ธงทอง จันทรางศุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ธงทอง จันทรางศุ
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2554 – 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ก่อนหน้า จตุรงค์ ปัญญาดิลก
ถัดไป หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 8 มิถุนายน พ.ศ. 2498 (65 ปี)

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ (8 มิถุนายน 2498 - ) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ภายใต้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.), กรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8, กรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ[1], กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ[2],ประธานกรรมการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ไวยาวัจกร วัดโสมนัสวิหาร, อุปนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[3], ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6, ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า, นายกสมาคมศิษย์เก่าสาธิตปทุมวัน, อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2539 (ส.ส.ร.) ประเภทผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน, อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, อดีตเลขาธิการสภาการศึกษา, อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม, อดีตรองโฆษกกระทรวงยุติธรรม, อดีตรองอธิบดีกรมคุมประพฤติ, อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (CPLO)

นอกจากนี้แล้ว ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ยังมีความเชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม รวมทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ทางราชสำนัก และพระราชพิธีเป็นอย่างมาก จนได้แต่งหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่องราวประวัติศาสตร์ทางราชสำนัก และพระราชพิธี เป็นจำนวนมาก ตลอดจนยังได้หนังสือกฎหมายต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องทางด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย และยังได้รับเชิญให้มาร่วมบรรยายถ่ายทอดสดในการพระราชพิธีต่างๆ ที่สำคัญมาแล้วหลายวาระ และล่าสุดในปีพ.ศ. 2559 ได้รับเชิญให้มาร่วมบรรยายถ่ายทอดสดในการพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ประวัติ[แก้]

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทองเป็นบุตรของนาวาอากาศเอก ธัชทอง จันทรางศุ (บุตรคนสุดท้องของอำมาตย์เอก พระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดคนแรกของประเทศไทย เป็นอดีตผู้ถวายงานแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และเป็นต้นตระกูลจันทรางศุ ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุล จันทรางศุ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2457 และคุณหญิงแม้น สุนทรเทพกิจจารักษ์ (แม้น จันทรางศุ) (เดิมชื่อช้อย สกุลเดิมปัตตะพงศ์)) และและนางสุคนธ์ จันทรางศุ (ธิดาของพระประมวลวินิจฉัย (ขัติ สุวรรณทัต) และนางประมวลวินิจฉัย (สุดใจ ประมวลวินิจฉัย) (นามสกุลเดิมฮุนตระกูล)) มีน้องชาย 1 คน คือ นายธารทอง จันทรางศุ เลขานุการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

การศึกษา[แก้]

ประวัติการทำงาน[แก้]

การรับราชการอาจารย์[แก้]

ธงทองเริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ ระดับ 3 ภาควิชากฎหมายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2523 และได้เลื่อนเป็นอาจารย์ระดับ 4 เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2523 ต่อมาได้เป็นผู้อำนวยการหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ระดับ 6 ในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2526 ต่อมาเป็นรองศาสตราจารย์ ระดับ 7 ในวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2527 และรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลื่อนเป็นรองศาสตราจารย์ ระดับ 9 และเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2542 ในระหว่างเป็นอาจารย์ ได้มีโอกาสปฏิบัติราชการถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี หลายวาระ

การรับราชการพลเรือนสามัญ[แก้]

ต่อจากนั้น ธงทองได้โอนมารับราชการพลเรือนสามัญ ในตำแหน่งรองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ต่อมาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2544 และดำรงตำแหน่งรองโฆษกกระทรวงยุติธรรมอีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา (ระดับ 11) กระทั่งในปี 2554 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเมื่อปี 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็สั่งให้ธงทองย้ายไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จนถึงเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ได้รับแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ด้านนิติศาสตร์

การทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

ในระหว่างที่เป็นอาจารย์ ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง ได้มีโอกาสเข้าถวายงานปฏิบัติราชการถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อาทิการเสด็จพระราชดำเนินตรวจการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง ในโอกาสพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พุทธศักราช 2525 เป็นต้น และถวายงานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในหลายวาระ พร้อมกับดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เป็นต้น

และรวมทั้งในฐานะผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญในด้านราชสำนัก พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทำให้ได้รับเชิญจากทางรัฐบาลในสมัยต่าง ๆ เข้ามารับหน้ากรรมการในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีต่าง ๆ ตั้งแต่งานพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พุทธศักราช 2525 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน และรวมทั้งยังเป็นกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ และกรรมการพิเศษต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องราชสำนัก พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กร เอกชน มูลนิธิ และหน่วยงานสาธารณกุศลต่าง ๆ หลายแห่ง

