จักรวรรดิเกาหลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรวรรดิเกาหลี
대한제국
(大韓帝國)
แดฮัน-เจกุก

ค.ศ. 1897–1910
 

ธงชาติ ราชลัญจกร
คำขวัญ
광명천지(光明天地)

"ให้แสงสาดส่องทั่วทั้งแดนดิน"

เพลงชาติ
แอกุกกา (เพลงสรรเสริญพระจักรพรรดิ)
อาณาเขตของจักรวรรดิเกาหลี
เมืองหลวง ฮันซอง
ภาษา ภาษาเกาหลี
รัฐบาล สมบูรณาญาสิทธิราชย์
จักรพรรดิ
 -  ค.ศ. 1897 - 1907 จักรพรรดิควางมู
 -  ค.ศ. 1907 - 1910 จักรพรรดิยุงฮี
สมุหนายกb
 -  ค.ศ. 1894 - 1896 คิม ฮง-จิบ
 -  ค.ศ. 1896 - 1905 ฮัน กยู-ซุล
 -  ค.ศ. 1906 พัก เจ-ซุน
 -  ค.ศ. 1906 - 1910 เย วัน-ยง
ยุคประวัติศาสตร์ ยุคจักรวรรดินิยมใหม่
 -  สถาปนาจักรวรรดิ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1897
 -  สถาปนารัฐธรรมนูญ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1899
 -  สนธิสัญญาอึลซา 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1905
 -  อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1907
 -  ผนวกเข้ากับญี่ปุ่น 29 สิงหาคม 1910
ประชากร
 -  1907 ประมาณการ 13,000,000 
สกุลเงิน วอน (원; 圓)
a อย่างไม่เป็นทางการ    b 총리대신 (總理大臣) ภายหลังเปลี่ยนเป็น 의정대신 (議政大臣)
Korea unified vertical.svgประวัติศาสตร์เกาหลี

ยุคก่อนประวัติศาสตร์
 ยุคชึลมุน
 ยุคมูมุน
อาณาจักรโชซ็อนโบราณ 2333–108 BC
 รัฐจิ้น
ก่อนสามก๊ก: 108–57 BC
 พูยอ, อกจอ, ทงเย
 สามฮั่น: มา, บย็อน, ชิน
สามก๊ก: 57 BC – 668 AD
 อาณาจักรโคกูรยอ 37 BC – 668 AD
 อาณาจักรแพ็กเจ 18 BC – 660 AD
 อาณาจักรชิลลา 57 BC – 935 AD
 คายา 42–562
อาณาจักรเหนือใต้: 698–935
 อาณาจักรรวมชิลลา 668–935
 อาณาจักรพัลแฮ 698–926
 สามอาณาจักรหลัง 892–935
  อาณาจักรโคกูรยอใหม่, อาณาจักรแพ็กเจใหม่, อาณาจักรชิลลา
ราชวงศ์โครยอ 918–1392
ราชวงศ์โชซ็อน 1392–1897
จักรวรรดิเกาหลี 1897–1910
ญี่ปุ่นปกครอง 1910–1945
 รัฐบาลพลัดถิ่น 1919–1948
การแบ่งเกาหลี 1945–1948
เหนือ, ใต้ 1948–present
 สงครามเกาหลี 1950–1953


จักรวรรดิเกาหลี (อังกฤษ: The Greater Korean Empire หรือ ประเทศโชซ็อน (เกาหลี: 대한제국, ฮันจา: 大韓帝國, แทฮันเจกุก) คือราชอาณาจักรโชซ็อนที่ประกาศยกสถานะของรัฐจากราชอาณาจักรเป็นจักรวรรดิ ตามพระบรมราชโองการของพระเจ้าโกจง พร้อมกับการเปลี่ยนพระอิสริยยศจาก กษัตริย์ เป็น จักรพรรดิ โดยพระองค์มีพระนามว่า จักรพรรดิควางมูแห่งเกาหลี เพื่อให้ประเทศเอกราชจากจักรวรรดิชิง และยกสถานะของประเทศมีความเท่าเทียมกับจักรวรรดิชิง และ จักรวรรดิญี่ปุ่น แม้ว่าโดยพฤติการณ์แล้วสถานะของเกาหลีไม่ได้เข้าข่ายการเป็นจักรวรรดิเลยก็ตาม จนกระทั่งถูกจักรวรรดิญี่ปุ่นยึดครองในปี ค.ศ. 1910

