ผัดกะเพรา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ผัดกะเพรา
Basil fried crispy pork with rice - Chiang Mai - 2017-07-11 (002).jpg
ผัดกะเพราหมูกรอบ ราดข้าว
แหล่งกำเนิดประเทศไทย
อุณหภูมิเสิร์ฟร้อน
ส่วนผสมหลักใบกะเพรา, เนื้อสัตว์ หรือ อาหารทะเล, กระเทียม, น้ำปลา, น้ำตาล

ผัดกะเพรา เป็นอาหารจานเดียวของไทยที่ได้รับความนิยมที่สุดจานหนึ่ง[1] เป็นอาหารริมทาง อาหารตามสั่งที่มีทั่วไปในประเทศไทย บางครั้งเรียกว่า เมนูสิ้นคิด เนื่องจากเมื่อจะสั่งอาหารแล้วไม่รู้ว่าจะรับประทานอะไรก็มักจะสั่งผัดกะเพรา[2]

วัตถุดิบประกอบด้วย เนื้อสัตว์ พริก กระเทียม ใบกะเพรา บางร้านใส่ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และหอมหัวใหญ่ ลงไปด้วย เนื้อสัตว์ที่ใช้ในการทำผัดกะเพรา ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ปลาหมึก หรือแม้แต่ ปลา หอยแมลงภู่ เนื้อปู วิธีการปรุง ใช้วิธีการผัดวัตถุดิบเข้าไปด้วยกัน มีการปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล บ้างใส่ผงชูรส ซีอิ๊วดำ พริกไทยป่น เติมน้ำสต๊อกพอให้ขลุกขลิก รับประทานกับข้าวสวย อาจกินด้วยกับไข่ดาว มีน้ำปลาพริกเป็นเครื่องปรุงให้รสหอมและเผ็ดขึ้น[3]

ประวัติ[แก้]

จากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ (พ.ศ. 2230) ได้ระบุถึงใบกะเพราไว้ว่า “…ผักลางชนิดที่มีกลิ่นดี เช่น กะเพรา…” มีข้อสันนิษฐานน่าจะรับเอาต้นกะเพรามาจากศาสนาพราหมณ์ เพราะพราหมณ์ มักจะใช้กะเพราสำหรับบูชาเทพเจ้า[4] ส่วนที่บันทึกไว้ใน อักขราภิธานศรับท์ ของหมอบรัดเล พ.ศ. 2416 ให้ความหมายว่า "ผักอย่างหนึ่งต้นเล็ก ๆ ใบกลิ่นหอม ใช้แกงกินบ้าง ทำยาบ้าง"[5]

ผัดกะเพราน่าจะเกิดขึ้นราวสมัยรัชกาลที่ 7 เพราะคนจีนนำเอามาขายในร้านอาหารตามสั่ง[4] อย่างไรก็ดี ผัดกะเพราน่าจะเพิ่งนิยมราว พ.ศ. 2500 โดยน่าจะดัดแปลงจากอาหารจีน ที่ตำรับจีน เอาเต้าเจี้ยวดำผัดกับกระเทียมเจียวให้หอม แล้วจึงเอาเนื้อสับหรือไก่หั่นเป็นชิ้น ๆ ลงไปผัดกับน้ำปลาและซีอิ๊วดำ บ้างก็ว่าเลียนแบบมาจากเนื้อผัดใบยี่หร่า[4] สำหรับผัดกะเพราที่ปรากฏในตำรากับข้าวยุคปลายทศวรรษ 2520 อย่างใน ตำราอาหารชุดจัดสำรับ (ชุด 2) ระบุว่า ผัดกะเพราเนื้อจะปรุงด้วยน้ำปลาและผงชูรสเท่านั้น แล้วเอาข้าวลงผัดคลุกเป็นข้าวผัด กินกับถั่วฝักยาวสด ส่วนใน กับแกล้มเหล้า ประมวลกับแกล้มเหล้า–เบียร์ทันยุค ของ “แม่ครัวเอก” (พ.ศ. 2541) ระบุว่า จะหมักเนื้อสับกับเหล้าก่อน แล้วปรุงเพียงน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ในระยะหลัง ๆ จึงค่อยใส่ซอสปรุงรสชนิดต่าง ๆ น้ำตาลทราย น้ำมันหอย รสดี น้ำพริกเผา ฯลฯ[6]

