จังหวัดนครศรีธรรมราช
จังหวัดนครศรีธรรมราช | |
|---|---|
| การถอดเสียงอักษรโรมัน | |
| • อักษรโรมัน | Changwat Nakhon Si Thammarat |
จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง : กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช วัดพระมหาธาตุ สนามกีฬานครศรีธรรมราช ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช | |
| คำขวัญ: เราชาวนครฯ อยู่เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะศีลธรรม กอปรกรรมดี มีมานะพากเพียร ไม่เบียดเบียนทำอันตรายผู้ใด | |
แผนที่ประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราชเน้นสีแดง | |
| ประเทศ | |
| การปกครอง | |
| • ผู้ว่าราชการ | สมชาย ลีหล้าน้อย (ตั้งแต่ พ.ศ. 2567) |
| • นายก อบจ. | วาริน ชิณวงศ์ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2567) |
| พื้นที่ | |
• ทั้งหมด | 9,942.502 ตร.กม. (3,838.821 ตร.ไมล์) |
| • อันดับ | อันดับที่ 18 |
| ประชากร (พ.ศ. 2566)[2] | |
• ทั้งหมด | 1,540,953 คน |
| • อันดับ | อันดับที่ 8 |
| • ความหนาแน่น | 154.98 คน/ตร.กม. (401.4 คน/ตร.ไมล์) |
| • อันดับความหนาแน่น | อันดับที่ 26 |
| รหัส ISO 3166 | TH-80 |
| ชื่อไทยอื่น ๆ | นคร เมืองคอน คอน นครศรี ตามพรลิงก์ ลิกอร์ คิวคูตอน ตันเหมยหลิง ละคร[3] |
| สัญลักษณ์ประจำจังหวัด | |
| • ต้นไม้ | แซะ |
| • ดอกไม้ | ราชพฤกษ์ |
| • สัตว์น้ำ | ปลาหมอ |
| ศาลากลางจังหวัด | |
| • ที่ตั้ง | ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000 |
| • โทรศัพท์ | 0 7535 6952 |
| • โทรสาร | 0 7535 6531 |
| เว็บไซต์ | www |
จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดในประเทศไทย มีประชากรมากที่สุดในภาคใต้และมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี) ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอำเภอมากที่สุดในภาคใต้ ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 780 กิโลเมตร มีจังหวัดที่อยู่ติดกันได้แก่ สงขลา พัทลุง ตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี
ประวัติศาสตร์
[แก้]หลักฐานในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของนครศรีธรรมราชพบตั้งแต่ยุคหินกลางและยุคหินใหม่ พบเครื่องมือหินต่าง ๆ พบระนาดหินที่อำเภอท่าศาลา ต่อมาในยุคโลหะได้พบหลักฐานทางโบราณคดี คือ กลองมโหระทึกสำริด 2 ใบ ที่บ้านเกตุกาย ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง และที่คลองคุดด้วน อำเภอฉวาง
สมัยโบราณ
[แก้]ในสมัยโบราณนครศรีธรรมราชอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรศรีวิชัยซึ่งมีศูนย์กลางแห่งหนึ่งอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช หรือเมืองไชยา หรือเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 16 ดังปรากฏในจารึกภาษาสันสกฤตวัดเสมาเมือง[4] กล่าวถึงพระเจ้ากรุงศรีวิชัยพระนามว่าศรีมหาราชาทรงสร้างปราสาทอิฐสามองค์เพื่อถวายแด่พระผู้ผจญมาร (พระสมณโคดม) พระปัทมปาณี และพระวัชรปาณี อาณาจักรศรีวิชัยนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานและนับถือพระโพธิสัตว์ ต่อมาในพ.ศ. 1568 พระเจ้าราเชนทระโจฬะที่ 1 (Rajendra Chola I) แห่งราชวงศ์โจฬะซึ่งมาจากแคว้นทมิฬในอินเดียใต้ ยกทัพเรือเข้ารุกรานแหลมมลายูและภาคใต้ของไทย ทำให้อำนาจของศรีวิชัยเสื่อมลงและบริเวณแหลมมลายูตกอยู่ภายใต้การปกครองของโจฬะอยู่เวลาหนึ่ง การล่าถอยออกไปของโจฬะ นำไปสู่กำเนิด อาณาจักรตามพรลิงค์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองตามพรลิงก์หรือนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน จารึกเมืองทันโจร์ (Tanjore Inscription) ซึ่งจารึกขึ้นในพ.ศ. 1573 บันทึกเมืองต่าง ๆ ที่พระเจ้าราเชนทระฯทรงพิชิตได้ปรากฏชื่อเมือง "มัทลิงกัม" (Madalingam) และบันทึกของขุนนางชาวจีนสมัยราชวงศ์ซ่งปรากฏชื่อเมือง "ตันหม่าลิ่ง" (單馬令 จีนยุคกลาง: tɑn mˠaX liᴇŋ) หมายถึงตามพรลิงก์ จักรวรรดิขอมแผ่ขยายอำนาจมายังภาคใต้ของไทยในระยะเวลาหนึ่งจากนั้นจึงเสื่อมไป

ตามที่ปรากฏในจารึกวัดหัวเวียง[5]ที่อำเภอไชยา ว่าในพ.ศ. 1774 พระเจ้าผู้ปกครองเมืองตามพรลิงก์พระนามว่าศรีธรรมราชแห่งปทุมวงศ์ สันนิษฐานว่าราชวงศ์ปทุมวงศ์หรือราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราชนี้อาจเป็นวงศ์ที่สืบเชื่อสายมาจากพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อความใน ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ว่าพญาศรีธรรมาโศกราชหนีมาจากเมืองอินทปัตถ์ (เมืองพระนคร) ตำแหน่งของผู้ปกครองเมืองตามพรลิงก์ในสมัยนี้เรียกว่า "พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช" อาณาจักรตามพรลิงก์มีอำนาจเหนือเมืองสิบสองนักษัตร[6] ประกอบไปด้วยสิบสองเมืองที่อยู่ภายใต้อำนาจของนครศรีธรรมราช ประกอบไปด้วยเมืองต่าง ๆ ในภาคใต้ของไทยไปจนถึงไทรบุรี กลันตัน และปาหังในประเทศมาเลเซีย ในสมัยของราชวงศ์ปทุมวงศ์อาณาจักรตามพรลิงก์ได้เปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาเถรวาทลังกาวงศ์ ในสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชมีการเริ่มสร้างเจดีย์พระธาตุขึ้นซึ่งเป็นเจดีย์ให้เป็นแบบทรงระฆังคว่ำแบบลังกา พระเจ้าจันทรภาณุแห่งตามพรลิงก์ทรงยกทัพเรือข้ามมหาสมุทรอินเดียเข้ารุกรานเกาะลังกาในสมัยของพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 2 (Parakramapahu II) แห่งลังกาและสามารถครอบครองดินแดนบางส่วนของเกาะลังกาได้ในช่วงเวลาหนึ่ง
อาณาจักรตามพรลิงก์เสื่อมอำนาจลงในสมัยต่อมาและตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรสุโขทัย จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชและสิหิงคนิทาน พระพุทธสิหิงค์ลอยมาจากลังกาจากนั้นมาหยุดพักที่หาดทรายแก้วเมืองนครศรีธรรมราชจากนั้นจึงลอยต่อไปยังทิศเหนือไปยังเชียงใหม่ อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในชินกาลมาลีปกรณ์ที่ว่าพระเจ้าโรจนราชหรือพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัยเสด็จมายังนครศรีธรรมราชแล้วอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ซึ่งมาจากลังกาไปประดิษฐานไว้ที่สุโขทัย ในสมัยนี้ปรากฏชื่อเมือง "นครศรีธรรมราช" ขึ้นเป็นครั้งแรกในศิลาจารึกหลักที่ 1 ในความหมายว่าเมืองของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช นครศรีธรรมราชมีอิทธิพลต่อพุทธศาสนาของสุโขทัยอย่างมาก ดังข้อความในศิลาจารึกฯว่าพระเถระสุโขทัย "ทุกคนลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา"
