ราชวงศ์เหงียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชวงศ์เหงียน
Việt Nam (1804–39)
Đại Nam (1839–1945)
ราชอาณาจักร, จักรวรรดิ

พ.ศ. 2345พ.ศ. 2488
 

 

ตราแผ่นดิน
ธงชาติ ตราอาร์มราชวงศ์เหงียน
เพลงชาติ
Đăng Đàn Cung
เมืองหลวง พู่ซาน
ภาษา เวียดนาม
ศาสนา ลัทธิขงจื๊อใหม่
รัฐบาล สมบูรณาญาสิทธิราช
จักรพรรดิ
 -  2345 - 2363 สมเด็จพระจักรพรรดิซา ล็อง
ประวัติศาสตร์
 -  จักรพรรดิยาลองขึ้นครองราชย์ 1 มิ.ย.2345 พ.ศ. 2345
 -  อินโดจีนฝรั่งเศส 1 ก.ย. 2401
 -  การรุกรานของฝ่ายอักษะ 22 ก.ย. 2483
 -  จักรพรรดิบ๋าว ดั่ย สละตำแหน่งจักรพรรดิ 30 ส.ค. 2488 พ.ศ. 2488
 -  การสถาปนาสาธารณรัฐเวียดนาม 2 ก.ย. 2488

ราชวงศ์เหงียน (เวียดนาม: Nhà Nguyễn; ค.ศ. 1802-1945) เป็นจักรพรรดิราชวงศ์สุดท้ายของ จักรวรรดิราชวงศ์เหงียน ก่อนถูกผนวกเข้าอินโดจีนของฝรั่งเศส

ประวัติศาสตร์เวียดนาม Dien Thai Hoa.jpg
ราชวงศ์โห่งบั่ง 2879–258 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ราชวงศ์ถุก 257–207 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ราชวงศ์เตรียว 207–111 ปีก่อนคริสต์ศักราช
การปกครองของจีนครั้งแรก 111 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 40
พี่น้องชึง 40–43
การปกครองของจีนครั้งที่สอง 43–544
ราชวงศ์ลี้ยุคก่อน 544–602
การปกครองของจีนครั้งที่สาม 602–938
ราชวงศ์โง 939–967
ราชวงศ์ดินห์ 968–980
ราชวงศ์เลยุคก่อน 980–1009
ราชวงศ์ลี้ 1009–1225
ราชวงศ์เตริ่น 1225–1400
ราชวงศ์โห่ 1400–1407
การปกครองของจีนครั้งที่สี่ 1407–1427
ราชวงศ์เล 1428–1788
ราชวงศ์หมัก 1527–1592
เจ้าตระกูลตริ่นห์ 1545–1787
เจ้าตระกูลเหวียน 1558–1777
ราชวงศ์เตยเซิน 1778–1802
ราชวงศ์เหวียน 1802–1945
ลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก 1883–1945
สาธารณรัฐประชาธิปไตย
 เวียดนาม
1945–1976
สาธารณรัฐเวียดนาม 1955–1975
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งแต่ 1976
หัวเรื่องสืบเนื่อง
ราชวงศ์จามปา 192–1471
ราชวงศ์ฟูนาน 1–627
รายชื่อเมืองหลวงของประวัติศาสตร์เวียดนาม
รายพระนามกษัตริย์และจักรพรรดิแห่งเวียดนาม
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของเวียดนาม
วัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ของเวียดนาม
    

องค์ชายเหงียนแอ๋งหรือจักรพรรดิยาลอง จักรพรรดิพระองค์แรกของราชวงศ์เหงียนเริ่มฟื้นฟูประเทศ เวียดนามมีอาณาเขตใกล้เคียงกับปัจจุบัน ดินแดนภาคใต้ขยายไปถึงปากแม่น้ำโขงและชายฝั่งอ่าวไทย ทรงรักษาสัมพันธ์กับชาวตะวันตกโดยเฉพาะฝรั่งเศสที่ช่วยรบกับพวกเตยเซิน นายช่างฝรั่งเศสช่วยออกแบบพระราชวังที่เว้และป้อมปราการเมืองไซ่ง่อน

