พายุโซนร้อนแฮเรียต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พายุโซนร้อนแฮเรียต
พายุโซนร้อน (กรมอุตุนิยมวิทยา)
พายุโซนร้อน  (SSHS)
เส้นทางการเคลื่อนตัวพายุโซนร้อนแฮเรียตขณะพัดเข้าสู่ประเทศไทย
เส้นทางการเคลื่อนตัวพายุโซนร้อนแฮเรียตขณะพัดเข้าสู่ประเทศไทย
ก่อตัว 22 ตุลาคม พ.ศ. 2505
สลายตัว 30 ตุลาคม พ.ศ. 2505
ความเร็วลม
สูงสุด
เฉลี่ยลมใน 1 นาที:
95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.)
ความกดอากาศต่ำสุด 1003 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์)
ผู้เสียชีวิต เสียชีวิต 911 คน บาดเจ็บ 252 คน สูญหาย 142 คน
ความเสียหาย 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินปี 1962)
พื้นที่ได้รับ
ผลกระทบ
 ไทย
ส่วนหนึ่งของ
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2505

พายุโซนร้อนแฮเรียต เป็นพายุที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยเมื่อเดือนตุลาคม ปีพ.ศ. 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตพัดขึ้นฝั่งที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นยังคงเป็นที่จดจำมาถึงทุกวันนี้

ประวัติพายุ[แก้]

พายุนี้เริ่มก่อตัวขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นพายุดีเปรสชั่น 78W ตามลำดับการตั้งชื่อนานาชาติ หรือ 6225 ตามลำดับการตั้งชื่อของ JMA (อุตุนิยมวิทยาประเทศญี่ปุ่น)[1] ในทะเลจีนใต้ตอนล่างนอกชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2505 แล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเข้ามาในอ่าวไทย และทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนนอกชายฝั่งจังหวัดสงขลา[2] จากนั้นก็เปลี่ยนทิศทางตรงมายังจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศไทยในตอนค่ำของวันที่ 25 ตุลาคม ที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยความเร็วลมสูงสุดวัดที่สถานีตรวจอากาศนครศรีธรรมราชได้ 95 กม.ต่อชม.[3] หลังจากนั้นพายุก็อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น เคลื่อนผ่านจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต และพังงา ลงสู่ทะเลอันดามันในวันที่ 26 ตุลาคม ก่อนจะสลายตัวไปในอ่าวเบงกอลใกล้กับบังกลาเทศในวันที่ 30 ตุลาคม [4] พายุโซนร้อนแฮเรียตได้ก่อความเสียหายอย่างรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยในขณะขึ้นฝั่งพายุมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 กิโลเมตร [5] ก่อให้เกิดฝนตกหนัก คลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่ง ลมกระโชกแรง และน้ำท่วมอย่างฉับพลัน

เหตุการณ์ตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน[แก้]

จากคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่าว่าก่อนพายุเคลื่อนขึ้นฝั่งได้เกิดลมงวงช้างขึ้นหลายสายตั้งแต่ตอน 16.00 น. แรงลมพัดบ้านเรือนจนโยกคลอน และหลังคาหลุดปลิวลอยไปทั่วทั้งเมือง เกิดคลื่นยักษ์พัดเข้าใส่แหลมตะลุมพุกจนหมู่บ้านที่มีอยู่หลายร้อยหลังคาเรือน เหลืออยู่เพียง 5 หลังเท่านั้น จากนั้นฝนก็ตกหนักต่อไปจนถึง 19.00 น. เกิดลมพัดแรงอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วสงบลง แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที ก็เกิดลมพัดแรงอีกระลอก พัดบ้านเรือนพังทลายลงจนหมด และมีคลื่นสูงใหญ่กว่าระลอกแรก[6] โดยคลื่นยักษ์สูงเท่ากับยอดต้นมะพร้าวกวาดบ้านเรือนลงทะเลหายไป และแม่น้ำปากพนังเอ่อล้นเข้าท่วมตัวเมืองภายในเวลาไม่กี่นาที[7]

ความเสียหาย[แก้]

พายุโซนร้อนแฮเรียตส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดในภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงจังหวัดนราธิวาส [8] มีผู้เสียชีวิต 911 คน สูญหายอีก 142 คน บาดเจ็บสาหัส 252 คน[9] ไร้ที่อยู่อาศัย 16,170 คน อาคารบ้านเรือนทั่วทั้งจังหวัดพังทั้งหลัง 22,296 หลัง ชำรุด 50,775 หลัง โรงเรียนพังเสียหาย 435 แห่ง สวนยางสวนผลไม้เสียหายประมาณ 791 ล้านต้น[6] สถานที่ราชการ โรงเรียน วัด การไฟฟ้าและสถานีวิทยุตำรวจเสียหายหนัก ต้นไม้โค่นล้มขวางทางยาวนับสิบกิโลเมตร รถไฟด่วนสายใต้ต้องหยุดเดินรถเพราะภูเขาดินพังทลายทับรางระหว่างสถานีรถไฟช่องเขากับสถานีรถไฟร่อนพิบูลย์ ประเมินความเสียหายกว่า 377-1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังประเมินกันว่าพายุโซนร้อนแฮเรียตได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุซัดฝั่ง หรือสตอรมเซิร์จขึ้นเป็นบริเวณกว้างโดยเกิดคลื่นสูงใหญ่กว่า 4 เมตร [10] พัดกระหน่ำอีกหลายหมู่บ้านริมฝั่งทะเล

ความช่วยเหลือ[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชานุเคราะห์ผู้ประสบวาตภัยในครั้งนี้หลายๆ ประการ โดยโปรดเกล้าฯ ให้อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ จดทะเบียนตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2506 และพระราชทานเงินจำนวน 3 ล้าน บาท และให้วิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิตกระจายข่าวให้ประชาชนร่วมบริจาคกับพระองค์[11] ส่วน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กล่าวถึงคนไทยทั้งชาติว่ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง มีนานาประเทศทั้งอังกฤษ, อิตาลี, เวียดนาม, สวีเดน และสหรัฐอเมริกา ยื่นมือให้ความช่วยเหลือและบริจาคให้กับผู้ประสบภัย [12]

ภาพยนตร์[แก้]

เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ตะลุมพุก มหาวาตภัยล้างแผ่นดิน นำแสดงโดยฉัตรชัย เปล่งพานิช, ธันญ์ ธนากร, ศศิธร พานิชนก, ม.ร.ว.มงคลชาย ยุคล และพรหมพร ยูวะเวส ออกฉายในปีพ.ศ. 2545

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "พายุโซนร้อนแฮเรียด – มหาวาตภัยแหลมตะลุมพุก พ.ศ. 2505"รายงานภัยพิบัติ
  2. "เหตุการณ์พายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงในประเทศไทย"สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  3. "บทความ (เสริม) สตอมเสิร์ท (Storm Surge) ภัยที่ต้องรู้"กรมอุตุนิยมวิทยา
  4. "พายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย คาบ 62 ปี"กรมอุตุนิยมวิทยา
  5. "วิธีป้องกันภัยจากลมพายุ"Alarms
  6. 6.0 6.1 "วาตภัยที่แหลมตะลุมพุก"เทศบาลเมืองทุ่งสง
  7. "ข้อมูลจริงจาก เหตุการณ์ มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก"
  8. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสง ค์ เล่มที่ ๓๔"สถิติพายุหมุนเขตร้อนที่เข้าสู่ประเทศไทย"
  9. "บทความภัยพิบัติทางธรรมชาติในภาคใต้:ภัยใกล้ตัวที่ต้องรับมือ"ข่าวการพัฒนาภาคใต้ จากสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้ ฉบับเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2554
  10. "คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm serge)"วารสารอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2551
  11. "25 ต.ค.รำลึกมหาวาตภัยแหลมตะลุมพุก"จากโอเคเนชั่น โดยเบดูอิน วันที่ อังคาร ตุลาคม 2554
  12. "ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก"ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นครศรีธรรมราช , 06 กุมภาพันธ์ 2555