เซ็นทรัลเวิลด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เซ็นทรัลเวิลด์
CentralwOrld logo.svg

CentralWorld-2015.jpg


ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง 4, 4/1-4/2, 4/4 ถนนราชดำริ; 999/9, 999/99 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
สถานะ เปิดให้บริการบางส่วน/ระหว่างการปรับปรุง
เปิดบริการ พ.ศ. 2532
ปิดบริการ โซน A, B, D, และ F บางส่วน
เวลาทำการ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเซน 10:00-22:00
ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน: 10:30-21:30
อาคารกรูฟ: 11:00-01:00
การใช้งาน
พื้นที่ 550,000 ตารางเมตร
ความจุที่จอดรถ 7,000 คัน
บริหารโดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
เว็บไซต์ เซ็นทรัลเวิลด์

เซ็นทรัลเวิลด์ (อังกฤษ: CentralWorld เขียนในรูปแบบ: centralwOrld) เดิมชื่อ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรมแบบผสมบริเวณมุมตะวันตกเฉียงเหนือของสี่แยกราชประสงค์ ถนนพระรามที่ 1 และถนนราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยศูนย์การค้า โรงแรม และอาคารสำนักงาน โดยในส่วนของศูนย์การค้านั้น เป็นศูนย์การค้าครบวงจรที่มีพื้นที่รวมใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ขายมากเป็นอันดับสามของโลก นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชั้น 1 มากเป็นอันดับสี่ของโลก[1]

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

พื้นที่ของศูนย์การค้าเป็นที่ตั้งเดิมของพระราชวังปทุมวัน และวังเพ็ชรบูรณ์ ซึ่งเป็นวังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ต่อมาเมื่อเจ้าของวังสิ้นพระชนม์ นักธุรกิจญี่ปุ่นได้ขอซื้อที่ดินบริเวณวังเพื่อก่อสร้างห้างไทยไดมารู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศูนย์การค้าราชประสงค์ จากนั้น บริษัท วังเพชรบูรณ์ จำกัด ของนายอุเทน เตชะไพบูลย์ ได้ขอเช่าที่ดินผืนนี้จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในชื่อ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2525 แต่ประสบความล่าช้าอยู่หลายครั้งจนสามารถเปิดดำเนินการได้เมื่อ พ.ศ. 2532 ประกอบด้วยตัวอาเขตและห้างสรรพสินค้าเซน ก่อนที่ห้างสรรพสินค้าอิเซตันจะเข้ามาเปิดดำเนินการใน พ.ศ. 2535 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มเติมเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามสัญญาที่ทำไว้ร่วมกับสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่ในปลายปี พ.ศ. 2545 บริษัทวังเพชรบูรณ์ประสบปัญหาทางการเงินและไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างโรงแรมและอาคารสำนักงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงได้บอกเลิกสัญญาเช่าและเปิดโอกาสให้บริษัทอื่นเข้ามาประมูลเป็นผู้บริหารศูนย์การค้า รวมทั้งพัฒนาพื้นที่และต่อเติมอาคารให้แล้วเสร็จตามข้อตกลงในคู่สัญญา โดยสำนักทรัพย์สินฯ ได้เปิดประมูลและปรับโครงสร้างจากเดิมด้วยวิธีการเปลี่ยนถ่ายสัญญาไปเป็นบริษัทที่ชนะการประมูล โดยมีผู้เข้าร่วมการประมูลครั้งนี้เป็น 2 ธุรกิจค้าปลีกหลักของไทยคือกลุ่มเซ็นทรัลและกลุ่มเดอะมอลล์ และเป็นกลุ่มเซ็นทรัลที่ชนะการประมูลดังกล่าว