ผัดกะเพราในญี่ปุ่น[แก้]

ศูนย์วิจัย เจเอ็มเอ รีเสิร์ซ ของญี่ปุ่น ได้สำรวจแนวโน้มอาหารในครอบครัวญี่ปุ่นปี 2559 พบว่าเมนูอาหารต่างชาติ เริ่มกลายเป็นเมนูอาหารในบ้านของชาวญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น โดยมีอาหารไทยติดอยู่หนึ่งใน 15 อันดับ คือ ข้าวผัดกะเพรา และข้าวมันไก่[7] และจากข้อมูลปี 2561 ในเซเว่น อีเลฟเว่นที่ญี่ปุ่น มีจำหน่ายข้าวกล่องเมนูผัดกะเพรา แต่ส่วนผสมกลับไม่มีการใช้ใบกระเพราเป็นวัตถุดิบเลยแม้แต่น้อย วิธีรับประทานคือคลุกผัดกะเพราเข้ากับยำวุ้นเส้นแล้วราดด้วยซอสผักชี แล้วรับประทานกับข้าว[8]

คุณค่าทางอาหาร[แก้]

ผัดกะเพราไก่ราดข้าว มีส่วนประกอบหลักในอาหาร 5 หมู่ ปริมาณอาหารกะเพราไก่ราดข้าว 1 จาน มีน้ำหนักประมาณ 3 ขีด หรือ 300 กรัม ให้พลังงาน ทั้งหมด 554 กิโลแคลอรี คิดเป็นร้อยละ 28 ของพลังงานที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน ประกอบด้วยโปรตีน 16.3 กรัม คิดเป็นร้อยละ 30 ของปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน ส่วนไขมันซึ่งมีอยู่ในปริมาณ 21.2 กรัม ก็อยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะเช่นกัน คือ คิดเป็นร้อยละ 33 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน ขณะที่คาร์โบไฮเดรตมีอยู่ในปริมาณ 74.3 กรัม[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. Thuan, Willy. "Thuan, W. (n.d.). Top 10 Thai Food - Most Popular Thai Foods". Bangkok.com. Asia Web Direct.
  2. ไสว บุญมา (27 ธันวาคม 2558). "เมื่อกูรูสิ้นคิดคุมเศรษฐกิจของชาติ". ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2562.
  3. ทรงวิศวะ, ดวงพร. "คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง". readthecloud.co. เดอะคลาวด์.
  4. 4.0 4.1 4.2 สุทัศน์ ศุกลรัตนเมธี (15 มิถุนายน 2562). "ใบกะเพรา". แนวหน้า. สืบค้นเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2562.
  5. "กะเพรา ผักพื้นบ้านและพืชศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู". หมอชาวบ้าน. 1 มีนาคม 2540. สืบค้นเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2562.
  6. "ผัดพริกใบกะเพรา…เก่าแค่ไหน". ต้นสายปลายจวัก. กฤช เหลือลมัย. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ ตุลาคม 2559.
  7. "'ผัดกระเพรา-ข้าวมันไก่' เมนูฮิตแดนอาทิตย์อุทัย". bangkokbiznews.com. กรุงเทพธุรกิจ.
  8. "โอกาสธุรกิจ 'อาหารไทย' เทรนด์ข้าวกะเพรามาแรงไม่หยุดในญี่ปุ่น". Smart SME.
  9. "มื้อนี้ได้อะไร". หมอชาวบ้าน. 1 สิงหาคม 2541. สืบค้นเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2562.