คาราบาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คาราบาว
Carabao-Logo.gif
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด มะนิลา, ประเทศฟิลิปปินส์
แนวเพลง ร็อก, เพื่อชีวิต
ช่วงปี พ.ศ. 2524 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลง พีค็อก, อโซน่า, แกรมมี่, แว่วหวาน, วอร์นเนอร์ มิวสิก ประเทศไทย, ดีเดย์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, กระบือแอนด์โค, มองโกล
เว็บไซต์ http://www.carabao.net
สมาชิก ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด)
ปรีชา ชนะภัย (เล็ก)
เทียรี่ เมฆวัฒนา (รี่)
เกริกกำพล ประถมปัทมะ (อ๊อด)
ลือชัย งามสม (ดุก)
ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ (หมี)
ชูชาติ หนูด้วง (โก้)
ธนะสิทธิ์ พันธุ์พงษ์ไทย (อ้วน)
อดีตสมาชิก สานิตย์ ลิ่มศิลา (ไข่)
กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร (เขียว)
ไพรัช เพิ่มฉลาด (รัช)
อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี (เล็ก)
อำนาจ ลูกจันทร์ (เป้า)
ศยาพร สิงห์ทอง (น้อง)

คาราบาว (อังกฤษ: Carabao) เป็นวงดนตรีเพื่อชีวิตและยังเป็นตำนานเพลงเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงโด่งดังและยังเป็นวงที่อมตะตลอดกาล[1] ของไทย โดยมี ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด) เป็นหัวหน้าวง

ประวัติ[แก้]

ก่อตั้ง[แก้]

วงคาราบาวเกิดจากการก่อตั้งโดยนักเรียนไทยที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 3 คน คือ ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด) กับ กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร (เขียว) และ สานิตย์ ลิ่มศิลา (ไข่) ขึ้นที่นั่น ในปี พ.ศ. 2523 โดยคำว่า "คาราบาว" เป็นภาษาตากาล็อก คือภาษาพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ แปลว่า "ควาย" หรือ คนใช้แรงงาน ซึ่งทางฟิลิปปินส์ถือเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นเกษตร โดยหมายจะเป็นวงดนตรีที่มีเนื้อหาเพื่อชีวิต

คาราบาวในยุคแรกเริ่ม (จากซ้าย) เขียว, แอ๊ด, เล็ก

แอ๊ดได้มีโอกาสฟังเพลงของ เลด เซพเพลิน, จอห์น เดนเวอร์, ดิ อีเกิ้ลส์ และปีเตอร์ แฟลมตัน จากแผ่นเสียงที่ไข่สะสมไว้เป็นจำนวนมาก ต่อมา ทั้ง 3 จึงร่วมกันตั้งวงดนตรีขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า "คาราบาว" เพื่อใช้ในการแสดงบนเวทีในงานของมหาวิทยาลัย โดยเล่นดนตรีโฟล์คในเนื้อหาที่สะท้อนสภาพปัญหาและความเป็นจริงของสังคม

เมื่อกลับมาเมืองไทย แอ๊ดและเขียวได้ร่วมกันเล่นดนตรีในเวลากลางคืน โดยกลางวันแอ๊ดทำงานอยู่ที่การเคหะแห่งชาติ ขณะที่เขียวทำให้กับบริษัทฟิลิปปินส์ที่มาเปิดในประเทศไทย ส่วนไข่ก็ได้แยกตัวออกไป ทั้งคู่ออกอัลบั้มชุดแรกของวง ในชื่อ "ขี้เมา" เมื่อปี พ.ศ. 2524 ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จนัก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 ได้มีสมาชิกในวงเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน คือ ปรีชา ชนะภัย (เล็ก) จากวงเพรซซิเด้นท์ และออกอัลบั้มเป็นชุดที่ 2 ในชื่อ "แป๊ะขายขวด" ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอีก

รุ่งเรือง[แก้]

สมาชิกในวงทั้ง 7 คน (จากซ้าย) แอ๊ด, เทียรี่, เล็ก, เป้า, เขียว, อ๊อด, อ.ธนิสร์

คาราบาว เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในอัลบั้มชุดที่ 3 ในปี พ.ศ. 2526 จากอัลบั้ม วณิพก กับสังกัดอโซน่า ด้วยเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม โดยมีเนื้อหาที่แปลกแผกไปจากเพลงในยุคนั้น ๆ และดนตรีที่เป็นท่วงทำนองแบบไทย ๆ ผสมกับตะวันตก มีจังหวะที่สนุกสนาน ชวนให้รู้สึกคึกคัก เต้นรำได้ ต่อมาในปลายปีเดียวกัน คาราบาวก็ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 4 คือ ท.ทหารอดทน ซึ่งได้ อำนาจ ลูกจันทร์ และไพรัช เพิ่มฉลาด เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในวง ในตำแหน่งมือกลอง และมือเบสตามลำดับ และเริ่มมีปัญหากับสังกัดอโซน่าในการทำเพลง และเป็นอัลบั้มแรกของวงที่มีเพลงที่ถูกสั่งห้ามนำไปเผยแพร่ออกอากาศ คือเพลง ท.ทหารอดทน และ ทินเนอร์

คาราบาวประสบความสำเร็จมากที่สุดในปลายปี พ.ศ. 2527 เมื่อออกอัลบั้มชื่อว่า เมด อิน ไทยแลนด์ เป็นอัลบั้มชุดที่ 5 ซึ่งทำยอดขายได้ถึง 5,000,000 ตลับ ซึ่งเป็นสถิติยอดจำหน่ายอัลบั้มเพลงของศิลปินไทยที่สูงที่สุดของไทยไม่มีใครทำลายได้มาจนถึงอัลบั้ม ชุดรับแขก ของซุปเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าของไทย คือ ธงไชย แมคอินไตย์ ซึ่งได้แซงอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ด้วยยอดขาย 8,000,000 ตลับ และเมื่อคาราบาวจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก คือ คอนเสิร์ตทำโดยคนไทย ก็มียอดผู้ชมถึง 60,000 คน

โดยสมาชิกในวงคาราบาวในยุคนั้นเรียกว่า ยุคคลาสสิก มีสมาชิกในวงทั้งสิ้น 7 คน ประกอบด้วย

ระหว่างปี พ.ศ. 2527 - พ.ศ. 2533 เรียกได้ว่าเป็นปีทองของคาราบาว โดยมีแอ๊ดเป็นผู้นำ โดยออกอัลบั้มออกมาทั้งหมด 5 ชุด ทุกชุดประสบความสำเร็จทั้งหมด ได้เล่นคอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปหลายครั้ง มีหลายเพลงที่ฮิตติดอยู่ในความทรงจำของแฟน ๆ จนปัจจุบัน เช่น เมด อิน ไทยแลนด์, เจ้าตาก, หำเทียม, มหาลัย, เรฟูจี, บาปบริสุทธิ์, แม่สาย, ทับหลัง, สัญญาหน้าฝน เป็นต้น อีกทั้งได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงไทยในด้านต่าง ๆ เช่น

  • เป็นศิลปินกลุ่มแรกของไทยที่มีโฆษณาลงในปกอัลบั้มและได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ในสังคม
  • การแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวง ที่ชื่อ "ทำโดยคนไทย" ในปี พ.ศ. 2528 นับเป็นคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ครั้งแรกของไทย และเป็นครั้งแรกด้วยที่มีการแสดงดนตรีในเวทีกลางแจ้ง
  • อัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ แม้จะไม่มีมิวสิกวีดีโอ แต่เมื่อเพลงได้ถูกเผยแพร่ออกไป และได้รับความนิยม ทางรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในเนื้อหา จึงได้จัดทำมิวสิกวีดีโอขึ้นมาต่างหาก เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนไทยใช้ของไทย
  • เพลงบางเพลงที่มีเนื้อหาส่อเสียด มักจะถูกสั่งห้ามนำไปเผยแพร่ออกอากาศเสมอ ๆ ในแต่ละอัลบั้ม

แยกย้ายและในปัจจุบัน[แก้]

สมาชิกในยุคปัจจุบัน (จากซ้าย) อ้วน, หมี, อ๊อด, เล็ก, แอ๊ด, เทียรี่, ดุก, โก้, น้อง (เสียชีวิตแล้ว)

