มณฑลภาค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

มณฑลภาค เป็นระบบแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคของราชอาณาจักรสยามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2458 จนถึงปี พ.ศ. 2469 โดยมีการรวมมณฑลเทศาภิบาล 2 - 3 มณฑลเข้าเป็นมณฑลภาค มีอุปราชภาคบังคับบัญชาและมีอำนาจเหนือภาคดังกล่าว

สาเหตุการจัดตั้ง[แก้]

สืบเนื่องมาจากปริมาณของงานซึ่งได้ขยายตัวขึ้นตามกาลสมัย เช่น พลเมืองมากขึ้น อุปัตทวเหตุภยันตราย และภารกิจหลายย่อมเพิ่มพูนขึ้นเป็นเงาตามตัว ทั้งพระราชกำหนดกฎหมายระเบียบแบบแผนของรัฐบาลก็ได้บัญญัติขึ้นใหม่สำหรับปฏิบัติราชการ ราชการในหน้าที่ของมณฑลซึ่งต้องติดต่อกับกระทรวงการในกรุงเทพฯ ก็ย่อมเพิ่มพูนขึ้นตามส่วนด้วยทุกด้าน กระทรวงมหาดไทยต้องการหาทางออกแบ่งเบาภาระของกระทรวงการในกรุง โดยไม่ต้องเพิ่มอัตราคนในกระทรวงขณะนั้น จึงรวมมณฑลที่ใกล้เคียงกันราว 2 - 3 มณฑล ตั้งเป็นภาคขึ้นภาคหนึ่ง สำหรับดำเนินราชการระหว่างมณฑลกับกระทรวง ให้มีข้าราชการชั้นสูงเป็นตำแหน่งอุปราชประจำภาค ภาคละตำแหน่งหนึ่ง โดยมีฐานะระหว่างเสนาบดีกับสมุหเทศาภิบาล สำหรับบัญชาการพลเรือนแทนกระทรวงในกรุง เท่าที่พระราชทานอำนาจและหน้าที่ไว้

การปกครอง[แก้]

ตำแหน่ง "อุปราช" นั้น

อำนาจหน้าที่ของอุปราชประจำมณฑลภาค มีดังต่อไปนี้

  1. อุปราชประจำภาคเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ต่างพระองค์ รับราชการต่างพระเนตรพระกรรณประจำอยู่หัวเมือง มีอำนาจเหนือข้าราชการฝ่ายพลเรือนทุกตำแหน่งบรรดาประจำรับราชการอยู่ในภาคหนึ่ง และมีหน้าที่บังคับบัญชาตรวจตราแนะนำราชการ ในส่วนธุรการให้เป็นไปตามกระแสพระบรมราชโองการและพระราชกำหนดกฎหมาย ทั้งดำริการทะนุบำรุงพระราชอาณาจักรภาคนั้นให้เจริญขึ้น โดยกุศโลบายอันเหมาะแก่ท้องที่และต้องด้วยพระบรมราโชบาย
  2. อุปราชจะตั้งที่ทำการอยู่ในมณฑลใดในภาคนั้นก็ได้ ให้มีช้าราชการประจำทำราชการกับอุปราชตามสมควรแก่ราชการ
  3. การที่จะบังคับบัญชาราชการและใบบอกรายงาน หรือหนังสือราชการมายังเสนาบดีเจ้ากระทรวงในกรุงเทพฯ นั้น ถ้าราชการสิ่งใดมีกฎและข้อบังคับวางไว้ชัดเจนเป็นระเบียบแล้ว ให้สมุหเทศาภิบาลมณฑลนั้นบังคับบัญชา และมีใบบอกตรงมายังเสนาบดีเจ้ากระทรวงในกรุงเทพฯ ตามเดิม แต่ถ้าเป็นราชการสำคัญ หรือราชการที่ยังไม่ได้มีกฎหรือข้อบังคับวางไว้เป็นระเบียบแล้วอย่างหนึ่ง การขอแต่งตั้งถอดถอนข้าราชการตั้งแต่ชั้นนายอำเภอขึ้นไปอย่างหนึ่ง การเสนอความดีความชอบผู้สมควรจะได้รับพระราชทานยศบรรดาศักดิ์หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อย่างหนึ่ง การทำงบประมาณจ่ายประจำปีของมณฑลอย่างหนึ่ง สมุหเทศาภิบาลต้องได้รับอนุมัติของอุปราชก่อน แล้วจึงจะมีใบบอกเสนอมายังเสนาบดีเจ้ากระทรวงในกรุงเทพฯ ได้

มณฑลภาค[แก้]

การยกเลิก[แก้]

เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ รัฐบาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจำเป็นต้องตัดรายจ่ายลงให้ได้มากที่สุดทุกด้าน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2469 (นับแบบเก่า พ.ศ. 2468) จึงได้มีประกาศกระแสพระบรมราชโองการให้ยกเลิกตำแหน่งอุปราชประจำภาคและมณฑลต่าง ๆ คงไว้แต่ตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลตามเดิม[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. "ประกาศเลิกมณฑลเพ็ชร์บูรณ์เข้าเปนเมืองในมณฑลพิศณุโลก แลแยกมณฑลพายัพเปนมณฑลมหาราษฎร์ แลมณฑลพายัพ รวมเรียกว่า มณฑลภาคพายัพ มีตำแหน่งอุปราชเปนผู้ตรวจตรากำกับราชการ" (PDF) (in ภาษาไทย). ราชกิจจานุเบกษา. 12 กันยายน พ.ศ. 2458. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม พ.ศ. 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)CS1 maint: unrecognized language (link)
  2. "ประกาศ ตั้งมณฑลภาคตะวันตก" (PDF) (in ภาษาไทย). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๒ หน้า ๔๑๗ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๔๕๘. 16 มกราคม พ.ศ. 2458. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม พ.ศ. 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)CS1 maint: unrecognized language (link)
  3. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ [นายพันเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนลพบุรีราเมศวร์]" (PDF) (in ภาษาไทย). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๓ หน้า ๑ วันที่ ๒ เมษายน ๒๔๕๙. 2 เมษายน พ.ศ. 2459. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม พ.ศ. 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)CS1 maint: unrecognized language (link)
  4. "ประกาศตั้งอุปราชและสมุหเทศาภิบาล" (PDF) (in ภาษาไทย). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๙ หน้า ๘๓ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๔๖๕. 2 สิงหาคม พ.ศ. 2465. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม พ.ศ. 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)CS1 maint: unrecognized language (link)
  5. "ประกาศ เรื่อง ยกเลิกตำแหน่งอุปราช" (PDF) (in ภาษาไทย). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๒ หน้า ๔๒๕ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๖๘. 31 มีนาคม พ.ศ. 2468. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม พ.ศ. 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)CS1 maint: unrecognized language (link)

แหล่งข้อมูล[แก้]