จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
Sacrum Imperium Romanum

ค.ศ. 962–1806
ธงจักรวรรดิ ตราแผ่นดิน
แผนที่จักรวรรดิ์โรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 962-1806
เมืองหลวง ไม่มีอย่างเป็นทางการ; นครศูนย์กลางอำนาจมีหลากหลายตลอดประวัติศาสตร์
ภาษา ละติน เยอรมัน อิตาลี เช็ก ดัตช์ ฝรั่งเศส สโลวีเนีย และอื่นๆ
ศาสนา โรมันคาทอลิก
รัฐบาล ราชาธิปไตยโดยเลือกตั้ง
จักรพรรดิ
 -  ค.ศ. 962-967 ออทโทที่ 1
 -  ค.ศ. 1027-1039 คอนราดที่ 2
 -  ค.ศ. 1530-1556 ชาลส์ที่ 5
 -  ค.ศ. 1637-1657 แฟร์ดีนันด์ที่ 3
 -  ค.ศ. 1792-1806 ฟรันซ์ที่ 2
ยุคประวัติศาสตร์ สมัยกลาง-สมัยใหม่ตอนต้น
 -  จักรพรรดิออทโทที่ 1 ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งอิตาลี 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 962
 -  จักรพรรดิคอนราดที่ 2 ครองแคว้นบูร์กอญ ค.ศ. 1034
 -  สนธิสัญญาสันติภาพเอาก์สบูร์ก 25 กันยายน ค.ศ. 1555
 -  สนธิสัญญาสันติภาพเวสต์ฟาเลีย 24 ตุลาคม ค.ศ. 1648
 -  จักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2 ยุบจักรวรรดิ 6 สิงหาคม 1806
ก่อนหน้า
ถัดไป
ราชอาณาจักรแห่งชาวแฟรงก์ตะวันออก
สวิตเซอร์แลนด์
สาธารณรัฐดัตช์
สมาพันธรัฐแห่งไรน์
จักรวรรดิออสเตรีย
จักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1
ราชอาณาจักรปรัสเซีย

จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ละติน: Sacrum Imperium Romanum, เยอรมัน: Heiliges Römisches Reich) เป็นอภิมหาอำนาจในอดีต เป็นจักรวรรดิซึ่งประกอบด้วยดินแดนหลากเชื้อชาติในยุโรปกลาง ก่อกำเนิดขึ้นในสมัยกลางตอนต้นและล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1806 โดย ราชอาณาจักรเยอรมนีถือเป็นดินแดนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 962 ดินแดนในจักรวรรดิ รองลงมาคือ ราชอาณาจักรโบฮีเมีย, ราชอาณาจักรบูร์กอญ, ราชอาณาจักรอิตาลี

ในวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 800 สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 3 ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกให้ชาร์เลอมาญ กษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งชาวโรมันโดยปกครองดินแดนทั้งหมดในยุโรปตะวันตก ลูกหลานของชาร์เลอมาญก็ได้สืบทอดบัลลังก์นี้ไปจนถึง ค.ศ. 899 หลังจากนั้นบัลลังก์แห่งแฟรงก์ก็ตกไปเป็นของผู้ปกครองชาวอิตาลีจนถึง ค.ศ. 924 บัลลังก์ได้ว่างลงเป็นระยะเวลากว่า 38 จนเมื่อพระเจ้าออทโทแห่งเยอรมนีสามารถพิชิตอิตาลีได้ พระองค์ก็เจริญรอยตามชาร์เลอมาญ[1] โดยให้พระสันตะปาปาประกอบพิธีราชาภิเษกพระองค์ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งชาวโรมันเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 962 เป็นจุดเริ่มต้นของจักรวรรดิซึ่งจะดำรงอยู่กว่าแปดศตวรรษจากนี้[2]

เนื่องจากจักรวรรดินี้ดำรงอยู่เป็นระยะเวลากว่าแปดร้อยปี ดินแดนของจักรวรรดิจึงแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาในประวัติศาสตร์ ดินแดนในจักรวรรดิมีหลายฐานะ ตั้งแต่ ราชอาณาจักร, ราชรัฐ, ดัชชี, เคาน์ตี, เสรีนคร และอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเยอรมนี, ออสเตรีย, ลิกเตนสไตน์, สวิสเซอร์แลนด์ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก, สาธารณรัฐเช็ก, สโลวีเนีย, บางส่วนในอิตาลี, บางส่วนในฝรั่งเศส, บางส่วนในโปแลนด์

