พริกขี้หนู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พริกขี้หนู
Thai peppers.jpg
พริกที่มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Bird's Eye Chilli
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
ชั้นย่อย: Asteridae
อันดับ: Solanales
วงศ์: Solanaceae
สกุล: Capsicum
สปีชีส์: C.  annuum
พริกขี้หนู
ระดับความเผ็ด มากอย่างยิ่ง (very hot)
มาตราสกอวิลล์100,000–225,000 SHU

พริกขี้หนู (ชื่อวิทยาศาสตร์: Capsicum annuum) อยู่ในวงศ์ Solanaceae มีลักษณะเป็นไม้ต้น ความสูง 30-120 cm ใบมีลักษณะแบนและเรียบมัน ผลมีขนาดเล็กเรียวยาวประมาณ 2-3 ซ.ม. เมื่อดิบผลมีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง มีรสเผ็ดจัด นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารไทยหลากหลายชนิด ชื่อในภาษาอังกฤษมีหลายชื่อ ได้แก่ Chilli Padi, Bird's Eye Chilli, Bird Chilli, Thai pepper, พริกขี้นก

ผลมีรสเผ็ดร้อน ใช้ขับลม ขับปัสสาวะ แก้ท้องอืด ผลดองสุราใช้ทาแก้ฟกช้ำดำเขียว ต้นมีรสเผ็ด ใช้ขับลม แก้กษัย รากใช้ฝนกับมะนาวแทรกเกลือ เป็นยากวาดคอ ใบใช้แก้หวัด ตำใบสดผสมกับดินสอพองพอกขมับแก้ปวดศีรษะได้[1]

พันธุ์พริกขี้หนู

พริกเป็นพืชที่ผสมเกสรด้วยตัวเองได้ และมีโอกาสผสมข้ามต้นหรือสายพันธุ์ได้ 9 – 32 % จึงทำให้ลักษณะพันธุ์มีความปรวนแปรมาก พันธุ์พื้นเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ พริกจินดา พริกมัน พริกเหลือง เป็นต้น ส่วนพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรส่งเสริมให้ปลูก คือ พันธุ์ห้วยสีทน เป็นพริกที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ และคัดพันธุ์ จากพริกพันธุ์จินดา มีลักษณะเด่น คือ ผลชี้ขึ้น ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่มีสีแดงจัด ความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร เมื่อทำเป็นพริกแห้งจะให้สีแดงเข้มผิวเป็นมัน เหยียดตรง ผิวเม็ดเรียบ ก้านผลยาว และมีรสเผ็ดจัด ทรงต้นมีการแตกกิ่งได้ดี ประมาณ 3 – 5 กิ่ง ความสูงประมาณ 1-1.50 เซนติเมตร เป็นพริกปลูกได้ตลอดปี แต่การปลูกเพื่อทำพริกแห้งต้องกะระยะเก็บผลผลิตในฤดูแล้ง เพื่อสะดวกในการตาก การปลูกในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม และเก็บเกี่ยวช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งจะได้ราคาดี แต่มีขีดจำกัด คือ ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอ หรือในเขตชลประทาน

1. พันธุ์นาเคนทร์1 (NAKENTR 1) จัดเป็นพันธุ์ลูกผสม (F1-hybrid) มีลักษณะเจริญเติบโตเร็ว แตกแขนงดี ผลดก เก็บผลผลิตได้นาน มีสีสวยเนื้อแน่น ขนาดผลประมาณ 2.5 x 18 ซม. ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 3-5 ตัน ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่มีสีแดงจัด เหมาะสำหรับบริโภคสด และแปรรูปอุตสาหกรรม ทำเป็นพริกบดหรือซอสพริก

2. พันธุ์นาเคนทร์2 (NAKENTR 2) จัดเป็นพันธุ์ลูกผสมลูกผสม (F1-hybrids) มีลักษณะเจริญเติบโตดี แต่แตกแขนงน้อย ทำให้ปลูกชิดได้ดี ผลดกปานกลาง ขนาดผลใหญ่ ประมาณ 3-17 ซม. มีสีผลเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม เมื่อสุกมีสีแดงจัด รสชาติไม่เผ็ดมาก เหมาะสำหรับทำซอสพริก และอุตสาหกรรมสกัดสี