ปัจจุบันโครงการนี้บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโครงการภายใต้การดำเนินการของกลุ่มเซ็นทรัล โดยในระยะแรกเป็นการปรับปรุงและต่อเติมอาคารสำนักงานที่บริษัทวังเพชรบูรณ์สร้างไว้ตั้งแต่เป็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์แต่ยังไม่แล้วเสร็จให้เสร็จสบูรณ์ จากนั้นจึงเริ่มปรับปรุงศูนย์การค้าโดยเปลี่ยนชื่อจากเดิมเป็น เซ็นทรัลเวิลด์พลาซา และสร้างทางเดินเชื่อม "เซ็นทรัลเวิลด์สกายวอล์ก" ซึ่งเป็นทางเชื่อมลอยฟ้าจากสถานีสยาม ซึ่งเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าบีทีเอสสายหลักทั้ง 2 สาย คือสายสุขุมวิทและสายสีลม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับลูกค้าที่คาดว่าจะมาใช้บริการเพิ่มขึ้นในอนาคต และได้ร่วมทุนกับกลุ่มผู้ประกอบการย่านการค้าบริเวณแยกราชประสงค์เพื่อสร้างทางเดินเชื่อม "ราชประสงค์สกายวอล์ก" จากสถานีชิดลมของสายสุขุมวิทมาจนถึงโครงสร้างเดิมที่ได้ก่อสร้างไว้บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเกษรพลาซา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 บริษัทได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบทั้งหมด ต่อเติมโครงสร้างที่เหลือจากชั้นบนให้เป็นพื้นที่สำหรับส่วนการพัฒนาเป็นลานกิจกรรม ก่อสร้างอาคารเซนเวิลด์ รวมทั้งภัตตาคารและส่วนโรงแรมซึ่งต่อเติมไปจากช่วงอิเซตัน และได้เปลี่ยนชื่อศูนย์การค้าเป็น เซ็นทรัลเวิลด์ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศูนย์การค้าอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

การจัดสรรพื้นที่[แก้]

ภาพรวม
ห้างสรรพสินค้าเซน

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 7 หลัง และแบ่งพื้นที่ออกเป็นทั้งหมด 9 โซน โดยมีพื้นที่สำคัญดังต่อไปนี้

ห้างสรรพสินค้า[แก้]

เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าสองแห่งที่มีสาขาเพียงสาขาเดียวในประเทศไทย ได้แก่

  • ห้างสรรพสินค้าเซน ห้างสรรพสินค้าในเครือ บจก.สรรพสินค้าเซ็นทรัล ภายในนอกจากจะแบ่งเป็นแผนกต่างๆ เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าทั่วไปแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของร้านมูจิสาขาเรือธงของประเทศไทย จุดบริการของไทยทิคเก็ตเมเจอร์ และจุดบริการสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน นอกจากนี้ยังมีอาคาร "เซน เวิลด์" ที่สร้างต่อเติมจากอาคารห้างสรรพสินค้าเซนด้วย โดยอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งสำนักงานบริหารของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลที่ขยายออกมาจากอาคารเซ็นทรัล ชิดลม ทาวเวอร์ และยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ประเทศไทย ซึ่งย้ายมาจากอาคารโรงแรมดุสิตธานีอีกด้วย
  • อิเซตัน ห้างสรรพสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยภายในห้างสรรพสินค้าเป็นที่ตั้งของอิเซตัน ฟู้ดมาร์เก็ต ศูนย์อาหาร 88 โชกุโด นิปปอน และร้านหนังสือคิโนะคุนิยะ สาขาแรกในประเทศไทย

ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหาร[แก้]

เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นที่ตั้งของ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับบนของกลุ่มเซ็นทรัล และเป็นฟู้ดสโตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริหารงานโดยบจก. เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ภายในเป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ "เซ็นทรัล ไวน์ เซลลาร์" นอกจากนี้ยังมีศูนย์อาหาร "ฟู้ดเวิลด์" และร้านอาหารต่างๆ กระจายตัวภายในศูนย์การค้า

ร้านค้าในศูนย์การค้า[แก้]

เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นที่ตั้งของร้านค้าสาขาเรือธง ทั้งที่อยู่ในกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ ซูเปอร์สปอร์ต เพาเวอร์บาย บีทูเอส และนอกกลุ่มเซ็นทรัล อาทิ ยูนิโคล่ เอชแอนด์เอ็ม เอสบีดีไซน์สแควร์ อาดิดาส เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีลานไอซ์สเก็ต "เดอะ ริงก์" สถานออกกำลังกาย "โซน บาย ฟิตเนส เฟิร์ส" ร้านสตาร์บัคส์ รีเซิร์ฟ คอนเซปต์ สโตร์ ซึ่งแต่ละร้านจะมีขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

