ประเทศสกอตแลนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สกอตแลนด์)
สกอตแลนด์
แกลิกสกอต: Alba
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญ"In My Defens God Me Defend" (ภาษาสกอต)
เพลงชาติมากมาย
ที่สำคัญคือ "Flower of Scotland"
ที่ตั้งของ สกอตแลนด์  (สีเขียวเข้ม)– ในทวีปยุโรป  (สีเขียว & สีเทาเข้ม)– ในสหราชอาณาจักร  (สีเขียว)
ที่ตั้งของ สกอตแลนด์  (สีเขียวเข้ม)

– ในทวีปยุโรป  (สีเขียว & สีเทาเข้ม)
– ในสหราชอาณาจักร  (สีเขียว)

เมืองหลวง เอดินบะระ
55°51′N 4°15′W / 55.850°N 4.250°W / 55.850; -4.250
เมืองใหญ่สุด กลาสโกว์
ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษ ภาษาแกลิกแบบสกอต และภาษาสกอต
การปกครอง ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
 -  พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2
 -  นายกรัฐมนตรี Nicola Sturgeon
รัฐบาลสหราชอาณาจักร
 -  นายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์
 -  รัฐมนตรี Alistair Carmichael
การก่อตั้ง
พื้นที่
 -  รวม 78,772 ตร.กม. (n/a)
30,414 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 1.9
ประชากร
 -  2548 (ประเมิน) 5,094,800 (n/a)
 -  2544 (สำมะโน) 5,062,011 
 -  ความหนาแน่น 95 คน/ตร.กม. (n/a)
246 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2545 (ประมาณ)
 -  รวม $130 billion (n/a)
 -  ต่อหัว $25,546 (n/a)
HDI (2546) 0.939 (สูง) (n/a)
สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (£) (GBP)
เขตเวลา GMT (UTC+0)
โดเมนบนสุด .uk
รหัสโทรศัพท์ 44

สกอตแลนด์ (อังกฤษ: Scotland; แกลิกสกอตแลนด์: Alba [ˈal̪ˠapə] อาละเปอะ) เป็นชาติของชนชาวสก็อตและเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสหราชอาณาจักร โดยครอบคลุมพื้นที่หนึ่งในสามทางตอนเหนือของเกาะบริเตนใหญ่[1][2][3] มีพรมแดนร่วมกับประเทศอังกฤษทางทิศใต้ ส่วนที่เหลือล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันออกเป็นทะเลเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้จดช่องแคบเหนือและทะเลไอร์แลนด์ นอกเหนือจากแผ่นดินใหญ่แล้ว ประเทศสกอตแลนด์ยังมีเกาะอีกกว่า 790 เกาะ[4]

เอดินบะระ เมืองหลวงและนครใหญ่ที่สุดอันดับสองของประเทศ เป็นศูนย์กลางยุคเรืองปัญญาของชาวสกอตในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเปลี่ยนสกอตแลนด์มาเป็นมหาอำนาจทางพาณิชย์ ทางการศึกษา และทางอุตสาหกรรมเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ฯ กลาสโกว์ นครใหญ่สุดของสกอตแลนด์[5] เคยเป็นนครอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกและปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของเขตเมืองขยายเกรตเตอร์กลาสโกว์ น่านน้ำสกอตแลนด์ประกอบด้วยทะเลแอตแลนติกเหนือและทะเลเหนือ[6] ซึ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองใหญ่สุดในสหภาพยุโรป ทำให้เมืองแอเบอร์ดีน นครใหญ่สุดอันดับสามในสกอตแลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงน้ำมันของทวีปยุโรป[7]

เดิมราชอาณาจักรสกอตแลนด์เป็นประเทศอิสระที่ไม่ขึ้นกับประเทศอังกฤษจนถึง ค.ศ. 1603 เมื่อพระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ครองบัลลังก์อังกฤษโดยทรงใช้พระนามว่า พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ จึงมีผลให้ทั้งสองประเทศมีพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน เรียกว่า การรวมราชบัลลังก์ (Union of the Crowns) อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของทั้งสองยังคงแยกจากกันอยู่จนกระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1707 ในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีแอนน์ อังกฤษและสกอตแลนด์ได้รวมตัวกันด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ตามพระราชบัญญัติสหภาพ ค.ศ. 1707 มีผลให้รวมเข้ากับราชอาณาจักรอังกฤษ และกลายเป็นราชอาณาจักรบริเตนใหญ่[8]