ในพ.ศ. 1808 ทัพเรือของอาณาจักรมัชปาหิตบนเกาะชวายกทัพเข้าโจมตีเมืองนครศรีธรรมราช ชาวบ้านนำโดยชายชื่อว่า "พังพการ" ได้รวบรวมกำลังพลขับไล่ทัพของชวาออกไปได้สำเร็จ ต่อมาท้าวพิชัยเทพเชียงภวาแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาให้พระโอรสคือท้าวอู่ทองยกทัพเข้ารุกรานนครศรีธรรมราช ทัพของท้าวอู่ทองและพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชสู้รับกันที่บางสะพานจนนำไปสู่การแบ่งเขตแดนระหว่างพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชและท้าวอู่ทอง นับจากนั้นอาณาจักรนครศรีธรรมราชจึงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งต่อมากลายเป็นอาณาจักรอยุธยา ต่อมาเกิดโรคระบาดในเมืองนครศรีธรรมราช พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชองค์สุดท้ายพร้อมญาติวงศ์เสด็จหนีลงเรือออกทะเลหายสาบสูญ เมืองนครศรีธรรมราชจึงกลายเป็นเมืองร้างว่างผู้คน เชื้อสายปทุมวงศ์จึงสิ้นสุดลง
เมื่อนครศรีธรรมราชกลายเป็นเมืองร้างจากโรคระบาดนั้น พระพนมทะเลศรีมเหสวัสดิทราธิราชผู้ครองเมืองเพชรบุรี ส่งพระโอรสคือพระพนมวังพร้อมทั้งนางสะเดียงทองมาสร้างเมืองใหม่คือเมืองนครดอนพระ[7] เมื่อพระพนมวังสวรรคตพระโอรสของพระพนมวังคือเจ้าศรีราชาครองเมืองนครฯต่อมา ซึ่งเจ้าศรีราชาได้รับการแต่งตั้งจากพระพนมทะเลฯ เมืองเพชรบุรีให้เป็น "พญาศรีธรรมาโศกราช สุรินทรราชาสุรวงศ์ธิบดียุธิษเฐียร อภัยพีรีบรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมหานคร" หลังจากที่วงศ์ของพระพนมวังและเจ้าศรีราชาสิ้นสุดลง ขุนอินทาราเจ้าเมืองลานสกาจึงขึ้นมาเป็นผู้ครองนครศรีธรรมราชต่อมาชื่อว่าศรีมหาราชา แต่ศรีมหาราชาขุนอินทาราถูกพระราชอาญาจากทางอยุธยาจึงถูกปลดจากตำแหน่ง บุตรชายของขุนอินทาราขึ้นครองเมืองนครฯเป็นศรีมหาราชาองค์ต่อมา เมื่อวงศ์ศรีมหาราชาสิ้นสุดอาณาจักรอยุธยาจึงส่งขุนรัตนากรมาปกครองเมืองนครฯ จากนั้นมาฝ่ายอยุธยาจึงส่งผู้ปกครองนครศรีธรรมราชโดยตรง
ในพ.ศ. 1998 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงบัญญัติพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน นาทหารหัวเมือง ระบุตำแหน่ง "เจ้าพญาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภัยพีรีปรากรมพาหุ" ศักดินาหนึ่งหมื่น เป็นผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช เมืองนครศรีธรรมราชมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอกหรือเมืองเจ้าพระยามหานคร มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าพระยาเป็นเจ้าเมืองเป็นศูนย์กลางอำนาจการปกครองของอยุธยาในภาคใต้ เมื่อชาวโปรตุเกสเข้ามาจึงมีการปรับปรุงซ่อมแซมกำแพงเมืองนครศรีธรรมราชเป็นกำแพงแบบก่ออิฐ[8] เมื่อชาวโปรตุเกสเข้ามาจึงปรากฏชื่อเมืองนครศรีธรรมราชว่า "ลิกอร์" (Ligor) ซึ่งแผลงมาจากคำว่านครฯ ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประมาณพ.ศ. 2144 ทัพเรือจากเมืองอุยงคตนะ (Ujong Tanah) หรือรัฐสุลต่านยะโฮร์ (Johor Sultanate รัฐยะโฮร์ในปัจจุบัน) ยกทัพเรือนำโดยลักษมณา (Laksamana) เข้าโจมตีเมืองนครศรีธรรมราช[9] พระยารามราชท้ายน้ำเจ้าเมืองนครฯป้องกันเมืองจากทัพเรือมลายูไม่สำเร็จ ทัพมลายูเข้าปล้นเมืองนครฯ แล้วกลับไปพระยารามราชท้ายน้ำเสียชีวิตในที่รบ
ในรัชสมัยสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ออกญากลาโหมสุริยวงศ์กุมอำนาจและส่งออกญาเสนาภิมุขยามาดะ นางามาซะ (山田長政 (Yamada Nagamasa)) ขุนนางชาวญี่ปุ่นมาเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อออกญากลาโหมสุริยวงศ์ทำการยึดอำนาจและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าปราสาททองในพ.ศ. 2172 รายาอูงูแห่งรัฐปัตตานีและสุลต่านสุลัยมานแห่งสงขลาก่อการกบฎแข็งเมืองต่ออยุธยาในพ.ศ. 2173 พระเจ้าปราสาททองมีพระราชโองการให้ยามาดะ นางามาซะ ยกทัพเมืองนครศรีธรรมราชเข้าปราบกบฎของปัตตานีและสงขลาแต่ไม่สำเร็จ[10][11] ยามาดะ นางามาซะถูกวางยาพิษที่เมืองนครฯ โดยพระราชโองการของพระเจ้าปราสาททองจนเสียชีวิต นายโอนินบุตรชายของนางามาซะขึ้นเป็นเจ้าเมืองนครฯ ต่อมาแต่ชาวเมืองนครฯ ลุกฮือขึ้นขับไล่นายโอนินและกลุ่มทหารญี่ปุ่นออกไปจากเมืองนครฯ ฮอลันดาเข้ามาตั้งสถานีการค้าในเมืองนครฯ[12] ในพ.ศ. 2190 ยอดเจดีย์พระธาตุเมืองนครศรีธรรมราชหักโค่นลงมา พระเจ้าปราสาททองทรงให้มีการบูรณะสร้างยอดเจดีย์พระธาตุขึ้นใหม่

ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีการบูรณะปรับปรุงกำแพงเมืองนครศรีธรรมราชโดยมงซิเออร์เดอลามาร์ (Monsieur de la Mare) วิศวกรชาวฝรั่งเศส[13]จนมีลักษณะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน หลังการประหารเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจากเหตุการณ์ของศรีปราชญ์ นครศรีธรรมราชมีเจ้าเมืองคือพระยารามเดโช (ชู) ซึ่งมีเชื้อสายแขก เมื่อสมเด็จพระเพทราชาปราบดาภิเษกยึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์ฯในพ.ศ. 2231 พระยารามเดโช (ชู) เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไม่เข้าไปถือน้ำพิพัฒนสัตยาที่อยุธยา ในพ.ศ. 2235 สมเด็จพระเพทราชาทรงให้พระยาสุรสงครามเป็นแม่ทัพและพระยาราชบังสัน (หะซัน) เป็นแม่ทัพเรือ ยกทัพมาทั้งทางบกและทะเลเพื่อปราบกบฏเมืองนครฯ ทัพของพระเพทราชาใช้เวลาล้อมเมืองนครศรีธรรมราชอยู่นานถึงสามปี[11]จึงสามารถเข้ายึดเมืองได้ พระเพทราชาทรงลดอำนาจเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชโดยยกหัวเมืองปักษ์ใต้ทั้งหมดขึ้นต่อสมุหกลาโหม ในพ.ศ. 2275 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงยกหัวเมืองภาคใต้ให้ขึ้นต่อเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่) ว่าที่พระคลังโกษาธิบดี จนกระทั่งมีโปรดเกล้าแต่งตั้งพระยาไชยาธิเบศร์เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราชขึ้นอีกครั้งในพ.ศ. 2285[14] ในรัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์พระยาราชสุภาวดีเป็นเจ้าเมืองนครฯ หลวงสิทธินายเวร (หนู) เป็นปลัดเมือง ต่อมาพระยาราชสุภาวดีความผิดถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าเมือง ปลัดเมืองหรือ "พระปลัดหนู" จึงรักษาการณ์เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชแทน
หลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองพระปลัดหนูผู้รักษาเมืองนครศรีธรรมราชจึงตั้งตนขึ้นเป็นเจ้าเมืองและเป็นเจ้าชุมนุมนครศรีธรรมราช ในพ.ศ. 2312 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงให้เจ้าพระยาจักรี (หมุด) ยกทัพธนบุรีเข้ารุกรานชุมนุมนครศรีธรรมราช ทัพของฝ่ายธนบุรีไม่สามารถเข้ายึดเมืองนครฯ ได้ทำให้สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีต้องเสด็จนำทัพด้วยพระองค์เองลงมายึดเมืองนครศรีธรรมราชได้สำเร็จ ทำให้เจ้านครฯ (หนู) ต้องหลบหนีไปยังเมืองปัตตานีและต่อมาเจ้าพระยาจักรีสามารถจับตัวเจ้าหนูกลับมาได้ พระเจ้ากรุงธนบุรีฯ ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) เข้ามารับราชการในกรุงธนบุรีและทรงแต่งตั้งให้เจ้านราสุริยวงศ์ซึ่งเป็นพระเจ้าหลานเธอในพระเจ้ากรุงธนบุรีมาปกครองเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาเมื่อเจ้านราสุริยวงศ์เจ้าเมืองนครฯ ถึงแก่พิราลัย สมเด็จพระเจ้าธนบุรีจึงมีพระราชโองการแต่งตั้งเจ้าเมืองนครฯ (หนู) ออกไปปกครองเมืองนครศรีธรรมราชอีกครั้ง ได้รับพระราชทานพระสุพรรบัฏเป็น พระเจ้าขัตติยราชนิคม สมมติมไหสวรรค์ พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขัณฑสีมา เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 11 ขึ้น 3 ค่ำ จุลศักราช 1138 (พ.ศ. 2319) ปีวอกอัฐศก ดำรงฐานะเป็นเจ้าประเทศราช
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระราชดำริว่าพระเจ้านครศรีธรรมราชมีความชราไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้จึงโปรดฯให้ออกจากตำแหน่ง และให้เจ้าอุปราช (พัฒน์) บุตรเขยเจ้านครฯ (หนู) ขึ้นเป็นเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราชฯเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) เมื่อวันอังคาร เดือน 8 แรม 11 ค่ำ จุลศักราช 1146 (พ.ศ. 2327) ปีมะโรงศก โดยมียศเพียงเจ้าพระยาตามประเพณีแต่เดิม เมืองนครศรีธรรมราชซึ่งมีฐานะเป็นประเทศราชมีเจ้ากษัตริย์ปกครองอยู่เป็นเวลาแปดปีจึงเปลี่ยนฐานะเป็นหัวเมืองเอกตามเดิม ในพ.ศ. 2328 สงครามเก้าทัพ แกงหวุ่นแมงยีแม่ทัพพม่ายกทัพจากเมืองไชยาเข้าบุกเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) สละเมืองหลบหนีเข้าป่าทัพพม่าเข้ายึดเมืองนครฯ[15] กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงยกทัพเรือเข้ายึดเมืองนครฯ คืนมาได้ พ.ศ. 2354 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) ถวายบังคมลาออกจากราชการ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงแต่งตั้งให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) เป็นเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) และทรงแต่งให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ซึ่งเป็นพระโอรสในพระเจ้ากรุงธนบุรีฯ ขึ้นเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชต่อมา เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) ถึงแก่อสัญกรรมในพ.ศ. 2357 กรมหมื่นศักดิพลเสพผู้ทรงเป็นหลานของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) เสด็จมายังนครศรีธรรมราชเพื่อปลงศพเจ้าคุณตาและจัดระเบียบการปกครองเมืองนครศรีธรรมราชใหม่โดยอ้างอิงจากพระอัยการตำแหน่งกรมการเมืองนครฯจากสมัยอยุธยา[16]
ในพ.ศ. 2363 ตวนกูปะแงหรัน สุลต่านแห่งไทรบุรี แข็งเมืองเป็นอิสระจากกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมีพระราชโองการให้เจ้าพระยานครฯ (น้อย) ยกทัพไปยึดเมืองไทรบุรี เจ้าพระยานครฯ (น้อย) สามารถยึดเมืองไทรบุรีได้และเมืองนครศรีธรรมราชปกครองไทรบุรีโดยตรงเป็นเวลาสิบเจ็ดปีจนกระทั่งกบฏหวันหมาดหลีในสมัยของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เมืองนครศรีธรรมราชมีอำนาจมากในหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อเจ้าพระยานครฯ (น้อย) ถึงแก่อสัญกรรมในพ.ศ. 2382 บุตรชายของเจ้าพระยานครฯ (น้อย) คือเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง ณ นคร) เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนต่อมา
ในพ.ศ. 2401 ตำแหน่งเจ้าเมืองสงขลาได้รับการเลื่อนขึ้นมาให้มีศักดินา 10,000 ไร่ ทัดเทียมกับเมืองนครศรีธรรมราช ทำให้นครศรีธรรมราชไม่ใช่หัวเมืองใหญ่แห่งปักษ์ใต้เมืองเดียวอีกต่อไป[17] เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเมืองไทรบุรีซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าพระยานครฯ แต่เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนูพร้อม ณ นคร) ไม่ได้ตามลงไปรับเสด็จด้วย เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงเรียกตัวเจ้าพระยานครฯ (หนูพร้อม) ไปช่วยราชการที่กรุงเทพฯ[18] นับจากนั้นมาส่วนกลางจึงเข้ามามีอำนาจปกครองนครศรีธรรมราชโดยตรง การจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราชในพ.ศ. 2439 ทำให้ตำแหน่งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชสิ้นสุดลง พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) เป็นข้าหลวงมณฑลนครศรีธรรมราชคนแรก มณฑลนครศรีธรรมราชมีอาณาเขตประกอบด้วยจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา จากนั้นมีข้าหลวงดำรงตำแหน่งต่อมาได้แก่พระยาชลบุรานุรักษ์ (เจริญ จารุจินดา) พ.ศ. 2449-2452 และเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ พ.ศ. 2453-2468 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดตั้งมณฑลภาคใน พ.ศ. 2458 นครศรีธรรมราชเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลภาคปักษ์ใต้ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อมีการตรา"พระราชบัญญัติการบริหารราชการส่วนภูมิภาค พุทธศักราช 2476" ขึ้น มณฑลเทศาภิบาลสิ้นสุดลงนำไปสู่การจัดตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด
[แก้]- 16 พฤษภาคม 2440 ได้มีการรวมเกาะสมุย มณฑลนครศรีธรรมราช และเกาะพะงัน มณฑลชุมพร รวมขึ้นกับเมืองกาญจนดิษฐ์ มณฑลชุมพร[19] (ปัจจุบัน คือ อำเภอเกาะสมุย และอำเภอดอนสัก (เฉพาะตำบลดอนสัก (บางส่วน)) จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
- 29 กรกฎาคม 2449 ได้มีการโอนอำเภอลำพูน อำเภอพนม และอำเภอพะแสง จากเมืองนครศรีธรรมราช มณฑลนครศรีธรรมราช มาขึ้นกับเมืองไชยา มณฑลชุมพร[20] (ปัจจุบัน คือ อำเภอเคียนซา, อำเภอชัยบุรี, อำเภอบ้านนาเดิม, อำเภอบ้านนาสาร, อำเภอพนม, อำเภอพระแสง, อำเภอเวียงสระ, อำเภอบ้านตาขุน (เฉพาะตำบลเขาวง) และอำเภอพุนพิน (เฉพาะตำบลกรูด และตำบลตะปาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอเขาพนม (เฉพาะตำบลเขาดิน, ตำบลพรุเตียว (บางส่วน) และตำบลหน้าเขา (บางส่วน)) และอำเภอปลายพระยา (เฉพาะตำบลปลายพระยา, ตำบลเขาเขน และตำบลคีรีวง) จังหวัดกระบี่)
- 17 สิงหาคม 2450 ได้มีการโอนตำบลทะเลน้อย ตำบลตะเครียะ ตำบลหัวป่า ตำบลบ้านพร้าว และตำบลสำโรง จากอำเภอพังไกร เมืองนครศรีธรรมราช มาขึ้นกับอำเภอทะเลน้อย เมืองพัทลุง[21] (ปัจจุบัน คือ อำเภอควนขนุน (เฉพาะตำบลทะเลน้อย และตำบลพนางตุง (บางส่วน)) จังหวัดพัทลุง และอำเภอระโนด (เฉพาะตำบลตะเครียะ และตำบลบ้านขาว) จังหวัดสงขลา)
- 27 พฤศจิกายน 2464 ได้มีการโอนตำบลคลองแดน อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปขึ้นกับกิ่งอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา (ปัจจุบัน คือ อำเภอระโนด (เฉพาะตำบลคลองแดน และตำบลแดนสงวน) จังหวัดสงขลา)
- 14 เมษายน 2472 ได้มีการโอนตำบลไชยคราม และตำบลดอนสัก อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปขึ้นกับอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี[22] (ปัจจุบัน คือ อำเภอดอนสัก (เฉพาะตำบลไชยคราม ตำบลปากแพรก และตำบลดอนสัก) จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
- 1 เมษายน 2480 ได้มีการโอนตำบลลำทับ กิ่งอำเภอท่ายาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปขึ้นกับอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่[23] (ปัจจุบัน คือ อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่)
- 20 พฤศจิกายน 2515 ได้มีการโอนหมู่ที่ 7 (บ้านนางกำ) ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปขึ้นกับตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี[24] (ปัจจุบัน คือ อำเภอดอนสัก (เฉพาะตำบลดอนสัก (บางส่วน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
ภูมิศาสตร์
[แก้]ที่ตั้งและอาณาเขต
[แก้]จังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ โดยมีจังหวัดที่มีอาณาเขตติดกัน ดังนี้
- ด้านเหนือ ติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอ่าวไทย
- ด้านใต้ ติดกับจังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา
- ด้านตะวันออก ติดกับอ่าวไทย
- ด้านตะวันตก ติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดกระบี่
พื้นที่ที่ติดกับทะเลฝั่งอ่าวไทยของจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีชายฝั่งยาวประมาณ 225 กิโลเมตร และจังหวัดนครศรีธรรมราชมีเขาสูงที่สุดในภาคใต้ คือ เขาหลวง มีความสูงประมาณ 1,835 เมตร
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
[แก้]- อักษรย่อประจำจังหวัด : นศ (NRT)
- คำขวัญประจำจังหวัด : เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู
- ตราประจำจังหวัด : รูปพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช มีตราสิบสองนักษัตรล้อมรอบ อันเป็นตัวแทน 12 เมืองซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรนครศรีธรรมราช
- ธงประจำจังหวัด : ธงสีม่วง-เหลืองแบ่งครึ่งตามแนวนอน ตรงกลางมีตราประจำจังหวัดเป็นรูปพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชล้อมรอบด้วยตราสิบสองนักษัตร
- ต้นไม้ประจำจังหวัด : ต้นแซะ (Callerya atropurpurea)
- ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกราชพฤกษ์ (Cassia fistula)
- สัตว์น้ำประจำจังหวัด : ปลาหมอ (Anabas testudineus)
- ตราประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
- ธงประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
- ต้นแซะ ต้นไม้ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
- ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
- ปลาหมอ สัตว์น้ำประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
การแบ่งเขตการปกครอง
[แก้]การปกครองส่วนภูมิภาค
[แก้]จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 23 อำเภอ 170 ตำบล 1,545 หมู่บ้าน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
| ลำดับ | ชื่ออำเภอ | ชั้น |
พื้นที่ (ตร.กม.) |
ห่างจากจังหวัด (ก.ม.) |
ตั้งเมื่อ (พ.ศ.) |
ตำบล |
หมู่บ้าน | ประชากร (คน) |
แผนที่ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เมืองนครศรีธรรมราช | พิเศษ | 617.447 | 8.28 | 2440 | 16 | 115 | 268,896 | |
| 2 | พรหมคีรี | 4 | 321.499 | 22.18 | 2524[25] | 5 | 39 | 37,407 | |
| 3 | ลานสกา | 4 | 342.898 | 22.28 | 2501[26] | 5 | 37 | 40,782 | |
| 4 | ฉวาง | 2 | 528.227 | 64.26 | 2440 | 10 | 86 | 64,206 | |
| 5 | พิปูน | 4 | 363.753 | 78.47 | 2519[27] | 5 | 42 | 28,654 | |
| 6 | เชียรใหญ่ | 3 | 232.743 | 43.19 | 2490[28] | 10 | 97 | 41,558 | |
| 7 | ชะอวด | 2 | 833.048 | 61.50 | 2496[29] | 11 | 87 | 84,529 | |
| 8 | ท่าศาลา | 1 | 363.891 | 32.17 | 2440 | 10 | 110 | 116,269 | |
| 9 | ทุ่งสง | 1 | 1,041.999 | 54.13 | 2440 | 13 | 124 | 159,538 | |
| 10 | นาบอน | 3 | 192.899 | 59.03 | 2524[30] | 3 | 34 | 26,056 | |