โรงภาพยนตร์[แก้]

เซ็นทรัลเวิลด์ มีโรงภาพยนตร์ประกอบกิจการหนึ่งแห่ง คือ เอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า เป็นโรงภาพยนตร์ที่บริหารงานโดยเอสเอฟ ซีเนม่า และเป็นสาขาเรือธงของบริษัท ภายในประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ย่อย 15 โรง โดยมี "มาสเตอร์การ์ด ซีเนม่า" เป็นโรงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ยังมีโรงภาพยนตร์สี่มิติ "เอ็มเอ็กซ์โฟร์ดี" เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ก่อนหน้านี้เซ็นทรัลเวิลด์ยังมีโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อีกจำนวน 8 โรง ที่เปิดทำการมาตั้งแต่สมัยศูนย์การค้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์[2] แต่ปิดตัวลงหลังการเปิดตัวของเอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า ได้หนึ่งปี เนื่องจากยอดผู้เข้าชมภาพยนตร์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ศูนย์การเรียนรู้[แก้]

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์การเรียนรู้ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยเป็นที่ทำการหลักของ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือไทยแลนด์ โนวเลดจ์ พาร์ค (ทีเคพาร์ค) โดย สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้แบบองค์รวมสองแห่ง ได้แก่ "จีเนียส แพลเน็ต" แหล่งรวมสถาบันกวดวิชา ซึ่งพัฒนาจากพื้นที่ "เอเชียน เซนเซส" เดิม และ "แฟมิลี่ แพลเน็ต" แหล่งรวมศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กและครอบครัว ซึ่งพัฒนาจากพื้นที่เดิมในโซน F2 และยังมีสถาบันกวดวิชา โรงเรียนสอนภาษา และโรงเรียนการโรงแรมเปิดทำการภายในอาคารสำนักงานทั้งอาคารดิ ออฟฟิสเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และอาคารเซนเวิลด์

กรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์[แก้]

กรูฟ เป็นอาคารความสูง 2 ชั้น สร้างบนพื้นที่ซึ่งเดิมเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งหน้าอาคารสำนักงาน จุดเด่นคือเป็นอาคารที่มีการต่อพื้นที่สองส่วนเข้าด้วยกัน คือพื้นที่แบบปิดและพื้นที่แบบเปิด ซึ่งพื้นที่แบบปิด เป็นที่ตั้งของร้านค้าแนวฮิปชิค ส่วนหนึ่งเป็นร้านจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีที่มาเปิดทำการ และพื้นที่แบบเปิด เป็นที่ตั้งของร้านอาหารแนวฮิปชิค ผับ บาร์ อาคารนี้เป็นอาคารเดียวในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่เปิดทำการจนถึงเวลา 01.00 น. ของวันถัดไป เป็นอาคารส่วนหน้าสุดที่ติดจากสกายวอล์คไปยังรถไฟฟ้าบีทีเอสสองจุด และยังเป็นต้นแบบของอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ด้วย

พื้นที่จัดกิจกรรม[แก้]

นอกจากลานกิจกรรมเซ็นทรัลเวิลด์สแควร์พื้นที่ 8,000 ตารางเมตร หน้าอาคารศูนย์การค้า และลานกิจกรรมที่กระจายตัวในอาคารศูนย์การค้าแล้ว ยังมี "จีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์" และ "บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์" ในส่วนของโรงแรมด้วย

เทวรูป[แก้]

บริเวณลานเซ็นทรัลเวิลด์ด้านหน้าอาคารห้างสรรพสินค้าอิเซตัน เป็นที่ตั้งของเทวรูปพระตรีมูรติ ซึ่งย้ายมาจากลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซน และพระพิฆเนศ

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์[แก้]

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นโรงแรมระดับห้าดาว ความสูง 55 ชั้น ประกอบด้วยห้องพัก จำนวน 505 ห้อง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า ห้องอาหาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตัวอาคารเป็นอาคารทรงกระบอกสองอันมาผสานต่อกัน และมีจุดเด่นคือมีพื้นที่ไขว้ออกมานอกอาคารสลับกันไปตามแต่ละความสูง และชั้นเพดานเปิดโล่งพร้อมติดตั้งสถาปัตยกรรมโค้งสูงนับเป็นยอดสูงสุดของอาคารหลังนี้

อาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิสเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์[แก้]

ดิ ออฟฟิสเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นอาคารสำนักงานอัจฉริยะอาคารแรกในประเทศไทย ตัวอาคารมีความสูง 45 ชั้น มีระบบการจัดการการจราจรในแนวตั้งด้วยลิฟท์โดยสารความเร็วสูง และระบบคีย์การ์ดที่ลิฟท์ อาคารดังกล่าวเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งได้ย้ายออกมาจากอาคารสำนักงานที่เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวเดิม บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลบางบริษัท และสำนักงานสาขาประเทศไทยของบริษัทข้ามชาติต่างๆ

รางวัล[แก้]

  • Best of the Best Awards ประจำปี 2010 จากสมาคมศูนย์การค้าระหว่างประเทศ (International Council of Shopping Centers : ICSC)ถือเป็นรางวัลระดับโลก[3]
  • Thailand Energy Awards ประจำปี 2011 ประเภทอาคารควบคุมดีเด่น โดยกระทรวงพลังงาน
  • Asean Energy Award ประจำปี 2011 ประเภท Asean Best Practices for Energy Management in Large Building Category : Winner
  • สมาคมศูนย์การค้านานาชาติ (ICSC) มอบรางวัลห้างสรรพสินค้าดีเด่นระดับโลก ด้านการออกแบบและพัฒนา เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เหตุการณ์สำคัญ[แก้]

ความเสียหายที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553[แก้]

อาคารส่วนของ ห้าง ZEN ที่ถล่มลงมา
ZEN World ส่วนที่เหลือ

ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน เริ่มใช้พื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เป็นสถานที่ชุมนุมทางการเมือง จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าสลายการชุมนุม จนทำให้แกนนำต้องประกาศยุติการชุมนุม และเข้ารายงานตัวกับตำรวจ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุจลาจลขึ้นทั่วกรุงเทพมหานคร ลุกลามไปสู่ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยจุดหนึ่งที่มีการลอบวางเพลิง และเข้าทุบทำลายอาคารคือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์[4][5] ทั้งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ด้วยสาเหตุข้างต้น จึงส่งผลให้เซ็นทรัลเวิลด์เกิดเพลิงไหม้ในบริเวณพื้นที่ห้างสรรพสินค้าเซน หลังเพลิงไหม้ได้ลุกขึ้นนานเกินกว่า 10 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา 01.00 น. เพลิงไหม้เริ่มส่งผลให้ส่วนของห้างสรรพสินค้าเซนทรุดตัวลงจนด้านหน้า (บริเวณป้ายโลโก้เซ็นทรัลเวิลด์) ถล่มลงมา และเจ้าหน้าสามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลา 02.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม[6]

