จังหวัดนครศรีธรรมราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จ.นครศรีธรรมราช)
สำหรับนครศรีธรรมราช ในความหมายอื่น ดูที่ นครศรีธรรมราช (แก้ความกำกวม)
จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตราประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
ตราประจำจังหวัด
เราชาวนครฯ อยู่เมืองพระ
มั่นอยู่ในสัจจะศีลธรรม กอปรกรรมดี
มีมานะพากเพียร ไม่เบียดเบียนทำอันตรายผู้ใด
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย นครศรีธรรมราช
ชื่ออักษรโรมัน Nakhon Si Thammarat
ผู้ว่าราชการ จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2559)
ข้อมูลสถิติ
ISO 3166-2 TH-80
พื้นที่ 9,942.502 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 18)
ประชากร 1,552,530 คน[2] (พ.ศ. 2558)
(อันดับที่ 8)
ความหนาแน่น 156.15 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 26)
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ต้นไม้ แซะ
ดอกไม้ ราชพฤกษ์
ศาลากลางจังหวัด
ที่ตั้ง ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
โทรศัพท์ (+66) 0 7535 6952
โทรสาร (+66) 0 7535 6531
เว็บไซต์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
แผนที่
 
ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราชเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดในประเทศไทย มีประชากรมากที่สุดในภาคใต้และมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี) ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 780 กิโลเมตร มีจังหวัดที่อยู่ติดกันได้แก่ สงขลา พัทลุง ตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี

ในอดีต มีชื่อเรียกดินแดนแถบนี้หลายชื่อ เช่น ในคัมภีร์มหานิเทศของอินเดีย ที่เขียนขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 7-8 เรียกว่า "ตามพรลิงก์" หรืออาณาจักรตามพรลิงก์, บันทึกโบราณของเมืองจีนเรียก "เซี้ยะ-โท้ว (ถู-กวั่ว) ", "รักตะมฤติกา" (จารึกภาษาสันสกฤต) ซึ่งล้วนหมายถึง "ดินแดนที่มีดินสีแดง", ตะวันตกนิยมเรียกกันมา จนกระทั่งต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 คือ "ลิกอร์" สันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกสที่เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เป็นผู้เรียกก่อน โดยเพี้ยนมาจากคำว่า "นคร" ส่วนชื่อ "นครศรีธรรมราช" มาจากพระนามของกษัตริย์ผู้ครองนครในอดีต มีพระนามว่า "พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช" (ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช) มีความหมายว่า "นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม" หรือ "เมืองแห่งพุทธธรรมของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่"

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองนครศรีธรรมราชมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอกคู่กับเมืองพิษณุโลก มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าพระยาเป็นเจ้าเมือง มีบรรดาศักดิ์ตามพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน นาทหารหัวเมือง ว่า เจ้าพระยาศรีธรรมราชชาติเดโชไชยมไหยสุริยาธิบดีอภัยพิรียบรากรมภาหุ

เนื้อหา

ประวัติศาสตร์[แก้]

ต้นแซะ ที่หน้าศาลากลางนครศรีธรรมราช

เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา(อาณาจักรอยุธยา) ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 ตำแหน่งเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ว่างอยู่ หลวงสิทธิ นายเวรมหาดเล็ก (หนู) ซึ่งออกไปรับราชการ ตำแหน่งปลัดเมือง เป็นผู้รักษาราชการเมืองนครศรีธรรมราช ครั้นทราบว่ากรุงศรีอยุธยาเสียกรุง แก่พม่า ไม่มีเจ้านายปกครองประเทศ หลวงสิทธิ จึงตั้งตัวเป็นเจ้าผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช เป็นอิสระอยู่ก๊กหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2312 พระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ยาตรากองทัพไปปราบ และ จับตัวเจ้านคร (หนู) ได้ และมีพระราชดำริว่า เจ้านครมิได้มีใจกบฏคิดร้ายต่อประเทศ แต่ตั้งตัวขึ้นเนื่องจากบ้านเมืองเป็นจลาจล จึงโปรดเกล้าฯ ให้มารับราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี หรือ อาณาจักรธนบุรี และให้ เจ้านราสุริยวงศ์หลานเธอ ออกไปครองเมืองนครศรีธรรมราช

ต่อมาเจ้านราสุริยวงศ์ ถึงแก่พิราลัย พระเจ้ากรุงธนบุรี มีพระราชดำริว่า เจ้านคร (หนู) ได้เข้ามารับราชการ มีความจงรักภักดี และได้ถวายธิดาทำราชการ มีราชบุตร (คือพระพงษ์นรินทรและพระอินทร์อภัย) เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านครออกไปครองเมืองนครศรีธรรมราช และสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขันธสีมา (หนู) เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 11 ขึ้น 3 ค่ำ จุลศักราช 1138 (พ.ศ. 2319) ปีวอกอัฐศก

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) มีพระราชดำริว่า พระเจ้านครศรีธรรมราช มีความชราทุพพลภาพ ไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้ จึงโปรดให้ออกจากตำแหน่ง กลับเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และโปรดให้เจ้าอุปราช (พัฒน์) บุตรเขยเจ้านคร ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันอังคาร เดือน 8 แรม 11 ค่ำ จุลศักราช 1146 (พ.ศ. 2327) ปีมะโรงศก แต่โปรดให้มียศเพียงเจ้าพระยาตามประเพณีแต่เดิม เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองนครศรีธรรมราช จึงเป็นเมืองที่เคยมีกษัตริย์ปกครอง และมีฐานะเป็นประเทศราช 8 ปี

