ลัทธิอาณานิคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ลัทธิอาณานิคม (อังกฤษ: colonialism) เป็นการสถาปนา แสวงหาประโยชน์จากพื้นที่อื่น ธำรงรักษา ได้มาซึ่งและขยายอาณานิคมในดินแดนหนึ่งจากประชากรอีกดินแดนหนึ่ง ลัทธิอาณานิคมเป็นชุดความสัมพันธ์ไม่เท่ากันระหว่างเจ้าอาณานิคมและอาณานิคม และมักระหว่างผู้อยู่ในนิคมและประชากรพื้นเมือง

สมัยอาณานิคมยุโรปอยู่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมื่อชาติยุโรปหลายชาติสถาปนาอาณานิคมในทวีปเอเชีย แอฟริกาและอเมริกา ทีแรก ประเทศต่าง ๆ ดำเนินนโยบายลัทธิพาณิชยนิยมซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมเศรษฐกิจของประเทศแม่โดยแลกกับเศรษฐกิจของคู่แข่ง ฉะนั้น ปกติอาณานิคมจึงได้รับอนุญาตให้ค้าขายเฉพาะกับประเทศแม่เท่านั้น ทว่า เมื่อถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิบริติชยกเลิกลัทธิพาณิชยนิยมและการจำกัดการค้า และเริ่มใช้หลักการค้าเสรี โดยมีการจำกัดหรือภาษีศุลกากรน้อย

ประวัติ[แก้]

ดูบทความหลักที่: ประวัติลัทธิอาณานิคม
แผนที่อาณานิคมในปี 1800
แผนที่อาณานิคมในปี 1914
แผนที่อาณานิคมในปี 1936
แผนที่อาณานิคมในปี 1945

กิจกรรมซึ่งเรียกได้ว่าลัทธิอาณานิคมนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เริ่มจากจักวรรดิแอฟริกาก่อนสมัยอาณานิคมซึ่งนำให้ชาวอียิปต์ ฟินีเซีย กรีกและโรมันล้วนสร้างอาณานิคมในสมัยโบราณ

ลัทธิอาณานิคมสมัยใหม่เริ่มด้วยยุคแห่งการสำรวจ โปรตุเกสและสเปนค้นพบดินแดนใหม่ทั่วทั้งมหาสมุทรและสร้างสถานีการค้าหรือพิชิตดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล บางคนถือว่าการสร้างอาณานิคมทั่วทั้งมหาสมุทรนี้เองที่แยกแยะลัทธิอาณานิคมจากลัทธิการขยายอาณาเขต (expansionism) แบบอื่น มีการแบ่งดินแดนใหม่เหล่านี้ระหว่างจักรวรรดิโปรตุเกสและสเปนครั้งแรกโดยสารตราพระสันตะปาปาอินเทอร์เซเทอรา และต่อมาโดยสนธิสัญญาทอร์เดสซิลลาสและสนธิสัญญาซาราโกซา (ค.ศ. 1529)

สมัยนี้ยังสัมพันธ์กับการปฏิวัติพาณิชย์ สมัยกลางตอนปลายมีการปฏิรูปการบัญชีและการธนาคารในอิตาลีและเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ยุโรปตะวันตกรับและนำมาปรับใช้กับความเสี่ยงและรางวัลสูงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอาณานิคม

ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีการสร้างจักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศสและจักรวรรดิดัตช์ เช่นเดียวกับกรรมสิทธิ์โพ้นทะเลของอังกฤษ ซึ่งต่อมากลายเป็นจักรวรรดิบริติช นอกจากนี้ ยังมีการสถาปนาจักรวรรดิอาณานิคมเดนมาร์กและอาณานิคมโพ้นทะเลของสวีเดนบ้าง

การแพร่กระจายของจักรวรรดิอาณานิคมลดลงในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยสงครามปฏิวัติอเมริกาและสงครามประกาศอิสรภาพละตินอเมริกา อย่างไรก็ตาม มีการสถาปนาอาณานิคมใหม่จำนวนมากหลังช่วงนี้ รวมทั้งจักรวรรดิอาณานิคมเยอรมันและจักรวรรดิอาณานิคมเบลเยียม ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 หลายชาติยุโรปเกี่ยวข้องในลัทธิอาณานิคมในทวีปแอฟริกา

