ประเทศชาด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ชาด (แก้ความกำกวม)
สาธารณรัฐชาด
République du Tchad (ฝรั่งเศส)
العربية تشاد (อาหรับ)
ธงชาติ
คำขวัญUnité, Travail, Progrès
(ภาษาฝรั่งเศส: เอกภาพ แรงงาน การพัฒนา)
เพลงชาติลาชาเดียน
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
เอ็นจาเมนา
12°06′N 15°02′E / 12.100°N 15.033°E / 12.100; 15.033
ภาษาราชการ ภาษาฝรั่งเศสและภาษาอาหรับ
การปกครอง สาธารณรัฐ
 -  ประธานาธิบดี อีดริส เดบี
 -  นายกรัฐมนตรี อัลแบร์ ปาอิมี ปาดากเก
เอกราช
 -  จากฝรั่งเศส 11 สิงหาคม พ.ศ. 2503 
พื้นที่
 -  รวม 1,284,000 ตร.กม. (20)
495,753 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 1.9
ประชากร
 -  2548 (ประเมิน) 10,146,000 (75)
 -  2536 (สำมะโน) 6,279,921 
 -  ความหนาแน่น 7.9 คน/ตร.กม. (212)
20.4 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2548 (ประมาณ)
 -  รวม 15.260 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (128)
 -  ต่อหัว 1,519 ดอลลาร์สหรัฐ (163)
HDI (2549) 0.368 (ต่ำ) (171)
สกุลเงิน ฟรังก์ซีเอฟเอ (XAF)
เขตเวลา WAT (UTC+1)
 •  ฤดูร้อน (DST)  (UTC+1)
โดเมนบนสุด .td
รหัสโทรศัพท์ 235

ชาด (ฝรั่งเศส: Tchad; อาหรับ: تشاد‎, Tshād) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในแอฟริกากลาง มีอาณาเขตทางเหนือจดประเทศลิเบีย ทางตะวันออกจดประเทศซูดาน ทางใต้จดสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทางตะวันตกเฉียงใต้จดประเทศแคเมอรูนและประเทศไนจีเรีย และทางตะวันตกจดประเทศไนเจอร์ เนื่องจากมีระยะไกลจากทะเลและมีภูมิอากาศเป็นแบบทะเลทรายเป็นส่วนใหญ่ ประเทศจึงได้ชื่อว่าเป็น "หัวใจตายของแอฟริกา" (dead heart of Africa) ทางเหนือมีทิวเขาทิเบสตี (Tibesti Mountains) ซึ่งเป็นเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดในทะเลทรายสะฮารา เดิมเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐเฟรนช์อิเควทอเรียลแอฟริกา (Federation of French Equatorial Africa) มีชื่อตามทะเลสาบชาด (Lake Chad)

ประวัติศาสตร์[แก้]

ชาดเป็นดินแดนที่เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโบราณที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของพ่อค้าชาวอาหรับ ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองชาดเมื่อ พ.ศ. 2443 จนได้รับเอกราชเมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2503

ใน พ.ศ. 2509 กลุ่มมุสลิมทางภาคเหนือก่อกบฏต่อต้านรัฐบาลในภาคใต้ที่เป็นชาวคริสต์ รัฐบาลชาดเปิดให้กองทหารลิเบียเข้ามาในประเทศเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2523 และแสดงเจตนารมณ์จะรวมเข้ากับลิเบียเมื่อ 6 มกราคม พ.ศ. 2524 แต่ถูกฝรั่งเศสและหลายชาติในแอฟริกาคัดค้าน กองทหารลิเบียจึงถอนตัวออกไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2524 กบฏมุสลิมนำโดยฮาเบอร์เข้ายึดเมืองหลวงได้ใน พ.ศ. 2526 แต่ยังต้องต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามที่มีลิเบียหนุนหลัง ฝรั่งเศสเข้ามาสนับสนุนฮาเบอร์ ต่อมาฝรั่งเศสกับลิเบียตกลงจะถอนทหารออกจากชาดพร้อมกันภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2527 แต่ลิเบียยังคงทหารไว้ทางเหนือของชาดจนถูกทหารชาดขับออกไปในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2530

ชาดต้องประสบกับปัญหาสงครามกลางเมืองหลายครั้ง รวมถึงการบุกรุกดินแดนโดยลิเบีย และกลุ่มกบฏที่ดำเนินการก่อความไม่สงบอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา เมื่อนาย Deby สถาปนาตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี และได้ยกร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2539 และปี 2544

อย่างไรก็ตาม ในปี 2548 ได้มีกลุ่มกบฏใหม่เกิดขึ้นทางชายแดนฝั่งตะวันตกของซูดาน และดำเนินการก่อความไม่สงบทางภาคตะวันออกของชาด ปัจจุบัน อำนาจทางการเมืองของประเทศยังคงตกอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อยของประเทศ