ในปี พ.ศ. 2533 สมาชิกในวง 4 คน คือ เขียว - กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร, เทียรี่ เมฆวัฒนา, อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และเป้า - อำนาจ ลูกจันทร์ ได้แยกตัวเป็นอิสระออกไป โดยสามสมาชิกหลังได้ออกอัลบั้มร่วมกันในชุด ขอเดี่ยวด้วยคนนะ ส่วนทางวงก็ได้รับสมาชิกเพิ่มมา มาแทนที่ตำแหน่งที่ออกไปและตำแหน่งใหม่คือ ดุก - ลือชัย งามสม, หมี - ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ, โก้ - ชูชาติ หนูด้วง, น้อง - ศยาพร สิงห์ทอง และอ้วน - ธนะสิทธิ์ พันธุ์พงษ์ไทย และยังคงออกอัลบั้มต่อมา และเทียรี่ เมฆวัฒนา ที่แยกตัวออกไป ก็ได้กลับมาร่วมวงอีกครั้ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นปีที่คาราบาวครบรอบ 15 ปี คาราบาวก็ได้ออกอัลบั้มชุดพิเศษ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันอีกครั้งของสมาชิกในยุคคาสสิกทั้ง 7 คน ในชื่อชุด หากหัวใจยังรักควาย โดยออกมาถึง 2 ชุดด้วยกัน และมีการจัดคอนเสิร์ตปิดอัลบั้มคือ คอนเสิร์ตปิดทองหลังพระ แต่หลังจากปี พ.ศ. 2539 ชื่อเสียงและความนิยมของวงคาราบาวเริ่มสร่างซาลง เนื่องจากกระแสดนตรีที่เปลี่ยนไป แต่ทางวงก็ยังคงผลิตผลงานออกมาอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยมีเพลงดังในช่วงตกอับนี้คือเพลง บางระจันวันเพ็ญ ในอัลบั้ม เซียมหล่อตือ หมูสยาม

โลโก้คาราบาวแดง

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2545 คาราบาวได้กลับมาเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งของสังคม เมื่อวงโดยแอ๊ด - ยืนยง โอภากุล ร่วมทุนกับบริษัทโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงผลิตสินค้าของตัวเองออกมาจำหน่าย เป็นเครื่องดื่มชูกำลัง ยี่ห้อ "คาราบาวแดง" ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม และวงก็ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 23 คือ "นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่" มาพร้อมกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบของคนบางกลุ่มด้วย เนื่องมาจากการที่คาราบาวเองที่เป็นวงดนตรีเพื่อชีวิตกลับทำตัวเป็นนายทุนเสียเองเป็นการสมควรหรือไม่ อีกทั้งยังมีแง่มุมในการสมควรหรือไม่ที่ใช้วีรกรรมของวีรชนชาวไทยในอดีตมาใช้โฆษณา เช่น ชาวบ้านบางระจัน, ท้าวสุรนารี หรือยุทธนาวีเกาะช้าง เป็นต้น

จนถึงปัจจุบันนี้ คาราบาวมีอัลบั้มทั้งสิ้น 28 ชุด ไม่นับรวมถึงอัลบั้มพิเศษของทางวงหรือของสมาชิกในวง หรือบทเพลงในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากนับรวมกันแล้วคงมีไม่ต่ำกว่า 100 ชุด มีเพลงไม่ต่ำกว่า 1,000 เพลง เป็นวงดนตรีที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุดทั้งในวงการดนตรีทั่วไปและวงการเพลงเพื่อชีวิต เป็นที่รู้จักของผู้คนในสังคมทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้ฟังเพลง หรือผู้ที่นิยมในเพลงเพื่อชีวิตเท่านั้น จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ตำนานเพลงเพื่อชีวิต

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2553 มีกระแสข่าวออกมาว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของคาราบาว เพื่อผลประโยชน์ด้านการเมือง และเพื่อให้การบริหารจัดการในวงมีความคล่องตัวมากขึ้น แต่นายวินิจ เลิศรัตนชัย ผู้บริหารบริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ในฐานะผู้จัดมหกรรมดนตรี 30 ปี คาราบาว ซึ่งเป็นการแสดงดนตรีของคาราบาวในวาระครบรอบ 30 ปีของวง ซึ่งจะแสดงเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ตลอดทั้งปี พ.ศ. 2554 ได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าว[2][3]