จักรวรรดิรัสเซีย จักรวรรดิออตโตมันและจักรวรรดิออสเตรียมีอยู่ในห้วงเวลาเดียวกันกับจักรวรรดิข้างต้น แต่มิได้แผ่ข้ามมหาสมุทร จักรวรรดิเหล่านี้ขยายผ่านช่องทางแต่เดิมโดยการพิชิตอาณาเขตเพื่อนบ้านแทน จักรวรรดิญี่ปุ่นจำลองตนเองตามจักรวรรดิอาณานิคมยุโรป สหรัฐได้ดินแดนโพ้นทะเล

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฝ่ายสัมพันธมิตรผู้คว้าชัยแบ่งจักรวรรดิอาณานิคมเยอรมันและจักรวรรดิออตโตมันส่วนใหญ่ระหว่างพวกตนในฐานะอาณัติสันนิบาตชาติ ดินแดนเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็นสามระดับตามความพร้อมได้รับเอกราช ทว่า การปลดปล่อยอาณานิคมนอกทวีปอเมริกาล่าไปจนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ใน ค.ศ. 1972 สหประชาชาติตั้งคณะกรรมาธิการพิเศษการปลดปล่อยอาณานิคม หรือมักเรียกว่า คณะกรรมาธิการ 24 เพื่อส่งเสริมกระบวนการนี้

ยิ่งไปกว่านั้น มีขบวนการเอกราชและโครงการความเป็นปึกแผ่นการเมืองโลก เช่น ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด มีส่วนสำคัญในความพยายามปลดล่อยอาณานิคมในอดีตอาณานิคม

จักรวรรดิทวีปยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 20[แก้]

เป็นจักรวรรดิของประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของสหราชอาณาจักร[แก้]

ผู้ว่าการอาณานิคมของเซเชลส์ตรวจตรากองทหารรักษาเกียรติ ในปี ค.ศ. 1972
ถนนฮาร์เบอร์ที่คิงส์ตัน จาเมกา ในปี ค.ศ. 1820
ศาลหลวงเดลี ในปี ค.ศ. 1877: การประกาศให้สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรเป็นจักรพรรดินีแห่งอินเดีย
สงครามอังกฤษ - ซิกข์ครั้งที่ 1 ปี ค.ศ. 1845-46
สงครามบูร์ครั้งที่สอง ทรานส์วาลและเสรีรัฐออเรนจ์ถูกจักรวรรดิบริติชเข้าปกครองในปี ค.ศ. 1902
บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ในมอลตาต่างพากันนำป้ายที่มีข้อความต่อต้านบริเตน เพื่อสนับสนุนการประกาศเอกราช ในปี ค.ศ. 1960
วันชาติยิบรอลตาร์ ระหว่างที่ยังถูกบริเตนปกครอง
ธงชาติอังกฤษ - ฝรั่งเศส ใช้ในการปกครองหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกร่วมกัน (ปัจจุบัน คือ ประเทศวานูอาตู)

ทวีปอเมริกาเหนือ[แก้]

ทวีปอเมริกาใต้[แก้]

ทวีปแอฟริกา[แก้]

ทวีปยุโรป[แก้]

ทวีปเอเชีย[แก้]

ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย[แก้]

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส[แก้]

การโจมตีกงส์ต็องตีน ปี ค.ศ. 1836 ของฝรั่งเศส
เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสและทหารปืนไรเฟิลตังเกี๋ย ปี ค.ศ. 1884
การยึดครองลุยเซียนา และแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ โดยเซียร์เดอลาซาลในนามของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งราชอาณาจักรฝรั่งเศส (วาดโดย Jean-Adolphe Bocquin)

ทวีปอเมริกาเหนือ[แก้]

ทวีปอเมริกาใต้[แก้]

ทวีปแอฟริกา[แก้]

