอโทษอย่างเป็นทางการต่อเหตุการณ์ดังกล่าว[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 Amnesty International Annual Report 2005 รายงานประจำปีของแอมเนสตีอินเทอร์เนชันแนล บันทึกงานสิทธิมนุษยชนที่องค์กรดำเนินการระหว่างมกราคม-ธันวาคม 2004 นน. 249-250.
  2. 2.0 2.1 The Age Deadly demo puts Thais on tightrope, 30 October 2004
  3. วันนี้ในอดีต: 28 เมษายน 2004: เกิดเหตุปะทะอย่างรุนแรงที่ “กรือเซะ” ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตรวม 108 ศพ ศิลปวัฒนธรรม. 28 เมษายน 2560.
  4. 4.0 4.1 2bangkok.com
  5. Amnesty Internation Report 2006
  6. The Nation, PM Surayud issues apologies for Tak Bai Massacre, 3 November 2006

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]