| 11 | ทุ่งใหญ่ | 3 | 603.287 | 95.11 | 2501[31] | 7 | 63 | 74,200 | |
| 12 | ปากพนัง | 1 | 422.454 | 38.48 | 2440 | 18 | 141 | 95,132 | |
| 13 | ร่อนพิบูลย์ | 2 | 335.523 | 31.35 | 2440 | 6 | 57 | 81,510 | |
| 14 | สิชล | 2 | 703.105 | 65.59 | 2440 | 9 | 110 | 88,409 | |
| 15 | ขนอม | 1 | 433.926 | 100.71 | 2502[32] | 3 | 34 | 30,803 | |
| 16 | หัวไทร | 2 | 417.733 | 67.27 | 2480[33] | 11 | 99 | 61,987 | |
| 17 | บางขัน | 4 | 601.662 | 91.41 | 2535[34] | 4 | 60 | 47,223 | |
| 18 | ถ้ำพรรณรา | 4 | 169.104 | 91.15 | 2538[35] | 3 | 29 | 19,045 | |
| 19 | จุฬาภรณ์ | 4 | 192.505 | 54.18 | 2537[36] | 6 | 30 | 31,304 | |
| 20 | พระพรหม | 4 | 147.963 | 16.92 | 2540[37] | 4 | 40 | 44,667 | |
| 21 | นบพิตำ | 4 | 720.156 | 47.13 | 2550[38] | 4 | 38 | 33,976 | |
| 22 | ช้างกลาง | 4 | 232.535 | 53.11 | 2550[39] | 3 | 36 | 27,814 | |
| 23 | เฉลิมพระเกียรติ | 4 | 124.145 | 28.91 | 2539[40] | 4 | 37 | 30,688 | |
การปกครองส่วนท้องถิ่น
[แก้]องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และมีสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 42 คน[41] องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชเกิดขึ้นจากการจัดตั้ง "สภาจังหวัดนครศรีธรรมราช" เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2476 ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476[42] โดยมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. 2481[43] ต่อมาได้รับการจัดตั้งเป็น "องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช" เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498[44] โดยมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540[45]
ภายในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราชแบ่งออกเป็นเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่างหรือระดับพื้นฐานจำนวนทั้งหมด 184 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนคร 1 แห่ง, เทศบาลเมือง 6 แห่ง, เทศบาลตำบล 51 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 126 แห่ง[46] โดยมีรายชื่อเทศบาลทั้งหมดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้
| ลำดับ | ชื่อเทศบาล | พื้นที่ (ตร.กม.) |
ตั้งเมื่อ (พ.ศ.) |
อำเภอ | ครอบคลุมตำบล | ประชากร สิ้นปี 2567 (คน) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ทั้งตำบล | บางส่วน | รวม | ||||||
| เทศบาลนคร | ||||||||
| 1 | 22.56 | 2537 | 3 | 2 | 5 | 95,331 | ||
| เทศบาลเมือง | ||||||||
| 1 | 7.35 | 2480 | 1 | 4 | 5 | 18,464 | ||
| 2 | 7.17 | 2547 | 1 | – | 1 | 28,877 | ||
| 3 | 93.78 | 2554 | – | 1 | 1 | 34,501 | ||
| 4 | 21.42 | 2568 | 1 | – | 1 | 14,242 | ||
| 5 | 47.22 | 2568 | 1 | – | 1 | 13,834 | ||
| 6 | 35.00 | 2568 | – | 1 | 1 | 30,189 | ||
| เทศบาลตำบล | ||||||||
| 1 | 0.96 | 2542 | – | 1 | 1 | 3,694 | ||
| 2 | 2.40 | 2542 | – | 1 | 1 | 1,822 | ||
| 3 | 1.90 | 2542 | – | 2 | 2 | 6,142 | ||
| 4 | 1.76 | 2542 | – | 1 | 1 | 4,367 | ||
| 5 | 3.56 | 2542 | 1 | – | 1 | 7,274 | ||
| 6 | 2.00 | 2542 | – | 1 | 1 | 2,399 | ||
| 7 | 2.48 | 2542 | – | 1 | 1 | 2,297 | ||
| 8 | 0.50 | 2542 | – | 2 | 2 | 3,386 | ||
| 9 | 1.00 | 2542 | – | 3 | 3 | 1,613 | ||
| 10 | 1.00 | 2542 | – | 1 | 1 | 2,771 | ||
| 11 | 4.01 | 2542 | – | 1 | 1 | 5,018 | ||
| 12 | 4.00 | 2542 | – | 1 | 1 | 2,109 | ||
| 13 | 9.00 | 2542 | – | 1 | 1 | 3,428 | ||
| 14 | 12.90 | 2542 | – | 2 | 2 | 6,668 | ||
| 15 | 1.26 | 2542 | – | 1 | 1 | 2,696 | ||
| 16 | 14.48 | 2542 | 1 | – | 1 | 4,303 | ||
| 17 | 11.53 | 2542 | – | 1 | 1 | 7,537 | ||
| 18 | 13.00 | 2542 | – | 1 | 1 | 8,467 | ||
| 19 | 2.61 | 2542 | – | 1 | 1 | 1,822 | ||
| 20 | 3.00 | 2542 | – | 1 | 1 | 6,799 | ||
| 21 | 2.64 | 2542 | – | 2 | 2 | 3,964 | ||
| 22 | 43.09 | 2550 | 1 | – | 1 | 5,720 | ||
| 23 | 48.19 | 2550 | 1 | – | 1 | 14,607 | ||
| 24 | 41.00 | 2551 | 1 | – | 1 | 8,808 | ||
| 25 | 171.00 | 2551 | 1 | – | 1 | 8,112 | ||
| 26 | 26.72 | 2551 | 1 | – | 1 | 6,748 | ||
| 27 | 71.18 | 2552 | – | 1 | 1 | 4,810 | ||
| 28 | 67.60 | 2554 | 1 | – | 1 | 10,954 | ||
| 29 | 25.74 | 2554 | – | 1 | 1 | 10,170 | ||
| 30 | 140.63 | 2554 | – | 1 | 1 | 9,775 | ||
| 31 | 77.96 | 2554 | 1 | – | 1 | 12,039 | ||
| 32 | 55.00 | 2555 | – | 1 | 1 | 4,969 | ||
| 33 | 20.64 | 2555 | 1 | – | 1 | 5,560 | ||
| 34 | 62.39 | 2555 | 1 | – | 1 | 4,788 | ||
| 35 | 47.00 | 2555 | 1 | – | 1 | 7,616 | ||
| 36 | 31.98 | 2555 | – | 1 | 1 | 6,017 | ||
| 37 | 37.73 | 2555 | 1 | – | 1 | 6,908 | ||
| 38 | 53.00 | 2555 | 1 | – | 1 | 13,481 | ||
| 39 | 125.47 | 2555 | 1 | – | 1 | 7,809 | ||
| 40 | 51.38 | 2555 | 1 | – | 1 | 5,064 | ||
| 41 | 27.75 | 2555 | 1 | – | 1 | 10,341 | ||
| 42 | 101.00 | 2555 | 1 | – | 1 | 5,348 | ||
| 43 | 29.50 | 2555 | 1 | – | 1 | 3,845 | ||
| 44 | 65.00 | 2555 | 1 | – | 1 | 10,335 | ||
| 45 | 74.00 | 2555 | 1 | – | 1 | 11,454 | ||
| 46 | 30.35 | 2555 | – | 1 | 1 | 7,998 | ||
| 47 | 96.78 | 2556 | 1 | – | 1 | 5,734 | ||
| 48 | 25.00 | 2556 | 1 | – | 1 | 3,368 | ||
| 49 | 14.60 | 2556 | – | 1 | 1 | 4,360 | ||
| 50 | 42.76 | 2568 | 1 | – | 1 | 7,736 | ||
| 51 | 169.00 | 2568 | 1 | – | 1 | 15,982 | ||
เจ้าเมืองนครและผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
[แก้]เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช
[แก้]| ลำดับ | รายนาม[47] | เริ่มต้น | สิ้นสุด |
|---|---|---|---|
| 1 | เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) | 2319 | 2325 |