หลังพ่ายแพ้ต่อฝรั่งเศสในยุทธการที่เอาสเทอร์ลิทซ์ในปี ค.ศ. 1805 จักรวรรดิได้สูญเสียรัฐต่างๆไปจำนวนมากแก่ฝรั่งเศส ในการนี้ จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสได้เอารัฐที่ยึดมาได้จัดตั้งขึ้นเป็นสมาพันธรัฐแห่งแม่น้ำไรน์ ส่งผลให้จักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ตัดสินใจยุบจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1806 และสถาปนาจักรวรรดิออสเตรียขึ้นมาแทน

ที่มาของชื่อ[แก้]

หลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกในปี ค.ศ. 476 จากการสละราชสมบัติของจักรพรรดิโรมุลุส เอากุสตุส ดินแดนของชาวโรมันก็แตกออกเป็นดินแดนน้อยใหญ่มากมาย สามร้อยกว่าปีให้หลัง ชาร์เลอมาญก็สามารถรวบรวมดินแดนของโรมันกลับมาเป็นหนึ่งได้อีกครั้งในปี ค.ศ. 800 โดยมีชื่อในระยะแรกนี้เพียงแค่ว่า "จักรวรรดิโรมัน" (Roman Empire)[3] ต่อมาเมื่อจักรพรรดิฟรีดริชที่ 1 สามารถปกครองอิตาลีและวาติกันได้ จักรวรรดิก็ถูกเรียกว่า "จักรวรรดิอันศักดิ์สิทธิ์" (Holy Empire)[4] ซึ่งได้พัฒนาไปเป็นคำว่า "จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์" ที่เริ่มปรากฏตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา[5]

ใน ค.ศ. 1512 สภานิติบัญญัติแห่งโคโลญได้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นมา โดยได้เปลี่ยนชื่อเป็น จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งชนชาติเยอรมัน (เยอรมัน: Heiliges Römisches Reich Deutscher Nation)[6][7] ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในเอกสารบางฉบับมาตั้งแต่ ค.ศ. 1474[4] ชื่อนี้ถูกใช้งานถึงปลายคริตส์ศตวรรษที่ 18 ก็เป็นอันเลิกใช้

สภาพของจักรวรรดิ[แก้]

จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์นั้นตั้งอยู่ในความไม่สงบของเหล่าขุนนางในแต่ละท้องที่ ที่พยายามจะแยกออกจากจักรวรรดิ เพื่อที่จะไปตั้งอำนาจของรัฐปกครองตนเองแบบฝรั่งเศสและอังกฤษ จักรพรรดิไม่มีอำนาจที่จะควบคุมท้องที่ ที่มีเหล่าขุนนางปกครอง จักรพรรดิจึงอนุญาตให้เหล่าขุนนางและเหล่าบิชอปปกครองอย่างอิสระได้ในคริสต์ศตวรรษที่ 11

ดินแดนของจักรวรรดิ[แก้]

หลังการปฏิรูปจักรวรรดิ ดินแดนที่อยู่ภายใต้พระบรมเดชานุภาพของจักรพรรดิแบ่งอย่างกว้างได้เป็นสามกลุ่ม:

ดินแดนทั้งหมดมีจำนวนมากถึง 300 รัฐ บางรัฐมีพื้นที่ไม่กี่ตารางไมล์เท่านั้น

สภาจักรวรรดิ[แก้]

ราชสภามีหน้าที่ออกกฎหมาย ทำการเลือกตั้ง แบ่งได้เป็น 3 สภาคือ:

  1. สภาเจ้านครรัฐผู้คัดเลือก ประกอบด้วยเจ้าผู้ปกครองรัฐทั้ง 7 มีหน้าที่ลงมติรับรองจักรพรรดิองค์ใหม่
  2. สภาเครือราชรัฐ ประกอบด้วยผู้ปกครองรัฐที่มิได้มีตำแหน่งตามข้อ 1.
  3. สภาของเครือเสรีนคร ประกอบด้วยผู้ปกครองเมืองที่มีสถานะเป็นเสรีนคร

ศาล[แก้]

ศาลยุติธรรมมี 2 ประเภทได้แก่ ศาลหลวง (Reichshofrat) กับ ศาลคดีแห่งจักรวรรดิ (Reichskammergericht) ซึ่งก่อตั้งพร้อมกับการปฏิรูปจักรวรรดิเมื่อปี ค.ศ. 1495

เครือราชรัฐ[แก้]