ราชวงศ์เหงียนรุ่งเรืองที่สุดในสมัยจักรพรรดิมินหมัง จักรพรรดิพระองค์ที่ 4 ทรงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น ด่ายนาม ขยายแสนานุภาพไปยังลาวและกัมพูชา ผนวกกัมพูชาฝั่งตะวันออก ทำสงครามกับสยามต่อเนื่องเกือบยี่สิบปี แต่ภายหลังต้องถอนตัวจากกัมพูชาหลังถูกชาวกัมพูชาต่อต้านอย่างรุนแรง สมัยนี้เวียดนามเริ่มใช้นโยบายต่อต้านการเผยแพร่คริสต์ศาสนาของบาทหลวงชาวตะวันตก มีการจับกุมและประหารบาทหลวงชาวตะวันตกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงชาวเวียดนามที่นับถือคริสต์ศาสนา จนถึงรัชกาลจักรพรรดิองค์ที่ 4 คือจักรพรรดิตึดึ๊ก ทรงต่อต้านชาวคริสต์อย่างรุนแรงต่อไป จนในที่สุดบาทหลวงชาวฝรั่งเศสขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลของตนให้ช่วยคุ้มครอง พ.ศ. 2420 เรือรบฝรั่งเศสเข้ามาถึงน่านน้ำเมืองดานัง (หรือตูราน) ฐานทัพเรือใกล้เมืองหลวงเว้ นำไปสู่การสู้รบกันของทั้งฝ่าย กองทัพเรือเวียดนามถูกทำลายเกือบทั้งหมด ต่อมากองกำลังฝรั่งเศสบุกโจมตีดินแดนภาคใต้ จักรพรรดิตึดึ๊กยอมสงบศึกและมอบดินแดนภาคใต้ 12 จังหวัดให้แก่ฝรั่งเศส

ชาวเวียดนามเริ่มต่อต้านการยึดครองของฝรั่งเศสแต่ไม่อาจต่อสู้กับแสนยานุภาพที่เหนือกว่าได้ จนในปี พ.ศ. 2422 จักรพรรดิห่ามงี นำการต่อต้านฝรั่งเศสแต่ต้องพ่ายแพ้ กองทหารฝรั่งเศสยึดพระราชวังและกรุงเว้ได้ จักรพรรดิเสด็จหนีแต่ถูกจับได้และถูกเนรเทศไปยังแอลจีเรีย ฝรั่งเศสจึงเข้าควบคุมเวียดนามอย่างจริงจังมากขึ้นและแบ่งเวียดนามออกเป็น 1 ส่วน คือตังเกี๋ยในภาคเหนือ เวียดนามยังมีจักรพรรดิเช่นเดิมแต่ต้องผ่านการร่วมคัดเลือกโดยข้าหลวงฝรั่งเศสและมีฐานะเป็นสัญลักษณ์ อำนาจในการบริหารการคลัง การทหารและการทูตสูงสุดเป็นของฝรั่งเศส ถือว่าเวียดนามสิ้นสุดฐานะเอกราชนับแต่นั้น

กำเนิดราชวงศ์[แก้]

แต่เดิมตระกูลเหงียนเป็นตระกูลที่รับราชการอยู่ในราชสำนักของราชวงศ์เล (Lê dynasty) ถิ่นกำเนิดของตระกูลเหงียนอยู่ที่จังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hóa) ทางภาคเหนือของเวียดนาม ในค.ศ. 1527 หมักดังซุง (Mạc Đăng Dung) หนึ่งในขุนนางราชสำนักทำการกบฎยึดราชสมบัติจากพระจักรพรรดิเลกุงฮวั่ง (Lê Cung Hoàng) แล้วปราบดาภิเษกตนเองเป็นพระจักรพรรดิแห่งเวียดนามและก่อตั้งราชวงศ์หมัก (Mạc dynasty) บรรดาขุนนางที่ไม่เห็นด้วยกับการปราบดาภิเษกของหมักดังซุง นำโดยขุนนางตระกูลจิ่ญ (Trịnh) และตระกูลเหงียน (Nguyễn) ยกทัพเข้าต่อต้านการปกครองของหมักดังซุงเกิดเป็นสงครามกลางเมืองเป็นเวลาร่วมกว่าเจ็ดสิบปี ในค.ศ. 1592 ทัพของตระกูลจิ่ญและตระกูลเหงียนสามารถเข้ายึดนครทัญฮว้าราชธานีได้ และมอบราชสมบัติคืนแด่ราชวงศ์เล แต่ทว่าจักรพรรดิราชวงศ์เลต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของตระกูลจิ่ญ เปรียบเสมือนเป็นหุ่นเชิดให้ตระกูลจิ่ญเท่านั้น

ค.ศ. 1552 ผู้นำตระกูลจิ่ญ คือ จิ่ญสุ่ง (Trịnh Tùng 鄭松) เกรงว่าตระกูลเหงียนจะเรืองอำนาจขึ้นมาทัดเทียมแข่งขันกับตระกูลจิ่ญ จึงมีคำสั่งให้เหงียนฮวั่ง (Nguyễn Hoàng 阮潢) ผู้นำตระกูลเหงียนไปปกครองเมืองฟู๋ซวน (Phú Xuân) หรือเมืองเว้ (Huế) ในปัจจุบันในเวียดนามภาคกลาง ให้ห่างไกลจากราชธานีเมืองทัญฮว้าทางเหนือ เมื่อจิ่ญสุ่งเข้ายึดเมืองทัญฮว้าได้แล้ว เหงียนฮวั่งเห็นว่าตระกูลจิ่ญใช้สถาบันพระจักรพรรดิเป็นหุ่นเชิดเพื่อเพิ่มอำนาจแก่ตนเอง จึงประกาศไม่ยอมรับพระจักรพรรดิองค์ใหม่และก่อการกบฎขึ้นในค.ศ. 1600 สงครามกลางเมืองครั้งใหม่ระหว่างตระกูลเหงียนและตระกูลจิ่ญจึงเกิดขึ้น เป็นเวลาเจ็ดสิบกว่าปีจนถึงค.ศ. 1673 ทั้งสองตระกูลเจรจาสงบศึกและแบ่งเขตแดนกัน ตระกูลจิ่ญปกครองเวียดนามภาคเหนือและควบคุมราชสำนักที่เมืองทัญฮว้า ในขณะที่ตระกูลเหงียนปกครองเวียดนามภาคกลาง โดยมีศูนย์กลางที่เมืองฟู๋ซวนหรือเมืองเว้

