ข้ามไปเนื้อหา

แม่น้ำเจ้าพระยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แม่น้ำเจ้าพระยา
มุมมองแม่น้ำเจ้าพระยาจากสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมองไปทางทิศเหนือ ฝั่งซ้าย ได้แก่ โรงแรมเพนนินซูลา, ศูนย์การค้าไอคอนสยาม, โรงแรมมิลเลนเนียมฮิลตัน ฝั่งขวา ได้แก่ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร และอาคารโทรคมนาคมแห่งชาติ (บางรัก)
แผนที่แสดงที่ตั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมทั้งลุ่มน้ำสาขาสำคัญ
ที่มาของชื่อชื่อ "เจ้าพระยา" เป็นราชทินนามในระบบศักดินาของไทย
ที่ตั้ง
ประเทศประเทศไทย
จังหวัดที่ไหลผ่านนครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ
ลักษณะทางกายภาพ
ต้นน้ำจุดบรรจบของแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน
  ตำแหน่งตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
  พิกัด15°42′02.0″N 100°08′28.4″E / 15.700556°N 100.141222°E / 15.700556; 100.141222
  ระดับความสูง25 m (82 ft)
ปากน้ำอ่าวไทย
  ตำแหน่ง
ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ และตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
  พิกัด
13°32′37.9″N 100°35′28.8″E / 13.543861°N 100.591333°E / 13.543861; 100.591333
  ระดับความสูง
0 m (0 ft)
ความยาว372 km (231 mi)
พื้นที่ลุ่มน้ำ20,125 km2 (7,770 sq mi)
ลุ่มน้ำ
ระบบแม่น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ลำน้ำสาขา 
  ซ้ายแม่น้ำน่าน, แม่น้ำลพบุรี, คลองบางแก้ว, คลองเมือง, แม่น้ำป่าสัก, คลองบ้านพร้าว, คลองบางหลวงเชียงราก, แม่น้ำลัดเกร็ด
  ขวาแม่น้ำปิง, แม่น้ำสะแกกรัง, แม่น้ำท่าจีน, แม่น้ำน้อย, คลองบางบาล, คลองอ้อมนนท์, คลองบางกรวย, คลองบางกอกน้อย, คลองบางกอกใหญ่

แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศไทย โดยถือเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดสายหนึ่งของประเทศ มีความยาวโดยประมาณกว่า 372 กิโลเมตร เริ่มต้นจากจุดบรรจบของแม่น้ำสายหลักสองสายจากภาคเหนือ ได้แก่ แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ณ บริเวณปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ลักษณะของแม่น้ำทั้งสองสายแตกต่างกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ แม่น้ำน่านจะมีน้ำที่มีสีออกแดงจากตะกอนดินและแร่ธาตุจากลุ่มน้ำทางทิศตะวันออก ขณะที่แม่น้ำปิงมีสีเขียวอมฟ้าใสสะอาด ไหลมาจากแถบเทือกเขาในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดตาก เมื่อน้ำทั้งสองสายไหลมาบรรจบกันจึงก่อกำเนิดแม่น้ำสายใหญ่ที่เรียกว่า "เจ้าพระยา" ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงแผ่นดินภาคกลางมาตั้งแต่ยุคโบราณ[1]

หลังจากการก่อกำเนิด แม่น้ำเจ้าพระยาไหลลงทางทิศใต้ ผ่านพื้นที่ลุ่มภาคกลางที่อุดมสมบูรณ์ โดยพาดผ่านจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมลุ่มน้ำมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ แม่น้ำเจ้าพระยาทำหน้าที่เป็นเส้นทางคมนาคม การค้าขาย และการขนส่งทางน้ำที่สำคัญที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะนาข้าวที่เป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แม่น้ำสายนี้ยังเชื่อมโยงกับระบบคลองชลประทานหลากหลายสายที่แตกแขนงออกไป เพื่อกระจายทรัพยากรน้ำสู่พื้นที่รอบนอกอย่างทั่วถึง

เมื่อเข้าสู่พื้นที่เมืองหลวง แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นช่วงที่แม่น้ำมีบทบาทสูงสุดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการวางผังเมือง โดยมีการพัฒนาเมืองอย่างหนาแน่นตลอดสองฟากฝั่ง อันเป็นที่ตั้งของท่าเรือ ตลาด ชุมชนดั้งเดิม วัดวาอาราม และสถานที่ราชการสำคัญ แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนหัวใจของกรุงเทพมหานคร และยังคงเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่มีบทบาทในปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบของเรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฟาก และเรือท่องเที่ยว ก่อนจะไหลออกสู่อ่าวไทยบริเวณอำเภอเมืองสมุทรปราการและอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยปากแม่น้ำเจ้าพระยานี้ยังเป็นจุดเชื่อมโยงการเดินเรือระหว่างภูมิภาคภายในประเทศและการขนส่งระหว่างประเทศ แม่น้ำเจ้าพระยาจึงเป็นทั้งแหล่งชีวิต พื้นที่วัฒนธรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงประเทศสืบเนื่องมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน[2]