หลังจากนั้นเซ็นทรัลพัฒนาได้เข้ามาสำรวจสภาพของศูนย์การค้าที่คงเหลืออยู่ในวันถัดมา พบว่าเพลิงไหม้ได้ทำลายตัวอาคารประมาณหนึ่งในสาม โดยส่วนของห้างสรรพสินค้าเซน ได้รับความเสียหายมากที่สุด ส่วนโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ อาคารสำนักงาน และอาคารอิเซตัน ไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งต่อมาเซ็นทรัลพัฒนาได้แถลงข่าวชี้แจงว่า การซ่อมแซมจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์ ประมาณเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 หลังจากนั้นไม่นานส่วนของห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ก็สามารถเปิดให้บริการตามปกติได้ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ส่วนศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้เปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553 โดยจะปรับภูมิทัศน์ใหม่ ให้เป็นสวนกลางใจเมือง เสริมเทคโนโลยี ที่สามารถเปลี่ยนสีสันของแต่ละโซน ได้ตามช่วงเวลาของวัน และเพิ่ม "เดอะริงก์" ลานสเก็ตน้ำแข็งในร่มขนาดใหญ่ บริเวณหน้าบีทูเอส ส่วนของห้างสรรพสินค้าเซนได้เปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้เซ็นทรัลพัฒนาต้องสูญเสียรายได้บางส่วน ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้จากการเช่าพื้นที่ที่จำเป็นต้องละเว้นให้กับร้านค้าผู้เช่า เนื่องจากไม่สามารถเปิดทำการได้ตามปกติ รวมถึงรายได้สัมพัทธ์รายการอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้บริษัท ยังต้องบันทึกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโครงการทั้งหมดเอง โดยระหว่างนั้นเซ็นทรัลพัฒนาได้แจ้งไปยังบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน เพื่อขอเบิกค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อาคารถูกเพลิงไหม้ แต่เทเวศประกันภัยกลับแจ้งว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุก่อการร้ายจึงไม่ได้เข้าเงื่อนไขการเบิกสินไหมทดแทน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเซ็นทรัลพัฒนาก็ได้ดำเนินการฟ้องร้องเทเวศประกันภัยต่อศาลฎีการ่วมกับ กองทุนรวมธุรกิจไทยสี่ (ในฐานะโจกท์คนที่หนึ่ง) บริษัท เซ็นทรัลเวิลด์ จำกัด (ในฐานะโจกท์คนที่สาม) และบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด (ในฐานะโจกท์คนที่สี่) ในเวลาต่อมา[7] รวมถึงได้ยื่นฟ้องร้องเอาผิดกลุ่มคนเสื้อแดงในข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สินกับศาลอาญาด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ศาลได้มีคำสั่งตัดสินเกี่ยวกับสองคดีที่เซ็นทรัลพัฒนายื่นฟ้องร้องไป โดยคดีแรกที่ได้รับการตัดสินก็คือคดีการเบิกสินไหมทดแทน โดยศาลแพ่งตัดสินว่าให้เทเวศประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเซ็นทรัลพัฒนาเป็นจำนวนเงิน 2,719 ล้านบาทสำหรับค่าความเสียหายของทรัพย์สิน รวมถึงค่าชดเชยทดแทนกรณีเหตุธุรกิจหยุดชะงักอีก 989 ล้านบาท โดยให้จ่ายรวมดอกเบี้ยอีก 7.5% ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 ไปจนกว่าจะชำระครบทั้งหมด พร้อมทั้งจ่ายค่าทนายและค่าดำเนินการทั้งหมดให้แก่เซ็นทรัลพัฒนาอีก 60,000 บาทด้วย[8] แต่อย่างไรเสีย เทเวศประกันภัย กลับยื่นอุทธรณ์คดีโดยชี้แจงถึงเหตุที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้เพราะเงื่อนไขไม่ตรงกับกรมธรรม์ที่เซ็นทรัลพัฒนาได้ทำไว้ ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งพิพากษากลับให้เทเวศประกันภัยไม่ต้องดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเซ็นทรัลพัฒนา ทั้งนี้เซ็นทรัลพัฒนาได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่ากองทุนรวมธุรกิจไทยสี่ได้ทำกรมธรรม์คุ้มครองในกรณีการก่อการร้ายเอาไว้อีกกรมธรรม์หนึ่งกับ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทจะดำเนินการเบิกสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์นี้แทนเป็นจำนวนเงิน 3,500 ล้านบาท และไทยเศรษฐกิจประกันภัย ได้ดำเนินการจ่ายสินไหมทดแทนเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560

ส่วนคดีความที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษที่ 4 ได้ยื่นฟ้องกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ศาลอาญาได้ตัดสินว่าจำเลยทั้งสองนั้นไม่มีความผิดเพราะศาลเห็นว่าในหลักฐานจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลที่ถือถังดับเพลิง ไม่ใช่อุปกรณ์วางเพลิง ถึงแม้ว่าจากหลักฐานจะมีภาพถ่ายของยามรักษาความปลอดภัยของศูนย์การค้าที่สามารถจับภาพของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บุกทำลายเข้ามาเข้ามาพร้อมโยนขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่บรรจุน้ำมันก๊าซพร้อมจุดไฟเอาไว้ได้ แต่ศาลวินิจฉัยว่าพยานที่เห็นเหตุการณ์นั้น อยู่ไกลจากตัวจำเลยที่ 1 ไปเกินกว่า 30 เมตร ศาลจึงพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดไป[9]