สมาชิก[แก้]

สมาชิกปัจจุบัน[แก้]

ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ หรือ หมี คาราบาว เกิดวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2509 (48 ปี) ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชื่อเล่นว่า หมี เป็นมือกีตาร์ของวงคาราบาวในยุคหลังปี พ.ศ. 2534 เข้าร่วมวงกับคาราบาวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 จากอัลบั้ม "สัจจะ ๑๐ ประการ"

หมีมีสไตล์การเล่นกีตาร์ที่ดุดัน เช่น เพลง แร้งคอย, เช กูวาร่า, เปาบุ้นจิ้นกับคนตัดไม้, แม่สาว, เต่า, หลวงพ่อคูณ ถือได้ว่าเป็นผู้ที่ทำให้คาราบาวเปลี่ยนจากดนตรีแนวเพื่อชีวิตแท้ ๆ ให้กลายเป็นแนวร็อก เห็นได้ชัดในเพลง ลุงขี้เมา ที่มีการเล่นเป็นร็อกแตกต่างจากในอดีตที่เล็ก ปรีชา ชนะภัย เล่น ชอบเล่นในสไตล์บลู ฟั๊งก์ ในอดีตเคยเป็นมือกีตาร์ของฤทธิพร อินสว่าง และวง Up the earth band และนอกจากเล่นกีตาร์ได้ดีแล้วยังเล่นแมนโดลินได้อีกด้วย

ชีวิตส่วนตัว สมรสแล้วมีลูกสาว 2 คนคือ ดาเรศ หุตะวัฒนะ และ ดารารัตน์ หุตะวัฒนะ ซึ่งปัจจุบันเป็นคอรัสให้กับคาราบาว และยังขายสุนัขที่ตลาดนัดสวนจตุจักร

ชูชาติ หนูด้วง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ โก้ คาราบาว มือกลองของวงคาราบาว มีชื่อเล่นว่า "โก้" เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 (67 ปี) ที่กรุงเทพมหานคร เป็นชาวไทยมุสลิม จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

โก้ ตีกลองในแนวเฮฟวี่ เมทัลและเคยร่วมเป็นสมาชิกในวงดนตรีเฮฟวี่ เมทัลต่าง ๆ มาแล้ว เป็นจำนวนมาก เช่น นิวเวฟ, คาไลโดสโคป, ชัคกี้ ธัญญรัตน์ และ บลู พลาเน็ต เป็นต้น

เข้าร่วมวงคาราบาวในหน้าที่มือกลองอัลบั้มชุดที่ 11 "วิชาแพะ" ในปี พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบัน

อดีตสมาชิก[แก้]

  • สานิตย์ ลิ่มศิลา (ไข่) : กีตาร์ (ร่วมก่อตั้งวงแต่ไม่ได้ออกอัลบั้ม)
  • ไพรัช เพิ่มฉลาด (รัช) : เบส (พ.ศ. 2526 - 2527) (เสียชีวิต)
  • ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี  :(เล็ก หรือ ธนิสร์) คีย์บอร์ด, แซกโซโฟน, ขลุ่ย, ร้อง (พ.ศ. 2526-2532, พ.ศ. 2538-2539, พ.ศ. 2554-2555 ร่วมวงอีกครั้งในโอกาสครบรอบ 30 ปีคาราบาว)
  • อำนาจ ลูกจันทร์  :(เป้า) กลอง, เพอร์คัสชั่น (พ.ศ. 2526 - 2532, พ.ศ. 2538 - 2539)
  • กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร  :(เขียว) กีตาร์, ร้องนำ, คีย์บอร์ด, ประสานเสียง (พ.ศ. 2524 - 2534, พ.ศ. 2538 - 2539, 2541, 2550)
  • ศยาพร สิงห์ทอง :(น้อง) เพอร์คัสชั่น (พ.ศ. 2538 - 2550) (เสียชีวิต)

ศยาพร สิงห์ทอง (ชื่อเล่น: น้อง; 19 กันยายน พ.ศ. 2506 ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม - 6 มีนาคม พ.ศ. 2557[4]) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "น้อง คาราบาว" เป็นอดีตสมาชิกวงคาราบาว จบการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ป.ว.ส.)