เฟรนช์แอฟริกาเหนือ[แก้]
เฟรนช์แอฟริกาตะวันตก[แก้]
เฟรนช์อิเควทอเรียลแอฟริกา[แก้]
แอฟริกาตะวันออกและมหาสมุทรอินเดีย[แก้]

ทวีปเอเชีย[แก้]

ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย[แก้]

ทวีปแอนตาร์กติกา[แก้]

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของรัสเซีย[แก้]

สถานีการค้าของรัสเซียที่ท่าเรือเซนต์พอลล์ ในดินแดนอเมริกาของรัสเซีย (ปัจจุบันคือเมืองโคดิแอก รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา) เมื่อปี ค.ศ. 1814
การต่อต้านของชาวคอเคเซียนจากจักรวรรดิรัสเซียในคอเคซัส เมื่อปี ค.ศ. 1840

ทวีปอเมริกาเหนือ[แก้]

ทวีปยุโรป[แก้]

ทวีปเอเชีย[แก้]

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของเยอรมนี[แก้]

แคเมอรูนในอาณานิคมแอฟริกาตะวันตกของเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1908 (วาดโดย R. Hellgrewe)

ทวีปอเมริกาเหนือ[แก้]

ทวีปอเมริกาใต้[แก้]

ทวีปแอฟริกา[แก้]

ทวีปเอเชีย[แก้]

ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย[แก้]

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของอิตาลี[แก้]

การบุกลิเบียของอิตาลีระหว่างสงครามอิตาโล–ตุรกี ปี ค.ศ. 1911

ทวีปแอฟริกา[แก้]

ทวีปยุโรป[แก้]

ทวีปเอเชีย[แก้]

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของเนเธอร์แลนด์[แก้]

การยอมจำนนของเจ้าชายไดโปเนโกโรต่อนายพลชาวดัตช์หลังสิ้นสุดสงครามชวา ในปี ค.ศ. 1830

ทวีปอเมริกา[แก้]

ทวีปแอฟริกา[แก้]

ทวีปเอเชีย[แก้]

อาณานิคมของโปรตุเกส[แก้]

สตรีชาวโปรตุเกสในรัฐกัว ที่ปัจจุบันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย เมื่อคริสต์ศตวรรษที่16

อาณานิคมของสเปน[แก้]

ภาพวาดระบบ Casta สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 จากนิวสเปนแสดงให้เห็นถึงชายชาวสเปนคนหนึ่ง ที่มีภรรยาเป็นชนพื้นเมืองและมีลูกด้วยกัน
การสู้รบที่เมืองเตโตอวนในโมร็อกโก เมื่อปี ค.ศ. 1860 (วาดโดย Marià Fortuny)
นายพลอาร์เซนิโอ มาร์ติเนซ กัมโปส ได้รับการต้อนรับจากชาวเมืองฮาวานา คิวบา อาณานิคมสเปน ค.ศ. 1878

อาณานิคมของออสเตรีย-ฮังการี[แก้]

การต่อต้านที่บอสเนียของชาวมุสลิมระหว่างการสู้รบที่ซาราเยโวในปี ค.ศ. 1878 จากการบุกยึดครองของจักรวรรดิออสเตรีย - ฮังการี

อาณานิคมของเดนมาร์ก[แก้]

เมืองเรคยาวิก ในปี ค.ศ. 1835

อาณานิคมของเบลเยียม[แก้]

'La Revue' แห่งกองทัพ Force Publique จากเมืองบอมา เมืองหลวงของเสรีรัฐคองโก ค.ศ. 1899

อาณานิคมของสวีเดน[แก้]

พระเจ้าคาร์ลที่ 10 กุสตาฟ ต่อสู้กับพวกตาตาร์โปแลนด์ใกล้กรุงวอร์ซอในช่วงสงครามเหนือครั้งที่สอง

อาณานิคมของโปแลนด์-ลิทัวเนีย[แก้]

อาณานิคมและดินแดนที่ยึดครองของโรมาเนีย[แก้]

ดินแดนโพ้นทะเลของนอร์เวย์[แก้]

