พระรามลงสรง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
พระรามลงสรง
ข้อมูลจุดกำเนิด
ชื่ออื่น ซาแต๊ปึ่ง, ซาแต๊
ประเทศกำเนิด: จีน
ข้อมูลอาหาร
ประเภท: อาหารจานเดียว

พระรามลงสรง (อังกฤษ: Swimming Rama[1]) หรือมีชื่อในภาษาแต้จิ๋วว่า ซาแต๊ปึ่ง (อักษรจีน: 三茶反) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ซาแต๊ (อักษรจีน: 三茶) เป็นอาหารไทยชนิดหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารจีนตอนใต้ ประกอบด้วยข้าวสวย ผักบุ้งลวก และเนื้อหมู ราดด้วยน้ำราดข้นคล้ายน้ำสะเต๊ะ เป็นอาหารที่นิยมในหมู่ชาวแต้จิ๋วและฮกเกี้ยน ปัจจุบันหารับประทานได้ยากในไทย[2]

ศัพทมูล[แก้]

"ซาแต๊ปึ่ง" (อักษรจีน: 三茶反) เป็นคำแต้จิ๋วที่ทับศัพท์คำว่าสะเต๊ะ (อักษรโรมัน: sate ซาเต) ที่เป็นคำมลายู-อินโดนีเซีย[3][4] รวมกับคำว่าปึ่งที่แปลว่าข้าว รวมกันมีความหมายว่า "ข้าวสะเต๊ะ"[2][3]

ส่วนชื่อ "พระรามลงสรง" เป็นคำเปรียบเปรยถึงผักบุ้งที่มีสีเขียวดั่งผิวกายพระราม ไปลวกในน้ำร้อนเสมือนการอาบน้ำ (คือลงสรง) จึงใช้ชื่อดังกล่าว[2][3][5] และยังไม่เป็นที่ทราบว่าใครตั้งชื่อนี้[3]

บางร้านที่ขายอาหารชนิดนี้ยังมีการเรียกที่แตกต่างกัน อาทิ หากใส่เส้นหมี่จะเรียกว่า "พระลักษมณ์ลงสรง" หรือเป็นแบบเกาเหลาจะเรียก "สีดาลงสรง" ก็มี[5]

ประวัติ[แก้]

พระรามลงสรงหรือซาแต๊ปึ่งทำขึ้นครั้งแรกโดยชาวจีนเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู[6] บ้างก็ว่าเป็นของชาวแต้จิ๋ว[2] สำหรับรับประทานในครอบครัว ต่อมาได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศไทย สันนิษฐานว่าอาจเข้ามาในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี[6] บ้างก็ว่าเข้ามาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว[5]

พระรามลงสรงมีพื้นฐานมาจากอาหารมุสลิม โดยได้ดัดแปลงการใช้เนื้อวัวเป็นเนื้อหมู ดัดแปลงและตัดทอนเครื่องเทศบางชนิดให้กลิ่นรสอ่อนลง[3] ดังสังเกตได้จากน้ำราดที่หอมมันและหวานเล็กน้อย ต่างจากน้ำราดสะเต๊ะที่กลิ่นและรสชาติเข้มข้นกว่า[2]

ส่วนประกอบ[แก้]

พระรามลงสรงเป็นอาหารจานเดียว ประกอบไปด้วยข้าวสวยหุง โปะหน้าด้วยผักบุ้งลวกสุกและเนื้อหมูหั่นชิ้น จากนั้นราดด้วยน้ำจิ้มสะเต๊ะเข้มข้นที่ทำมาจากถั่วลิสงป่น และราดน้ำพริกเผาลงไป และบีบน้ำมะนาวลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย

โดยผักที่ใช้นั้นอาจใช้ผักบุ้งหรือผักคะน้าก็ได้ เนื้อหมูก็สามารถเปลี่ยนเป็นเนื้อปลา เช่น ปลากะพง หรือเนื้อกุ้งแทนได้[1] รวมถึงใช้เส้นหมี่แทนข้าวสวยได้[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 ""พระรามลงสรง" เมนูเด็ดที่ต่างชาติรู้จักกันดี Swimming rama". โอเคเนชั่น. March 2013. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=854365. เรียกข้อมูลเมื่อ 15 September 2014. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 "พระรามลงสรง เมนูโบราณหากินยาก". All Magazine. 17 พฤศจิกายน 2558. http://www.all-magazine.com/ColumnDetail/allColumDetail/tabid/106/articleType/ArticleView/articleId/4905/--.aspx. เรียกข้อมูลเมื่อ 25 เมษายน 2559. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 กฤช เหลือลมัย. "จาก "ซาแต๊ปึ่ง" ถึง "ข้าวพระรามลงสรง"". ศิลปวัฒนธรรม. 37:6 เมษายน 2559, หน้า 66-70
  4. "ชองกี่ โชยกลิ่นเครื่องเทศ หมูสะเต๊ะเนื้อนุ่ม". แนวหน้า. 16 เมษายน 2559. http://m.naewna.com/view/columnonline/23957. เรียกข้อมูลเมื่อ 25 เมษายน 2559. 
  5. 5.0 5.1 5.2 สุทัศน์ ศุกลรัตนเมธี. "พระรามลงสรงท่าดินแดง อาหารจานเดียวแต่หลายสัญชาติ". แนวหน้า. http://www.naewna.com/columnonline/11856. เรียกข้อมูลเมื่อ 25 เมษายน 2559. 
  6. 6.0 6.1 6.2 "'พระรามลงสรง' เมนูใกล้ลืมเลือน ฟื้นอดีตเจาะกลุ่มอินเทรนด์". ผู้จัดการออนไลน์. 3 September 2010. http://www.manager.co.th/iBizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000122974. เรียกข้อมูลเมื่อ 15 September 2014.