จักรวรรดิแซสซานิด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จักรวรรดิซาสซานิยะห์)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จักรวรรดิซาสซานิยะห์
ساسانیان
จักรวรรดิ
30px
ค.ศ. 224ค.ศ. 651
ธงชาติ The Derafsh Kaviani[1]
จักรวรรดิซาสซานิยะห์ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดในรัชสมัยของคอสเราที่ 2 (Khosrau II)
เมืองหลวง Firouzabad (แรก)
Ctesiphon
ภาษา ภาษาเปอร์เชียกลาง
ศาสนา โซโรอัสเตอร์ (ทางการ), ยูดาย, คริสต์ศาสนา, พระพุทธศาสนา และ ฮินดู
รัฐบาล ราชาธิปไตย
ชาห์แห่งชาห์
 -  ค.ศ. 224-241 อาร์ดาเชอร์ที่ 1
 -  ค.ศ. 632-651 ยาซเดเกิร์ดที่ 3
ยุคประวัติศาสตร์ ยุคโบราณ
 -  สถาปนา ค.ศ. 224
 -  Arab invasion during the Muslim conquests ค.ศ. 651 ค.ศ. 651
พื้นที่
 -  ค.ศ. 550 7,400,000 ตร.กม. (2,857,156 ตารางไมล์)
ประวัติศาสตร์อิหร่านแผ่นดินใหญ่
Faravahar background
กษัตริย์แห่งเปอร์เชีย
ก่อนยุคใหม่
ยุคใหม่

จักรวรรดิซาสซานิยะห์ (เปอร์เซีย: ساسانیان‎, อังกฤษ: Sassanid Empire) ที่เป็นหนึ่งในจักรวรรดิเปอร์เชียและที่เป็นจักวรรดิสุดท้ายก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเริ่มขึ้นเป็นหนึ่งในสองมหาอำนาจของเอเชียตะวันตกเป็นเวลากว่าสี่ร้อยปี[2] ราชวงศ์ซาสซานิยะห์ก่อตั้งโดยอาร์ดาเชอร์ที่ 1 (Ardashir I) หลังจากที่ทรงได้รับชัยชนะต่อจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิพาร์เธียนองค์สุดท้ายอาร์ตาบานัสที่ 4 (Artabanus IV) และมาสิ้นสุดลงเมื่อยาซเดเกิร์ดที่ 3 (Yazdegerd III) มาพ่ายแพ้หลังจากที่ทรงใช้เวลาถึงสิบสี่ปีในการต่อต้านจักรวรรดิกาหลิปรอชิดีนซึ่งเป็นหนึ่งในจักรวรรดิกาหลิปอิสลามที่ตามกันมา

จักรวรรดิซาสซานิยะห์หรือที่เรียกว่า “Eranshahr” (“จักรวรรดิอิหร่าน”)[3] ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นปัจจุบันคืออิหร่าน, อิรัก, อาร์มีเนีย, ทางตอนใต้ของคอเคซัส (รวมทั้งทางตอนใต้ของดาเกสถาน), ตะวันตกเฉียงใต้ของเอเชียกลาง, ตะวันตกของอัฟกานิสถาน, บางส่วนของตุรกี, บางส่วนของซีเรีย, บริเวณริมฝั่งทะเลของคาบสมุทรอาหรับ, บริเวณอ่าวเปอร์เซีย และบางส่วนของทางตะวันตกเฉียงใต้ของปากีสถาน

สมัยการปกครองของซาสซานิยะห์เป็นสมัยอันยาวนานของปลายสมัยโบราณและถือกันว่าเป็นสมัยที่สำคัญที่สุดและมีอิทธิพลที่สุดทางประวัติศาสตร์สมัยหนึ่งของ เป็นสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดของวัฒนธรรมของเปอร์เซียแ ละเป็นจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่จักรวรรดิสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยุคการพิชิตของมุสลิมและการยอมรับนับถือศาสนาอิสลาม[ต้องการอ้างอิง] วัฒนธรรมของเปอร์เซียมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมของโรมันเป็นอันมากในยุคซาสซานิยะห์[4] และจักรวรรดิโรมันเองก็มีความนับถือจักรวรรดิซาสซานิยะห์ที่จะเห็นได้จากพระราชสาส์นจากจักรพรรดิโรมันถึงชาห์แห่งชาห์ที่จ่าหัวจดหมายว่า "my brother"[ต้องการอ้างอิง] อิทธิพลของซาสซานิยะห์ไม่จำกัดอยู่แต่เพียงในจักรวรรดิเองแต่ยังแผ่ขยายไปถึงแอฟริกา[5] จีน และ อินเดียด้วย[6] และมีบทบาทสำคัญในด้านศิลปะของยุคกลางทั้งในยุโรปและเอเชีย[7]

อิทธิพลของซาสซานิยะห์ยังคงอยู่ต่อมาจนถึงต้นสมัยอิสลามเมื่ออิสลามได้รับชัยชนะต่ออิหร่าน[8] อับโดลโฮสเซน ซารินคูป (Abdolhossein Zarrinkoob) ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอิหร่านคนสำคัญถึงกับกล่าวว่าสิ่งที่มารู้จักกันภายหลังว่าเป็นวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และความเชี่ยวชาญอื่นๆ ของอิสลามนั้นมีต้นตอมาจากวัฒนธรรมของซาสซานิยะห์เปอร์เชีย และเผยแพร่ไปในโลกมุสลิมโดยทั่วไป[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. Khaleghi-Motlagh, Derafš-e Kāvīān
  2. "Sasanian Dynasty" Encyclopedia Iranica
  3. See [1]
  4. J. B. Bury, p. 109.
  5. Transoxiana 04: Sasanians in Africa
  6. Sarfaraz, pp. 329-330
  7. Iransaga: The art of Sassanians
  8. Durant, p. ??
  9. Zarinkoob, p. 305.

ดูเพิ่ม[แก้]