ประวัติศาสตร์[แก้]

การสถาปนาจักรวรรดิ[แก้]

ราชอาณาจักรโชซ็อนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนและญี่ปุ่น ซึ่งกำลังพัฒนาประเทศให้ทันสมัยตามแบบชาวตะวันตก ขณะที่เกาหลียึดมั่นในความสันโดษอย่างแข็งกร้าว ในปี พ.ศ. 2437 (ค.ศ. 1894) เป็นปีแห่งความวุ่นวายของเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นการยึดอำนาจปีคัปชิน ทำให้ฝ่ายหัวก้าวหน้ามีอำนาจ หรือกบฏทงฮัก ซึ่งทั้งจีน (ตามคำขอของพระมเหสีมินจายอง) และญี่ปุ่นต่างส่งทัพมาปราบ และทำสงครามกัน ผลลงเอยด้วยญี่ปุ่นได้ชัยชนะเกิดสนธิสัญญาชิโมะโนะเซะกิ ซึ่งจักรวรรดิชิงรับรองว่าเกาหลีเป็นประเทศเอกราชตามสนธิสัญญาดังกล่าว

แต่จักรวรรดิรัสเซียเห็นว่าการขยายอำนาจในตะวันออกไกลของญี่ปุ่นจะเป็นภัย ด้วยความช่วยเหลือของเยอรมนีและฝรั่งเศส การบังคับยึดเอาพอร์ตอาเธอร์ในคาบสมุทรเหลียวตงมาจากจีนกลายเป็นภัยโดยตรงต่อญี่ปุ่น พระมเหสีมินจายองทรงเป็นผู้นำในการต่อต้านอิทธิพลของญี่ปุ่นในเกาหลี จึงทรงถูกทหารญี่ปุ่นลอบสังหารในปี พ.ศ. 2438 (ค.ศ. 1895) ทำให้พระเจ้าโกจงทรงหลบหนีไปสถานกงสุลรัสเซีย ญี่ปุ่นเข้าควบคุมการปกครองเกาหลี ทำการปรับปรุงประเทศต่างๆ ยกเลิกประเพณีเก่าแก่ เช่น ยกเลิกการใช้นามปีนับศักราชแบบจีน และให้ใช้ปฏิทินเกรกอเรียนแทน รวมทั้งการตัดจุกของผู้ชาย ซึ่งขัดกับหลักขงจื้อที่ห้ามตัดผมตลอดชีวิต ทำให้ประชาชนเล็งเห็นถึงภัยจากต่างชาติที่กำลังคุกคามเกาหลี อย่างหนัก จึงรวมตัวกันเป็นสมาคมเอกราช รบเร้าให้พระเจ้าโกจงทรงกลับมาต่อต้านอิทธิพลของญี่ปุ่น

ในปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) พระเจ้าโกจงทรงกลับมาประทับที่พระราชวังต๊อกซูกุง ประกาศเปลี่ยนให้อาณาจักรโชซ็อนเป็นจักรวรรดิเกาหลี และพระองค์เองทรงเลื่อนสถานะเป็นสมเด็จจักรพรรดิควางมู (광무제; 光武帝) (รวมทั้งเลื่อนสถานะพระมเหสีมินจายองเป็นสมเด็จจักรพรรดินีเมียงซอง) ทรงเลือกใช้คำว่า"ฮัน"มาเป็นชื่อประเทศจากอาณาจักรสามฮันในสมัยโบราณ

การแทรกแซงของรัสเซีย[แก้]

