สมบูรณาญาสิทธิราชย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รัฐของโลกแบ่งตามระบอบการปกครอง1
     สาธารณรัฐที่ใช้ระบบประธานาธิบดี2      สาธารณรัฐที่ใช้ระบบกึ่งประธานาธิบดี2
     สาธารณรัฐที่มีประธานาธิบดีผู้ใช้อำนาจบริหารซึ่งมาจากการเลือกหรือเสนอชื่อจากสภานิติบัญญัติ      สาธารณรัฐระบบรัฐสภา2
     ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญที่ใช้ระบบรัฐสภา      ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีหัวหน้ารัฐบาลอีกคนหนึ่ง แต่กษัตริย์ยังมีพระราชอำนาจอยู่มาก
     สมบูรณาญาสิทธิราชย์      รัฐพรรคการเมืองเดียว
     ประเทศที่บทบัญญัติการปกครองตามรัฐธรรมนูญถูกระงับ (เช่น เผด็จการทหาร)      ประเทศที่อยู่นอกเหนือระบบข้างต้น (เช่น รัฐบาลชั่วคราว)
1 แผนที่นี้ประมวลขึ้นตามบทความ รายชื่อประเทศตามระบอบการปกครอง ดูแหล่งอ้างอิงในหน้านั้น
2 บางรัฐอาจมีคนนอกเรียกว่าเป็นรัฐอำนาจนิยม บทความนี้กล่าวถึงระบอบการปกครองโดยนิตินัยเท่านั้น

สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (อังกฤษ: absolute monarchy) คือ ระบอบการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครองและมีสิทธิ์ขาดในการบริหารประเทศแต่ผู้เดียว ในระบอบการปกครองนี้ กษัตริย์ก็คือกฎหมาย กล่าวคือ ที่มาของกฎหมายทั้งปวงอยู่ที่กษัตริย์ พระบรมราชโองการและพระราชประสงค์ล้วนมีผลเป็นกฎหมาย[1] กษัตริย์ไม่ถูกยับยั้งด้วยกฎหมาย สภาหรือขนบธรรมเนียมใด ๆ[2] ตำแหน่งกษัตริย์มักสืบทอดตามสายโลหิต ส่วนระบอบที่กษัตริย์ถูกจำกัดพระราชอำนาจด้วยรัฐธรรมนูญ สภาหรือขนบธรรมเนียมนั้น เรียกว่า ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ

ราชาธิปไตยในบางประเทศมีรัฐสภาที่ไม่มีอำนาจหรือเป็นเพียงสัญลักษณ์ และมีองค์กรบริหารอื่น ๆ ที่กษัตริย์สามารถเปลี่ยนแปลงหรือยุบเลิกได้ทุกเมื่อตามพระราชอัธยาศัย ประเทศที่ใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปัจจุบันคือ ซาอุดีอาระเบีย บรูไน โอมาน เอสวาตินี กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้ง นครรัฐวาติกัน ด้วย[ต้องการอ้างอิง]

ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทย[แก้]

ประเทศไทยเคยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระมหากษัตริย์มีอำนาจสิทธิ์เด็ดขาดในการปกครองแผ่นดิน ดังคำกล่าวที่ว่า "พระบรมราชานุภาพของพระเจ้าแผ่นดินกรุงสยามนี้ ไม่ได้ปรากฏในกฎหมายอันหนึ่งอันใด ด้วยเหตุที่ถือว่าเป็นที่ล้นพ้น ไม่มีข้อสั่งอันใดจะเป็นผู้บังคับขัดขวางได้"[1]

ในทัศนะของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่าระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์ของไทยนั้น ไม่ได้เป็นระบอบที่มีมาแต่สมัยโบราณ แต่เพิ่งมีมาในสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากในรัชกาลนี้ พระองค์ทรงรวบอำนาจจากเหล่าขุนนาง ข้าราชการ ที่เคยมีอำนาจและบทบาทมาก่อนหน้านั้น มาไว้ที่ศูนย์กลางการปกครอง คือ ตัวพระองค์ และพระประยูรญาติ ทำให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะเป็นทั้งประมุขของรัฐและประมุขของฝ่ายบริหารอย่างแท้จริง เท่ากับว่าระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์ของไทยมีเพียง 3 รัชกาลเท่านั้น คือ รัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7[3]

คำศัพท์[แก้]

"สมบูรณาญาสิทธิราชย์" บัญญัติมาจาก "absolute monarchy"[4] มีความหมายตรงตัวว่า ความเป็นกษัตริย์ซึ่งมีอาญาสิทธิ์ (อำนาจเด็ดขาด) โดยสมบูรณ์

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 อมร รักษาสัตย์, พระราชอำนาจตามกฎหมาย Archived 2007-09-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  2. Nathanial Harris (2009). Systems of Government Monarchy. Evans Brothers. p. 10. ISBN 978-0-237-53932-0.
  3. หน้า 110, รศ.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เหตุแห่งการปฏิวัติสยาม ๒๔๗๕. สัมภาษณ์. นิตยสารสารคดี "๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕" ฉบับที่ ๑๗๒: มิถุนายน ๒๕๔๒
  4. ดู ธนาพล ลิ่มอภิชาต. (2560, ก.ย.-ธ.ค.). “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” คืออะไร: การต่อสู้ทางความคิด ความรู้ และอุดมการณ์ในสังคมไทย. รัฐศาสตร์สาร. 38(3): 1-59.

บทอ่านเพิ่มเติม[แก้]

  • Anderson, Perry. Lineages of the Absolutist State. London: Verso, 1974.
  • Beloff, Max. The Age of Absolutism From 1660 to 1815 (1961)
  • Blum, Jerome et al. The European World (vol 1 1970) pp 267–466
  • Kimmel, Michael S. Absolutism and Its Discontents: State and Society in Seventeenth-Century France and England. New Brunswick, NJ: Transaction Books, 1988.
  • Méttam, Roger. Power and Faction in Louis XIV's France. New York: Blackwell Publishers, 1988.
  • Miller, John (ed.). Absolutism in Seventeenth Century Europe. New York: Palgrave Macmillan, 1990.
  • Wilson, Peter H. Absolutism in Central Europe. New York: Routledge, 2000.
  • Zmohra, Hillay. Monarchy, Aristocracy, and the State in Europe - 1300-1800. New York: Routledge, 2001

ดูเพิ่ม[แก้]