คอสแซค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพวาดของคอสแซคซาโพโรเซียน

คอสแซค (ยูเครน: козаки́, kozaky; รัสเซีย: каза́ки́, kazaki; โปแลนด์: Kozacy, อังกฤษ: Cossacks) เดิมเป็นสมาชิกของกลุ่มทหารในยูเครน และทางตอนใต้ของรัสเซีย[1] แต่ที่มาของคอสแซคยังคงเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในบรรดานักวิชาการอยู่

ในตอนปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 15 กลุ่มคอสแซคซาโพโรเซียน (Zaporozhian Cossacks) ก็ได้ก่อตั้งกองทหารคอสแซค (Cossack host) ขึ้นในทุ่งหญ้าสเตปป์ในยูเครน (ยูเครน: дике поле) ในบริเวณแม่น้ำนีพเพอร์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 กลุ่มคอสแซคดอน (Don Cossacks) ก็ได้ก่อตั้งกองทหารคอสแซคขึ้นอีกกองหนึ่งในบริเวณลุ่มแม่น้ำดอน กองทหารคอสแซคกองอื่นๆ ก็ได้รับการก่อตั้งขึ้นต่อมาทางตอนใต้ของเทือกเขายูราล, ไซบีเรีย และ คอเคซัส

คอสแซคนีพเพอร์แห่งยูเครนมีศูนย์กลางอยู่ในบริเวณหมู่เกาะนีพเพอร์ที่มีการสร้างเสริมการป้องกันทางทหาร เดิมคอสแซคเป็นอาณาจักรบริวารของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย แต่ความกดดันทางสังคมและศาสนาจากเครือจักรภพทำให้คอสแซคประกาศตนเป็นสาธารณรัฐคอสแซค (Cossack Hetmanate) อิสระจากโปแลนด์-ลิทัวเนีย โดยการริเริ่มการการก่อการคเมลนิทสกี (Khmelnytskyi Uprising) ภายใต้การนำของโบห์ดัน คเมลนิทสกีในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในปี ค.ศ. 1654 คอสแซคก็ลงนามในสนธิสัญญาเพเรยาสลาฟ กับ อาณาจักรซาร์แห่งรัสเซียที่เป็นผลให้รัฐต่างๆในเครือรัฐคอสแซคยูเครนตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียต่อมาอีกสามร้อยปี[2]

คอสแซคดอนผู้ตกลงเป็นพันธมิตรกับอาณาจักรซาร์แห่งรัสเซียเริ่มรุกรานและยึดดินแดนต่างๆ ในบริเวณแม่น้ำวอลกา, ไซบีเรียทั้งหมด, แม่น้ำยูราล และ แม่น้ำเทอเร็คมาเป็นอาณานิคม

ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 นโยบายการขยายดินแดนของจักรวรรดิรัสเซียก็หันมาพึ่งความภักดีของคอสแซค ที่สร้างความกดดันให้แก่คอสแซคผู้ที่นิยมการดำรงชีวิตอย่างอิสระ ซึ่งในที่สุดก็ทำให้เกิดการปฏิวัติที่นำโดย สเตงคา ราซิน, คอนดราตี บุลาวิน และ เยเมลิยัน พูกาเชฟ เมื่อมาถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 คอสแซคก็เปลี่ยนไปมีฐานะพิเศษ ที่ทำหน้าที่เป็นทหารประจำการชายแดนทั้งชายแดนระดับชาติและชายแดนระหว่างชนเผ่าต่างๆ และเป็นผู้ส่งกองกำลังในการสนับสนุนปัญหาขัดแย้งทางทหารต่างๆ เช่นในสงครามรัสเซีย-ตุรกี เป็นการแลกเปลี่ยนกับความเป็นอิสระทางสังคมในการปกครองตนเอง ที่ทำให้เกิดการสร้างสามัญทัศน์ที่เกี่ยวกับคอสแซคกันไปต่างๆ นานาในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ทั้งในจักรวรรดิรัสเซีย และในรัฐบาลภาพในของตนเอง

ระหว่างสงครามกลางเมืองรัสเซีย ภูมิภาคต่างๆ ของคอสแซคกลายเป็นศูนย์กลางของขบวนการขาว (White movement) ในการต่อต้านพรรคบอลเชวิค คอสแซคดอนและคอสแซคคูบันถึงกับก่อตั้งรัฐอิสระขึ้นอยู่พักหนึ่ง เมื่อกองทัพแดงได้รับชัยชนะ คอสแซคก็ตกอยู่ในสภาวะอดอยาก และ ได้รับการกดขี่จากผู้เป็นปฏิปักษ์

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองคอสแซคก็ต่อสู้ให้กับทั้งฝ่ายสหภาพโซเวียต และฝ่ายนาซีเยอรมนี ที่เป็นผลให้เกิด 'กรณีทรยศต่อคอสแซค' (Betrayal of Cossacks) ขึ้นโดยฝ่ายพันธมิตรหลังสงคราม เมื่อสหภาพโซเวียตทำการสังหารคอสแซคที่ถูกส่งกลับมารัสเซียโดยฝ่ายพันธมิตรตามนโยบายการกดขี่คอสแซค แต่หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเป็นต้นมา ชีวิตและปรัชญาของความเป็นคอสแซคก็กลับมาเป็นที่นิยมกันในรัสเซียขึ้นอีกครั้ง ในกองทัพรัสเซียถึงกับมีกองทหารพิเศษของคอสแซค คอสแซคกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมร่วมสมัย และมีองค์การของตนเองในรัสเซีย คาซัคสถาน ยูเครน และในประเทศอื่นๆ

ที่มาของคำว่าคอสแซค[แก้]

คำว่า "Cossack" เข้ามาในภาษาอังกฤษจากคำว่า "Cosaque" ในภาษาฝรั่งเศส ที่แผลงมาจากภาษาเตอร์กิกเดิมว่า "qazaq" ที่แปลว่า "นักผจญภัย" หรือ "คนอิสระ"[3][4][5] นอกจากนั้นคอสแซค (Qazaqlar) ก็ยังเป็นผู้พิทักษ์ชายแดนในอาณาจักรข่านคาซาน (Khanate of Kazan)

อ้างอิง[แก้]

  1. R.P.Magocsi "A History of Ukraine", pp.179-181
  2. From Da to Yes: Understanding the East Europeans, Yale Richmond, Intercultural Press, 1995, p. 294
  3. "Online Etymology Dictionary". 
  4. Encyclopædia Britannica, Article Cossack
  5. Iaroslav Lebedynsky, Histoire des Cosaques Ed Terre Noire, p38
  • Knotel, Richard, Knotel, Herbert, & Sieg Herbert, Uniforms of the World: A compendium of Army, Navy and Air Force uniforms 1700-1937, Charles Scribner's Sons, New York, 1980

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]