แกงสิงหล
หน้าตา
| มื้อ | อาหารหลัก |
|---|---|
| แหล่งกำเนิด | ประเทศไทย |
| ผู้สร้างสรรค์ | ชาวไทยเชื้อสายลังกา[1][2][3][4] |
| อุณหภูมิเสิร์ฟ | ร้อน |
| ส่วนผสมหลัก | เนื้อหมู (หรือไก่), พริกแกง, กะทิ, น้ำปลา, น้ำตาลมะพร้าว, มะขามเปียก, ใบเตย, ผักชีลาว |
แกงสิงหล เป็นแกงไทยโบราณชนิดหนึ่ง มีการใช้เครื่องแกงอย่างแขกแต่ผสมผสานการใช้สมุนไพรของไทยเพิ่มเข้าไป สันนิษฐานว่าแพร่หลายมาจากชาวสิงหลที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมแกงสิงหลจะใช้เครื่องแกงอย่างแขกซึ่งใช้เครื่องเทศจำนวนมากเพื่อดับกลิ่นสาบของเนื้อแกะและแพะซึ่งชาวเอเชียใต้นิยมบริโภค แต่ด้วยราคาเครื่องเทศนำเข้าซึ่งมีราคาสูง มีกลิ่นรสแรง อีกทั้งชาวสยามเองก็ไม่นิยมบริโภคเนื้อแกะเนื้อแพะ ชาวสยามจึงคิดดัดแปลงเนื้อสัตว์ที่ใช้มาเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือเนื้อวัวแทน รวมทั้งตัดทอนเครื่องเทศบางอย่างออก แล้วเพิ่มสมุนไพรไทยเข้าไปแทนที่[1][2] น้ำแกงมีสีออกแดง มีน้ำมันลอย[4] มีรสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน[3] มีกลิ่นหอมจากใบเตย และผักชีลาว[4]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 อาสา คำภา (2565). รสไทย(ไม่)แท้: ถอดรูปทิพย์อาหารไทยในสนามการเมืองวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: มติชน. p. 284.
- 1 2 "จากก้นครัวไทยไปสู่ครัวโลก". ไทยรัฐออนไลน์. 26 มีนาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2567.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help) - 1 2 "แกงสิงหล เมนูน่าสนของชนศรีลังกา". Daily News Thailand. 19 มีนาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2567.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help) - 1 2 3 "แกงสิงหลหมู เมนูพิเศษจากเชฟเอียน-พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย". Gourmet & Cuisine. 8 สิงหาคม 2566. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2567.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help)