ตระกูลเหงียนปกครองเวียดนามภาคกลางโดยมีฐานอำนาจที่เมืองเว้ ในฐานะตำแหน่ง จั้วเหงียน หรือ เหงียนเวื่อง (Chúa Nguyễn/Nguyễn vương 阮王) แปลว่า “เจ้าเหงียน” จนกระทั่งค.ศ. 1769 ชาวบ้านสามพี่น้องได้ก่อการกบฎต่อต้านการปกครองของเจ้าเหงียนขึ้นที่จังหวัดเตยเซิน (Tây Sơn 西山) เกิดเป็น กบฎเต็ยเซิน (Tây Sơn Rebellion) ขึ้น ฝ่ายตระกูลจิ่ญทางเหนือได้โอกาส ส่งทัพลงใต้เข้ามายึดเมืองเว้จากตระกูลเหงียนได้ในค.ศ. 1775 ตระกูลเหงียนหลบหนีลงใต้มายังเมืองไซ่ง่อน แต่ทว่าทัพกบฎเต็ยเซินเข้ายึดเมืองไซ่ง่อนได้ในค.ศ. 1776 สมาชิกตระกูลเหงียนเกือบทั้งหมดถูกสังหาร มีเพียงเจ้าชายคนเดียวที่สามารถหลบหนีได้คือ เจ้าเหงียนฟุกแอ๋ง (Nguyễn Phúc Ánh) หรือ องเชียงสือ

เจ้าเหงียนแอ๋งองเชียงสือหลบหนีไปยังเมืองห่าเตียน (Hà Tiên) หรือบันทายมาศ ได้พบกับบาทหลวงชาวฝรั่งเศสชื่อ ปิโยซ์ เดอ บีแอน (Pigneau de Béhaine) เหงียนแอ๋งยกทัพเข้าบุกยึดเมืองไซ่ง่อนคืนจากกบฎได้ในค.ศ. 1777 แต่ต่อมาค.ศ. 1781 กบฎเต็ยเซินยึดเมืองไซ่ง่อนกลับไปได้ เหงียนแอ๋งยึดไซ่ง่อนคืนได้ในปีต่อมาค.ศ. 1782 แต่ก็ต้องเสียเมืองให้เต็ยเซิยอีกในค.ศ. 1783 ทำให้เหงียนแอ๋งต้องหลบหนีเร่ร่อน จนค.ศ. 1785 องเชียงสือเหงียนแอ๋งก็มาถึงราชสำนักสยามที่กรุงเทพฯในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ขณะที่อยู่ที่กรุงเทพฯ เจ้าเหงียนแอ๋งได้พยายามขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสโดยการให้บาทหลวงเดอบีแอนนำบุตรชายคนโตของเหงียนแอ๋งคือ เหงียนฟุกกั๊ญ (Nguyễn Phúc Cảnh 阮福景) เป็นทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสเพื่อขอความช่วยเหลือทางทหาร จนสามารถบรรลุข้อตกลงกับฝรั่งเศสได้ในค.ศ. 1787 ฝรั่งเศสส่งกองกำลังทหารแบบตะวันตกนำโดย ชอง มารี ดาโยต์ (Jean Marie Dayot) ฯลฯ เข้ามาช่วยองเชียงสือ เมื่อได้ความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสแล้ว เหงียนแอ๋งจึงออกจากสยามนำทัพเข้ายึดเมืองไซ่ง่อนได้สำเร็จในค.ศ. 1788

ด้วยความช่วยเหลือของทหารฝรั่งเศส เหงียนแอ๋งถึงสามารถยกทัพเข้าห้ำหั่นทำลายกองทัพกบฎเต็ยเซินได้ จนสามารถยึงเมืองฮานอยได้ในค.ศ. 1802 ทำให้เวียดนามตลอดเหนือจรดใต้อยู่ในการปกครองของเหงียนแอ๋ง เหงียนแอ๋งจึงทำการปราบดาภิเษกตนเองเป็นพระจักรพรรดิแห่งเวียดนาม หรือฮวั่งเด๊ พระนามว่า พระจักรพรรดิซาล็อง (Gia Long 嘉隆) หรือที่คนไทยรู้จักในนาม พระเจ้าเวียดนามยาลอง เป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์เหงียน