3. พันธุ์ฮ๊อทชอต (HOT SHOT) มีลักษณะเจริญเติบโตดี ผลผลิตสูง แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มกว้าง ประมาณ 50-60 ซม. ต้นสูงประมาณ 45-65 ซม. ผลมีสีเขียวอ่อน และสีแดงเข้ม ผลผลิตต่อต้นประมาณ 1.5 กก. อายุเก็บเกี่ยวหลังการย้ายกล้าที่ 3 เดือน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตนานประมาณ 12 เดือน

4. พันธุ์มันดำ #02 (MUN DUM #02) เป็นพริกที่มีลักษณะมันดำ เติบโตดี ปลูกได้ตลอดปี ทรงพุ่มกว้างประมาณ 30-40 ซม. ต้นสูงประมาณ 35-40 ซม. ผลมีสีเขียว เขียวเข้ม และ สีแดงเข้ม ให้รสชาติเผ็ดปานกลาง มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย ผลผลิตต่อต้น ประมาณ 1-2 กก. ผลแห้งหลังตากประมาณ 0.3 กก. จากผลสด 1-2 กก. อายุเก็บเกี่ยวหลังการย้ายกล้าประมาณ 75 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 90-120 วัน

5. พันธุ์หัวเรือ #03 (HOU RUA #03) มีลักษณะเจริญเติบโตดี ทนทานต่อโรค และแมลงได้ดี สามารถปลูกได้ทั้งปี แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มกว้างประมาณ 50-60 ซม. ต้นสูงประมาณ 45-60 ซม. ผลมีสีเขียว และสีแดง ให้รสชาติเผ็ดจัด ผลผลิตสดต่อต้น ประมาณ 1.8-2.2 กก. ผลแห้งจากผลสด 1.8-2.2 กก. ได้สูงประมาณ 0.8 กก. อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าที่ 90 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 60-90 วัน

6. พันธุ์จินดา #04 (JINDA #04) มีลักษณะเติบโตดี สามารถปลูกได้ทั้งปี แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มกว้างประมาณ 50-60 ซม. ต้นสูงประมาณ 45-60 ซม. ผลมีสีเขียว และสีแดง ให้รสชาติเผ็ดจัด ผลผลิตสดต่อต้น ประมาณ 1.5-2 กก. ผลแห้งจากผลสด 1.5-2 กก. ได้ประมาณ 0.7 กก. อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าที่ 90 วัน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 60-90 วัน

7. กำแพงแสน 513 (KAMPHAENGSAEN 513) เป็นพันธุ์ที่เติบโต และให้ผลผลิตเร็ว ทรงพุ่มแข็งแรง ขนาดปานกลาง ต้านทานต่อโรค ติดผลดกมาก ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม ผิวเรียบเป็นมัน ผลสุกสีแดงเข้ม ขนาดผล 1.5×16 ซม. มีน้ำหนัก 18-19 กรัม/ผล ให้รสเผ็ดน้อย

8. ไพร็อท 498 (PILOT 498) เป็นพริกที่ให้น้ำหนักดี ผลใหญ่กว่าพันธุ์พื้นเมือง ผลมีลักษณะผอมยาว ขนาดผลประมาณ 1×17 ซม. ผลมีสีเขียวเข้ม ผลมีลักษณะหยักเป็นคลื่น และบิดเล็กน้อย ให้รสเผ็ด มักใช้ทำพริกแห้ง อายุการเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าประมาณ 65-70 วัน

9. นครชัยศรี 010 (PEGASUS 010) เป็นพันธุ์ที่เติบโต และให้ผลผลิตได้เร็ว ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน ผลแก่สีแดง ให้เนื้อหนา ผิวเรียบ ขนาดผลประมาณ 2.4×13 ซม. น้ำหนักประมาณ 18 กรัม/ผล ให้รสเผ็ด ต้นโตเร็ว ติดผลดี อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าประมาณ 55-60 วัน

10. พลาซ่า 349 (PLAZA 349) มีลักษณะผลตรงยาว ผลสีเขียวอ่อนเป็นมัน ผิวเรียบสวยงาม ให้เนื้อหนา ผลดก ให้รสเผ็ดเล็กน้อย ขนาดผลประมาณ 2×18 ซม. อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าที่ 80 วัน

อ้างอิง[แก้]

  1. แม่บ้าน. อาหารจากสมุนไพร อร่อย สุขภาพดี. กทม. : [ม.ป.พ.], [ม.ป.ป.]. หน้า 45.