ระบบกฎหมายของสกอตแลนด์ยังแยกจากระบบกฎหมายของอังกฤษ เวลส์และไอร์แลนด์เหนือ และสกอตแลนด์อยู่ในเขตอำนาจศาลต่างหาก ทั้งในทางกฎหมายมหาชนและเอกชน[9] การคงไว้ซึ่งสถาบันกฎหมาย การศึกษาและศาสนาของตน แยกจากสถาบันของสหราชอาณาจักร ล้วนส่งผลให้มีความต่อเนื่องของวัฒนธรรมสกอตแลนด์และอัตลักษณ์แห่งชาตินับแต่การรวมเข้าเป็นสหภาพ ค.ศ. 1707[10] ใน ค.ศ. 1999 รัฐสภาสกอตแลนด์ สภานิติบัญญัติแบบระบบสภาเดี่ยวที่จัดตั้งขึ้น(ใหม่)ตามกระบวนการถ่ายโอนอำนาจ และการลงประชามติ ค.ศ. 1997 เปิดประชุมใหม่โดยมีอำนาจเหนือกิจการภายในหลายด้าน ฯ ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2011 พรรคชาติสกอตแลนด์ชนะฝ่ายข้างมากในรัฐสภาสกอตแลนด์ ทำให้นำไปสู่การลงประชามติเอกราชสกอตแลนด์ ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2014 ซึ่งประชากรสกอตแลนด์ข้างมากปฏิเสธ[11][12]

สกอตแลนด์เป็นชาติสมาชิกสภาบริเตน–ไอร์แลนด์[13] และสมัชชารัฐสภาบริเตน–ไอร์แลนด์

ประวัติศาสตร์สังเขป[แก้]

นิรุกติศาสตร์ของชื่อ[แก้]

"สกอตแลนด์" มาจากคำว่า Scoti ชื่อภาษาละตินสำหรับใช้เรียกพวก Gaels คำละตินในยุคท้ายว่า Scotia ("ดินแดนของ Gaels") เป็นภาษาละตินที่ใช้เรียกไอร์แลนด์มาก่อน[14] เมื่อถึงศตวรรษที่ 11 Scotia เริ่มถูกใช้เพื่ออ้างถึงสก็อตแลนด์ (ส่วนที่พูดภาษาเกลิค) ทางตอนเหนือของแม่น้ำฟอร์ธ ใกล้กับ อัลเบเนีย หรือ อัลบานี ซึ่งทั้งสองมาจากคำภาษาเกลิคว่า Alba (อัลเบอะ)[15] การใช้คำว่า สกอต และ สกอตแลนด์ เพื่อรวมทุกสิ่งที่กลายมาเป็นสกอตแลนด์ กลายมาเป็นปกตินิยมในช่วงปลายยุคกลาง[16]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

  1. อินเวอร์ไคลด์
  2. เรนฟรูว์เชอร์
  3. เวสต์ดันบาร์ตันเชอร์
  4. อีสต์ดันบาร์ตันเชอร์
  5. นครกลาสโกว์
  6. อีสต์เรนฟรูว์เชอร์
  7. นอร์ทแลนาร์กเชอร์
  8. ฟอลเคิร์ก
  9. เวสต์โลเทียน
  10. นครเอดินบะระ
  11. มิดโลเทียน
  12. อีสต์โลเทียน
  13. แคล็กแมนนันเชอร์
  14. ไฟฟ์
  15. นครดันดี
  16. แองกัส
  1. แอเบอร์ดีนเชอร์
  2. นครแอเบอร์ดีน
  3. มะรีย์
  4. ไฮแลนด์
  5. เอาเตอร์เฮบริดีส (นาเฮลานันเชียร์)
  6. อาร์ไกล์และบิวต์
  7. เพิร์ทและคินรอสส์
  8. สเตอร์ลิง
  9. นอร์ทแอร์เชอร์
  10. อีสต์แอร์เชอร์
  11. เซาท์แอร์เชอร์
  12. ดัมฟรีสและแกลโลเวย์
  13. เซาท์แลนาร์กเชอร์
  14. สกอตติชบอร์เดอส์
  15. ออร์กนีย์
  16. เชตแลนด์


Scotland No dark.jpg

อ้างอิง[แก้]