จักรวรรดินอกทวีปยุโรป[แก้]

เป็นจักรวรรดิของประเทศต่าง ๆ นอกทวีปยุโรป

รัฐในอารักขาของออสเตรเลีย[แก้]

เหล่าสมาชิกของทหารกองหนุนแห่งกองทัพออสเตเลียในแทสเมเนีย ประมาณปี ค.ศ. 1913

เขตสังกัดของนิวซีแลนด์[แก้]

ท่านลอร์ดแรนเฟอร์ลี ข้าหลวงแห่งนิวซีแลนด์กำลังอ่านคำประกาศผนวกดินแดนหมู่เกาะคุกต่อสมเด็จพระราชินีมาเคีย แห่งราชอาณาจักรราโรตองกา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1900

อาณานิคมของสหรัฐและรัฐในอารักขา[แก้]

ข้าหลวงใหญ่ วิลเลียม ฮาวเวิร์ด แทฟต์ กำลังกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติฟิลิปปินส์ ณ มะนิลาแกรนด์โอเปร่าเฮาส์

อาณานิคมของญี่ปุ่น[แก้]

ชาวเกาหลีสามคนถูกประหารชีวิตโดยการยิงเป้า ฐานก่อการจราจนประท้วงการเวนคืนที่ดินโดยไม่มีค่าชดเชยจากญี่ปุ่น

อาณานิคมของจีน[แก้]

ค่ายทหารแห่งราชวงศ์ชิงในคอลคา ปี ค.ศ. 1688

อาณานิคมของไทย[แก้]

อาณานิคมของโอมาน[แก้]

อาณานิคมของเม็กซิโก[แก้]

ผู้รอดชีวิตชาวเม็กซิกันผู้หญิงและเด็ก จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกาะกลีแปร์ตอน ปี ค.ศ. 1917

อาณานิคมของเอกวาดอร์[แก้]

อาณานิคมของโคลอมเบีย[แก้]

อาณานิคมของอาร์เจนตินา[แก้]

เครื่องบิน C-130 Hercules และหอบังคับการบินที่สนามบินมารัมบิโอ ของอาร์เจนตินา

อาณานิคมของชิลี[แก้]

อาณานิคมของปารากวัย[แก้]

อาณานิคมของโบลิเวีย[แก้]

อาณานิคมของบราซิล[แก้]

กองทหารบราซิลในเมืองมอนเตวิเดโอ ในปี ค.ศ. 1825

อาณานิคมของเอธิโอเปีย[แก้]

อาณานิคมของโมร็อกโก[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.thecanadianencyclopedia.ca/en/article/ruperts-land/
  2. "Archived copy" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2011-07-20. สืบค้นเมื่อ 2011-02-12.CS1 maint: archived copy as title (link)
  3. Cheikh Saïd - The territory of Cheikh Saïd was acquired in 1868 by a French company. It is for that reason that it was formerly shown with the French colours on certain atlases. In fact, Cheikh Saïd has been occupied by the Turks since 1870, and by the Yemenis since the First World War., Dictionnaire encyclopédique Quillet, (1985 ed.).
  4. "Consulter le sujet - L'Australie serait-elle française ?!... • [Forums". Francedownunder.com. สืบค้นเมื่อ 2011-03-26.
  5. Godard, Philippe; Kerros, Tugdual de; Margot, Odette; Stanbury, Myra; Baxter, Sue; Western Australian Museum; Godard, Phillippe; De Kerros, Tugdual; Margot, Odette; Stanbury, Myra; Baxter, Sue (2008), 1772 : the French annexation of New Holland : the tale of Louis de Saint Aloürn, Western Australian Museum, ISBN 978-1-920843-98-4
  6. Philippe Godard, Tugdual de Kerros 2002, "Louis de Saint Aloüarn, un marin breton à la conquête des terres australes", Les Portes du large, Saint-Jacques-de-la-Lande, 331-336
  7. "Index of Colonies and Dependencies". WorldStatesme.org. สืบค้นเมื่อ 5 July 2019.

wikipediaอาณาจักรรัตนโกสินทร์