กะราง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กะราง
มื้อเครื่องเคียง
แหล่งกำเนิดประเทศไทย
อุณหภูมิเสิร์ฟร้อน
ส่วนผสมหลักเมล็ดกระบก, น้ำตาล, เกลือ

กะราง, กระราง, รางกระบก บ้างเรียก ข้าวราง เป็นอาหารพื้นบ้านทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ทำจากเมล็ดกระบกตำละเอียดปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือเล็กน้อย ก่อนหยอดใส่กรวยใบขนุน สามารถเก็บไว้ได้นานราวหนึ่งเดือน มีรสชาติหวานมันเค็มคล้ายเนยถั่ว ใช้คลุกรับประทานกับข้าวเจ้า บ้างใช้ทาหน้าขนมปัง หรือกินต่างน้ำจิ้มถั่วก็มี[1] ในปัจจุบันแม้จะมีการออกจำหน่ายกะรางในราคาถูก แต่หาซื้อได้ค่อนข้างยาก[2] โดยมากมักทำกินกันภายในครัวเรือน[3]

คำว่า "ราง" แปลว่า "การคั่วให้สุก" ซึ่งบ่งถึงวิธีการทำของอาหารชนิดนี้อย่างชัดเจน เพราะเมล็ดกระบกไม่อาจกินดิบได้ ด้วยมียางหากรับประทานจะทำให้เมา[1] แต่เมล็ดกระบกที่สุกแล้ว มีสรรพคุณทางยาคือช่วยบำรุงสมองหัวใจ รักษาริดสีดวงจมูก และบรรเทาอาการหอบหืด[2]

การทำกะราง คือต้องนำมีดมากระเทาะผลและเมล็ดของกระบกเพื่อเอากระพี้ จากนั้นนำกระพี้ของไปต้มให้สุก ใช้เวลาราว 10 นาที จนเยื่อสีน้ำตาลที่หุ้มกระพี้หลุดร่อนออกได้ เผยให้เห็นเนื้อกระบกสีขาว หลังจากนั้นให้นำเนื้อกระบกไปคั่วให้สุกจนมีสีเหลืองกรอบ ก่อนลงตำในครกทันทีจนละเอียด และปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือเล็กน้อยตามชอบ ตำจนเนื้อกระบกเหนียวหนืดจากยางกระบกให้เนียน จากนั้นก็นำกะรางหยอดใส่กรวยที่ทำจากใบขนุน ซึ่งมีเนื้อเหนียวไม่แตกง่าย กะรางจะเย็นตัวลงเป็นเนื้อแข็ง สามารถเก็บไว้รับประทานได้นานราวหนึ่งเดือน หากนำออกมากินก็จะอุ่นร้อนด้วยการนำกะรางใส่ใบหม้อหุงข้าวร้อน ๆ ให้คลายความแข็งสามารถนำไปรับประทานกับข้าวได้ต่อไป[1][2]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 สุริวัสสา กล่อมเดช (11 กุมภาพันธ์ 2565). "กระราง เนยถั่วเข้มข้นจากเมล็ดกระบก". ครัว. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2565. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= และ |date= (help)
  2. 2.0 2.1 2.2 ไชยรัตน์ ส้มฉุน (15 กันยายน 2560). "กระบก..ข้าวกระราง ไม้ผลอาหาร..โลกลืม". ไทยรัฐออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2565. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= และ |date= (help)
  3. "แหล่งท่องเที่ยว". องค์การบริหารส่วนตำบลวังหว้า. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2565. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)