| 2 | เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์ ณ นคร) | 2325 | 2357 |
| 3 | เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ณ นคร) | 2357 | 2381 |
| 4 | เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง ณ นคร) | 2384 | 2410 |
| 5 | เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช (หนูพร้อม ณ นคร) | 2410 | 2440 |
สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช
[แก้]| ลำดับ | รายนาม | เริ่มต้น | สิ้นสุด |
|---|---|---|---|
| 1 | เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) | 2439 | 2449 |
| 2 | พระยาศรีธรรมราช (เจริญ จารุจินดา) | 2449 | 2453 |
| 3 | สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ | 2453 | 2468 |
| 4 | พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) | 2468 | 2469 |
| 5 | พระยาศรีธรรมราช (ทองคำ กาญจนโชติ) | 2469 | 2476 |
รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
[แก้]| ลำดับ | รายนาม[48] | ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง | ลำดับ | รายนาม | ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช (หนูพร้อม ณ นคร) |
พ.ศ. 2440 – พ.ศ. 2447 | 2 | พระยาสุนทราทรธุรกิจปรีชา (หมี ณ ถลาง) |
พ.ศ. 2447 – พ.ศ. 2449 |
| 3 | พระยาตรังภูษาภิบาล (ถนอม บุณยเกตุ) |
พ.ศ. 2449 – พ.ศ. 2452 | 4 | พระยาศิริธรรมบริรักษ์ (เย็น สุวรรณปัทมะ) |
พ.ศ. 2452 – พ.ศ. 2455 |
| 5 | พระยาประชากิจกรจักร์ (ฟัด มหาเปารยะ) |
พ.ศ. 2455 – พ.ศ. 2462 | 6 | พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (สินธุ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) |
พ.ศ. 2462 – พ.ศ. 2474 |
| 7 | พระยาสุรพลนิพิธ (เป้า สุมนดิษฐ์) |
พ.ศ. 2474 – พ.ศ. 2475 | 8 | พระยาบุรีสราธิการ (โจ้ กนิษฐารัตน์) |
พ.ศ. 2475 – พ.ศ. 2476 |
| 9 | พระอรรถนิพนธ์ปรีชา (ประเสริฐ อรรถนิพนธ์ปรีชา) |
พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2477 | 10 | พระยาสุราษฎร์ธานีศรีเกษตรนิคม (เต่า ศตะกูรมะ) |
พ.ศ. 2477 – พ.ศ. 2481 |
| 11 | เรือเอก พระสาครบุรานุรักษ์ (ปริก สุวรรณนนท์) |
พ.ศ. 2481 – พ.ศ. 2484 | 12 | เรืออากาศเอก หลวงวุฒิราษฎร์รักษา (วุฒิ ศรสงคราม วุฒิราษฎร์รักษา) |
พ.ศ. 2484 – พ.ศ. 2486 |
| 13 | ขุนภักดีดำรงฤทธิ์ (ภักดี ดำรงฤทธิ์) |
พ.ศ. 2486 – พ.ศ. 2489 | 14 | ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ (สุวงศ์ วัฏฏะสิงห์) |
พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2489 |
| 15 | นายแม้น ออนจันทร์ | พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2493 | 16 | ขุนอารีราชการัณย์ (ชิต สุมนดิษฐ์) |
พ.ศ. 2493 – พ.ศ. 2494 |
| 17 | ขุนไมตรีประชารักษ์ (ไมตรี พิจิตรนรการ) |
พ.ศ. 2494 – พ.ศ. 2495 | 18 | ขุนพิเศษนครกิจ (ชุบ กลิ่นสุคนธ์) |
พ.ศ. 2495 – พ.ศ. 2497 |
| 19 | ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์) |
พ.ศ. 2497 – พ.ศ. 2500 | 20 | นายมงคล สุภาพงษ์ | พ.ศ. 2500 – พ.ศ. 2501 |
| 21 | นายจันทร์ สมบูรณ์กุล | พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2503 | 22 | นายสันต์ เอกมหาชัย | พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512 |
| 23 | นายพันธ์ ลายตระกูล | พ.ศ. 2512 – พ.ศ. 2514 | 24 | นายคล้าย จิตพิทักษ์ | พ.ศ. 2515 – พ.ศ. 2518 |
| 25 | นายเวียง สาครสินธุ์ | พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2518 | 26 | นายศุภโยค พานิชวิทย์ | พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2519 |
| 27 | นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร | พ.ศ. 2519 – พ.ศ. 2521 | 28 | นายธานี โรจรนาลักษณ์ | พ.ศ. 2521 – พ.ศ. 2525 |
| 29 | นายเอนก สิทธิประศาสน์ | พ.ศ. 2525 – พ.ศ. 2529 | 30 | เรือตรีสุกรี รักษ์ศรีทอง | พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2530 |
| 31 | นายนิพนธ์ บุญญภัทโร | พ.ศ. 2530 – พ.ศ. 2532 | 32 | พันโทกมล ประจวบเหมาะ | พ.ศ. 2532 – พ.ศ. 2533 |
| 33 | ร้อยตรีณรงค์ แสงสุริยงค์ | พ.ศ. 2533 – พ.ศ. 2534 | 34 | ร้อยตรีกิตติ ประทุมแก้ว | พ.ศ. 2534 – พ.ศ. 2535 |
| 35 | นายวิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล | พ.ศ. 2535 – พ.ศ. 2536 | 36 | นายสุชาญ พงษ์เหนือ | พ.ศ. 2536 – พ.ศ. 2537 |
| 37 | นายบัญญัติ จันทน์เสนะ | พ.ศ. 2537 – พ.ศ. 2538 | 38 | นายประกิต เทพชนะ | พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2540 |
| 39 | นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ | พ.ศ. 2540 – พ.ศ. 2541 | 40 | นายสวัสดิ์ กฤตรัชตนันต์ | พ.ศ. 2541 – พ.ศ. 2544 |
| 41 | นายสวัสดิ์ แกล้วทนงค์ | พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2547 | 42 | นายวิชม ทองสงค์ | พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2551 |
| 43 | นายภาณุ อุทัยรัตน์ | พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2552 | 44 | นายธีระ มินทราศักดิ์ | พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2554 |
| 45 | นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ | พ.ศ. 2554 – พ.ศ. 2556 | 46 | นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ | พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2557 |
| 47 | นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า | พ.ศ. 2557 – พ.ศ. 2559 | 48 | นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา | พ.ศ. 2559 – พ.ศ. 2562 |
| 49 | นายศิริพัฒ พัฒกุล | พ.ศ. 2562 – พ.ศ. 2563 | 50 | นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ | พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2565 |
| 51 | นายอภินันท์ เผือกผ่อง | พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2566 | 52 | นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี | พ.ศ. 2566 – พ.ศ. 2567 |