มีเกร็ดย่อย คือ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) รับราชการ จนถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) มีความชราภาพ จึงทรงยกขึ้นเป็น เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ และทรงตั้ง พระบริรักษ์ภูเบศร์ (น้อย) บุตรเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย)คนใหม่

แต่มีเรื่องปรากฏหลักฐานในสมัยนั้นว่า เจ้าพระยานคร (น้อย) นี้ที่จริงเป็นราชบุตรลับ ของพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เนื่องจากเมื่อครั้งเจ้านคร (หนู) ทำราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี และถวายธิดาทำราชการฝ่ายในแก่พระเจ้ากรุงธนบุรี และมีน้องสาว (ปราง) มาอยู่ด้วยในวังคนหนึ่ง ความปรากฏตามพงศาวดารว่า เจ้าพระยาพิชัยราชา เจ้าเมืองสวรรคโลกให้ไปขอ เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงทราบ ก็ทรงพระพิโรธ ว่าเจ้าพระยาพิชัยราชาบังอาจ จะเป็นคู่เขยของพระองค์ ให้เอาไปประหารเสีย ต่อมาวงศ์ญาติเจ้านคร จึงนำธิดา (ปราง) คนนี้ ถวายพระเจ้ากรุงธนบุรี เสีย ต่อมาเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เมื่อครั้งยังเป็นอุปราชเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ ภริยาซึ่งเป็นบุตรเจ้านคร (หนู) เสียชีวิต เจ้าพระยานคร (พัฒน์) ทำความชอบได้เข้าเฝ้าครั้งหนึ่ง พระเจ้ากรุงธนบุรีเห็นว่าภริยาเสียชีวิต ก็สงสารจึงจะพระราชทานธิดาเจ้านคร (หนู) ให้ใหม่ และให้นำตัวธิดาคนเล็กเจ้านคร (หนู) ไปพระราชทาน แต่นางในกระซิบว่า ดูเหมือนว่านางจะขาดระดูอยู่ แต่พระเจ้ากรุงธน ตรัสว่า "ได้ออกปากให้เขาแล้ว ก็พาไปเถอะ" เมื่อท้าวนาง พาธิดาเจ้านครไปส่งนั้น เจ้าอุปราช (พัฒน์) ก็ทราบความลับนั้น มีความยำเกรงพระบารมี ก็ต้องรับไว้เป็นท่านผู้หญิงกิตติมศักดิ์ อยู่ตลอดอายุ และนางนั้นก็มีบุตรกับเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เพียงคนเดียว คือ เจ้าพระยานคร (ปริก)

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 165 ตำบล 1,428 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
  2. อำเภอพรหมคีรี
  3. อำเภอลานสกา
  4. อำเภอฉวาง
  5. อำเภอพิปูน
  6. อำเภอเชียรใหญ่
  7. อำเภอชะอวด
  8. อำเภอท่าศาลา
  9. อำเภอทุ่งสง
  10. อำเภอนาบอน
  11. อำเภอทุ่งใหญ่
  12. อำเภอปากพนัง
  1. อำเภอร่อนพิบูลย์
  2. อำเภอสิชล
  3. อำเภอขนอม
  4. อำเภอหัวไทร
  5. อำเภอบางขัน
  6. อำเภอถ้ำพรรณรา
  7. อำเภอจุฬาภรณ์
  8. อำเภอพระพรหม
  9. อำเภอนบพิตำ
  10. อำเภอช้างกลาง
  11. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
 แผนที่

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลนคร 3 เทศบาลเมือง 50 เทศบาลตำบล และ 130 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

  1. เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
  2. เทศบาลเมืองทุ่งสง
  3. เทศบาลเมืองปากพนัง
  4. เทศบาลเมืองปากพูน
  5. เทศบาลตำบลกะทูน
  6. เทศบาลตำบลกะปาง
  7. เทศบาลตำบลการะเกด
  8. เทศบาลตำบลเกาะทวด
  9. เทศบาลตำบลเกาะเพชร
  1. เทศบาลตำบลขนอม
  2. เทศบาลตำบลขุนทะเล
  3. เทศบาลตำบลเขาชุมทอง
  4. เทศบาลตำบลเขาพระ
  5. เทศบาลตำบลควนกลาง
  6. เทศบาลตำบลจันดี
  7. เทศบาลตำบลฉวาง
  8. เทศบาลตำบลชะมาย
  9. เทศบาลตำบลชะเมา
  1. เทศบาลตำบลชะอวด
  2. เทศบาลตำบลเชียรใหญ่
  3. เทศบาลตำบลดอนตรอ
  4. เทศบาลตำบลถ้ำใหญ่
  5. เทศบาลตำบลท้องเนียน
  6. เทศบาลตำบลทอนหงส์
  7. เทศบาลตำบลทางพูน
  8. เทศบาลตำบลท่างิ้ว
  9. เทศบาลตำบลท่าประจะ
  1. เทศบาลตำบลท่าแพ
  2. เทศบาลตำบลท่ายาง
  3. เทศบาลตำบลท่าศาลา
  4. เทศบาลตำบลที่วัง
  5. เทศบาลตำบลทุ่งสัง
  6. เทศบาลตำบลทุ่งใส
  7. เทศบาลตำบลนาบอน
  8. เทศบาลตำบลนาสาร
  9. เทศบาลตำบลนาเหรง
  1. เทศบาลตำบลบางจาก
  2. เทศบาลตำบลบางพระ
  3. เทศบาลตำบลปากนคร
  4. เทศบาลตำบลปากน้ำฉวาง
  5. เทศบาลตำบลพรหมคีรี
  6. เทศบาลตำบลพรหมโลก
  7. เทศบาลตำบลพิปูน
  8. เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ
  9. เทศบาลตำบลไม้เรียง
  1. เทศบาลตำบลร่อนพิบูลย์
  2. เทศบาลตำบลลานสกา
  3. เทศบาลตำบลสวนขัน
  4. เทศบาลตำบลสิชล
  5. เทศบาลตำบลหน้าสตน
  6. เทศบาลตำบลหลักช้าง
  7. เทศบาลตำบลหัวไทร
  8. เทศบาลตำบลหินตก
  9. เทศบาลตำบลอ่าวขนอม