เครือราชรัฐ (Reichskreise)เกิดขึ้นหลังจากการปฏิรูปจักรวรรดิ ซึ่งเริ่มโดยการก่อตั้งเป็นหกเครือ ในปี ค.ศ. 1500 และต่อมาขยายเป็น 10 เครือในปี ค.ศ. 1512 แต่ละเครือมีหน้าที่ดูแลเฉพาะแคว้นที่อยู่ของแต่ละเครือ มีหน้าที่คล้ายรัฐบาลท้องถิ่น

ประวัติศาสตร์[แก้]

มงกุฎของจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ช่วงปลายศตวรรษที่ 10), ปัจจุบันอยู่ ณ กรุงเวียนนา

ต้นกำเนิด[แก้]

ตามขนบธรรมเนียมของชาวแฟรงก์ เมื่อจักรพรรดิชาร์เลอมาญสิ้นพระชนม์ ได้แบ่งปันส่วนของดินแดนให้กับราชบุตรราชวงศ์แคโรลีเจี้ยนทั้ง 3 พระองค์ ตามสนธิสัญญาแห่งแวดังร์ในปี ค.ศ. 843 จึงกลายเป็น 3 ดินแดนแห่งอาณาจักรแฟรงก์ และดำเนินเอกราชจนกระทั่งดินแดนฝั่งตะวันออกพ่ายแก่ลุดวิกชาวเยอรมัน

เหล่าผู้นำแห่ง อาลีแมนเนีย บาวาเรีย ฟรานเซีย และแซกซอนี ได้เลือก คอนราด แห่งฟรานโคเนีย เป็นหัวหน้าในปี ค.ศ. 911และผู้สืบทอดตำแหน่งของเขาคือ เฮนรี่ที่ 1 ชาวแซ็กซอนได้ยอมรับส่วนที่เหลือของอาณาจักรแฟรงค์ตะวันออกในปี ค.ศ. 919 (แต่อาณาจักรตะวันตกยังถูกปกครองโดยราชวงศ์กอรอแล็งเฌียง) และสถาปนาตนเองเป็นพระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ตะวันออกและกำเนิดราชวงศ์ออทโทเนียน

จักรพรรดิไฮน์ริชที่ 1 ต้องการให้พระราชโอรส ออทโท เป็นผู้สืบพระราชสมบัติ และทำการพระราชอภิเษกกับราชินีหม้ายแห่งอิตาลี เพื่อที่จะได้เป็นกษัตริย์ทั้ง 2 อาณาจักร (แฟรงก์ตะวันออก และอิตาลี) และต่อมา พระราชโอรสออทโทได้สถาปนาตนเองขึ้นครองราชย์เป็น "จักรพรรดิออทโทที่ 1 มหาราชแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์"

ส่วนที่เหลือในปัจจุบัน[แก้]

ในปัจจุบันนี้ยังมีรัฐที่เป็นส่วนที่เหลือของจักรวรรดิคือประเทศลิกเตนสไตน์ ซึ่งอยู่ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย

ในปัจจุบันยังมีผู้ที่มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ตามเชื้อสายของจักรวรรดิ คือออทโท ฟอน ฮับส์บูร์ก แต่ตำแหน่งจักรพรรดินั้นได้ยกเลิกไปแล้ว

อาณาจักรที่สืบทอดอำนาจต่อ[แก้]

หลังจากการสิ้นสุดสงครามนโปเลียน ราชสภาเยอรมันได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1815 และสิ้นสุดในปี 1866 เมื่ออาณาจักรปรัสเซียได้รวบรวมเยอรมันได้ในปี 1871

ประวัติศาสตร์[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Norman F. Cantor (1993), Civilization of the Middle Ages, pp. 212–215 
  2. Bamber Gascoigne. "History of the Holy Roman Empire". HistoryWorld. 
  3. Peter Hamish Wilson, The Holy Roman Empire, 1495–1806, MacMillan Press 1999, London, p. 2.
  4. 4.0 4.1 Whaley 2011, p. 17
  5. Peter Moraw, Heiliges Reich, in: Lexikon des Mittelalters, Munich & Zürich: Artemis 1977–1999, vol. 4, col. 2025–2028.
  6. Peter Hamish Wilson, The Holy Roman Empire, 1495–1806, MacMillan Press 1999, London, page 2; The Holy Roman Empire of the German Nation at the Embassy of the Federal Republic of Germany in London website แม่แบบ:Webarchive
  7. "History of The Holy Roman Empire". historyworld. สืบค้นเมื่อ 28 June 2013. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แผนที่[แก้]