| 53 | นายสมชาย ลีหล้าน้อย | พ.ศ. 2567 – ปัจจุบัน | |||
เศรษฐกิจ
[แก้]เศรษฐกิจโดยทั่วไปของจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นอยู่กับภาคเกษตร อาชีพหลัก คือ ทำสวนยางพารา ทำสวนปาล์มน้ำมัน ทำนา ทำไร่ การปลูกผลไม้(สวนสมรม) ทำสวนมะพร้าว การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการเลี้ยงสัตว์
ศาสนา
[แก้]ชาวนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธ ประมาณ 92.08% รองลงมา คือ ศาสนาอิสลาม ประมาณ 7.03% ศาสนาคริสต์ ประมาณ 0.89% นอกจากนั้นเป็นศาสนาอื่น ๆ (ข้อมูลประชากร 1,516,499 คน ปี พ.ศ. 2552)
การคมนาคม
[แก้]

ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีรถสองแถว วิ่งบริการรอบเมือง และจากนครศรีธรรมราชไปสู่อำเภอใกล้เคียง หรือจังหวัดข้างเคียง สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งมีรถตู้ รถเมล์ รถโดยสาร และรถไฟ
ทางรถไฟ
[แก้]- รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพ มีขบวนรถเร็วขบวนที่ 173/174 รถด่วนขบวนที่ 85/86 ไปนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 832 กิโลเมตร
และ ยังมีขบวนรถท้องถิ่นที่ 451/452 นครศรีธรรมราช-สุไหงโกลก-นครศรีธรรมราช และ ขบวนรถท้องถิ่นที่ 455/456 นครศรีธรรมราช-ยะลา-นครศรีธรรมราช
ทางรถโดยสารประจำทาง
[แก้]บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี), อำเภอขนอม มีรถ วีไอพี ปรับอากาศ ชั้น 1 ขนอม-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-ขนอม
ทางรถยนต์ส่วนบุคคล
[แก้]การเดินทางจากกรุงเทพมายังนครศรีธรรมราช ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร แล้วใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง จนถึงนครศรีธรรมราช หรือ ถึงอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี แล้วใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 780 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางยังอำเภออื่น ๆ หรือจังหวัดใกล้เคียงได้อีกด้วย
ทางอากาศยาน
[แก้]ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช มีเที่ยวบินให้บริการ 23 เที่ยวบินต่อวัน โดยมี 5 สายการบินคือ การบินไทยสมายล์ นกแอร์ ไทยเวียดเจ็ทแอร์ ไทยแอร์เอเชีย และไทยไลอ้อนแอร์ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช
ระยะทางจากตัวจังหวัดไปอำเภอต่าง ๆ
[แก้]- อำเภอพระพรหม 19 กิโลเมตร
- อำเภอพรหมคีรี 21 กิโลเมตร
- อำเภอท่าศาลา 25 กิโลเมตร
- อำเภอลานสกา 27 กิโลเมตร
- อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 30 กิโลเมตร
- อำเภอร่อนพิบูลย์ 35 กิโลเมตร
- อำเภอปากพนัง 39 กิโลเมตร
- อำเภอเชียรใหญ่ 48 กิโลเมตร
- อำเภอนบพิตำ 52 กิโลเมตร
- อำเภอช้างกลาง 58 กิโลเมตร
- อำเภอทุ่งสง 58 กิโลเมตร
- อำเภอจุฬาภรณ์ 58 กิโลเมตร
- อำเภอนาบอน 58 กิโลเมตร
- อำเภอสิชล 59 กิโลเมตร
- อำเภอฉวาง 63 กิโลเมตร
- อำเภอหัวไทร 65 กิโลเมตร
- อำเภอชะอวด 66 กิโลเมตร
- อำเภอพิปูน 77 กิโลเมตร
- อำเภอถ้ำพรรณรา 78 กิโลเมตร
- อำเภอทุ่งใหญ่ 81 กิโลเมตร
- อำเภอบางขัน 90 กิโลเมตร
- อำเภอขนอม 96 กิโลเมตร
กีฬา
[แก้]บุคคลที่มีชื่อเสียง
[แก้]- นักการเมือง
- สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 26
- พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นักการเมือง
- ชัยชนะ เดชเดโช นักการเมือง
- แทนคุณ จิตต์อิสระ นักการเมือง
- ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นักการเมือง
- ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นักการเมือง
- วงการบันเทิง
- กันติชา ชุมมะ นักแสดงและนางแบบ
- จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ นักแสดง
- เชิด ทรงศรี ผู้กำกับภาพยนตร์
- โชเล่ย์ ดอกกระโดน นักแสดงตลก
- ฐกฤต ตวันพงค์ นักแสดง
- ณรรลฌา ดอกกะฐิน นักร้อง
- ไตรภพ ลิมปพัทธ์ พิธีกร
- ธัญสินี พรมสุทธิ์ นักแสดง
- นนธวรรณทัศ บรามาซ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014
- นัท มีเรีย นักร้องและนักแสดง
- นาธาน โอร์มาน นักร้องและนักแสดง
- ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ นักแสดง
- พัชชุดาญ์ พันธุ์พิพัฒน์ นักแสดงและนางแบบ
- พิชญา เชาวลิต นักแสดง
- มัณฑนา หิมะทองคำ นักแสดง
- เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ นักร้องและนักแสดง
- วิฑูรย์ กรุณา นักแสดง
- เวอาห์ แสงเงิน นักแสดง
- ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดละคร
- สุรัสวดี เชื้อชาติ นักร้อง ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา
- อรัญญา พงศ์ภัณฑารักษ์ นักแสดง
- อัจฉรา ทองเทพ นักแสดง
- เอกชัย ศรีวิชัย นักร้อง นักแสดง
- กิตติคุณ เชียรสงค์ นักร้อง
- อาทิตย์ ตั้งสวัสดิ์รัตน์ นักแสดง
- เขมสรณ์ หนูขาว ผู้ประกาศข่าว พิธีกร
- รัชนก สุวรรณเกตุ นักร้อง
- ณฉัตร จันทพันธ์ นักแสดง
- รัชนก ศรีโลพันธุ์ นักร้อง
- อื่นๆ
- สุกรี เจริญสุข อดีตคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- ปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรสนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 31
เมืองพี่เมืองน้อง
[แก้]| เมือง | วันลงนาม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 17 มีนาคม 2560 | บันทึกความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะระหว่างจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดนครศรีธรรมราช | |
| 16 มิถุนายน 2560 | บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดนครพนม | |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm เก็บถาวร 2016-03-10 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_64.pdf 2564. สืบค้น 12 มีนาคม 2565.
- ↑ สารนครศรีธรรมราช : นามของนครศรีธรรมราชในประวัติศาสตร์
- ↑ https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/323
- ↑ https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/507
- ↑ https://www.nakhononline.com/1812/
- ↑ http://www.tungsong.com/NakhonSri/tamnan_nakhon/5.pdf