  1. "The Countries of the UK". Office for National Statistics. สืบค้นเมื่อ 24 June 2012. 
  2. "Countries within a country". 10 Downing Street. Archived from the original on 16 April 2010. สืบค้นเมื่อ 24 August 2008. "The United Kingdom is made up of four countries: England, Scotland, Wales and Northern Ireland" 
  3. "ISO 3166-2 Newsletter Date: 28 November 2007 No I-9. "Changes in the list of subdivision names and code elements" (Page 11)" (PDF). International Organization for Standardization codes for the representation of names of countries and their subdivisions – Part 2: Country subdivision codes. สืบค้นเมื่อ 31 May 2008. "SCT Scotland country" 
  4. "Scottish Executive Resources" (PDF). Scotland in Short. Scottish Executive. 17 February 2007. สืบค้นเมื่อ 14 September 2006. 
  5. "A quick guide to glasgow". Glasgow City Centre. สืบค้นเมื่อ 20 June 2012. 
  6. The Scottish Adjacent Waters Boundaries Order. London: The Stationery Office Limited. 1999. ISBN 0-11-059052-X. สืบค้นเมื่อ 20 September 2007. 
  7. "Our City". Aberdeen City Council. Archived from the original on 22 September 2010. สืบค้นเมื่อ 1 December 2009. "Aberdeen's buoyant modern economy – is fuelled by the oil industry, earning the city its epithet as 'Oil Capital of Europe'" 
  8. ข้อมูลประเทศสกอตแลนด์
  9. Collier, J. G. (2001) Conflict of Laws (Third edition)(pdf) Cambridge University Press. "For the purposes of the English conflict of laws, every country in the world which is not part of England and Wales is a foreign country and its foreign laws. This means that not only totally foreign independent countries such as France or Russia ... are foreign countries but also British Colonies such as the Falkland Islands. Moreover, the other parts of the United Kingdom – Scotland and Northern Ireland – are foreign countries for present purposes, as are the other British Islands, the Isle of Man, Jersey and Guernsey."
  10. Devine, T. M. (1999), The Scottish Nation 1700–2000, P.288–289, ISBN 0-14-023004-1 "created a new and powerful local state run by the Scottish bourgeoisie and reflecting their political and religious values. It was this local state, rather than a distant and usually indifferent Westminster authority, that in effect routinely governed Scotland"
  11. "Scotland: Independence Referendum Date Set". BSkyB. 21 March 2013. สืบค้นเมื่อ 4 May 2013. 
  12. Gardham, Magnus (2 May 2011). "Holyrood election 2011: Alex Salmond: Referendum on Scottish independence by 2015". Daily Record (Scotland). สืบค้นเมื่อ 14 October 2011. 
  13. "Scotland / Alba". British-Irish Council. สืบค้นเมื่อ 4 May 2013. 
  14. The History Of Ireland. สืบค้นเมื่อ 17 September 2014. 
  15. Ayto, John; Ian Crofton. Brewer's Britain & Ireland: The History, Culture, Folklore and Etymology of 7500 Places in These Islands. WN. ISBN 0-304-35385-X. 
  16. Keay, John; Keay, Julia (2nd ed. 2001). Collins Encyclopedia of Scotland. Harper Collins. p. 1101. 

บรรณานุกรม[แก้]

  • Devine, T. M. [1999] (2000). The Scottish Nation 1700–2000 (New Ed. edition). London:Penguin. ISBN 0-14-023004-1
  • Donnachie, Ian and George Hewitt. Dictionary of Scottish History. (2001). 384 pp.
  • Keay, John; Keay, Julia (2nd ed. 2001). Collins Encyclopedia of Scotland. Harper Collins. pp. 1101pp. 
  • Koch, J. T. Celtic Culture: a Historical Encyclopedia (ABC-CLIO, 2006), ISBN 1-85109-440-7, 999pp
  • Tabraham, Chris, and Colin Baxter. The Illustrated History of Scotland (2004) excerpt and text search
  • Trevor-Roper, Hugh, The Invention of Scotland: Myth and History, Yale, 2008, ISBN 0-300-13686-2
  • Watson, Fiona, Scotland; From Prehistory to the Present. Tempus, 2003. 286 pp.
  • Wilson, Neil. Lonely Planet Scotland (2013) excerpt and text search[ลิงก์เสีย]
  • Wormald, Jenny, The New History of Scotland (2005) excerpt and text search

ตำราข้อมูลเฉพาะเรื่อง[แก้]

  • Brown, Dauvit, (1999) Anglo-French acculturation and the Irish element in Scottish Identity in Smith, Brendan (ed.), Insular Responses to Medieval European Change, Cambridge University Press, pp. 135–53
  • Brown, Michael (2004) The Wars of Scotland, 1214–1371, Edinburgh University Press., pp. 157–254
  • Dumville, David N. (2001). "St Cathróe of Metz and the Hagiography of Exoticism". Irish Hagiography: Saints and Scholars. Dublin: Four Courts Press. pp. 172–176. ISBN 978-1-85182-486-1. 
  • Flom, George Tobias. Scandinavian influence on Southern Lowland Scotch. A Contribution to the Study of the Linguistic Relations of English and Scandinavian (Columbia University Press, New York. 1900)
  • Herbert, Maire (2000). "Rí Érenn, Rí Alban, kingship and identity in the ninth and tenth centuries". In Simon Taylor (ed.). Kings, Clerics and Chronicles in Scotland, 500–1297. Dublin: Four Courts Press. pp. 63–72. ISBN 1-85182-516-9. 
  • MacLeod, Wilson (2004) Divided Gaels: Gaelic Cultural Identities in Scotland and Ireland: c.1200–1650. Oxford University Press.
  • Pope, Robert (ed.), Religion and National Identity: Wales and Scotland, c.1700–2000 (University of Wales Press, 2001)
  • Sharp, L. W. The Expansion of the English Language in Scotland, (Cambridge University PhD thesis, 1927), pp. 102–325;

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ ประเทศสกอตแลนด์ ได้โดยค้นหาจาก
โครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย :
Wiktionary-logo-th.png หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม
Wikibooks-logo.svg หนังสือ จากวิกิตำรา
Wikiquote-logo.svg คำคม จากวิกิคำคม
Wikisource-logo.svg ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
Commons-logo.svg ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์
Wikinews-logo.svg เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว
Wikiversity-logo-en.svg แหล่งเรียนรู้ จากวิกิวิทยาลัย