ภูมิอากาศ[แก้]

ภาคเหนือมีอากาศแบบทะเลทราย ทางภาคใต้มีอากาศร้อนชื้น ฝนตกมากในเดือนสิงหาคม และแห้งแล้งที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม อากาศหนาวที่สุดในเดือนธันวาคม (ประมาณ 14-33 องศาเซลเซียส)

การเมืองการปกครอง[แก้]

ชาดปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี มีอำนาจในการเสนอชื่อแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศ ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วยรัฐสภาระบบสองสภา มีสมาชิกสภา 155 คน มาจากการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ในขณะที่วุฒิสมาชิกดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี มีการเลือกตั้งทุกๆ 2 ปี เพื่อทดแทนสมาชิก 1 ใน 3 ส่วนของสภาที่พ้นหน้าที่ ฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลสูง ศาลอุทธรณ์ ศาลอาญา และศาลแขวง

ประธานาธิบดี Idriss Deby ซึ่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโดยการทำรัฐประหารในปี 2533 ได้ปกครองประเทศเรื่อยมา ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 2548 ประธานาธิบดี Idriss Deby ได้จัดให้มีการลงประชามติเพื่อปรับแก้รัฐธรรมนูญซึ่งยังผลให้ตนสามารถสมัครลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีต่อได้เป็นสมัยที่ 3 และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีต่อมา และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสคัดค้านของพวกกบฏที่ยังคงใช้ความรุนแรงในความพยายามโค่นล้มรัฐบาล

นโยบายต่างประเทศ[แก้]

สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคแอฟริกากลางส่งผลอย่างยิ่งต่อสถานะของชาดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชาดต้องรับภาระผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในสาธารณรัฐแอฟริกากลางและซูดาน ทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ยังคงอยู่ในระดับเสื่อมทรามกับกับซูดาน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออกซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกันยาวที่สุดถึง 1,360 กิโลเมตร ทั้งสองประเทศกล่าวหากันและกันว่าให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏที่ต่อต้านรัฐบาล ล่าสุด ชาดได้ปิดพรมแดนและตัดความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจกับซูดาน เพื่อตอบโต้การที่ซูดานตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับชาดในปี 2549

ในปี 2550 สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้มีมติให้กองกำลังรักษาสันติภาพร่วมแห่งสหประชาชาติและสหภาพยุโรป (UN-European Union peacekeeping force) ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบของการสู่รบในดาร์ฟูร์ ประเทศซูดาน ต่อมา ในเดือนมกราคม 2551 สหภาพยุโรปได้เห็นชอบให้จัดตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในดาร์ฟูร์

ความสัมพันธ์ระหว่างชาดกับฝรั่งเศสยังคงเป็นไปด้วยดี ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้ส่งกองกำลังเข้ามาช่วยปราบปรามกลุ่มกบฏ และให้ความช่วยเหลือชาดในด้านต่างๆ อยู่เสมอ

การที่ชาดผันตัวมาเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ทำให้ต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในชาดมากขึ้น รัฐบาลชาดเองก็ได้ปรับกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนและค้าขายน้ำมันให้มีความผ่อนปรนมากขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนจากต่างชาติ

ภาษาราชการ[แก้]

ฝรั่งเศส และอาหรับ

ศาสนา[แก้]

อิสลามร้อยละ 53.1 คริสต์ร้อยละ 34.3 (คาทอลิกร้อยละ 20.1 โปรเตสแตนท์ร้อยละ 14.2) อื่นๆ ร้อยละ 12.6

ระบอบการปกครอง[แก้]

แบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ มีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล

ประธานาธิบดี[แก้]

นายอีดริส เดบี (Mr. Idriss Déby Itno) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 2 ธันวาคม 2533

นายกรัฐมนตรี[แก้]

นาย ปาอิมี (Mr. Kalzeubé Payimi Deubet) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 21 ธันวาคม 2556

รัฐมนตรีต่างประเทศ นายมุซซา ฟากี มาฮามัต (Moussa Faki Mahamat) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 23 เมษายน 2551

หน่วยเงินตรา ฟรันก์เซฟา (CFA franc) 1 บาท = 18.11 ฟรังก์เซฟา

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

18 เขตได้แก่ Batha, Borkou-Ennedi-Tibesti, Chari-Baguirmi, Guera, Hadjer-Lamis, Kanem, Lac, Logone Occidental, Logone Oriental, Mandoul, Mayo-Kebbi Est, Mayo-Kebbi Ouest, Moyen-Chari, Ouaddai, Salamat, Tandjile, Ville de N'Djamena, Wadi Fira

อ้างอิง[แก้]