รัฐโลกวิสัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

รัฐโลกวิสัย หรือ รัฐฆราวาส (อังกฤษ: secular state) เป็นแนวคิดสืบเนื่องมาจากหลักฆราวาสนิยม (secularism) ที่ให้รัฐมีหรือแสดงความเป็นกลางในประเด็นทางศาสนา โดยไม่สนับสนุนทั้งศาสนาและการไม่มีศาสนา[1] รัฐฆราวาสยังพึงปฏิบัติกับพลเมืองทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าเขาเหล่านั้นถือศาสนาใด ในการนี้ รัฐพึงเลี่ยงการให้ความสำคัญแก่พลเมืองเพราะถือหรือไม่ถือศาสนาใด รัฐฆราวาสไม่พึงมีศาสนาประจำรัฐ ถึงแม้ว่าการไม่มีศาสนาประจำรัฐจะไม่ได้หมายความว่ารัฐนั้นเป็นฆราวาสเต็มตัวก็ตาม อย่างไรก็ดี รัฐที่เป็นฆราวาสอย่างแท้จริงนั้นพึงดำเนินการปกครองบ้านเมืองโดยปราศจากอิทธิพลจากศาสนา และพึงให้องค์การศาสนาปกครองตนเองโดยปราศจากอิทธิพลของรัฐ ตามหลักการแยกศาสนจักรกับอาณาจักร[2]

ความเป็นมา[แก้]

ในทางประวัติศาสตร์แล้ว การทำให้รัฐกลายเป็นฆราวาสนั้นมักเกี่ยวข้องกับการให้เสรีภาพทางศาสนา เลิกศาสนาประจำรัฐ เลิกสนับสนุนทางการเงินแก่ศาสนา สร้างระบบกฎหมายและการศึกษาที่ปราศจากอิทธิพลของศาสนา ยอมให้พลเมืองเปลี่ยนหรือเลิกนับถือศาสนา และยอมให้มีผู้นำที่มาจากความเชื่อใดก็ได้[3]

ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ทุกรัฐที่เป็นฆราวาสในทางกฎหมายจะมีความเป็นฆราวาสโดยสิ้นเชิง ยกตัวอย่างในฝรั่งเศสและสเปนที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นรัฐฆราวาส แต่ก็ยังถือวันหยุดทางศาสนาคริสต์เป็นวันหยุดราชการอยู่ ทั้งรัฐก็ยังให้ค่าตอบแทนแก่ครูบาอาจารย์ในโรงเรียนแคทอลิก[4] นอกจากนี้ ในรัฐยุโรปบางรัฐ นิกายหลักบางนิกายในศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นยังต้องอาศัยรัฐเป็นแหล่งการเงินสำหรับการกุศล[5]

ในสหรัฐที่ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นรัฐฆราวาส มีหลักการเลือกทำบุญ (charitable choice) ที่ให้องค์การศาสนาและองค์การที่ไม่เกี่ยวก้บศาสนาสามารถขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐ และรัฐสามารถสนับสนุนโดยได้ประเมินจากผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดแก่สังคม หรือแก่ผู้รับประโยชน์จากองค์การเหล่านี้ ดังนั้น ก็เหมือนรัฐยังสนับสนุนศาสนาอยู่อย่างกลาย ๆ[6]

หลายรัฐฆราวาสในปัจจุบันอาจมีร่องรอยทางศาสนาตกค้างอยู่ในระบบกฎหมาย เช่น ในสหราชอาณาจักรที่ซึ่ง พระราชบัญญัติการสาบานราชาภิเษก ค.ศ. 1688 (Coronation Oath Act 1688) กำหนดให้ประมุขแห่งรัฐต้องสาบานว่า จะบำรุงรักษาคริสตจักรแห่งอังกฤษ[7] และในสภาขุนนางยังมีที่นั่งสำหรับสมาชิกอาวุโส 26 คนจากคณะสงฆ์ในคริสต์จักรแห่งอังกฤษ ซึ่งเรียก ขุนนางจิตวิญญาณ (Lords Spiritual)[8]

นอกจากการเปลี่ยนผ่านจากรัฐศาสนาไปเป็นรัฐฆราวาสแล้ว การเปลี่ยนผ่านแบบตรงกันข้ามก็มี เช่น กรณีอิหร่านที่รัฐฆราวาสของราชวงศ์ปาห์ลาวีถูกแทนที่ด้วยสาธารณรัฐอิสลาม[9][10][11]

อ้างอิง[แก้]

  1. Madeley, John T. S. and Zsolt Enyedi, Church and state in contemporary Europe: the chimera of neutrality, p. 14, 2003 Routledge
  2. "Separation Of Church And State". http://www.allabouthistory.org/separation-of-church-and-state.htm. 
  3. Jean Baubérot The secular principle Archived February 22, 2008, at the Wayback Machine.
  4. Richard Teese, Private Schools in France: Evolution of a System, Comparative Education Review, Vol. 30, No. 2 (May, 1986), pp. 247-259 (อังกฤษ)
  5. Twinch, Emily. "Religious charities: Faith, funding and the state". Article dated 22 June 2009. Third Sector - a UK Charity Periodical. http://www.thirdsector.co.uk/news/Article/914534/religious-charities-faith-funding-state/. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 June 2012. 
  6. "Department for Education". http://www.education.gov.uk/. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 March 2015. 
  7. "Coronation Oath". http://www.royal.gov.uk/royaleventsandceremonies/coronation/coronation.aspx. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 March 2015. 
  8. "How members are appointed". UK Parliament. http://www.parliament.uk/business/lords/whos-in-the-house-of-lords/members-and-their-roles/how-members-are-appointed/#jump-link-3. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 March 2015. 
  9. "Harris Interactive: Resource Not Found". Archived from the original on July 23, 2013. https://web.archive.org/web/20130723125147/http://www.harrisinteractive.com/news/allnewsbydate.asp?NewsID=1131. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 March 2015. 
  10. "A Portrait of "Generation Next"". Pew Research Center for the People and the Press. 9 January 2007. http://people-press.org/reports/display.php3?ReportID=300. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 March 2015. 
  11. "Secularization and Secularism - History And Nature Of Secularization And Secularism To 1914". http://science.jrank.org/pages/11240/Secularization-Secularism-History-Nature-Secularization-Secularism-1914.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 March 2015.