ข้อมูลทางภูมิศาสตร์

[แก้]

จุดเริ่มของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่บริเวณปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยการรวมของแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน แม่น้ำทั้งสองรับน้ำมาจากทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขาผีปันน้ำ ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีพื้นที่ 20,125 ตารางกิโลเมตร (ไม่รวมลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง ป่าสัก และท่าจีน) และมีความยาวถึง 372 กิโลเมตร โดยแยกออกเป็นแม่น้ำท่าจีน (คลองมะขามเฒ่า) ที่จังหวัดชัยนาท

ที่มาของชื่อ

[แก้]

พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุว่า เมื่อ พ.ศ. 2041 ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้มีการขุดลอกคลองสำโรงเนื่องจากคลองตื้นเขิน เรือใหญ่เดินทางไปมาผ่านคลองสำโรงไม่สะดวก และมีการขุดพบรูปเทพารักษ์ 2 องค์ได้แก่ พระยาแสนตาและพระยาบาทสังขกร จึงเรียกชุมชนบริเวณนี้ว่า บางเจ้าพระยา ซึ่งต่อมาได้นำชื่อชุมชนบริเวณปากน้ำนี้มาตั้งเป็นชื่อแม่น้ำ[3]

ธรณีกาล

[แก้]

แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำเก่าในยุคไพลสโตซีน เป็นหนึ่งในแควหลักของแม่น้ำซุนดาเหนือ ร่วมสมัยกับแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำพุมดวง–ตาปี ต่อมาช่วงต้นยุคโฮโลซีน น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นจากการละลายของน้ำแข็ง ทำให้ขอบเขตแม่น้ำเจ้าพระยาหายไป เนื่องจากพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจมอยู่ใต้อ่าวไทยโบราณ จากนั้นเริ่มมีการทับถมของดินตะกอนใหม่อีกครั้ง จนเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน[4]

ลำน้ำสาขา

[แก้]

ด้วยความที่แม่น้ำเจ้าพระยามีความสำคัญเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของภาคกลาง ทั้งในด้านการเดินทางและวิถีชีวิต นอกจากจะมีการสร้างสะพานและท่าน้ำจำนวนมากแล้ว ยังมีลำน้ำสาขา คลองธรรมชาติ และคลองขุด ซึ่งเชื่อมโยงแม่น้ำเจ้าพระยากับพื้นที่ภายในให้สามารถติดต่อถึงกันได้ โดยลำน้ำสาขาและคลองมีจำนวนมาก แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เช่นต้นน้ำได้แก่

การขุดลัดแม่น้ำ

[แก้]
แผนที่การขุดลัดแม่น้ำเจ้าพระยา

การขุดลัดแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณกรุงเทพมหานคร ทั้ง 3 ครั้งในสมัยอยุธยา ประกอบด้วยคลองลัดบางกอก พ.ศ. 2065[5] รัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช, คลองลัดบางกรวย พ.ศ. 2081 รัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ, คลองลัดนนทบุรี พ.ศ. 2179 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และในสมัยรัตนโกสินทร์มีการขุดลอกคลองลัดโพธิ์ บริเวณตำบลทรงคะนองและตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยในการระบายน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้า[ต้องการอ้างอิง]

การขนส่ง

[แก้]
เรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา

แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านพื้นที่เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลซึ่งมีซึ่งมีประชากรเกินสิบล้านคน หนาแน่นทั้งสองฝั่งแม่น้ำทำให้มีผู้ต้องการเดินทางจำนวนมาก แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหนึ่งในเส้นทางจราจรอีกเส้นทางหนึ่งของกรุงเทพฯ เกิดท่าเรือและบริการขนส่งสาธารณะอย่างเรือด่วนเจ้าพระยา และบริการเรือในคลองแสนแสบ คลองพระโขนง และคลองภาษีเจริญ โดยเฉพาะเรือด่วนเจ้าพระยามีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 20,000 คนต่อวัน จากข้อมูลตลอดทั้งปี 2567[6] รวมทั้งปีมี 51,394 เที่ยวทั้งขึ้นทั้งล่อง โดยเฉพาะท่าไอคอนสยามมีผู้ใช้บริการถึงวันละ 4,700 คนต่อวัน นอกจากบริการขนส่งมวลชน ธุรกิจเรือท่องเที่ยวและร้านอาหารแบบแพที่เกิดขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยามาจากปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวของรัฐบาลไทย[7] และด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านเมืองสำคัญอย่างกรุงเทพมหานครและพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สถิติการท่องเที่ยวด้วยเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเทศกาลวันหยุดมีเรือภัตตาคารบริการถึงวันละ 46 เที่ยว[8]