เหตุนั่งร้านถล่มเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553[แก้]

ในระหว่างการซ่อมแซมห้างสรรพสินค้าเซนนั้น ได้เกิดเหตุนั่งร้านที่ใช้ค้ำยันเพดานชั้น 7 ได้เกิดทรุดตัวลงและถล่มลงมา ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต 2 คน และ ได้รับบาดเจ็บ 6 คน และยังมีถังแก๊สที่ใช้ในการเชื่อมเหล็กได้ถูกแผ่นปูนตกลงมาใส่ ได้เกิดความเสียหายและมีแก๊สรั่วออกมา จึงทำให้ต้องรีบตัดกระแสไฟฟ้า ก่อนใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อให้แก๊สเจือจาง สาเหตุนั้นเกิดจากบริเวณระหว่างนั่งร้านชั้น 1 กับชั้น 2 ซึ่งใช้เป็นที่พักของอิฐก่อสร้าง รวมถึงนั่งร้านได้ถูกใช้งานเป็นที่ขนแผ่นพื้นคอนกรีต จึงไม่สามารถแบกรับน้ำหนักเอาไว้ได้ส่งผลให้นั่งร้านพังถล่มลงมาจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้การซ่อมแซมห้างสรรพสินค้าเซนต้องระงับการซ่อมแซมไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการออกแบบของแบบแปลนนั่งร้าน [10]

เพลิงไหม้อาคารเซนเวิลด์ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554[แก้]

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเซนที่ยังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม จุดเกิดเหตุอยู่บนชั้น 11 ของอาคารเซนเวิลด์ โดยมีกลุ่มควันโพยพุ่งออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าหน้าดับเพลิงใช้เวลาเพียง 15 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยตัวอาคารได้รับความเสียหายที่ส่วนฝ้าเพดานและช่องแอร์ ได้ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายกินพื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตร ในเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้นั้นคาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ในขณะที่เกิดเหตุการณ์นั้นศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่ และไม่ได้กระทบกับผู้ที่ใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์[11]

เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. มกราคม - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557[แก้]

เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557 คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กลุ่ม กปปส. ได้เริ่มปักหลักชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพมหานครชั้นในกว่า 9 จุด เพื่อเป็นการขัดขวางไม่ให้ข้าราชการ และตำรวจสามารถเดินทางไปทำงานได้ตามปกติ โดยจุดหนึ่งที่มีการตั้งเวทีใหญ่ก็คือบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งหลังจากที่เริ่มมีการตั้งเวทีการชุมนุม เซ็นทรัลพัฒนาก็ได้ส่งจดหมายด่วนถึงร้านค้าเช่าว่าจะขอปิดศูนย์การค้าเร็วกว่าปกติ ก็คือเวลา 10.00-18.00 น. โดยใช้เวลานี้เท่ากันทั้งอาคารศูนย์การค้าหลักและอาคารกรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในช่วงอาทิตย์แรกของการชุมนุม แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิดศูนย์การค้าเป็น 10.00 - 20.00/21.00 น. ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในแต่ละวัน ก่อนที่จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในช่วงอาทิตย์ที่สามของการชุมนุม แต่ภายหลังที่เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม เซ็นทรัลพัฒนาก็ใช้เวลาในการเปิดปิดศูนย์การค้าเป็นเวลา 10.00-19.00 น. อีกครั้ง และจะประเมินสถานการณ์รายวันต่อไป

