พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ พระยาสุรินทราชา
มหาอำมาตย์โท

พระยาสุรินทราชา
(นกยูง วิเศษกุล)
เกิดพ.ศ. 2422
เสียชีวิต19 พฤษภาคม พ.ศ. 2484
นามปากกาแม่วัน
อาชีพรับราชการ
สัญชาติสยาม, ไทย
คู่สมรสคุณหญิงเนื่อง สุรินทราชา

มหาอำมาตย์โท พระยาสุรินทราชา สยามราชภักดี พิริยะพาหะ (นกยูง วิเศษกุล) [1] มีนามเดิมว่า นกยูง วิเศษกุล อดีตอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข อดีตสมุหเทศาภิบาล มณฑลภูเก็ต เป็นผู้แปลนวนิยายเรื่อง ความพยาบาท จากเรื่อง Vendetta ของมารี คอเรลลี ใช้นามปากกา "แม่วัน" ถือเป็นนิยายแปลเล่มแรกของไทย[2]

พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เดิมมีบรรดาศักดิ์เป็น หลวงอภิรักษ์ราชฤทธิ์ ถือศักดินา 600 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2441[3] เป็นมหาดเล็กข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็น พระวิสูตรเกษตรศิลป์ ถือศักดินา 800 เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2453[4]ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ากรมเพาะปลูก กระทรวงเกษตราธิการ และเลื่อนเป็น พระยาอจิรการประสิทธิ์ เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2456 ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข[5]และได้เลื่อนเป็นพระยาสุรินทราชา เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2463 ตำแหน่งเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต สืบต่อจาก พระยาสุรินทราชา (ม.ร.ว.สิทธิ์ สุทัศน์) ที่เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็นพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (หม่อมราชวงศ์สิทธิ์ สุทัศน์)[6] ต่อมาจึงได้ย้ายไปรับตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครศรีธรรมราชเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2468[7]จากนั้นจึงได้ย้ายมารับตำแหน่ง อธิบดีกรมนคราทร กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2470 ก่อนจะถูกปลดออกจากประจำการรับพระราชทานบำนาญเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2475[8]

พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) สมรสกับคุณหญิงเนื่อง สุรินทราชา มีธิดา 4 คน [9] คนสุดท้องคือหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา ที่สมรสกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา

พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 สิริอายุได้ 62 ปี

จากการที่ท่านเป็นผู้แปลนวนิยายเรื่องแรกของไทย ทำให้ได้รับการยกย่องจากสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย โดยตั้งชื่อรางวัลประจำปีที่มอบให้กับนักแปล และล่ามดีเด่น ใช้ชื่อรางวัลว่า "รางวัลสุรินทราชา" [10]

และในปัจจุบัน มีถนนวิเศษกุล ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดตรัง ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน[11]

รับราชการและยศตำแหน่ง[แก้]

  • 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2453 จ่า[12]
  • 20 เมษายน พ.ศ. 2454 รั้งเจ้ากรมเพาะปลูก[13]
  • 20 สิงหาคม พ.ศ. 2454 อำมาตย์ตรี[14]
  • 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 อำมาตย์โท[15]
  • 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2454 เจ้ากรมเพาะปลูก[16]
  • 4 กันยายน พ.ศ. 2456 อธิบดี กรมไปรษณีย์โทรเลข
  • 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2457 อธิบดี กรมพลำภัง[17]
  • 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 จางวางตรี[18]
  • 1 มกราคม พ.ศ. 2464 จางวางโท[19]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. อัศจรรย์อสัญวาร หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา
  2. กำแพงสามชั้น...ของงานแปล
  3. ส่งสัญญาบัตรไปพระราชทาน
  4. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง (หน้า 2396)
  5. ประกาศกระทรวงคมนาคม
  6. พระราชทานบรรดาศักดิ์
  7. ประกาศ ตั้งสมุหเทศาภิบาลมณฑลต่าง ๆ
  8. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ปลดอธิบดีกรมนคราทร
  9. ลดา รุธิรกนก. มณีในอาทิตย์. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์, 2549. 240 หน้า. ISBN 978-9749-906-651
  10. "วันนักแปลและล่าม ครั้งที่ 3" พ.ศ. 2552
  11. ยืนหยัด ใจสมุทร. ตรัง : เมืองท่าโบราณสองพันปี นายกรัฐมนตรีสองยุค. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2539. 161 หน้า. ISBN 974-7115-60-3
  12. แจ้งความกรมมหาดเล็ก
  13. ประกาศกระทรวงฯเกษตราธิการ เรื่อง ย้ายพระวิสูตรเกษตรศิลป์ข้าหลวงเกษตรมณฑลภูเก็ตมารับราชการในกรมเพาะปลูกและให้หลวงพินิจพืชการเป็นข้าหลวงเกษตรมณฑลภูเก็ต
  14. ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานยศ แก่ข้าราชการกระทรวงเกษตราธิการ
  15. พระราชทานยศ (หน้า 1782)
  16. ประกาศกระทรวงเกษตราธิการ
  17. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย
  18. ประกาศกรมมหาดเล็ก
  19. พระราชทานยศ (หน้า 2931)
  20. รายพระนามและนาม สมาชิกสมาชิกาเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้าพระราชทานในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล
  21. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (หน้า 1786)
  22. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  23. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  24. พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบัน
  25. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (หน้า 2512)