ดูบทความหลักที่: สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น

หลังจากที่จีนสิ้นอำนาจไปแล้วจักรวรรดิรัสเซียก็เริ่มที่จะมีอิทธิพลในตะวันออกไกลแทน รัสเซียสร้างทางรถไฟในแมนจูเรียจากฮาร์บินผ่านมุกเดนมาถึงพอร์ตอาเธอร์ แต่กบฏนักมวยได้เผาทางรถไฟของรัสเซียในแมนจูเรียในพ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899)ทำให้รัสเซียยกทัพเข้ายึดครองแมนจูเรีย อ้างว่าเพื่อปกป้องทางรถไฟของตน และบรรลุข้อตกลงกับญี่ปุ่น ว่ารัสเซียจะไม่ยุ่งกับเกาหลี และญี่ปุ่นจะไม่ยุ่งกับแมนจูเรีย แต่ทั้งสองประเทศต่างก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายจ้องจะยึดครองอาณานิคมของอีกฝ่ายอยู่

จนญี่ปุ่นทำข้อตกลงพันธมิตรกับอังกฤษในพ.ศ. 2445 (ค.ศ. 1902) ทำให้รัสเซียไม่อาจดึงชาติตะวันตกอื่นๆมาร่วมได้ เพราะจะต้องเป็นปฏิปักษ์กับอังกฤษ ขณะเดียวกันรัสเซียก็เริ่มเคลื่อนไหวที่ริมฝั่งแม่น้ำยาลูฝั่งแมนจูเรีย ในพ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1903) ทูตญี่ปุ่นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กได้พยายามเจรจาอีกครั้ง แต่ไม่ประสบผล ในพ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นจึงเริ่มขึ้น โดยรบกันที่พอร์ตอาเธอร์และแม่น้ำยาลูเป็นส่วนใหญ่ ญี่ปุ่นนำกองทัพเคลื่อนผ่านเกาหลีไปมาโดยที่ขุนนางเกาหลีไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะแม้พระเจ้าโกจงทรงอุตสาหะเลื่อนสถานะของประเทศเป็นจักรวรรดิ แต่ก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของญี่ปุ่นอยู่ดี

การเข้ายึดครองของญี่ปุ่น[แก้]

ญี่ปุ่นยึดพอร์ตอาเธอร์ได้ในที่สุดในพ.ศ. 2448 (ค.ศ. 1905) การชนะสงครามกับรัสเซียในครั้งนี้ ทำให้ญี่ปุ่นเป็นเจ้าแห่งเอเชียบูรพา และสามารถขอการสนับสนุนจากชาติตะวันตกในการยึดครองเกาหลีได้ เช่น สหรัฐอเมริกายินยอมให้ญี่ปุ่นแผ่อิทธิพลสู่เกาหลีในข้อตกลงทาฟต์-คะสึระ จนบังคับเกาหลีลงนามใน สนธิสัญญาอึลซา ให้เกาหลีตกเป็นรัฐในอารักขาของจักรวรรดิญี่ปุ่น โดยมีเพียงรัฐมนตรีเกาหลีบางคนเท่านั้นที่ลงนามยอมรับ แต่ตัวจักรพรรดิควางมูเองมิได้ทรงลงนามด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เกาหลีก็ได้หมดสภาพในการติดต่อสัมพันธ์กับต้างประเทศ และการค้ากับต่างประเทศผ่านท่าเรือทุกแห่งญี่ปุ่นจะเข้าควบคุมดูแล รวมทั้งเข้ายึดครองระบบขนส่งและสื่อสารทั้งหมดของประเทศ

แต่จักรพรรดิควางมูก็ยังไม่ทรงหมดความหวัง โดยแอบส่งทูตไปยังการประชุมอนุสัญญากรุงเฮกในปีพ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมจากการกระทำของญี่ปุ่นในสภาโลก แต่บรรดามหาอำนาจทั้งหลายไม่ยอมรับโชซ็อนเป็นรัฐเอกราช และไม่ยอมให้ผู้แทนเกาหลีเข้าร่วมการประชุม เมื่อญี่ปุ่นทราบเหตุการณ์จึงกล่าวโทษเกาหลีว่าละเมิดข้อสัญญาในสนธิสัญญาอึลซา จึงบังคับให้เกาหลีทำสนธิสัญญาญี่ปุ่น-เกาหลีฉบับที่ 3 ในปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) และให้จักรพรรดิควางมูสละบัลลังก์ให้พระโอรสขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิยุงฮึย ชาวญี่ปุ่นได้เข้าเป็นผู้บริหารประเทศ จักรพรรดิควางมูสิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน

จนในพ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) การลงนามในสนธิสัญญาผนวกดินแดนญี่ปุ่น-เกาหลี ทำให้ญี่ปุ่นเข้ายึดครองเกาหลีอย่างสมบูรณ์ ในสนธิสัญญามีตราตั้งพระราชลัญจกร และมีพระนามของจักรพรรดิยุงฮีที่ลงนามโดยลีวานยง นายกรัฐมนตรีแทน ดังนั้นตลอดเวลาและหลังการยึดครองของญี่ปุ่น จึงมีคำถามโดยเฉพาะกับชาวเกาหลีว่าสนธิสัญญาฉบับนี้มีความถูกต้องมากเพียงใด ซึ่งแน่นอนว่าชาวเกาหลีในปัจจุบันจะต้องไม่ยอมรับสัญญาฉบับนี้ และประกาศให้สัญญาฉบับนี้เป็นโมฆะในพ.ศ. 2548 แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เกาหลีก็ตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นไป 30 กว่าปี จนกระทั่งญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง เกาหลีจึงถูกแบ่งเป็นเหนือและใต้

การเมืองการปกครอง[แก้]

นิติบัญญัติ[แก้]

บริหาร[แก้]

ตุลาการ[แก้]

นโยบายต่างประเทศ[แก้]

กองทัพ[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

ประชากรศาสตร์[แก้]

การฟื้นฟูสถาบันจักรพรรดิ[แก้]

สถาบันจักรพรรดิแห่งเกาหลีได้ถูกฟื้นฟูอีกครั้งเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยเจ้าหญิงเฮวอน (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงประกาศฟื้นฟูสถาบันจักรพรรดิแห่งเกาหลีอย่างเป็นทางการ โดยพระนางทรงเรียกพระองค์เองว่า จักรพรรดินีแห่งเกาหลี ทำให้เกาหลีมีประมุขแห่งราชวงศ์ลีและสถาบันจักรพรรดิเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ปิดฉากไปเป็นเวลานานกว่า 97 ปี (พ.ศ. 2453) ด้วยการที่จักรวรรดิญี่ปุ่น (ด้วยความร่วมมือขอพระราชบิดาของสมเด็จพระจักรพรรดิควางมู หรือพระเจ้าโกจง) บุกยึดเกาหลีและล้มล้างสถาบันจักรพรรดิจนราบคาบ แต่เนื่องจากรัฐบาลของสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ยังมิได้ให้การรับรองหรือเข้ามายุ่งเกี่ยวใดๆ จึงทำให้พระนางยังคงขาดสถานะความเป็นประมุขแห่งรัฐ

อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระจักรพรรดินีเฮวอนทรงดำรงพระยศเป็น ประมุขแห่งราชตระกูลจักรพรรดิเกาหลี และ ประมุขคริสตจักรเกาหลี

รายพระนามจักรพรรดิและผู้อ้างสิทธิแห่งราชบัลลังก์[แก้]

ตราประจำราชวงศ์โชซ็อน

จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิเกาหลี[แก้]

พระนามจริง พระนามเต็ม นามปี ปีที่ครองราชย์ (ค.ศ.)
ลี เมียงบก สมเด็จพระจักรพรรดิควางมู ควางมู 1897 - 1907
ลี ชอก สมเด็จพระจักรพรรดิยุงฮี ยุงฮี 1907 - 1910

ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิเกาหลี[แก้]

พระนามจริง พระนามเต็ม นามปี ปีที่อยู่ในตำแหน่ง (ค.ศ.)
ลี อุยมิน เจ้าชายอุยมิน มกุฎราชกุมารแห่งเกาหลี อุยมิน 1910 - 1970
ลี กู เจ้าชายโฮอุนแห่งเกาหลี โฮอุน 1970 - 2005
ลี วอน เจ้าชายวอน รัชทายาทแห่งเกาหลี - 2006 - ปัจจุบัน
ลี เฮวอน เจ้าหญิงแฮวอนแห่งเกาหลี - 2006 - ปัจจุบัน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]