ประเทศเอสวาตีนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ราชอาณาจักรเอสวาตีนี
Umbuso weSwatini (สวาซี)
Kingdom of Eswatini (อังกฤษ)
ธงชาติ
คำขวัญSiyinqaba (พวกเราคือป้อมปราการ)
เพลงชาติNkulunkulu Mnikati wetibusiso temaSwati
ไฟล์:Swaziland.ogg

ที่ตั้งของ ประเทศเอสวาตีนี  (น้ำเงิน)– ในทวีปแอฟริกา  (ฟ้า & เทาเข้ม)– ในสหภาพแอฟริกา  (ฟ้า)
ที่ตั้งของ ประเทศเอสวาตีนี  (น้ำเงิน)

– ในทวีปแอฟริกา  (ฟ้า & เทาเข้ม)
– ในสหภาพแอฟริกา  (ฟ้า)

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
อัมบาบาเน
26°19′S 31°8′E / 26.317°S 31.133°E / -26.317; 31.133
ภาษาราชการ ภาษาสวาซีและภาษาอังกฤษ
การปกครอง สมบูรณาญาสิทธิราชย์
•  พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 แห่งเอสวาตีนี
•  นายกรัฐมนตรี บาร์นาบัส ซีบูซีโซ ดลามีนี
เอกราช จากสถานะรัฐในอารักขาของสหราชอาณาจักร 
•  ประกาศ 4 กันยายน พ.ศ. 2511 
พื้นที่
•  รวม 17,364 ตร.กม. (154)
6,704 ตร.ไมล์ 
•  แหล่งน้ำ (%) 0.9
ประชากร
•  2556 (ประเมิน) 1,252,000 (154)
•  2544 (สำมะโน) 1,173,900 
•  ความหนาแน่น 59 คน/ตร.กม. (135)
153 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 11.335 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 9,882 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 4.030 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 3,513 
HDI (2559) Steady 0.541 (ต่ำ) (148th)
สกุลเงิน ลีลังเกนี (SZL)
เขตเวลา (UTC+2)
ขับรถด้าน ซ้ายมือ
โดเมนบนสุด .SZ
รหัสโทรศัพท์ 268

เอสวาตีนี (สวาซี: eSwatini, ออกเสียง: [ɛswa̯tˈiːni]; อังกฤษ: Eswatini) หรือ สวาซิแลนด์ (อังกฤษ: Swaziland) มีชื่อทางการว่า ราชอาณาจักรเอสวาตีนี[1] (สวาซี: Umbuso weSwatini; อังกฤษ: Kingdom of Eswatini) เป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้านขนาดใหญ่ คือ แอฟริกาใต้และโมซัมบิก

ประวัติศาสตร์[แก้]

ชนชาติสวาซีเป็นชนเผ่างูนี เดิมอาศัยอยู่ทางแอฟริกากลาง ชนชาติสวาซีหรือเผ่างูนี ได้เคลื่อนย้ายลงมาทางแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของราชอาณาจักรเอสวาตีนีในปัจจุบันประมาณปี ค.ศ. 1750 ภายใต้การปกครองของพระเจ้าอึงวาเนที่ 3 จึงได้ถือว่ากษัตริย์พระองค์นี้เป็นกษัตริย์องค์แรกของราชอาณาจักรเอสวาตีนีปัจจุบัน โดยครองราชย์อยู่จนถึงปี ค.ศ. 1780 เมื่อชนชาติเอสวาตีนีอพยพลงมาอาศัยมาในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของประเทศนี้ ใหม่ ๆ ได้เกิดข้อขัดแย้งในการแย่งดินแดนกับชนเผ่าซูลู ซึ่งมีความเข้มแข็งกว่าชนเผ่าสวาซี

ต่อมาเมื่อมีการขุดพบทองคำในภูมิภาคนี้เมื่อปี ค.ศ. 1879 จึงมีคนผิวขาวจากยุโรปอพยพเข้าไปแสวงโชคกันมากและยึดดินแดนในภูมิภาคนี้เป็นเมืองขึ้น เอสวาตีนีได้ตกเป็นเมืองขึ้นของคนผิวขาวเชื้อสายดัตช์ ซึ่งได้ครองดินแดนซึ่งเป็นที่ตั้งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ปัจจุบันด้วย ในขณะนั้นเรียกว่า Boer Republic of Transvaal ต่อมาคนเชื้อสายอังกฤษได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้และได้ทำสงครามชนะคนเชื้อสายดัช (Boer) เมื่อปี ค.ศ. 1903 เอสวาตีนีจึงกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษหรือเป็น British High Commission Territory เอสวาตีนีได้รับเอกราชเมื่อ 6 กันยายน ค.ศ. 1968 ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับเอกราช เอสวาตีนีเคยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามแบบอย่างของประเทศตะวันตก โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีพรรคการเมืองหลายพรรคและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตั้ง

ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1973-1977 สมเด็จพระราชาธิบดีซอบูซาที่ 2 แห่งราชวงศ์ดลามีนี ได้ทรงปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงการปกครองของเอสวาตีนี โดยได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำนาจการปกครองให้อยู่ภายใต้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และห้ามการจัดตั้งพรรคการเมือง นอกจากนี้ ได้ทรงวางรากฐานการปกครองประเทศเอสวาตีนีซึ่งใช้ปกครองประเทศสืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงนำแนวทางการปกครองประเทศแบบตะวันตกผสมผสานกับการปกครองตามประเพณีดั้งเดิมเข้าด้วยกัน ปัจจุบันสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ซึ่งมีอิทธิพลเหนือราชอาณาจักรเอสวาตีนีพยายามกดดันให้เอสวาตีนีเปลี่ยนเปลงการปกครองเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

ก่อนการสวรรคตของพระเจ้าซอบูซาที่ 2 ในปี ค.ศ. 1982 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระมเหสีเจลีเว (Queen Dzeliwe) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนกว่าเจ้าชายมาคอเซตีเว (Prince Makhosetive) ซึ่งประสูติแต่พระสนมอึนตอมบี (Ntombi) จะบรรลุนิติภาวะพระชันษา 21 ปีบริบูรณ์ แต่หนึ่งปีต่อมาพระสนมอึนตอมบีได้ยึดอำนาจจากพระมเหสี หลังจากนั้นอีกสามปีเจ้าชายมาคอเซตีเวที่มีพระชันษา 18 ปี ก็เสด็จขึ้นครองราชย์สถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าอึมสวาตีที่ 3 (Mswati III) แต่ก็ปกครองอาณาจักรร่วมกับพระมารดาในลักษณะพระมหากษัตริย์คู่จึงถึงปัจจุบัน[2]

การเมือง[แก้]

เมื่อเอสวาตีนีเป็นประเทศเอกราชแล้ว ก็มีการปกครองปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ในปี 2520 สมเด็จพระราชาธิบดีซอบูซาที่ 2 (Sobhuza II) ทรงเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ตราบถึงทุกวันนี้ แต่หลังการสวรรคตของกษัตริย์ซอบูซาที่ 2 ได้มีการสถาปนาพระเจ้าอึมสวาตีที่ 3 ซึ่งมีพระมารดาคือพระสนมอึนตอมบีเป็นผู้ปกครองร่วม ทำให้เกิดการแบ่งอำนาจในลักษณะที่เรียกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์คู่ (Dual Monarchy)[2] ซึ่งมีโครงสร้างการเมืองที่รวมศูนย์กลางอยู่ที่กษัตริย์, พระมารดา และเหล่าเชื้อพระวงศ์ และพระญาติที่เป็นเพศชายของทั้งสองพระองค์[2] กษัตริย์มีพระราชอำนาจเหนือระบบศาลและการทหาร รวมไปถึงอำนาจในการแบ่งปันที่ดินแก่ราษฎรทั่วประเทศ แต่อำนาจเหล่านี้จะถูกต้องตามกฎหมายและมีความชอบธรรมได้ก็ต่อเมื่อได้ความร่วมมือจากพระมารดา[2]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

เอสวาตีนีแบ่งการปกครองใหญ่เป็น 4 จังหวัด คือ

ภูมิศาสตร์[แก้]

มีลักษณะเป็นที่ราบสูงและภูเขา

เศรษฐกิจ[แก้]

เศรษฐกิจของเอสวาตีนีเป็นเศรษฐกิจขั้นปฐมภูมิ พึ่งพิงภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ประชาชนอยู่ในภาคการเกษตรกว่าร้อยละ 80 นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจของเอสวาตีนียังผูกพันอยู่กับสาธารณรัฐแอฟริกาใต้เป็นอย่างมาก โดยประมาณร้อยละ 80 ของสินค้านำเข้าจากแอฟริกาใต้ และร้อยละ 30 ของสินค้าส่งออกของเอสวาตีนีส่งไปยังแอฟริกาใต้ นอกจากนั้น ระบบการเงินและการคลังรวมทั้งระบบภาษีศุลกากรของเอสวาตีนีก็ผูกพันกับแอฟริกาใต้

ประชากร[แก้]

มีประชากรทั้งหมด 1,032,000 คน เป็นชาวแอฟริกันเป็นส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ และบางส่วนนับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 81.6[ต้องการอ้างอิง] ของประชากรสามารถอ่านออกเขียนได้

วัฒนธรรม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "ราชวงศ์สุดท้ายของแอฟริกาเปลี่ยนชื่อประเทศจากสวาซิแลนด์เป็นเอสวาตีนี". reuters. reuters. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2561. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 นิติ ภวัครพันธุ์. สุกัญญา เบาเนิด. วันชาติมอญ:ทบทวนแนวคิดมานุษยวิทยาเรื่อง "รัฐ". จาก รัฐจากมุมมองของชีวิตประจำวัน. กรุงเทพฯ:ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน), 2551. หน้า 114

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]