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช[แก้]

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช [3]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช
(หนูพร้อม ณ นคร)
พ.ศ. 2440 – พ.ศ. 2447 2 พระยาสุนทรธุรกิจ
(หมี ณ ถลาง)
พ.ศ. 2447 – พ.ศ. 2449
3 พระยาตรังภูษาภิบาล
(ถนอม บุญยเกตุ)
พ.ศ. 2449 – พ.ศ. 2452 4 พระยาศิริธรรมบริรักษ์
(เย็น สุวรรณปัทมะ)
พ.ศ. 2452 – พ.ศ. 2455
5 พระยาประชากิจกรจักร์
(ฟัด มหาเปารยะ)
พ.ศ. 2455 – พ.ศ. 2462 6 พระยารัษฎานุประดิษฐ์
(สินธุ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)
พ.ศ. 2462 – พ.ศ. 2474
7 พระยาสุรพลนิพิธ
(เป๋า สุมนดิษฐ์)
พ.ศ. 2474 – พ.ศ. 2475 8 พระยาบุรีสราธิการ
(โจ้ กนิษฐารัตน์)
พ.ศ. 2475 – พ.ศ. 2476
9 พระอรรถานิพนธ์ปรีชา
(ประเสริฐ อรรถนิพนธ์ปรีชา)
พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2477 10 พระยาสุราษฎร์ธานีศรีเกษตรนิคม
(เต่า ศตะกูรมะ)
พ.ศ. 2477 – พ.ศ. 2481
11 เรือเอกพระสาครบุรานุรักษ์ราชนาวี
(ปริก สุวรรณนนท์)
พ.ศ. 2481 – พ.ศ. 2484 12 เรืออากาศเอกหลวงวุฒิราษฎร์รักษา
(ว.ศ. วุฒิราษฎร์รักษา)
พ.ศ. 2484 – พ.ศ. 2486
13 ขุนภักดีดำรงฤทธิ์
(ภักดี ดำรงฤทธิ์)
พ.ศ. 2486 – พ.ศ. 2489 14 ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์
(สมวงศ์ วัฏฏสิงห์)
พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2489
15 นายแม้น ออนจันทร์ พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2493 16 ขุนอารีราชการัณย์
(ชิต สุมนดิษฐ์)
พ.ศ. 2493 – พ.ศ. 2494
17 ขุนไมตรีประชารักษ์
(ไมตรี พิจิตรนรการ)
พ.ศ. 2494 – พ.ศ. 2495 18 ขุนพิเศษนครกิจ
(ชุบ พิเศษนครกิจ)
พ.ศ. 2495 – พ.ศ. 2497
19 ขุนจรรยาวิเศษ
(เที่ยง บุญยนิตย์)
พ.ศ. 2497 – พ.ศ. 2500 20 นายมงคล สุภาพงษ์ พ.ศ. 2500 – พ.ศ. 2501
21 นายจันทร์ สมบูรณ์กุล พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2503 22 นายสันต์ เอกมหาชัย พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512
23 นายพันธ์ ลายตระกูล พ.ศ. 2512 – พ.ศ. 2514 24 นายคล้าย จิตพิทักษ์ พ.ศ. 2515 – พ.ศ. 2518
25 นายเวียง สาครสินธุ์ พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2518 26 นายศุภโยค พานิชวิทย์ พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2519
27 นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร พ.ศ. 2519 – พ.ศ. 2521 28 นายธานี โรจรนาลักษณ์ พ.ศ. 2521 – พ.ศ. 2525
29 นายเอนก สิทธิประศาสน์ พ.ศ. 2525 – พ.ศ. 2529 30 เรือตรีสุกรี รักษ์ศรีทอง พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2530
31 นายนิพนธ์ บุญญภัทโร พ.ศ. 2530 – พ.ศ. 2532 32 พันโทกมล ประจวบเหมาะ พ.ศ. 2532 – พ.ศ. 2533
33 ร้อยตรีณรงค์ แสงสุริยงค์ พ.ศ. 2533 – พ.ศ. 2534 34 ร้อยตรีกิตติ ประทุมแก้ว พ.ศ. 2534 – พ.ศ. 2535
35 นายวิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล พ.ศ. 2535 – พ.ศ. 2536 36 นายสุชาญ พงษ์เหนือ พ.ศ. 2536 – พ.ศ. 2537
37 นายบัญญัติ จันทน์เสนะ พ.ศ. 2537 – พ.ศ. 2538 38 นายประกิต เทพชนะ พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2540
39 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ พ.ศ. 2540 – พ.ศ. 2541 40 นายสวัสดิ์ กฤตรัชตนันต์ พ.ศ. 2541 – พ.ศ. 2544
41 นายสวัสดิ์ แกล้วทนงค์ พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2547 42 นายวิชม ทองสงค์ พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2551
43 นายภาณุ อุทัยรัตน์ พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2552 44 นายธีระ มินทราศักดิ์ พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2554
45 นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ พ.ศ. 2554 – พ.ศ. 2556 46 นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2557
47 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า พ.ศ. 2557 – พ.ศ. 2559 48 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา พ.ศ. 2559 – ปัจจุบัน