และปัจจุบัน ธงทองดำรงตำแหน่งกรรมการที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่สำคัญ คือ ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า, ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6, และกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

การทำงานด้านเอกชน[แก้]

ต่อมาหลังจากเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 ในตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559[4]

ด้านการเมือง[แก้]

ธงทองเคยได้รับแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการเมืองหลายครั้ง อาทิ

  • อดีตที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ในระหว่างปี พ.ศ. 2533 ถึงปี พ.ศ. 2534
  • อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างตุลาการ เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างอัยการ
  • อดีตผู้แทนคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในคณะกรรมการพิจารณาจัดตั้งศาลปกครอง (พ.ศ. 2538)
  • อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2539 (ส.ส.ร.) ประเภทผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน[5]
  • อดีตที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายและการบริหารงานยุติธรรมรัฐบาลของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
  • อดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิชาการและข้อมูล ประจำสภาร่างรัฐธรรมนูญ (20 ม.ค. 2540)
  • อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการจดหมายเหตุ ตรวจรายงานการประชุม และกิจการสภา คนที่ 1 ประจำสภาร่างรัฐธรรมนูญ (20 ม.ค. 2540)
  • อดีตผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (CPLO) ในปี พ.ศ. 2546
  • อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อปี พ.ศ. 2550
  • อดีตผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.) เมื่อปี พ.ศ. 2551
  • อดีตประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • อดีตกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของนายกรัฐมนตรี รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์
  • ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ภายใต้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

ด้านสื่อสารมวลชน[แก้]

การบรรยายพระราชพิธีทางโทรทัศน์[แก้]

ธงทองเป็นผู้มีความรอบรู้ ชอบอ่านหนังสือ จึงสามารถให้ข้อมูลได้เป็นอย่างดี และใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) จึงเชิญให้เป็นผู้บรรยายประกอบ ในการต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องในพระราชสำนัก มาตั้งแต่ พ.ศ. 2528 โดยงานแรกคือ การบรรยายสารคดีพระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ต่อมาระหว่าง พ.ศ. 2530-2539 ทรท.ก็มอบหมายขึ้นเป็นหัวหน้าผู้บรรยายประกอบ ในการถ่ายทอดพระราชพิธีทางโทรทัศน์ ทั้งระดับพระราชพิธีประจำปี เช่น พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และทั้งระดับพระราชพิธีพิเศษเฉพาะกาล เช่น พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นต้น และล่าสุดการเป็นการผู้บรรยายพระราชพิธีผ่านทางโทรทัศน์ในการถ่ายทอดพระราชพิธีบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ในช่วงพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร 7 วัน พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

การบรรยายและผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์[แก้]

ธงทอง เคยเป็นผู้บรรยายและผู้ดำเนินรายการท้าพิสูจน์ และรายการสารคดีแฝดสยาม (Siamese twins) ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

รางวัล[แก้]

  • รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2535 ประเภทข่าวและสถานการณ์ปัจจุบัน สาขาผู้บรรยายการถ่ายทอดเหตุการณ์จากสถานที่ดีเด่น จากชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ พ.ศ. 2536
  • รางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ สังข์เงิน สาขาผู้ประสบผลสำเร็จด้านการประชาสัมพันธ์ ประเภทภาครัฐ ครั้งที่ 17 จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2540
  • เข็มเครื่องหมายอภิรักษ์นาวี กองทัพเรือ พ.ศ. 2555
  • รางวัลเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ พ.ศ. 2556
  • รางวัลประกาศเกียรติคุณศาสตราภิชาน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/099/22.PDF
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/150/12.PDF
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/034/36.PDF
  4. บมจ.ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ (RP) แต่งตั้ง ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานบอร์ดคนใหม่
  5. ประกาศรัฐสภา เรื่อง ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอน 2ง วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2540
  6. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย หน้า ๔ เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๒๑ ข, ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกีรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔)
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ (จำนวน ๒,๖๕๙ ราย)
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา [กระทรวงยุติธรรม]
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ประจำปี ๒๕๕๒ [จำนวน ๑,๖๒๓ ราย]
  11. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ฉบับพิเศษ หน้า ๓๘ เล่ม ๑๐๑ ตอนที่ ๑๘๖, ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๗