อนุชา บูรพชัยศรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อนุชา บูรพชัยศรี
[[file:‎|200px|alt=]]
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

อนุชา บูรพชัยศรี เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ) เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สองสมัย เป็นนักธุรกิจที่ก้าวสู่วงการการเมืองในปี พ.ศ. 2550 หลังจากทำงานภาคเอกชนมากว่า 20ปี ด้านธุรกิจเครื่องจักรกลหนักที่ใช้ในงานก่อสร้าง

ประวัติการศึกษา[แก้]

  • ปริญญาโท(ดีเด่น) คณะวิทยาศาสตร์ สาขาการพลังงานและการเผาไหม้ มหาวิทยาลัยลีดส์ (University of Leeds) ประเทศอังกฤษ
  • ปริญญาตรี(เกียรตินิยม) คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยอเดเลด (The University of Adelaide) ประเทศออสเตรเลีย

งานการเมือง[แก้]

อนุชาลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2550 ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้งเขตเลือกตั้งยังเป็นแบบเขตใหญ่ (แบบทีม 3คน) ร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช และนายสมเกียรติ ฉันทวานิช และได้รับการเลือกตั้งเข้าสภาฯยกทีมทั้งสามคน

ในปี พ.ศ. 2553 หลังจากที่นายสมเกียรติ ฉันทวานิชได้ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่งในคดีถือครองหุ้นบริษัทสัมปทานรัฐ นายอภิรักษ์ โกษะโยธินได้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเวลาต่อมา และอนุชาได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนั้น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 อนุชาลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งที่สอง หลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเขตเลือกตั้งมีการปรับเปลี่ยนเป็นแบบเขตเล็ก (แบบเขตเดียวคนเดียว) และอนุชาได้รับการเลือกตั้งเข้าสภาฯเป็นสมัยที่สอง

อนุชาใช้ความรู้ และประสบการณ์จากภาคเอกชนในการเสนอ และผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจต่างๆ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ และด้านอุตสาหกรรม และมีบทบาทในการพิจารณากฎหมายสำคัญๆ อาทิเช่น ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศฯ (กฎหมาย 2ล้านล้านบาท) การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ และการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นต้น

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 อนุชาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งที่สาม แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ)[1]


  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย (2550,2554)
  • เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ)
  • รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร
  • เลขานุการคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร
  • คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)
  • ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา และติดตามนโยบายรัฐบาล คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร
  • รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากลั่นกรอง และติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร
  • รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาติดตามผลการปฏิบัติงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยฯ
  • รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณอาคารพาณิชย์และตลาดคลองเตยฯ
  • รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขปัญหาจุดตัดทางแยกระหว่างทางหลวงและทางรถไฟ
  • อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยฯ
  • ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน)
  • ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ เขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สภาผู้แทนราษฎร
  • ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับเศรษฐกิจมหภาค และเศรษฐกิจระหว่างประเทศฯ
  • รองประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ออสเตรเลีย
  • เลขานุการกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-รัสเซีย
  • กรรมการบริหารกลุ่มรัฐสภาไทยในสหภาพสมาชิกรัฐสภาเอเชียและแปซิฟิก
  • คณะกรรมการนโยบายพรรค พรรคประชาธิปัตย์
  • รองโฆษกด้านเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์
  • ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

งานภาคเอกชน[แก้]

  • กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมโทรเอ็นจิเนียริ่งแอนด์แมชชีนเนอรี่ จำกัด
  • กรรมการบริหาร บริษัทในกลุ่มเอ็มอีซี

งานสังคม[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สร ๑๐๗๗/๒๕๖๒ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖
  3. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2553
  4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2552

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]