นอกจากขนส่งมวลชนแม่น้ำเจ้าพระยายังเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าทางเรือเนื่องจากผู้คนบริเวณนี้มีวิถีชีวิตอยู่กับแม่น้ำโดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่เป็นจุดรวมแม่น้ำสี่สายได้แก่เจ้าพระยา ป่าสัก แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี[9] ซึ่งสามารถเดินทางออกไปถึงปทุมธานี อ่างทอง นครหลวง ท่าเรือ และสระบุรีได้ ทำให้พบเห็นการขนส่งสินค้าผ่านเรือโยงและเรือโป๊ะในแม่น้ำเจ้าพระยา สินค้าที่ถูกขนล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยาได้แก่ ข้าว และทราย รวมถึงยังเป็นทางผ่านการขนปูนซีเมนต์จากแม่น้ำป่าสักผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาทางเรือ และใช้เป็นทางผ่านขนปุ๋ยสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและแร่เชื้อเพลิงจากภาคตะวันออกสู่ลุ่มแม่น้ำป่าสัก[10] นอกจากนี้บันทึกในอดีตยังเล่าถึงการแล่นเรือสินค้าจากอ่าวไทยสู่อยุธยา[ต้องการอ้างอิง] แม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาหลายร้อยปี

ท่าน้ำ

[แก้]

แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางคมนาคมอีกเส้นทางสำหรับคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงทำให้มีการสร้างท่าน้ำจำนวนมากเพื่อรองรับการขนส่งทางน้ำ โดยท่าน้ำในการเดินเรือโดยสารในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีดังนี้[11]

การผลิตน้ำประปา

[แก้]

แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาสำคัญของการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคกลาง ส่วนเขตจังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ รับผิดชอบโดยการประปานครหลวง โดยมีสถานีสูบน้ำดิบสำแล ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านกระแชง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

สัตว์น้ำหายากที่พบ

[แก้]
  • วาฬบรูด้า[13]
  • ปลาทรงเครื่อง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Epalzeorhynchos bicolor อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มีรูปร่างคล้ายปลากา (Labeo chrysophekadion) ซึ่งเป็นปลาในวงศ์เดียวกัน แต่มีรูปร่างที่เพรียวยาว มีขนาดเล็กกว่ามาก สีลำตัวสีแดงอ่อน ครีบหางสีแดงเข้ม มีขนาดโตเต็มที่ไม่เกิน 12 เซนติเมตร และยังเป็นปลาน้ำจืดเฉพาะถิ่นของไทย และพบได้ในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนเท่านั้น[14]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
  2. สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
  3. สุจิตต์ วงษ์เทศ. "แม่น้ำเจ้าพระยา ได้ชื่อ "เจ้าพระยา" จากเทวรูป พบที่คลองสำโรง สมุทรปราการ". มติชน.
  4. "คลองเก่าเล่าประวัติเมือง". สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร. p. 120.[ลิงก์เสีย]
  5. การบันทึกน่าจะคลาดเคลื่อน เพราะในปีนั้น สมเด็จพระไชยราชาธิราชยังไม่ขึ้นครองราชย์
  6. รายงานความหนาแน่นผู้โดยสารเรือด่วนเจ้าพระยา 2567 (PDF) (Report). กรมเจ้าท่า. กุมภาพันธ์ 2568. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2025.
  7. "ธุรกิจเรือล่องเจ้าพระยา...คึกคัก". ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. 21 กรกฎาคม 2549. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2025.
  8. "เจ้าท่าฯ เผยสถิติวันสิ้นปี มีผู้โดยสารทางน้ำทั่วประเทศกว่า 2.6 แสนคน". ผู้จัดการออนไลน์. 1 ม.ค. 2567. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2025.
  9. "ย้อนสถิติอุบัติเหตุเรือล่มเจ้าพระยา ลำน้ำเศรษฐกิจสำคัญอยุธยา". ไทยพีบีเอส. 30 ก.ย. 2564. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2025.
  10. การขนส่งสินค้าทางนํ้าบริเวณแม่นํ้าเจ้าพระยาและป่าสัก 2567 (PDF) (Report). กรมเจ้าท่า. พฤษภาคม 2568. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2025.
  11. "ข้อมูลท่าเทียบเรือ (สผง.)". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-08-05. สืบค้นเมื่อ 2019-08-05.
  12. "สถานที่ท่าสำคัญ" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2019-08-05. สืบค้นเมื่อ 2019-08-05.
  13. “ดร.ธรณ์” ฝากคนกรุงเทพฯ รักษาภาพ “วาฬบรูด้า” โผล่แม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการลดใช้ถุงพลาสติก
  14. “ปลาทรงเครื่อง” ไม่ใช่อาหาร แต่เป็นปลาสวยงามสัญชาติไทย
  • จารุภัทร วิมุตเศรษฐ์. สะพานข้ามเจ้าพระยา. กรุงเทพมหานคร. 2553.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]