มัสยิดกรือเซะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
มัสยิดกรือเซะ
Krue Se Mosque
OAT 6396.jpg
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง หมู่ 3 บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี
ประเทศ ไทย ประเทศไทย
การก่อสร้าง
ปีบูรณะ พ.ศ. 2548[1][2]
ผู้บูรณะ กรมศิลปากร[1]
สถาปัตยกรรม เปอร์เซีย[3][4]

มัสยิดกรือเซะ (มลายู: Masjid Kerisek) หรือ มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์[5] เป็นมัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีในจังหวัดปัตตานี สันนิษฐานได้ว่าเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอทิกของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง (คำว่า ปิตู แปลว่า ประตู กรือบัน แปลว่า ช่องประตูที่มีรูปโค้ง) [6]

ช่วงเวลาที่มัสยิดกรือเซะถูกสร้างนั้นยังเป็นที่ถกเถียง บ้างว่าสร้างในรัชสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์[5][4] บ้างก็ว่าสร้างในรัชสมัยรายาบีรู[7] ส่วนกรณีที่มัสยิดสร้างไม่สำเร็จนั้น ก็มีการยึดโยงกับตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวซึ่งมีสุสานอยู่ใกล้กับมัสยิดกรือเซะ ที่ถูกเล่าต่อเติมภายหลังว่าเจ้าแม่ได้สาปให้มัสยิดนี้สร้างไม่สำเร็จ จนกลายเป็นปัญหากินแหนงแคลงใจระหว่างชาวไทยเชื้อสายมลายูและชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่[8][9] แต่จากการสำรวจและบูรณะของกรมศิลปากร พบว่าโครงสร้างโดมนั้นมีลักษณะไม่แข็งแรงและขาดความสมดุลจึงทำให้พังทลาย ทั้งยังไม่พบร่องรอยถูกเผาหรือถูกฟ้าผ่าตามตำนานที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เพราะหลังราชวงศ์กลันตันปกครองปัตตานีถัดจากราชวงศ์ศรีวังสา ได้ย้ายศูนย์กลางเมืองไปยังบานาและจะบังติกอตามลำดับ มัสยิดกรือเซะจึงถูกทิ้งให้โรยราไป[10]

กรณีกรือเซะ[แก้]

วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2547 เกิดความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย โดยที่มัสยิดกรือเซะเกิดเหตุการณ์รุนแรง กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกระจายกันโจมตีฐานตำรวจ-ทหาร 12 จุด คนร้ายเสียชีวิต 107 ศพ บาดเจ็บ 6 คนถูกจับกุม 17 คน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย[11]

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มัสยิดกรือเซะมีผู้เข้าชมน้อยลงกว่าเก่าก่อน[12]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "บูรณะ “มัสยิดกรือเซะ” เสร็จแล้ว! ส่งมอบพรุ่งนี้". ผู้จัดการออนไลน์. 24 กุมภาพันธ์ 2548. https://mgronline.com/onlinesection/detail/9480000027831. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  2. "บูรณะ" มัสยิดกรือเซะ" เสร็จเรียบร้อย". ประชาไท. 4 กุมภาพันธ์ 2548. https://prachatai.com/journal/2005/02/2610. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  3. "ตามรอย... อารยธรรมอิสลามปัตตานี". ฐานข้อมูลการท่องเที่ยว 5 จังหวัดชายแดนใต้. http://www.me-fi.com/tourismdb/tourism-5sbp/data_detail.php?cateLv=1&cateID=&subid=49&dataID=7173. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  4. 4.0 4.1 Najib Bin Ahmad (4 พฤศจิกายน 2558). "ปัตตานีในความทรงจำ". มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. http://lek-prapai.org/home/slide.php?id=10. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  5. 5.0 5.1 ทวีพร คุ้มเมธา (1 มิถุนายน 2559). "รายงานพิเศษ: ภาษามลายู-รัฐไทยนิยม การกลืนชาติทางภาษา แกะปมขัดแย้งชายแดนใต้". สำนักข่าวอิศรา. http://prachatai.com/journal/2016/06/66072. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 ตุลาคม 2559. 
  6. มัสยิดกรือเซะ
  7. "แหล่งโบราณคดีภาคใต้ - มัสยิดกรือเซะ". คลังเอกสารสาธารณะ. 19 พฤษภาคม 2552. http://www.openbase.in.th/node/9318. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  8. "มัสยิดกรือเซะ ปมขัดแย้งไฟใต้". วารสารศาสตร์ดิจิทัล มหาวิทยาลัยรังสิต. 26 พฤษภาคม 2557. http://www.jr-rsu.net/article/1171. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  9. งามศุกร์ รัตนเสถียร. "สร้างเรื่องเล่าสมานฉันท์ กรณีตำนานลิ้มกอเหนี่ยว-กรือเซะ". ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล. http://www.peace.mahidol.ac.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=873&Itemid=162. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  10. "“นักวิชาการภูมิประวัติศาสตร์” เสนอหลักฐานใหม่ ชี้ชัดว่า ชั้นดินของกรือเซะ ไม่มีองค์ประกอบทางเคมีที่ระบุว่ามัสยิดถูกไฟไหม้หรือฟ้าผ่า แต่“โครงสร้างที่ไม่แข็งแรง” เป็นสาเหตุที่ส่วนยอดโคมพังทลาย". สถานีวิทยุ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. 23 มีนาคม 2558. http://www.psu10725.com/joomla/index.php?option=com_content&view=article&id=815:-30-&catid=36:2011-06-18-10-54-39&Itemid=71. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  11. จันจิรา ลิ้นทอง (28 เมษายน 2559). "12 ปี เหตุการณ์ ‘กรือเซะ’ ย้อนรอยบาดแผลและบทเรียน". ประชาไท. https://prachatai.com/journal/2016/04/65508. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 
  12. "ทหารคุมเข้มวันครบรอบ 13 ปี “มัสยิดกรือเซะ” ชาวบ้านเผยไม่อยากรื้อฟื้นเหตุการณ์ความรุนแรง". ผู้จัดการออนไลน์. 28 เมษายน 2560. http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9600000043099. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2560. 

ดูเพิ่ม[แก้]