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เซ็นทรัลเวิลด์ต้องปิดกั้นพื้นที่บริเวณศูนย์การค้าบางส่วน และไม่อนุญาตให้รถยนต์ผ่านเข้า-ออกบริเวณถนนพระรามที่ 1 ทุกกรณี ซึ่งรถที่จะเข้า-ออกศูนย์การค้า จะต้องใช้ทางเลี่ยงด้านหลังสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอนในการเดินทางเข้ามาแทน แต่ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมก็มีการเปิดเส้นทางให้รถยนต์สามารถเข้า-ออกศูนย์การค้าได้จากฝั่งถนนราชดำริตามปกติ อีกทั้งเหตุการณ์นี้ทำให้การตกแต่งภายในของอาคารกรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงการก่อสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากลำเลียงวัสดุก่อสร้างเข้ามาไม่ได้อีกด้วย แต่พอกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยุติการชุมนุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เซ็นทรัลเวิลด์ก็กลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้งตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. สำหรับอาคารศูนย์การค้า และเวลา 10.00-01.00 น. สำหรับอาคารกรูฟ

ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาต้องปรับลดค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าอีกครั้ง นับเป็นการปรับลดราคาเช่าพื้นที่เป็นครั้งที่สองหลังจากไม่ได้ปรับลดอีกตั้งแต่เหตุชุมนุม พ.ศ. 2553 และทำให้เซ็นทรัลพัฒนาต้องสูญเสียรายได้ไปกว่าร้อยล้านบาทภายในระยะเวลา 2 เดือนที่กลุ่ม กปปส. ใช้พื้นที่บริเวณศูนย์การค้าเป็นที่ชุมนุม

เหตุเพลิงไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ 10 เมษายน พ.ศ. 2562[แก้]

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2562 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์[12][13][14][15] ในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร[16] โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และเจ้าหน้าที่สายด่วน 199 ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 17.49 น. จึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงบรรทัดทอง สถานีดับเพลิงพญาไท และสถานีดับเพลิงคลองเตย เพื่อระดมเจ้าหน้าที่ให้ได้มากที่สุดในทันที โดยเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ สภาพอาคารยังมีเปลวไฟและควันดำพุ่งออกมาจากบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้กันประชาชนที่อพยพออกมาให้ออกนอกพื้นที่ และสั่งห้ามเคลื่อนย้ายยานพาหนะทุกชนิดออกจากศูนย์การค้า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลา 18.45 น. ก่อนเข้าสู่สถานการณ์ปกติในเวลา 21.00 น. เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 ราย และเสียชีวิต 3 ราย โดยเป็นพนักงานของ บริษัท เซ็นทรัลเวิลด์ จำกัด 2 ราย ได้แก่[17]นายศักดิ์ชัย เจริญลาภ และนายอาทิตย์ คำสาย และประชาชนทั่วไปหนึ่งราย และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ต้องปิดทำการในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2562 เป็นเวลา 1 วัน เพื่อระบายควันออกจากพื้นที่ ก่อนเปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562

ต่อมา บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ได้ออกหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยสาเหตุและต้นเพลิงอยู่ภายในบริเวณภายในห้องเครื่องชั้น B2 ของอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในฝั่งอาคารสำนักงาน โดยเหตุเกิดบริเวณบ่อดักไขมันของศูนย์การค้าที่เกิดความร้อนสะสมถึง 800 องศา เมื่อมีความร้อนสูงบวกกับสภาพอากาศภายนอกที่ร้อนจัด จึงเกิดประกายไฟอันเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เพลิงไหม้สร้างความเสียหายบริเวณห้องเครื่องอย่างหนัก ก่อนกลุ่มควัน ประกายไฟและความร้อนจะลามขึ้นไปยังชั้น 8 อย่างรวดเร็วผ่านช่องลมระบายควัน แต่จากความร้อนที่สูงมากจึงทำให้ช่องลมเกิดการละลายจนถล่มลงมา ก่อให้เกิดกลุ่มควันหนาแน่นบริเวณห้องเครื่องชั้น 8 ก่อนเพลิงไหม้ซ้ำอีกครั้งในบริเวณสำนักงานและห้องเก็บเอกสาร และกลุ่มควันบางส่วนได้ลอยเข้าไปในศูนย์การค้าและตัวโรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า[18] อย่างไรก็ตามส่วนของโรงแรมไม่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ และแขกที่เข้าพักรวมถึงพนักงานทุกคนปลอดภัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น[19] ในส่วนของกรณีสัญญาณเตือนภัยที่ถูกสังคมออนไลน์ร้องเรียน เซ็นทรัลพัฒนาได้ชี้แจงว่าเนื่องจากเซ็นทรัลเวิลด์เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ จึงได้วางระบบป้องกันอัคคีภัยให้แจ้งเตือนเป็นโซน ๆ แทนการวางระบบให้เตือนพร้อมกันทั้งศูนย์ฯ เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกตกใจของประชาชนที่จะเพิ่มความลำบากในการอพยพ[20] และในระหว่างที่เกิดเหตุ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ได้อธิบายถึงวิธีการที่ทางศูนย์ฯ ใช้ว่า ทางห้างใช้วิธีการแชร์โค้ดลับภายในซึ่งรู้กันทั้งหมดในการพูดคุยกัน ตนรู้เรื่องอีกทีคือมีกลุ่มควันลอยมาจากทางศูนย์อาหารฟู้ดเวิลด์ และเริ่มมีประชาชนวิ่งหนีมาจากทางดังกล่าว พนักงานทั้งหมดจึงได้เริ่มทำหน้าที่อพยพคนออกจากห้างให้เร็วที่สุด[21]

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนาได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้มีวงเงินประกันภัยคุ้มครองในกรณีความเสี่ยงภัยทุกกรณี (Industrial All Risk Insurance) รวมถึงยังมีประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก และประกันภัยความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนาจะประเมินความเสียหายและแจ้งให้บริษัทประกันภัยรับทราบต่อไป

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Forbes list of large shopping malls". Archived from the original on 2013-01-02.
  2. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทุ่มงบกว่า 450 ล้านบาท บุกใจกลางเมืองเปิดโครงการใหม่ที่ เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์
  3. http://www.cpn.co.th/presscenter/detail.asp?id=215
  4. แดงคลั่งเผาสยามเซ็นเตอร์-เซ็นทรัลเวิลด์พินาศ
  5. ไฟไหม้อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ควันยังพวยพุ่ง
  6. เซ็นทรัลเวิลด์เพลิงเริ่มสงบ วิศวกรรมสถานห่วงถล่มชี้ปกติอาคารรับเพลิงได้แค่2-3ชม. ห้ามปชช.เข้าใกล้
  7. เซ็นทรัลเวิลด์ลั่นฟ้องประกันเบี้ยวจ่ายเพลิงไหม้ ทุ่ม20ล.จัดเคาท์ดาวน์
  8. ศาลแพ่งสั่งเทเวศประกันภัยจ่ายเซ็นทรัลเวิลด์ 3.7 พันล้าน ชดเชยไฟไหม้วันสลายม็อบแดง
  9. ศาลปล่อย2นปช. ยกฟ้อง! เผาเซ็นทรัลเวิลด์
  10. นั่งร้านห้าง ZEN ถล่ม คนงานเสียชีวิต 2 คน ได้รับบาดเจ็บ 6 คน
  11. ไฟไหม้ห้างเซนศูนย์ค้าเซ็นทรัลเวิลด์
  12. ช็อก! ไฟไหม้ เซ็นทรัลเวิลด์ จังหวะนาทีระเบิด เพลิงลุกท่วม
  13. ด่วน! ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ สั่งปิดห้าง เร่งอพยพคน
  14. ด่วน! ไฟไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เสียชีวิต 3 คน
  15. ด่วน! ไฟไหม้ เซ็นทรัลเวิลด์ โซนโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ควันดำพุ่งเต็มฟ้า
  16. ระทึก!! ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ โซนโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ควันดำโขมง หนีตายโกลาหล
  17. เกาะติด! เหตุไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ เสียชีวิต 3 บาดเจ็บ 7 ราย
  18. แจ้งเกี่ยวกับเหตุการณ์เกิดกลุ่มควันบริเวณโครงการเซ็นทรัลเวิลด์ - บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา
  19. แจ้งเกี่ยวกับเหตุการณ์เกิดกลุ่มควันบริเวณโครงการเซ็นทรัลเวิลด์ - บมจ. โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา
  20. แถลงการณ์จากบมจ. เซ็นทรัลพัฒนา
  21. "โดม-เชียร์"เล่านาทีระทึกหนีตาย ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′48″N 100°32′21″E / 13.746534°N 100.539220°E / 13.746534; 100.539220