หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร
หม่อมเจ้า ชั้น 5
หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร.jpg
ชายาและหม่อมหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ กิติยากร
หม่อมเจ้าจีริกา กิติยากร
หม่อมพิณ กิติยากร ณ อยุธยา
พระบุตร6 คน
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ
พระมารดาหม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร
ประสูติ17 มกราคม พ.ศ. 2440
สิ้นชีพิตักษัย14 สิงหาคม พ.ศ. 2511 (71 ปี)

หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร (17 มกราคม พ.ศ. 2440 – 14 สิงหาคม พ.ศ. 2511) เป็นพระโอรสใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ กับหม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร

พระประวัติ[แก้]

หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร เป็นโอรสองค์ที่ 2 ใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนารถฯ (พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์) กับหม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร ประสูติเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2439ณ วังปากคลองผดุงกรุงเกษม (วังเทเวศร์ ในปัจจุบัน) นับเป็นนัดดาองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อชันษาประมาณ 6 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปประทับในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นทรงเข้าศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนราชวิทยาลัย (สมัยสายสวลีภิรมย์) จนชันษาประมาณ 11 ปี เสด็จไปศึกษา Public school ที่อังกฤษ และทรงศึกษาเพิ่มเติมด้านภาษาฝรั่งเศสที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์เสด็จไปศึกษาด้านวิชาการทหารที่ประเทศฝรั่งเศส ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนการทหารปืนใหญ่และทหารช่าง (École d'application de l'artillerie et du génie) ณเมือง Fontaineblau จนสำเร็จการศึกษา และทรงสอบคัดเลือกเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อย Polytechnique ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นโรงเรียนวิชาการทหารขั้นสูงที่สอบเข้าได้ยาก ทรงเป็นคนไทยคนแรก และเป็นคนเอเซียคนที่สองที่สามารถสอบคัดเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ ขณะที่ทรงศึกษาในชั้นปีสุดท้าย ประเทศไทย (ประเทศสยามในขณะนั้น) ได้เข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในการทำสงครามโลกครั้งที่ 1 หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ ทรงเข้าร่วมเป็นทหารอาสาในครั้งนี้ด้วย ภายหลังทรงได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นนายร้อยตรีจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ทรงกลับมาศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษา จึงเสด็จกลับประเทศไทย ทรงเข้ารับราชการในกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติเพื่อช่วยงานพระบิดาคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ทรงได้รับมอบหมายให้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นการสำรวจภาวะทางเศรษฐกิจ (Economic survey) ภายใต้ชื่อ งานท่องสื่อทางทรัพย์ ทรงปฏิบัติภารกิจได้ดี ทั้งในด้านการวางแผน เป้าหมาย การทดลองสำรวจและให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ในการสำรวจ รวบรวม และคำนวณผลการสำรวจโดยใช้วิชาสถิติเป็นหลัก ซึ่งต่อมาหน่วยงานนี้ได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นกอง ชื่อ กองสืบความรู้เอคอนอมิค หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ทรงดำรงตำแหน่งเจ้ากรมแห่งกองนี้ตลอดมา จนปี พ.ศ. 2469 ในรัชสมัยพระบาทสมเด้จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลต้องลดค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก กองสืบความรู้เอคอนอมิค ถูกยุบลง หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ได้รับคำสั่งให้ไปรับราชการทางกรมรถไฟแผ่นดิน หลังจากนั้น จึงทรงลาออกจากราชการ

เมื่อทรงออกจากราชการแล้ว หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ ทรงประกอบธุรกิจส่วนองค์ ซึ่งทรงสนใจด้านการกสิกรรม จึงทรงเริ่มปลูกปาล์มน้ำมันขึ้นที่ตำบลบ้านปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นับเป็นคนไทยคนแรกที่ปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อการค้า และทรงย้ายไปสร้างตำหนักและประทับอยู่ที่สงขลาเป็นการถาวรร่วมกับชายาคือ หม่อมเจ้าชวลิตโอภาส (รพีพัฒน์) และบุตร ธิดา

ในปี พ.ศ. 2482 หม่อมเจ้าอัปษรสมาน (เทวกุล) กิติยากร สิ้นชีพิตักษัย หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ทรงรับมรดกโรงภาพยนตร์พัฒนากร (สิริรามา) จึงทรงบริหารโรงภาพยนตร์ต่อมา โรงภาพยนตร์แห่งนี้เป็นที่แรกที่เริ่มการพากย์หนังเป็นภาษาไทย โดยมีทิดเขียว ศิลป์ สีบุญเรือง เป็นผู้ริเริ่มการพากย์หนังขึ้นจนแพร่หลายไปทั่วประเทศ

เสกสมรส[แก้]

หม่อมพิณ กิติยากร ณ อยุธยา[แก้]

มีธิดา 1 คน คือ

  • หม่อมราชวงศ์วีณา กิติยากร

หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ กิติยากร[แก้]

มีโอรสธิดา 3 คน คือ

  • หม่อมราชวงศ์กิตินัดดา กิติยากร
  • หม่อมราชวงศ์อมราภินพ กิติยากร สมรสกับแจแน็ท กิติยากร ณ อยุธยา (สกุลเดิม กริมม์)
  • หม่อมราชวงศ์กิติอัจฉรา ปวนะฤทธิ์ สมรสกับสมิทธิ์ ปวนะฤทธิ์

หม่อมเจ้าจีริกา กิติยากร[แก้]

มีโอรสธิดา 2 คน คือ

  • หม่อมราชวงศ์กิติสมาน กิติยากร สมรสกับระเบียบ กิติยากร ณ อยุธยา
  • หม่อมราชวงศ์จีริก กิติยากร

สิ้นชีพิตักษัย[แก้]

หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ สิ้นชีพิตักษัยเมื่อ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2511

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2462/D/2324.PDF