เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู)

พระนามเดิม หนู
พระนามเต็ม พระเจ้าขัตติยราชนิคม สมมติมไหสวรรค์ พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขัณฑสีมา
พระอิสริยยศ พระเจ้านครศรีธรรมราช
ครองราชย์ พ.ศ. 2319 – พ.ศ. 2325
บรมราชาภิเษก 15 กันยายน พ.ศ. 2319
รัชกาลก่อน พระเจ้านราสุริยวงศ์
รัชกาลถัดไป ลดจากประเทศราชลงเป็นหัวเมือง
เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์)เป็นเจ้าเมืองคนถัดมา
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระชายา ทองเหนี่ยว
พระราชบุตร เจ้าหญิงชุ่ม
กรมบริจาภักดีศรีสุดารักษ์
เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงปราง
เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงจวน
เจ้าหญิงสั้น
เจ้าหญิงนวล

พระเจ้าขัตติยราชนิคม สมมติมไหสวรรค์ พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขัณฑสีมา พระนามเดิม หนู เป็นพระมหากษัตริย์นครศรีธรรมราช ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง และเป็นพระเจ้าประเทศราชนครศรีธรรมราช ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

ประวัติ[แก้]

พระเจ้านครศรีธรรมราช เป็นเชื้อสายขุนนางกรุงศรีอยุธยา มีพี่ชายคนหนึ่งชื่อพระยาวิชิตณรงค์ ต่อมาได้รับราชการมีความชอบจนได้เป็น หลวงสิทธิ์นายเวร มหาดเล็ก ต่อมาพระยาราชสุภาวดีลงไปเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช หลวงสิทธิ์นายเวรจึงได้เป็นปลัดเมืองนครศรีธรรมราชในคราวนั้น ต่อมาเมื่อพระยาราชสุภาวดี เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชมีความผิด พระปลัด (หนู) จึงไปเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชแทน

ต่อมาเมื่อเกิดเหตุการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พระปลัด (หนู) ผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ได้ตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้าที่เมืองนครศรีธรรมราช ชาวบ้านเรียกว่า เจ้านคร มีอาณาเขตตั้งแต่เมืองชุมพรจนถึงหัวเมืองมลายู

เมื่อปี พ.ศ. 2312 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกทัพไปปราบชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช โดยมีเจ้าพระยาจักรีเป็นแม่ทัพ กองทัพเจ้านครฯ กับกองทัพกรุงธนบุรีได้สู้รบกันอย่างสามารถ แต่แม่ทัพกรุงธนบุรีที่ยกทัพไปกลับไม่ปรองดองกัน จึงไม่สามารถปราบชุมนุมเจ้านครฯ ได้สำเร็จ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงต้องทรงลงไปตีด้วยพระองค์เอง แล้วก็ทรงตีได้สำเร็จ เจ้านครศรีธรรมราช เจ้าหนู ต้องหนีละทิ้งเมืองไปอยู่ที่เมืองปัตตานี แต่เจ้าเมืองปัตตานีเกรงกลัวกองทัพสยาม จึงส่งตัวกลับมาให้สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ตั้งแต่นั้นมาหัวเมืองปักษ์ใต้จึงมาอยู่ภายใต้อำนาจกรุงธนบุรี พระองค์ทรงไม่ประหารเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เพราะเนื่องจาก ในขณะนั้นกรุงศรีอยุธยาแตก ไม่มีเมืองที่ใหญ่กว่ามาปกครอง เมืองนครศรีธรรมราชจึงต้องตั้งตนเป็นอิสระ[1]

หลังจากนั้นทรงโปรดให้พระเจ้านครศรีธรรมราชเข้ามารับราชการในกรุงธนบุรี แล้วแต่งตั้งพระเจ้านราสุริยวงศ์ พระราชนัดดาให้ไปครองนครศรีธรรมราช จนพ.ศ. 2319 เจ้านราสุริยวงศ์สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้านครศรีธรรมราช กลับไปครองนครศรีธรรมราช ทรงได้รับพระราชทานพระสุพรรบัฏเป็น พระเจ้าขัตติยราชนิคม สมมติมไหสวรรค์ พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขัณฑสีมา เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2319 ดำรงพระอิสริยยศที่พระเจ้าประเทศราช[2]

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงลดพระอิสริยยศพระเจ้านครศรีธรรมราช ลงเป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช และให้กลับมารับราชการในพระนคร ทรงแต่งตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์)ไปครองนครศรีธรรมราชแทน พระเจ้านครศรีธรรมราชรับราชราชในกรุงเทพได้ไม่นานก็ถึงแก่อสัญกรรม เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) บุตรเขยได้เข้าไปรับอัฐิทั้งของพระเจ้านครศรีธรรมราชและหม่อมทองเหนี่ยว ซึงถึงแก่กรรมในเวลาไล่เลี่ยกัน ออกไปก่อเจดีย์บรรจุไว้ที่วัดแจ้งวรวิหาร เมืองนครศรีธรรมราช[3]

พระราชธิดา[แก้]

พระเจ้านครศรีธรรมราช ทรงมีพระราชธิดากับพระชายาทองเหนี่ยว ธิดาจีนปาด 6 พระองค์

  • เจ้าหญิงชุ่ม เป็นชายาในพระมหาอุปราช (พัฒน์) ซึ่งต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช [4]
  • เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงฉิม ต่อมาคือกรมบริจาภักดีศรีสุดารักษ์
  • เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงปราง เป็นพระมารดาของ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ณ นคร) ต้นราชสกุล "โกมารกุล ณ นคร" "ณ นคร" และ "จาตุรงคกุล"
  • เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงยวน เป็นพระมารดาของ เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา) ต้นราชสกุล "อินทรกำแหง" "มหาณรงค์" "คชวงศ์" "อินทโสฬส" "ชูกฤส" "เนียมสุริยะ" "เชิญธงไชย" "อินทนุชิต" "ศิริพร" และ "นิลนานนท์"
  • เจ้าหญิงสั้น เป็นภริยาพระยาวิเศษสุนทร (นาค นกเล็ก) ต้นตระกูล บุรณศิริ, สุจริตกุล และ ภูมิรัตน์
  • เจ้าหญิงนวล เป็นชายาในพระมหาอุปราช (พัฒน์) แห่งนครศรีธรรมราช

อ้างอิง[แก้]