รายนามนายก อบจ.นครศรีธรรมราช[แก้]

อบจ.นครศรีธรรมราช
ชื่อ-สกุล วาระการดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1. นายประทีป วาระเพียง 17 ธันวาคม พ.ศ. 2540 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541
2. นายวินัย ผลรัตนไพบูลย์ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2541 - 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543
3. นายวิฑูรย์ เดชเดโช 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
14 มีนาคม พ.ศ. 2547 - 13 มีนาคม พ.ศ. 2551
20 เมษายน พ.ศ. 2551 - 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
4. นายพิชัย บุณยเกียรติ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553 - 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556
5. นายมาโนช เสนพงศ์ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 10 มีนาคม พ.ศ. 2558
6. นายสนั่น ศิลารัตน์ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน (รักษาการ) ปลัด อบจ. (คสช.)

ศูนย์ราชการในเขตภาคใต้[แก้]

  1. องค์การสวนยาง (สำนักงานใหญ่)
  2. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช
  3. กองทัพภาคที่ 4
  4. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11
  5. ศูนย์วัณโรคเขต 11
  6. ศูนย์กามโรคเขต 11
  7. ศูนย์โรคเรื้อนเขต 11
  8. สำนักทางหลวงที่ 14
  9. ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (ทุ่งสง) นครศรีธรรมราช
  10. สำนักตรวจเงินภูมิภาค ที่ 11
  11. สำนักงานโบราณคดี เขต 11
  12. ศูนย์เทคโนโลยีการสื่อสารเขต 11
  13. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 14
  14. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช
  15. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เขต 8
  16. สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 4
  17. สำนักงานอนามัยเขต 11
  18. เขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขต 19
  19. ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 11
  20. โรงพยาบาลแม่และเด็กเขต 11
  21. สำนักงานพัฒนาชุมชนเขต 8
  22. กองพลทหารราบที่ 5
  23. กองพลพัฒนาที่ 4
  24. กองบัญชาการช่วยรบที่ 4
  25. มณฑลทหารบกที่ 41
  26. กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5
  27. กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 15
  28. กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5
  29. กรมทหารราบที่ 15
  30. กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15
  31. ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 4
  32. กองกำลังทหารพราน กองทัพภาคที่ 4
  33. สำนักชลประทานที่ 15 นครศรีธรรมราช
  34. สำนักงานสภาคริสตจักรภาคที่ 9
  35. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5
  36. ศูนย์สำรวจอุทกวิทยา ที่ 7
  37. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เขต 12
  38. สำนักงานเทคนิคและการสื่อสารเขต 8 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  39. สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 12
  40. ศูนย์ข่าวทหารและพลเรือน เขต 8
  41. ฝายส่งน้ำและศูนย์บำรุงที่ 4 กรมชลประทาน
  42. ศูนย์ประชาชนชนบทเขต 8
  43. ศูนย์กลางการสื่อสารเขต 7
  44. ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อโดยแมลงที่ 1
  45. กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 10
  46. กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42
  47. หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ที่ 44
  48. กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 427
  49. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช
  50. สำนักงานพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 12
  51. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ภาคใต้ เขต 2 (จังหวัดนครศรีธรรมราช)
  52. ศูนย์พัฒนาสังคม หน่วยที่ 21 จังหวัดนครศรีธรรมราช
  53. ศูนย์บริการวิทยาการที่ 9 จังหวัดนครศรีธรรมราช (กระทรวงพลังงาน)

เศรษฐกิจ[แก้]

รายได้ประชากร[แก้]

เศรษฐกิจโดยทั่วไป ของจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นอยู่กับภาคเกษตร อาชีพหลัก คือ ทำสวนยางพารา ทำสวนปาล์มน้ำมัน ทำนา ทำไร่ การปลูกผลไม้(สวนสมรม) ทำสวนมะพร้าว การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการเลี้ยงสัตว์ พัฒนาจากการสำรวจ พบว่า ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี เท่ากับ 105,598 บาท ซึ่งเป็นอันดับที่ 10 ของภาคใต้ และอันดับที่ 34 ของประเทศ