น้องเคยร่วมงานกับวงดนตรีและนักดนตรีต่าง ๆ มามาก อาทิ ฟรีเบิร์ดส, ฤทธิพร อินสว่าง, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ และยิ่งยง โอภากุล หรือ อี๊ด พี่ชายฝาแฝดของยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด

เข้าร่วมวงคาราบาวในฐานะเพอร์คัสชั่นและร้องประสานเสียง จากอัลบั้ม "แจกกล้วย" ในปี พ.ศ. 2538

น้อง คาราบาว มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อเล่นว่า "อะตอม" น้องได้ออกจากวงไปในปี พ.ศ. 2550 เนื่องจากป่วยเป็นระยะเวลานาน[5] และได้เสียชีวิตไปในเวลาเช้าของวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557[4]

หน้าปกอัลบั้ม ขี้เมา
หน้าปกอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์
หน้าปกอัลบั้ม เวลคัมทูไทยแลนด์
หน้าปกอัลบั้ม ทับหลัง

ผลงานอัลบั้มของคาราบาว[แก้]

เฉพาะอัลบั้มภาคปกติของวงคาราบาว มีดังนี้

พ.ศ. 2524-2529[แก้]

พ.ศ. 2530-2538[แก้]

พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน[แก้]

คอนเสิร์ตครั้งสำคัญ[แก้]

คอนเสิร์ตทำโดยคนไทย คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของคาราบาว

เบ็ดเตล็ด[แก้]

  • คาราบาว เป็นวงดนตรีของเอเชียวงแรกที่มีรูปขึ้นบนไฟแช็กซิปโป้เหมือนศิลปินที่มีชื่อเสียงวงอื่น ๆ ของต่างประเทศ
  • คาราบาว ได้รับฉายาจากชาวต่างประเทศว่าเป็น "โรลลิ่ง สโตนเมืองไทย"
  • เทปแรกของรายการแฟนพันธุ์แท้ที่ออกอากาศเมื่อคืนวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2543 คือตอน คาราบาว และจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ได้จัดในตอนคาราบาวมาแล้วถึง 2 ครั้ง
  • อัลบั้มทุกชุด จะมีข้อเขียนในลักษณะความในใจของแอ๊ด หัวหน้าวง เสมอ ๆ นับเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคาราบาว
  • ในปี พ.ศ. 2528 มีการสร้างภาพยนตร์ของทางวงออกมา ชื่อ เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ เขียนบทโดย แอ๊ด นำแสดงโดย สมาชิกของวงทั้งหมด และนักแสดงรับเชิญ ปัจจุบัน ได้มีการทำเป็นวีซีดีออกมาจำหน่าย
  • ประมาณปี พ.ศ. 2545 สมาชิกคาราบาวได้ตัดสินใจรวบรวมเพลงที่โดนสั่งห้ามเผยแพร่ ห้ามออกอากาศมารวบรวมเป็นชุดโดยใช้ชื่อชุดว่า " ห้ามออกอากาศ " เป็นการรวบรวมเพลงในยุคแรกที่โดนแบน โดยให้ทาง MGA จัดจำหน่าย ต้นสังกัดคือบริษัท โคแอนด์กระบือ
  • ในปี พ.ศ. 2548 บริษัท อาร์เอส และ วอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์ ได้ทำอัลบั้มชุดพิเศษ โดยวงคาราบาว และ ปาน-ธนพร แวกประยูร ในชื่ออัลบั้ม "หนุ่มบาว-สาวปาน" โดยเป็นอัลบั้มที่ทำขึ้นเฉพาะกิจระหว่าง 2 สุดยอดนักร้องคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนทั่วประเทศ
  • ในปี พ.ศ. 2552 คาราบาว และ ปาน ได้ออกอัลบั้มอีกหนึ่งชุด คือ "บาวปานรีเทิร์น" เป็นการปิดฉากของโปรเจ็กต์หนุ่มบาว-สาวปาน
  • ในปี พ.ศ. 2556 เดือนพฤษภาคม - มิถุนายนทาง บริษัท วอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย)จำกัด ได้ร่วมมือกับ Seven Eleven และ Book Smlie ในการแจก Carabao MP3 Collection ซึ่งใน Mp3 จะเป็นเพลงสมัยแรกของวง
  • ชื่อ คาราบาว ที่ต่อท้ายชื่อเล่นของบุคคล ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นนักร้อง นักดนตรีในวงเท่านั้น แต่ในบางครั้งจะใช้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือเคยร่วมงานกับวงด้วย เช่น นก คาราบาว (นักร้องประสานเสียงหญิง) ป๋อง คาราบาว (ผู้จัดการวง) เป็นต้น
  • คาราบาว ได้ชื่อว่าเป็นวงที่ไม่มีสังกัดที่แน่นอน และในการออกอัลบั้มแต่ละชุด จะทำงานกับสังกัดหรือค่ายเพลงเป็นการเฉพาะไป เช่น อัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ที่สร้างชื่อให้ในปี พ.ศ. 2527 แม้ไม่ได้มีสังกัดที่แน่นอน แต่ก็มีแกรมมี่สนับสนุนอยู่ มีเพียงในระยะหลัง ๆ ได้สังกัดกับวอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์ แต่ทางวงเคยตั้งบริษัทเพื่อดูแลผลประโยชน์ของวงขึ้นมา ในชื่อ กระบือ แอนด์ โค

