พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต (5 ธันวาคม พ.ศ. 2447 – 15 กันยายน พ.ศ. 2502) อดีตอุปนายก ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธนาคารไทยทนุ เมื่อปี พ.ศ. 2492

พระเจ้าวรวงศ์เธอ
กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต
พระเจ้าวรวงศ์เธอ ชั้น 5
พระองค์เจ้าชั้นโท
จุมภฏพงษ์บริพัตร.jpg
หม่อมหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร
พระธิดาหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
พระมารดาหม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร
ประสูติ5 ธันวาคม พ.ศ. 2447
สิ้นพระชนม์15 กันยายน พ.ศ. 2502 (54 ปี)

พระประวัติ[แก้]

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต เป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต และหม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร (ราชสกุลเดิม ไชยันต์) ประสูติเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2447 พระอิสริยยศเมื่อแรกประสูติเป็น หม่อมเจ้าจุมภฏพงษ์ บริพัตร ทรงศึกษาชั้นต้นที่วังบางขุนพรหม ซึ่งเป็นที่ประทับของราชสกุลบริพัตร หรือที่ชาวต่างชาติสมัยนั้นให้ฉายาว่า "บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้" จากนั้นทรงศึกษาต่อที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และศึกษาต่อที่วิทยาลัยแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และปริญญาตรีสาขาปรัชญา รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ในสำนักไครสต์เชิร์ช มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2472 ทรงเข้ารับราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เมื่อ พ.ศ. 2473 ก่อนจะกราบบังคมทูลลาออกจากราชการเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2475 เพื่อตามเสด็จพระบิดาและครอบครัวไปประทับยังเมืองบันดุง เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย และเมื่อเสด็จนิวัติประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร ทรงดำรงตำแหน่งอุปนายก ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เมื่อ พ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นการสืบตำแหน่งจากพระบิดา จนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2502 ที่วังสวนผักกาด

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต เสกสมรสกับหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (ราชสกุลเดิม เทวกุล) พระธิดาในพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และประทับที่วังสวนกุหลาบ มีพระธิดาองค์เดียวคือ หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

การศึกษา[แก้]

พระอิสริยยศ[แก้]

  • หม่อมเจ้าจุมภฎพงษ์ บริพัตร (5 ธันวาคม พ.ศ. 2447 – 12 มกราคม พ.ศ. 2448)
  • พระหลานเธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร (12 มกราคม พ.ศ. 2448 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)[1]
  • พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 – 6 มกราคม พ.ศ. 2454)[2]
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร (6 มกราคม พ.ศ. 2454 – 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2495)[3]
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2495 – ปัจจุบัน) [4]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งหม่อมเจ้าเป็นองค์เจ้าหลานเธอ (พระหลานเธอ พระองค์เจ้าจุมภฎพงษ์บริพัตร์) , เล่ม ๒๑, ตอน ๔๒, ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๗ , หน้า ๗๔๗
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ คำนำพระนามพระบรมวงษานุวงษ์, เล่ม ๒๗, ตอน ก, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓, หน้า ๑
  3. ราชกิจจานุเบกษา,พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกพระวรวงษ์เธอ เป็นพระเจ้าวรวงษ์เธอ, เล่ม ๒๗, ตอน ก, ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๓, หน้า ๙๙
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศสถาปนาพระราชวงศ์, เล่ม ๖๙, ตอน ๒๘ ก, ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๕, หน้า ๖๔๔
  5. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  6. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๖, ตอน ๑๐๓ ง, ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒, หน้า ๒๔๕๗
  7. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัตยุบันฝ่ายหน้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 25 (35): 1114. 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451.
  8. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2473/D/3078.PDF
  9. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหรียญรัตนาภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 69 (75ง): 4695. 16 ธันวาคม พ.ศ. 2495.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]