จักรวรรดิทิเบต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จักรวรรดิทิเบต
བོད་ཆེན་པོ

 

 

 

พ.ศ. 1161–พ.ศ. 1385
 

 

 


ธง[ต้องการอ้างอิง]

อาณาเขตจักรวรรดิทิเบตในปี พ.ศ. 1323 ถึง 1333[ต้องการอ้างอิง]
เมืองหลวง ลาซา
ภาษา ภาษาทิเบต
ศาสนา ศาสนาพุทธแบบทิเบต, ศาสนาบอน
การปกครอง ราชาธิปไตย
จักรพรรดิ
 -  1161–1193 พระเจ้าซรอนซันกัมโป
 -  1381–1385 พระเจ้าลางทรมา
ประวัติศาสตร์
 -  สถาปนา พ.ศ. 1161
 -  สิ้นสุด พ.ศ. 1385
พื้นที่
 -  พ.ศ. 1343[1][2] 4,600,000 ตร.กม. (1,776,070 ตารางไมล์)
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ จีน
อินเดีย
เนปาล
ปากีสถาน
ภูฏาน

จักรวรรดิทิเบต (ทิเบต: བོད་ཆེན་པོ, แปลว่า "ทิเบตใหญ่") คือจักรวรรดิที่ปกครองตั้งแต่ปี พ.ศ. 1161 ถึง 1385 เป็นจักรวรรดิที่กินแผ่นเป็นขนาดใหญ่และขยายอำนาจไปพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ราบสูงทิเบตยึดไปยังส่วนของเอเชียตะวันออกกับเอเชียกลางและเอเชียใต้จักรวรรดิทิเบตได้ล่มลายเพราะหลังพระเจ้าลางทรมาได้สิ้นพระชนม์ก็เกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับผู้สืบทอดราชบัลลังก์ระหว่างยุมตันกับโอซุง

ประวัติศาสตร์[แก้]

การก่อตั้งราชวงศ์[แก้]

การก่อตัวของทิเบตเริ่มที่ปราสาทตักเซในตำบลชิงบา เขตชองกยา ตามที่กล่าวถึงในพงศาวดารทิเบตโบราณ "กลุ่มของผู้สนับสนุนยุยงให้ตันบูญาซิกก่อกบฏต่อต้านคูทริ ซิงโปเช" ซิงโปเชนี้เป็นขุนนางของจักรวรรดิจางจุงภายใต้การปกครองของราชวงศ์สิกมยี ซิงโปเชตายก่อนที่กลุ่มกบฏจะชนะ และลูกชายของเขาคือนัมริ โลนซัน ขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจคนต่อมา และเป็นผู้ก่อตั้งจักรวรรดิทิเบตขึ้น เขาส่งทูตไปจีนสองครั้งในพ.ศ. 1191 และ 1192 เป็นการเปิดตัวต่อนานาชาติครั้งแรกของทิเบต

สังคม[แก้]

สิ่งประดิษฐ์ที่ค้นพบของจักรวรรดิทิเบต
1500-year-old pottery, Gold bottle found in the tomb of Amdo
Sasan-style long cup made of yellow agate
Painted with characters' gold tin plate
Gold cup with handle

ต้นชาวทิเบตบูชาเทพเจ้าแห่งสงครามที่เรียกว่า "Yuandi" (ถอดความภาษาจีน) ตามคำทับศัพท์ภาษาจีนจากหนังสือถังปกเก่า [3]

หนังสือถังเก่า กล่าว่า:

They grow no rice but have black oats, red pulse, barley, and buckwheat. The principal domestic animals are the yak, pig, dog, sheep, and horse. There are flying squirrels, sembling in shape those of our own country, but as large as cats, the fur of which is used for clothes. They have abundance of gold, silver, copper, and tin. The natives generally follow their flocks to pasture and have no fixed dwelling-place. They have, however, some walled cities. The capital of the state is called the city of Lohsieh. The houses are all flat-roofed and often reach to the height of several tens of feet. The men of rank live in large felt tents, which are called fulu. The rooms in which they live are filthily dirty, and they never comb their hair nor wash. They join their hands to hold wine, and make plates of felt, and knead dough into cups, which they fill with broth and cream and eat the whole together.[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. Turchin, Peter; Adams, Jonathan M.; Hall, Thomas D (December 2006). "East-West Orientation of Historical Empires". Journal of World-systems Research. 12 (2): 222. ISSN 1076-156X. สืบค้นเมื่อ 2016-09-14.
  2. Rein Taagepera (September 1997). "Expansion and Contraction Patterns of Large Polities: Context for Russia". International Studies Quarterly. 41 (3): 500. doi:10.1111/0020-8833.00053. JSTOR 2600793.
  3. Walter 2009, p. 26.
  4. Bushell 1880, p. 442.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Tibetan Empire