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-11-04. สืบค้นเมื่อ 2019-11-04.
- ↑ https://www.gotoknow.org/posts/463016
- ↑ http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong/2010/09/28/entry-3
- 1 2 "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-10-21. สืบค้นเมื่อ 2019-11-08.
- ↑ https://www.ayutthaya-history.com/Settlements_Dutch.html
- ↑ ประภัสสร์ ชูวิเชียร, ดร. พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช มหาสถูปแห่งคาบสมุทรภาคใต้. กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, ตุลาคม ๒๕๕๓.
- ↑ เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชครั้งกรุงเก่า. ประชุมพงศาวดาร.
- ↑ เจ้าพระยาทิพากรณ์วงศ์ (ขำ บุนนาค). พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑.
- ↑ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒.
- ↑ https://www.thaipost.net/main/detail/1100
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-06-13. สืบค้นเมื่อ 2020-04-04.
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง รวมเกาะสมุยและเกาะพงัน ทั้ง 2 เกาะ ขึ้นต่อเมืองกาญจนดิฐ, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 14 ตอนที่ 7 หน้า 83. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1019100.pdf
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง โอนท้องที่อำเภอลำพูน อำเภอพนม อำเภอพะแสง จากเมืองนครศรีธรรมราช มณฑลนครศรีธรรมราช มาขึ้นเมืองไชยา มณฑลชุมพร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 23 ตอนที่ 18 หน้า 408. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1030554.pdf
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง โอนตำบลต่าง ๆ รวม 5 ตำบล จากอำเภอพังไกร เมืองนครศรีธรรมราช มาขึ้นอำเภอทะเลน้อย เมืองพัทลุง, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 24 ตอนที่ 20 หน้า 521. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1032262.pdf
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง โอนตำบล, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 46 ง หน้า 149. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1084474.pdf
- ↑ พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด พ.ศ. 2479, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 54 หน้า 42. https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2480/A/40.PDF
- ↑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 249 เรื่อง กำหนดให้เปลี่ยนแปลงเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยโอนหมู่บ้านหมู่ที่ 7 (บ้านนางกำ) ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปขึ้นตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 89 ตอนที่ 174 ก หน้า 1. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1289675.pdf
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอพรหมคีรี พ.ศ. 2524
- ↑ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งอำเภอลานสกา พ.ศ. 2501
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอพิปูน พ.ศ. 2519
- ↑ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ตั้งอำเภอเชียรใหญ่ พ.ศ. 2490
- ↑ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งอำเภอชะอวด พ.ศ. 2496
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอนาบอน พ.ศ. 2524
- ↑ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งอำเภอทุ่งใหญ่ พ.ศ. 2501
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอขนอม พ.ศ. 2502
- ↑ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ตั้งอำเภอหัวไทร พ.ศ. 2480
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอบางขัน พ.ศ. 2535
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอถ้ำพรรณรา พ.ศ. 2538
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2537
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอพระพรหม พ.ศ. 2540
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอนบพิตำ พ.ศ. 2550
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอช้างกลาง พ.ศ. 2550
- ↑ พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2539
- ↑ "การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช" (PDF). สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2025.
- ↑ "พระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. ๒๔๗๖" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2009-03-26. สืบค้นเมื่อ 2020-12-11.
- ↑ พระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๑
- ↑ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘
- ↑ พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐
- ↑ "ข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแยกรายจังหวัด". กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2024.
- ↑ http://www.xn--42c3as5b.com/16392809/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%91-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9%5Bลิงก์เสีย%5D
- ↑ "ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จากเว็บไซต์จังหวัดนครศรีธรรมราช". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-03-11. สืบค้นเมื่อ 2009-02-19.
ดูเพิ่ม
[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เก็บถาวร 2006-12-02 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- แผนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
- หน้าเพจ facebook จังหวัดนครศรีธรรมราช
8°24′N 99°58′E / 8.4°N 99.97°E
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ จังหวัดนครศรีธรรมราช
- แผนที่ จาก มัลติแมป โกลบอลไกด์ หรือ กูเกิลแผนที่
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย