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
ธงประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
ป้ายคำขวัญประจำเมือง และ ป้ายคติเตือนใจ หน้าศาลากลางนครศรีธรรมราช
  • ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด: พระบรมธาตุมีรัศมีล้อมรอบด้วย 12 นักษัตร โดยในสมัยรัชกาลพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมราช แห่งกรุงตามพรลิงก์ (อาณาจักรตามพรลิงก์) มีพระปรีชาสามารถขยายอาณาเขตได้ครอบคลุมเมืองบริวารทั้งหลาย เมืองบริวารทั้งหมดต้องส่งเครื่องราชบรรณาการแก่พระเจ้าผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช บรรดาเมืองบริวารทั้ง 12 เมืองได้แก่
  1. เมืองสายบุรี ใช้ตราหนู เมืองสายบุรีเป็นเมืองเก่าบนฝั่งแม่น้ำสายบุรี ประกอบด้วยชุมชนเกษตรกรรมบนพื้นราบริมทะเลหลายแห่ง จัดเป็นหัวเมืองที่ 1 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราหนู (ชวด) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดปัตตานี
  2. เมืองปัตตานี ใช้ตราวัว เมืองตานีเคยเป็นเมืองท่าสำคัญในภาคใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งรู้จักในหมู่พ่อค้าต่างชาติช่วงพุทธศตวรรษที่ 10-18 ในชื่อ "ลังกาสุกะ" จัดเป็นหัวเมืองที่ 2 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราวัว (ฉลู) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดปัตตานี
  3. เมืองกลันตัน ใช้ตราเสือ เมืองกลันตันเป็นชุมชนเก่าแก่ทางตะวันออกของคาบสมุทรมลายู แต่เดิมประชาชนนับถือศาสนาพุทธและฮินดู ในราวพุทธศตวรรษที่ 21 จึงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม จัดเป็นหัวเมืองที่ 3 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราเสือ (ขาล) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งของประเทศมาเลเซีย
  4. เมืองปะหัง ใช้ตรากระต่าย เมืองปะหังเป็นชุมชนทางตอนล่างของแหลมมลายู ติดกับไทรบุรีหรือเกดะห์ จัดเป็นหัวเมืองที่ 4 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตรากระต่าย (เถาะ) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งของประเทศมาเลเซีย
  5. เมืองไทรบุรี ใช้ตรางูใหญ่ เมืองไทรบุรีเป็นชุมชนเก่าทางฝั่งตะวันตกของแหลมมลายู พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและบึงตม เดิมประชาชนนับถือพุทธศาสนา ล่วงถึงพุทธศตวรรษที่ 20 จึงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม จัดเป็นหัวเมืองที่ 5 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตรางูใหญ่ (มะโรง) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งของประเทศมาเลเซีย ชื่อว่า "เกดะห์"
  6. เมืองพัทลุง ใช้ตรางูเล็ก เมืองพัทลุงเป็นชุมชนเก่าแก่แต่ครั้งพุทธศตวรรษที่ 11-13 ได้รับอิทธพลทางพุทธศาสนาจากนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่องทุกยุคสมัย จัดเป็นหัวเมืองที่ 6 ในทำเนียบสิบสองนักษัตร ถือตรางูเล็ก (มะเส็ง) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดพัทลุง
  7. เมืองตรัง ใช้ตราม้า เมืองตรังเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลตะวันตก ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่ควนธานี ต่อมาได้ย้ายไปที่กันตังและทับเที่ยงตามลำดับ จัดเป็นหัวเมืองที่ 7 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราม้า (มะเมีย) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดตรัง
  8. เมืองชุมพร ใช้ตราแพะ เมืองชุมพรเป็นชุมชนเกษตรและท่าเรือบนคาบสมุทรขนาดเล็ก มีประชากรไม่มากนักเนื่องจากดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้ทำมาหากิน จัดเป็นหัวเมืองที่ 8 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราแพะ (มะแม) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดชุมพร
  9. เมืองบันทายสมอ ใช้ตราลิง เมืองบันทายสมอสันนิษฐานว่าเป็นเมืองไชยา ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่มาแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๐ เป็นอย่างน้อย มีร่องรอยความเจริญทางเศรษฐกิจและศาสนาพุทธนิกายหินยานและมหายาน รวมทั้งศาสนาฮินดูนิกายไวษณพและนิกายไศวะ จำนวนมาก จัดเป็นหัวเมืองที่ 9 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราลิง (วอก) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  10. เมืองสะอุเลา ใช้ตราไก่ เมืองสะอุเลาสันนิษฐานว่าเป็นเมืองท่าทองอุแทหรือกาญจนดิษฐ์ ซึ่งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าทอง และลุ่มคลองกะแดะ เคยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงชั้นเอกและเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญของนครศรีธรรมราช จัดเป็นหัวเมืองที่ 10 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราไก่ (ระกา) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคืออำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  11. เมืองตะกั่วป่า ใช้ตราสุนัข เมืองตะกั่วป่าเคยเป็นเมืองท่าสำคัญทางฝั่งทะเลตะวันตก เป็นแหล่งผลิตดีบุกและเครื่องเทศมาแต่โบราณ จัดเป็นหัวเมืองที่ 11 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราสุนัข (จอ) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคืออำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
  12. เมืองกระบุรี ใช้ตราหมู เมืองกระบุรีเป็นชุมชนเล็ก ๆ บนฝั่งแม่น้ำกระบุรี ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า และภูเขาสลับซับซ้อน จัดเป็นหัวเมืองที่ 12 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราสุกร (กุน) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดระนอง
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกราชพฤกษ์ (Cassis fistula)
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด: แซะ (Millettia atropurpurea)
  • คำขวัญท่องเที่ยวประจำจังหวัด: นครศรีธรรมราช เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู
  • คำขวัญประจำเมือง: เราชาวนครฯ อยู่เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะศีลธรรม กอปรกรรมดี มีมานะพากเพียร ไม่เบียดเบียนทำอันตรายผู้ใด
  • อักษรย่อจังหวัด : นศ
  • อักษรย่ออักษรโรมัน : NST

ประชากรในจังหวัด[แก้]

      หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
      หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
อำเภอ/ปี พื้นที่
(ตร.กม.)
2559
(คน)
2558
(คน)
2557
(คน)
2556
(คน)
2555
(คน)
2554
(คน)
2553
(คน)
2552
(คน)
2551
(คน)
เมืองนครศรีธรรมราช 617.40 271,534 271,126 270,099 268,900 268,010 267,148 267,440 266,613 267,232
ทุ่งสง 802.97 160,747 159,924 159,174 156,991 155,786 154,042 152,808 151,563 151,122
ท่าศาลา 363.89 112,887 112,565 111,879 111,295 110,327 109,418 108,834 108,170 108,006
ปากพนัง 422.50 99,573 99,969 100,318 100,957 101,533 101,877 102,607 103,268 104,011
สิชล 703.10 88,428 88,283 87,802 87,472 87,063 86,383 86,231 85,791 85,299
ชะอวด 833.00 86,511 86,558 86,466 86,319 85,968 85,602 85,403 85,067 84,851
ร่อนพิบูลย์ 335.50 81,919 81,976 81,810 81,675 81,330 80,990 81,116 81,110 80,893
ทุ่งใหญ่ 603.28 74,147 73,994 73,662 73,201 72,605 71,638 71,121 70,386 69,739
ฉวาง 528.20 67,296 67,425 67,380 67,332 67,021 66,726 66,491 66,286 66,179
หัวไทร 417.73 66,477 66,679 66,787 66,863 66,912 66,877 67,055 67,243 67,434
บางขัน 601.70 46,839 46,752 46,474 46,126 45,487 44,829 44,182 43,467 42,990
เชียรใหญ่ 232.70 43,388 43,500 43,533 43,598 43,584 43,542 43,571 43,657 43,890
พระพรหม 148.00 43,488 43,391 43,096 42,821 42,499 42,099 41,787 41,638 41,516
ลานสกา 342.90 40,833 40,875 40,783 40,560 40,406 40,223 40,291 40,209 40,162
พรหมคีรี 321.50 37,427 37,461 37,363 37,072 36,906 36,492 36,435 36,227 36,092
นบพิตำ 720.15 33,278 33,183 32,882 32,605 32,219 31,849 31,488 31,125 30,785
เฉลิมพระเกียรติ 124.10 31,540 31,549 31,564 31,502 31,551 31,625 31,919 31,854 31,986
จุฬาภรณ์ 192.50 31,521 31,481 31,441 31,337 31,151 30,968 30,935 30,816 30,720
ขนอม 433.90 30,357 30,234 30,022 29,792 29,561 29,342 29,026 28,763 28,397
ช้างกลาง 232.50 29,898 30,081 30,064 30,036 30,049 29,928 29,949 29,914 29,833
พิปูน 363.80 29,218 29,269 29,307 29,330 29,243 29,038 28,781 28,630 28,486
นาบอน 192.89 26,919 27,077 27,001 27,018 26,897 26,845 26,686 26,504 26,489
ถ้ำพรรณรา 169.10 19,134 19,178 19,121 19,041 18,810 18,590 18,405 18,270 18,051
รวมทั้งจังหวัด 9,942.502 1,553,359 1,552,530 1,548,028 1,541,843 1,534,887 1,526,071 1,522,561 1,516,499 1,513,163
  • อ้างอิง: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[4]

ศาสนา[แก้]

ชาวนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธ ประมาณ 92.08% รองลงมา คือ ศาสนาอิสลาม ประมาณ 7.03% ศาสนาคริสต์ ประมาณ 0.89% นอกจากนั้นเป็นศาสนาอื่น ๆ (ข้อมูลประชากร 1,516,499 คน ปี พ.ศ. 2552)

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

ข้าราชการ[แก้]

นักคิดและนักกวี[แก้]

การเมือง[แก้]

ดาราและนักร้อง[แก้]

  • ศุภักษร จงศิริ นักเขียน ผู้กำกับภาพยนตร์

นักกีฬา[แก้]

  • สระราวุฒิ ตรีพันธ์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ที่มาเลย์เซีย ผู้ยิงประตูชัยดับเจ้าภาพ ในนัดชิงชนะเลิศ

สถาบันการศึกษา[แก้]

การอุดมศึกษา[แก้]

รัฐบาล[แก้]

เอกชน[แก้]

การอาชีวศึกษา[แก้]

การอาชีวศึกษาเอกชน[แก้]

โรงเรียน[แก้]

ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย[แก้]

โรงพยาบาล[แก้]

กระทรวงสาธารณสุข[แก้]

โรงพยาบาลศูนย์[แก้]

โรงพยาบาลทั่วไป[แก้]

  • โรงพยาบาลทุ่งสง ขนาด 300 เตียง
  • โรงพยาบาลสิชล ขนาด 200 เตียง
  • โรงพยาบาลท่าศาลา ขนาด 150 เตียง

โรงพยาบาลชุมชน[แก้]

  1. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง ขนาด 90 เตียง
  2. โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ ขนาด 60 เตียง
  3. โรงพยาบาลชะอวด ขนาด 60 เตียง
  4. โรงพยาบาลหัวไทร ขนาด 60 เตียง
  5. โรงพยาบาลปากพนัง ขนาด 60 เตียง
  6. โรงพยาบาลเชียรใหญ่ ขนาด 60 เตียง
  7. โรงพยาบาลขนอม ขนาด 30 เตียง
  8. โรงพยาบาลพรหมคีรี ขนาด 30 เตียง
  9. โรงพยาบาลลานสกา ขนาด 30 เตียง
  10. โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ ขนาด 30 เตียง
  11. โรงพยาบาลพิปูน ขนาด 30 เตียง
  12. โรงพยาบาลนาบอน ขนาด 30 เตียง
  13. โรงพยาบาลบางขัน ขนาด 30 เตียง
  14. โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 30 เตียง
  15. โรงพยาบาลพระพรหม ขนาด 30 เตียง
  16. โรงพยาบาลนบพิตำ ขนาด 30 เตียง
  17. โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ นครศรีธรรมราช ขนาด 30 เตียง
  18. โรงพยาบาลช้างกลาง (พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์) ขนาด 30 เตียง
  19. โรงพยาบาลถ้ำพรรณรา ขนาด 10 เตียง
  20. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 11 ขนาด 60 เตียง

กระทรวงกลาโหม[แก้]

  1. โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ ขนาด 150 เตียง
  2. โรงพยาบาลค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ขนาด 60 เตียง

กระทรวงศึกษาธิการ[แก้]

  1. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขนาด 550 เตียง (เปิดบริการ พ.ศ. 2563)

หน่วยงานราชการอิสระ[แก้]

  1. สถานีกาชาดสิรินธร ขนาด 10 เตียง

เทศบาล[แก้]

  1. โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ขนาด 70 เตียง
  2. โรงพยาบาลตำบลปากพูน สาขาบ้านตลาดพฤหัส
  3. โรงพยาบาลตำบลปากพูน สาขาบ้านศาลาบางปู

เอกชน[แก้]

  1. โรงพยาบาลนครินทร์ ขนาด 107 เตียง
  2. โรงพยาบาลนครพัฒน์ ขนาด 59 เตียง
  3. โรงพยาบาลนครคริสเตียน ขนาด 50 เตียง
  4. โรงพยาบาลรวมแพทย์ทุ่งสง ขนาด 25 เตียง
  5. โรงพยาบาลธนบุรีทุ่งสง ขนาด 56 เตียง (เปิดบริการ พ.ศ. 2561)

การคมนาคม[แก้]

สถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดนครศรีธรรมราช
สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช
ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช

ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีรถสองแถว วิ่งบริการรอบเมือง และจากนครศรีธรรมราชไปสู่อำเภอใกล้เคียง หรือจังหวัดข้างเคียง สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งมีรถตู้ รถเมล์ รถโดยสาร และรถไฟ

  • จากนครศรีธรรมราชไปยังจังหวัดใกล้เคียง
    • กระบี่ 152 กิโลเมตร
    • ตรัง 123 กิโลเมตร
    • พัทลุง 115 กิโลเมตร
    • สงขลา 161 กิโลเมตร
    • สุราษฎร์ธานี 141 กิโลเมตร

ทางรถไฟ[แก้]

  • รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพ มีขบวนรถเร็วขบวนที่173/174 , รถด่วนขบวนที่85/86 ไปนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 832 กิโลเมตร

และ ยังมีขบวนรถท้องถิ่นที่451/452 นครศรีธรรมราช-สุไหงโกลก-นครศรีธรรมราช และ ขบวนรถท้องถิ่นที่455/456 นครศรีธรรมราช-ยะลา-นครศรีธรรมราช

ทางรถโดยสารประจำทาง[แก้]

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี), อำเภอขนอม มีรถ วีไอพี ปรับอากาศ ชั้น 1 ขนอม-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-ขนอม

ทางรถยนต์ส่วนบุคคล[แก้]

การเดินทางจากกรุงเทพ มายัง นครศรีธรรมราช ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร แล้วใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง จนถึงนครศรีธรรมราช หรือ ถึงอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี แล้วใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 780 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางยังอำเภออื่น ๆ หรือจังหวัดใกล้เคียงได้อีกด้วย

ทางอากาศยาน[แก้]

ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช มีเที่ยวบินให้บริการ 12 เที่ยวบินต่อวัน โดยมี 3 สายการบินคือ นกแอร์ ไทยแอร์เอเชียและ ไทยไลอ้อนแอร์ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

ป้ายแนะนำแหล่งท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช ทางหลวงหมายเลข 41 อำเภอถ้ำพรรณรา

อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช[แก้]

อนุสาวรีย์วีรไทย ค่ายวชิราวุธ

อำเภอลานสกา[แก้]

อำเภอพรหมคีรี[แก้]

อำเภอท่าศาลา[แก้]

อำเภอสิชล[แก้]

หาดปากดวด ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

อำเภอเชียรใหญ่[แก้]

วิวท้องนา วัดเขาแก้ววิเชียร อำเภอเชียรใหญ่

อำเภอนบพิตำ[แก้]

อำเภอช้างกลาง[แก้]

วัดสวนขัน อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช

อำเภอฉวาง[แก้]

ตลาดจันดี เขตเทศบาลตำบลจันดี อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

อำเภอถ้ำพรรณรา[แก้]

ถ้ำทองพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา

อำเภอขนอม[แก้]

หาดในเพลา อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

อำเภอปากพนัง[แก้]

จุดชมวิว ปลายแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง

อำเภอร่อนพิบูลย์[แก้]

อำเภอทุ่งสง[แก้]

ถ้ำแรด ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง นครศรีธรรมราช

อำเภอทุ่งใหญ่[แก้]

แม่น้ำตาปี ช่วงไหลผ่าน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

อำเภอพิปูน[แก้]

อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน อ.พิปูน นครศรีธรรมราช

อำเภอนาบอน[แก้]

เขาเหมน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

อำเภอจุฬาภรณ์[แก้]

ศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย อ.จุฬาภรณ์

อำเภอชะอวด[แก้]

อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
น้ำตกหนานสวรรค์ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

อำเภอบางขัน[แก้]

อุทยานบ่อน้ำร้อนวังหิน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง[แก้]

อุทยานแห่งชาติทางบก[แก้]

อุทยานแห่งชาติทางทะเล[แก้]

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า[แก้]

พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า[แก้]

เทศกาลงานประเพณี[แก้]

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ

สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก[แก้]

สวนน้ำ[แก้]

เพลงประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช[แก้]

ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเชื้อชาติไทยพำนักทางปักษ์ใต้
ตั้งนครสุนทรสง่ามาแต่ไร ปัญญาไวฉลาดเฉลียวเชี่ยวปฏิภาณ

เคยมีชื่อเด่นชัดในประวัติศาสตร์ สืบทายาทสกุลใหญ่เกียรติไพศาล
มีพระธาตุขวัญเมืองเครื่องสักการ ตามตำนานชาติไทยได้มีมา

จนบัดนี้ก็ยังมีความดีเด่น สมที่เป็นเมืองสำคัญอันสุดหา
สมเป็นด่านด้านใต้ใกล้คงคา พึงรักษาเกียรติไว้คู่ไทยเทอญ

(ซ้ำ ทั้งเพลง 1 รอบ)

ความเป็นที่สุด[แก้]

  • ชายฝั่งทะเล ยาวที่สุด 236 กิโลเมตร
  • แหลมทะเล ยาวที่สุดของไทย คือ แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง เกิดจากการทับถมของทราย ที่น้ำทะเลพัดพามา จนกลายเป็น สันดอนจะงอย ยื่นยาวเป็นแหลมออกไปจากชายฝั่งทะล มีความยาวประมาณ 16 กิโลเมตร ส่วนกว้างที่ของแหลมประมาณ 5 กิโลเมตร
    จุดชมวิวปลายแหลมตะลุมพุก
  • มหาวิทยาลัย ที่มีบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย คือ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ภายในวิทยาเขตเดียว มากกว่า 10,000 ไร่ ปัจจุบันมีนักศึกษากำลังศึกษาอยู่มากกว่า 8,500 คน
  • เป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุด ในภาคใต้ คือ 1,552,530 คน (ข้อมูล : ที่ทำการปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2558)
  • ทิวเขานครศรีธรรมราช เป็นทิวเขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย มีภูเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนและเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง
  • มียอดเขาสูงที่สุดในภาคใต้ คือ ยอดเขาหลวง มีความสูง 1,835 เมตร จากระดับน้ำทะเล และเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขานครศรีธรรมราช ปัจจุบันอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง

แหล่งทรัพยากรทางด้านพลังงาน[แก้]

ภาพแสดงแผนที่ของแอ่งสินปุนในบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  • แอ่งสินปุน แหล่งถ่านหินลิกไนต์ ปริมาณสำรอง 91 เมกตริกตัน ที่อำเภอทุ่งใหญ่
  • แอ่งนคร แหล่งศักยภาพปิโตรเลียม อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่งอำเภอสิชล ประมาณ 50 กิโลเมตรทางทิศตะวันออก
  • แอ่งปัตตานี แหล่งปิโตรเลียม อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่งอำเภอปากพนัง ทางทิศตะวันออก ประมาณ 100 กิโลเมตร
  • แอ่งสงขลา แหล่งศักยภาพปิโตรเลียม อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่งอำเภอหัวไทร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 50 กิโลเมตร
  • แอ่งมาเลย์เหนือ แหล่งปิโตรเลียม อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่งอำเภอหัวไทร ทางทิศตะวันออก ประมาณ 250 กิโลเมตร

เมืองพี่เมืองน้อง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  3. ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จากเว็บไซต์จังหวัดนครศรีธรรมราช
  4. สถิติประชากรในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 8°24′N 99°58′E / 8.4°N 99.97°E / 8.4; 99.97