ผลงานคาราโอเกะ (วอร์นเนอร์ มิวสิก ประเทศไทย)[แก้]

ผลงานอัลบั้มปกติ[แก้]

ผลงานอัลบั้มรวมฮิต[แก้]

  • อัลบั้ม ซุปเปอร์ 3 ช่า (พ.ศ. 2544)
  • อัลบั้ม รวมเพลงฮิตที่ดีที่สุดของคาราบาว ควายทอง (พ.ศ. 2546)
  • อัลบั้ม รวมเพลงฮิตที่ดีที่สุดของคาราบาว ควายทอง ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2546)
  • อัลบั้ม รวมเพลงฮิตที่ดีที่สุดของคาราบาว ควายทอง 1+2 (พ.ศ. 2548) / เอาชุดที่ 1,ชุดที่ 2 มาทำกล่วงสวมแพ็คคู่
  • อัลบั้ม รวมเพลงฮิตที่ดีที่สุดของคาราบาว ควายทอง ชุดที่ 3 (พ.ศ. 2548)
  • อัลบั้ม รวมเพลงรักคาราบาวจากเก่าสู่ใหม่ ตำนานรักทรหด (พ.ศ. 2549) / มี 3 เพลงใหม่ ดอกไม้มวลชน,เหวแห่งความรัก,รักนอกใจ
  • อัลบั้ม ซุปเปอร์ 3 ช่า ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2552)
  • อัลบั้ม รวมเพลงฮิตที่ดีที่สุดของคาราบาว ควายทอง (พ.ศ. 2553) / ทำเฉพาะ ดีวีดี คาราโอเกะ
  • อัลบั้ม รวมฮิต 30 ปี คาราบาว...ตำนานดนตรีเพื่อชีวิต (พ.ศ. 2554)
  • อัลบั้ม รวมฮิต 30 ปี คาราบาว...ตำนานดนตรีเพื่อชีวิต ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2554)

ผลงานอัลบั้มพิเศษ[แก้]

  • อัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ภาค 2546 สังคายนา (พ.ศ. 2546) / นำอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ มาเรียบเรียงใหม่ และได้นำเพลง เดือนเพ็ญ และ ทะเลใจ มาเรียบเรียงดนตรีใหม่ด้วย
  • อัลบั้ม โฟล์ค'บาว (พ.ศ. 2547) / นำเพลงของวงคาราบาวมาทำแนวโฟล์ค,อคูสติก
  • อัลบั้ม บาวโบราณ ดีดสีตีเป่า (พ.ศ. 2548) / นำเพลงของวงคาราบาวมาทำใหม่ โดยใช้เครื่องดนตรีไทยมาประยุกต์

ผลงานบันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

  • เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ
  • ยังบาว เดอะมูฟวี่ (พ.ศ. 2556) [6]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]