เต้าหู้ยี้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เต้าหู้ยี้
เต้าหู้ยี้บรรจุขวด

เต้าหู้ยี้ เป็นอาหารจีนชนิดหนึ่ง ได้จากการหมักเต้าหู้ขาวกับเกลือและเครื่องปรุงรสต่างๆ มีคุณค่าโปรตีนจากถั่วเหลืองที่นำมาทำเต้าหู้ขาว มีลักษณะเป็นก้อนเต้าหู้เนื้อแน่น มีรสเค็ม นำมารับประทานโดยตรงหรือนำไปประกอบเป็นอาหารอื่นได้หลากหลาย ชาวจีนรู้จักวิธีทำเต้าหู้มานานหลายศตวรรษ

เต้าหู้ยี้มีชื่อเรียกในภาษาจีนหลายชื่อ เช่น เต้าฟูรู โทฟูรู ทูซูฟู ซูฟู (sufu) และ ต้าวยู่ (豆乳)(สำเนียงฮกเกี้ยน) เป็นต้น ซึ่งคำว่า ซูฟู หมายถึงก้อนที่มีราขึ้น (milk mold) ราชนิดนี้เป็นราที่กินได้ เต้าหู้ยี้ยังมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษอีกชื่อหนึ่งว่า Chinese Cheese [1]

ชนิดของเต้าหู้ยี้[แก้]

การทำเต้าหู้ยี้มักเติมสารปรุงแต่งธรรมชาติ ทำให้เกิดเต้าหู้ยี้ที่มีสี กลิ่น และชนิดต่างๆ กัน เช่น

  • เต้าหู้ยี้ข้าวหมัก (Drunk Sufu) เกิดจากการเติมไวน์หรือข้าวหมัก
  • เต้าหู้ยี้สีแดง (Red Sufu) เกิดจากการเติมข้าวแดง
  • เต้าหู้ยี้เผ็ด (Kwantung Sufu) เกิดจากการเติมพริกแดง ข้าวแดง และยี่หร่า
  • เต้าหู้ยี้หอม (Tsao Sufu) เกิดจากการเติมกานพลูและเปลือกส้ม
  • เต้าหู้ยี้เหลือง เกิดจากการเติมเต้าเจี้ยว

นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้ยี้ชนิดต่างๆ อีกมากตามแต่ชนิดของสารปรุงแต่งที่เติมลงไป

ชนิดของเต้าหู้ยี้ ในการรับประทาน[แก้]

ในการรับประทานนั้น จะแบ่งเป็น ชนิดที่ต้องทำให้สุกก่อน และชนิดที่รับประทานได้เลย

ชนิดที่ต้องทำให้สุกก่อน (Uncooked Tofu)[แก้]

เต้าหู้ยี้ชนิดนี้ จำเป็นที่จะต้องนำไปปรุงก่อน เพราะยังไม่ได้ผ่านกระบวนการทำให้สุก ซึ่งจะมีราคาที่ถูกกว่า และมี รูปทรงที่แข็งกว่า ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นเต่าหู้ยี้ที่ผลิตในประเทศไทย และคุณภาพที่ออกมาจะไม่ค่อยดีนัก เหมาะสำหรับ การนำไปผัด หรือทำกับข้าวชนิดต่างๆ เพราะ ด้วยรูปทรงที่แข็งและเกาะกันเป็นก้อน เมื่อนำไปประกอบอาหารแล้ว ยังคงรักษารูปทรงไว้ได้

ชนิดที่พร้อมรับประทาน (Cooked Tofu)[แก้]

เนื่องจากเต้าหู้ยี้ชนิดนี้ได้ผ่านกระบวนการทำให้สุกแล้ว เต้าหู้ยี้ชนิดนี้ เปิดบรรจุภัณฑ์ออกมาก็สามารถรับทานได้เลย และเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะสามารถรับทานกับข้าวต้มหรือข้าวสวยก็ได้เลย และโดยเฉพาะตามเทศกาลสำคัญๆต่างๆของคนไทยเชื้อสายจีนก็นิยมรับประทานกัน เช่น กินเจ ตรุษจีน สารทจีน ด้วยผิวที่อ่อนนุ่มเพราะผ่านกระบวนการที่ทำให้สุกมาแล้ว จึงทำให้รับทานง่าย นุ่มลิ้น และรสชาติกลมกล่อม ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากต้นตำรับ โดยตรงก็คือประเทศจีน ซึ่งมีประวัติ รูปแบบ และ เทคนิค เฉพาะตัว แต่ราคา จะสูงกว่าชนิดแรก เพราะต้องผ่านกรรมวิธี และกระบวนการผลิตที่มากกว่า เหมาะสำหรับ รับทานเลย หรือนำไปผสมเป็นน้ำจิ้มปรุงรส หรือแม้แต่การนำไปปรุงอาหารประเภทผัด หรือต้มต่างๆ ด้วยรูปทรงที่อ่อนนุ่ม เมื่อนำไปประกอบอาหาร จึงมีความสาสารถที่จะละลายตัว แทรกซึมเข้ากันกับส่วนประกอบอาหารอื่นๆได้เป็นอย่างดี

อ้างอิง[แก้]

  1. เต้าหู้ยี้ โดย ดร. สุภาพ อัจฉริยศรีพงศ์ จากเว็บไซต์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย