ข้ามไปเนื้อหา

สวนลุมพินี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สวนลุมพินี
แผนที่
ประเภทสวนสาธารณะระดับย่าน
ที่ตั้งแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พิกัด13°43′50″N 100°32′30″E / 13.73056°N 100.54167°E / 13.73056; 100.54167
พื้นที่142 เอเคอร์ (57 เฮกตาร์)
360 ไร่
เปิดตัวพ.ศ. 2468 (101 ปีที่แล้ว) (2468)
ผู้ดำเนินการตราสัญลักษณ์กรุงเทพมหานคร  กรุงเทพมหานคร
สถานะ04.30 – 22.00 น. ทุกวัน
ขนส่งมวลชน ศาลาแดง
สีลม, ลุมพินี
ชื่อที่ขึ้นทะเบียนพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและสวนลุมพินี
เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร
เลขอ้างอิง0005516

สวนลุมพินี หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า สวนลุม เป็นสวนสาธารณะระดับย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร บนที่ดินขนาดใหญ่จำนวน 360 ไร่ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ล้อมรอบด้วยถนนทั้ง 4 ด้าน คือ ถนนพระรามที่ 4 ถนนราชดำริ ถนนวิทยุ และถนนสารสิน ในพื้นที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468 ถือเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลโดยกรุงเทพมหานคร

เดิมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่ดินผืนนี้ไว้สำหรับการจัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงสินค้าไทยเป็นครั้งแรก และหลังจากจัดงานเสร็จสิ้นแล้วให้จัดทำเป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชนเข้ามาพักอาศัย พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า "สวนลุมพินี" ซึ่งเป็นชื่อสถานที่ประสูติของพระโคตมพุทธเจ้าในประเทศเนปาล แต่เนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตก่อน งานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์จึงถูกยกเลิก

ประวัติ

[แก้]

สวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร เป็นพระราชมรดกที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า พระราชทานไว้แก่ชาวพระนคร โดยมีจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2468 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ทรงครองราชสมบัติครบ 15 ปี เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประกอบกับเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จึงมีพระราชดำริที่จะจัดงานแสดงพิพิธภัณฑ์สรรพสินค้าและทรัพยากรธรรมชาติ ดังเช่นประเทศตะวันตกที่ทำได้ผลมาแล้ว เรียกว่า สยามรัฐพิพิธภัณฑ์ โดยทรงเลือกบริเวณทุ่งศาลาแดง ซึ่งเป็นที่ดินส่วนพระองค์ที่เหลือจากการแบ่งไปให้เป็นพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปแล้ว เป็นสถานที่จัดงานเพื่อขยายกรุงเทพมหานครออกสู่ชานเมืองมากยิ่งขึ้น และทรงสละพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิมในการเตรียมสถานที่ พร้อมทั้งหารายได้จากการออกสลาก รายได้จากการจัดงาน และเงินบริจาคจากประชาชน[1] โดยมีพระราชดำริว่าเมื่อเลิกการจัดงานแล้ว สถานที่จัดงานดังกล่าวควรจัดทำเป็นสวนพฤกษชาติ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาและใช้พักผ่อน ส่วนรายละเอียดงานประกอบด้วยการแสดงหัตถกรรม 11 อย่าง ที่จะมีการประกวดชิงรางวัลทั้งหมด มีกำหนดจัดงานในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนมกราคมถึงมีนาคม พ.ศ. 2468 (นับศักราชแบบเก่า) และมีกำหนดพิธีเปิดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2468[2] ครั้งนั้นมีการขุดสระกว้าง สร้างเกาะลอยกลางน้ำ ตัดถนน และสร้างถาวรวัตถุ เช่น หอนาฬิกา ตึกแบบกรีก โดยพระองค์พระราชทานชื่อสวนสาธารณะว่า สวนลุมพินี ตามชื่อสถานที่ประสูติแห่งพระโคตมพุทธเจ้า ณ ตำบลลุมพินีวัน ประเทศเนปาล แต่เนื่องด้วยพระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ก่อนกำหนดเปิดงานประมาณ 2 เดือน งานดังกล่าวจึงถูกยกเลิกไปเนื่องจากอยู่ในช่วงถวายความอาลัย[3]

เมื่อสิ่งก่อสร้างสำหรับงานถูกรื้อถอนออกไป สวนลุมพินีจึงถูกปล่อยเป็นพงรก[4] สองปีต่อมาคือ พ.ศ. 2470 กรมนคราทร กระทรวงมหาดไทย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกรมโยธาเทศบาล กรมโยธาธิการ และปัจจุบันถูกรวมเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่งานด้านการดูแลสวนสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงสวนลุมพินี ถูกโอนมาขึ้นกับกรุงเทพมหานคร) เริ่มขนกองขยะจากตอนกลางของจังหวัดพระนคร ไปเทที่สระใหญ่ทางตอนเหนือฟากตะวันออกของสวนลุมพินี ทำให้น้ำในสระดังกล่าวเน่าเหม็นลง มีลูกน้ำเป็นจำนวนมาก และขยะดังกล่าวยังปิดทางทำให้น้ำไม่สามารถไหลลงคลองได้เหมือนในอดีต ทำให้เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) และชาวตะวันตกที่อาศัยอยู่โดยรอบได้รับความเดือดร้อน จึงร่วมกันลงชื่อร้องเรียนกรมนคราทร แต่กรมนคราทรก็ยังคงขนขยะไปเทลงสระนี้เช่นเดิมจนสระเต็มเมื่อปี พ.ศ. 2472 กลุ่มผู้ร้องเรียนจึงทยอยย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงดังกล่าว หลังจากนั้นเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิตสอบถามไปยังกรมนคราทร ได้รับคำตอบว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทในการสร้างสนามโปโล แต่เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิตสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะเป็นวิธีทิ้งขยะทดแทนการถมในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในอดีตที่ติดปัญหารถขนขยะไม่สามารถเข้าพื้นที่ดังกล่าวได้ในฤดูฝน ต่อมา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น เขียนจดหมายชี้แจงว่าการเทขยะลงสระในสวนลุมพินีเป็นเพราะพระองค์พิจารณาเป็นอย่างดีแล้ว และผู้ที่ได้รับกลิ่นเหม็นจากขยะดังกล่าว "ถือว่าเป็นจมูกส่วนน้อย แต่บังเอิญเป็นจมูกเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต และฝรั่ง"[5]

ปีถัดมา (พ.ศ. 2471) สวนลุมพินีได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง โดยนายพลตำรวจตรี พระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง (เทียบ อัศวรักษ์) อดีตจเรตำรวจ ข้าราชบริพารใกล้ชิดรัชกาลที่ 6 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการเช่าพื้นที่ด้านทิศใต้ของสวนลุมพินี จำนวน 90 ไร่ จัดทำเป็น วนาเริงรมย์ มีลักษณะคล้ายสวนสนุก ประกอบด้วยการแสดงมหรสพ การขายอาหาร การละเล่น แข่งว่าว วิ่งวัว ชิงช้า ม้าหมุน ที่ให้ความเพลิดเพลินและความสนุกสนานแก่ประชาชน และนำค่าเช่ามาปรับปรุงที่ดิน โดยพระองค์พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่ผู้เช่าประวงค์ ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 270 ไร่ พระองค์พระราชทานให้รัฐบาลดูแลผ่านทางกรมนคราทร และมีรับสั่งให้ใช้เป็นสวนสาธารณะเท่านั้นตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ห้ามนำไปใช้ในกิจกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพระองค์ และ/หรือ กุลทายาท (คือพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์)[3] แต่วนาเริงรมย์เปิดอยู่ได้ไม่นาน สวนลุมพินีก็ถูกทิ้งให้เป็นที่รกร้างอีกครั้ง และเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นอยู่บ่อยครั้ง[4]

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2478 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ นายช่างชั้น 1 กองช่างนคราธร จึงเข้ามาปรับปรุงสวนลุมพินีให้กลับมาเป็นสวนสาธารณะอีกครั้ง โดยติดต่อนายโอวบุ้นโฮ้ว เศรษฐีจากสิงคโปร์ ให้เข้ามาช่วยสร้างสนามกีฬาสำหรับเด็กขึ้น และจัดตั้งสวนเพาะชำขยายพันธุ์ไม้สำหรับตกแต่ง[4] ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง สวนลุมพินีกลายเป็นที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่น ร่วมกับพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนช่างกลปทุมวัน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์บัญชาการกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทยที่ถนนสาทร สวนแห่งนี้จึงลดบทบาทลง[6]

สวนลุมพินี พ.ศ. 2489

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง สวนลุมพินีจึงถูกนำกลับมาใช้เป็นสถานที่จัดงานต่าง ๆ อีกครั้ง โดยมีงานระดับชาติหลายงานที่จัดขึ้นที่สวนลุมพินี เช่น งานฉลองรัฐธรรมนูญ การประกวดนางสาวไทย วันลอยกระทง วันเด็กแห่งชาติ และรายการโชว์จากต่างประเทศต่าง ๆ โดยมีการวางรางรถไฟเล็กเพื่อพาผู้โดยสารเยี่ยมชมโดยรอบบริเวณงาน[4] รวมถึงใช้จัดงานกาชาดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561[7]

สวนลุมพินีเคยมีภัตตาคารที่โด่งดังชื่อ Peninsula หรือชื่อภาษาไทย คือ กินรีนาวา เป็นภัตตาคารอาหารจีนขนาดใหญ่ สร้างเป็นรูปเรืออยู่กลางน้ำใกล้เกาะลอย[4]

ในปี พ.ศ. 2568 สวนลุมพินีจะมีอายุครบ 100 ปี กรุงเทพมหานครจึงจัดทำโครงการปรับภูมิทัศน์และปรับปรุงทัศนียภาพต่าง ๆ ภายในสวนให้ทันวาระครบรอบ โดยเริ่มมีการดำเนินการตั้งแต่ในสมัยที่หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 หรือเป็นเวลา 10 ปีก่อนถึงวาระดังกล่าว[8]

ภายในสวน

[แก้]
ภูมิทัศน์เมืองโดยรอบสระเก็บน้ำสวนลุมพินี

ภายในสวนลุมพินี

  • พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2485 เพื่อระลึกถึงมหากรุณาธิคุณขององค์ผู้ให้กำเนิดสวนลุมพินี
  • ลานตะวันยิ้ม ลานเพื่อกิจกรรมนันทนาการที่ออกแบบเพื่อคนพิการโดยเฉพาะ เช่น มีทางลาดแทนขั้นบันได สนามเด็กเล่นชนิดพิเศษ ที่จอดรถคนพิการ และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนด้อยโอกาสครบครัน
  • สโมสรพลเมืองอาวุโสแห่งเมืองกรุงเทพมหานคร' ตั้งอยู่ ณ อาคารลุมพินีสถาน เป็นที่พบปะสังสรรค์ พักผ่อนออกกำลังกายและฝึกอาชีพของผู้สูงอายุ เปิดบริการเวลา 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน และในอาคารยังมีเวทีลีลาศหมุนได้ใช้เป็นที่จัดกิจกรรมลีลาศและฝึกสอนในวันเสาร์ – อาทิตย์
  • ศูนย์สร้างโอกาสเด็กสวนลุมพินี ให้บริการแนะนำ ปรึกษา ช่วยเหลือ สอนหนังสือแก่เด็กเร่ร่อน เปิดบริการ 10.00 – 19.00 น. ทุกวัน
  • ห้องสมุดประชาชนสวนลุมพินี เสนอบริการในรูปแหล่งค้นคว้าความรู้จากหนังสือและวิดีทัศน์ เปิดบริการเวลา 08.00 – 20.00 น. วันอังคาร – อาทิตย์
  • ศูนย์เยาวชนลุมพินี นำเสนอกิจกรรมกีฬา และฝึกสอนแก่เด็กและเยาวชน จัดสถานที่และอุปกรณ์กีฬาไว้ให้บริการสมาชิก เช่น ฟุตบอล ว่ายน้ำ บาสเก็ตบอล ฝึกสอนลีลาศ เปิดบริการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00 – 20.00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น.
  • ศูนย์อาหารศรีไทยเดิม จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เปิดบริการ เวลา 04.30 – 10.00 น. ทุกวัน
  • จักรยานน้ำ เป็นจุดบริการของกรุงเทพมหานคร โดยสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว อยู่ตรงข้าม เกาะลอยใกล้ห้องสมุด
  • ธรรมะในสวนกิจกรรมทางพุทธศาสนา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยมีการทำบุญตักบาตร และแสดงธรรมะโดยพระสงฆ์ ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เวลา 06.00 – 08.00 น.
  • ดนตรีในสวน มีการจัดแสดงดนตรีไทยและสากล เช่น การบรรเลงเพลงจากวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ

พระบรมราชานุสาวรีย์

[แก้]
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า
แผนที่
ที่ตั้งสวนลุมพินี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
ผู้ออกแบบศิลป พีระศรี
ประเภทพระบรมราชานุสาวรีย์
วัสดุโลหะรมดำ
เริ่มก่อสร้าง1 มกราคม 2484 (2484-01-01)
สร้างเสร็จ7 มิถุนายน 2484 (2484-06-07)
การเปิด27 มีนาคม 2485 (2485-03-27)
อุทิศแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวองค์แรกของประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลจอมพล แปลก พิบูลสงคราม จัดสร้างขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ โดยประดิษฐานที่หัวมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ของสวนลุมพินี ซึ่งเป็นที่ดินที่พระองค์พระราชทานสำหรับการจัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์เมื่อปี พ.ศ. 2468 และจัดสร้างเป็นสวนสาธารณะในเวลาต่อมา โดยพระบรมราชานุสาวรีย์จุดนี้เป็นจุดหลักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัชกาล หรือผู้แทนพระองค์ จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมรูปเป็นประจำในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าของทุกปี

ประวัติ

[แก้]

เดิมนั้น สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ริเริ่มโครงการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า (รัชกาลที่ 6) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 โดยวางแผนรวบรวมทุนจากนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย เพื่อจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ไว้ประดิษฐานในวชิราวุธวิทยาลัย แต่เมื่อข่าวแพร่หลายออกไป ประชาชนที่จงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์จำนวนมาก สมาคมฯ จึงเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับสถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 เป็นพื้นที่สาธารณะแทน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะได้โดยสะดวก และปรับแผนเป็นการนำเสนอโครงการให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแทน

เมื่อสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 9 ซึ่งมีจอมพล แปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการของโครงการและรับดำเนินการ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์ไทย 8 พระองค์ คือ พระเจ้าพรหมมหาราช พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ในจังหวัดที่เป็นแหล่งหรือมูลเดิมแห่งการก่อตั้งพระเกียรติประวัติของแต่ละพระองค์ และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ก่อนเป็นองค์แรก เนื่องจากมีคณะบุคคลที่จงรักภักดีในรัชกาลที่ 6 กำลังดำเนินการรวบรวมทุนเพื่อสร้างพระบรมรูปถวายเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์อยู่บ้างแล้ว ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เทศบาลนครกรุงเทพ กำลังมีโครงการบูรณะสวนลุมพินี ให้เป็นสวนสาธารณะที่สมบูรณ์ในจังหวัดพระนคร จึงเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ที่สวนลุมพินี นอกจากนี้ รัฐบาลยังเล็งเห็นว่ารัชกาลที่ 6 มีพระราชกรณียกิจสำคัญที่โดดเด่นในการปลุกใจคนไทยให้สำนึกรักในประเทศชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐนิยมของรัฐบาลในขณะนั้น[9]

เดิมนั้นรัฐบาลวางกำหนดการให้ก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ให้แล้วเสร็จและทำพิธีเปิดในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2483 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระองค์ โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรออกแบบและดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ และมอบหมายให้กรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์) ดำเนินการชักชวนเรี่ยไรเงิน โดยติดต่อกับคณะกรรมการจังหวัดต่าง ๆ และบุคคลหรือคณะบุคคลที่จะร่วมบริจาคทรัพย์ โดยรัฐบาลวางงบประมาณจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ไว้ประมาณ 60,000 บาท หากเรี่ยไรได้มากกว่างบประมาณ รัฐบาลจะพิจารณาใช้งบประมาณจำนวนที่เกินมาสำหรับจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 6 แต่หากยังขาดเหลือ รัฐบาลจะได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินมาช่วยจุนเจือต่อไป

คณะกรรมการจัดหาเงินเรี่ยไรของกรมโฆษณาการมีเงินทุนจากการบริจาคมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 พร้อมทั้งยังได้รับพระราชทานทรัพย์สมทบ จำนวนหนึ่งจากพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ซึ่งประทานพระอนุญาตให้หักเงินรายได้ของพระองค์ 2 ใน 3 จากรายได้ทั้งหมด และอีกจำนวนหนึ่งจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา จากนั้นคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการจัดงานวชิราวุธานุสรณ์ ครั้งที่ 1 ที่สวนอัมพร ระหว่างวันที่ 1–3 มีนาคม พ.ศ. 2482 ได้ยอดเงินประมาณ 100,000 บาทเศษ ซึ่งเกินจำนวนสำหรับการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 คณะกรรมการจัดสร้าง ประกอบด้วยกรมศิลปากร กรมโยธาเทศบาล (ปัจจุบันคือกรมโยธาธิการและผังเมือง) และสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเริ่มดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ตือ การทำเขื่อน ถมดิน และปรับพื้นที่บริเวณโดยรอบแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์, การก่อสร้างแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งเทศบาลนครกรุงเทพฯ ดำเนินการจัดสร้างในสองส่วนแรก และการตกแต่งเครื่องประดับอนุสาวรีย์ พร้อมทั้งหล่อและแต่งองค์พระบรมรูป ซึ่งได้มอบหมายให้กรมศิลปากรดำเนินการ โดยกรมศิลปากรได้มอบหมายต่อให้ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นผู้ออกแบบและปั้นหล่อพระบรมรูป มีพิธีเททองหล่อเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 ณ สวนศิวาลัย ในพระบรมมหาราชวัง โดยเริ่มหล่อจากส่วนพระเศียรก่อน แล้วจึงหล่อส่วนพระองค์ การหล่อพระบรมรูปทั้งองค์เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2484 โดยเป็นการหล่อพระบรมรูปองค์ใหญ่ในประเทศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องจากพระบรมรูปก่อนหน้านี้ต้องส่งออกไปหล่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะในทวีปยุโรป

ในตอนแรกคณะรัฐมนตรีวางกำหนดการประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 แต่เนื่องด้วยการก่อสร้างบริเวณโดยรอบแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ยังไม่เรียบร้อย จึงเลื่อนกำหนดการไปประกอบพิธีเปิดในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2485 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 6 และมีกำหนดจัดงานฉลองวันขึ้นปีใหม่พร้อมกัน โดยการเตรียมงานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ต้องเลื่อนออกไป หลังจากทหารญี่ปุ่นเข้าบุกครองประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ในสงครามแปซิฟิกช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คณะรัฐมนตรีจึงสั่งระงับพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ไปก่อนจนกว่าเหตุการณ์จะสงบลง จนกระทั่งวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2485 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในขณะนั้น เสด็จไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 อย่างเป็นทางการ แต่งดกิจกรรมเฉลิมฉลองทั้งหมดเนื่องจากประเทศไทยในขณะนั้นอยู่ในภาวะสงคราม[10]

รูปแบบศิลปะ สถาปัตยกรรม และประติมากรรม

[แก้]

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวองค์นี้ พระบรมรูปหล่อด้วยโลหะรมดำ มีขนาดสองเท่าครึ่งของพระองค์จริง พระอิริยาบถประทับยืน ฉลองพระองค์ชุดจอมพลทหารบก พระหัตถ์ซ้ายทรงกุมพระแสงกระบี่ พระหัตถ์ขวาทรงถือพระคทา ประดิษฐานบนแท่นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม 2 ชั้น มีฐานบัวรองรับ ชั้นบนเป็นฐานทรงแคบสูง ชั้นล่างมีพานพุ่มหล่อโลหะตั้งไว้ทั้ง 4 มุม ด้านหน้าติดแผ่นโลหะหล่อรูปตราวชิราวุธ ด้านหลังเป็นแผ่นโลหะหล่อคำจารึกพระบรมราชานุสาวรีย์ ฐานชั้นล่างทำเป็นปีกยื่นออกไปทั้ง 2 ข้าง แต่ละข้างมีบันไดลดหลั่นลงมา ทั้งหมดตั้งอยู่บนลานคอนกรีต มีบันไดนำขึ้นไปยังจุดสักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ฐานและบัลลังก์พระบรมรูปภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายนอกถือปูนทำเป็นหินล้าง[10]

การปรับปรุง

[แก้]

ในปี พ.ศ. 2554 กรุงเทพมหานครตรวจพบสภาพความเสียหายและจุดชำรุดทรุดโทรมโดยรอบลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในบริเวณสวนลุมพินีหลายจุด จึงอนุมัติให้ดำเนินโครงการปรับปรุงลานพระบรมราชานุสาวรีย์ใหม่ทั้งหมด โดยใช้แบบการปรับปรุงลานพระบรมราชานุสาวรีย์ที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองจัดทำไว้ และตั้งงบประมาณสำหรับการปรับปรุงไว้จำนวน 45,000,000 บาท โดยเน้นอนุรักษ์รูปแบบเดิมของลานพระบรมราชานุสาวรีย์ คือ การรื้อฟื้นน้ำพุทรงกลมแบบดั้งเดิม เสริมต้นไม้ใหญ่ตัดแต่งและเพิ่มร่มเงา จัดรูปแบบสวนตามแนวทางเดิมในอดีตโดยการปรับภูมิทัศน์ด้วยพืชพรรณเขตร้อน (Tropical Landscape) และใช้วัสดุในการปรับปรุงที่มีความเหมาะสม โดยการปรับปรุงดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554[11]

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2567–2568 ในโอกาสครบรอบ 100 ปีของสวนลุมพินี กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงสวนลุมพินีในหลายบริเวณ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ด้วย เช่น การปรับปรุงทางเท้า (ปูกระเบื้องใหม่)[12] และการปรับปรุงรั้วกั้นระหว่างลานพระบรมราชานุสาวรีย์กับขอบถนนแยกศาลาแดง[13] เป็นต้น

การเดินทาง

[แก้]
สะพานเขียว ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสวนลุมพินี เป็นทางเดินที่ใช้เชื่อมต่อไปยังสวนเบญจกิติ
  • ถนนพระราม 4 สาย 4(3-36) 14(3-39) 45(3-9E) 46(3-10) 47(3-41) 50(2-7) 67(3-43) 74 76(4-14) 115(1-45) 141(4-24E) 167(4-26) 507(3-13) 514(1-54) 514E(1-55E) 1240 A3 2-28(177) 3-31(เพิ่มช่วง)
  • ถนนวิทยุ สาย 13(3-38) 17(4-3) 50(2-7) 62(3-42) 76(4-14) 514(1-54) A3 2-28(177)
  • ถนนสารสิน สาย 13(3-38) 17(4-3) 50(2-7) 514(1-54) A3 2-28(177)
  • ถนนราชดำริ สาย 14(3-39) 15(4-2) 24(2-39) 50(2-7) 74 76(4-14) 77(3-45) 504(1-18E) 514(1-54) A3 2-28(177) 3-53 4-35

สถานที่ใกล้เคียง

[แก้]
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เมื่อมองจากสวนลุมพินี

ในบริเวณใกล้เคียงสวนลุมพินี ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น

อ้างอิง

[แก้]
  1. เสมียนนารี (23 มกราคม 2022). "สยามรัฐพิพิธภัณฑ์-Expo นานาชาติยุคแรกของไทย สมัยรัชกาลที่ 6". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
  2. จิรภาไพศาล, วิภา (7 กันยายน 2024). "สยามรัฐพิพิธภัณฑ์ งานเอ็กซ์โประดับชาติ ที่เกิดจาก "ความตั้งใจ" ของรัชกาลที่ 6 จัดแสดงอะไรบ้าง". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2025.
  3. 1 2 "ที่มาของชื่อ สวนลุมพินี". ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี กองทัพบก. 7 พฤศจิกายน 2022. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.[ลิงก์เสีย]
  4. 1 2 3 4 5 "เหตุเกิดที่ทุ่งศาลาแดง". สนุก.คอม. 19 กันยายน 2008. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
  5. เสมียนอัคนี (30 เมษายน 2024). "ฮาวทูทิ้ง เกือบร้อยปีก่อน รัฐขนขยะทิ้งสระในสวนลุมพินี ฝรั่งย้ายหนี-ถม 2 ปีกว่าจะเต็ม". ประวัติศาสตร์. ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
  6. "สงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่น ตั้งค่ายทหารที่ "สวนลุมพินี"". ภาพเก่าเล่าตำนาน. ศิลปวัฒนธรรม. 24 ธันวาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
  7. "ครั้งแรกกับ"งานกาชาดสวนลุม" กาชาดปีนี้เจอกันที่สวนลุม 23 พ.ย.-1 ธ.ค. นี้". ผู้จัดการออนไลน์. 6 พฤศจิกายน 2018. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
  8. ""ชายหมู" ฝันอีก 10 ปี ดันลุมพินี "สวนระดับโลก"- เล็งรื้ออาคารหน่วยงานภายนอก". ผู้จัดการออนไลน์. 22 ตุลาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  9. จิรภาไพศาล, วิภา (21 มกราคม 2025). "เหตุใด จอมพล ป. หนุนการสร้าง "พระบรมรูปรัชกาลที่ 6" ที่สวนลุมพินี?". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
  10. 1 2 "พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6)". สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร. 17 พฤศจิกายน 2023. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
  11. "เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6‏ สวนลุมฯ". ผู้จัดการออนไลน์. 31 มกราคม 2011. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
  12. "'ชัชชาติ'ตรวจงานปรับปรุงสวนลุมฯคืบ 70% ชู'ลุมพินีสถาน'แลนด์มาร์คใหม่เสร็จมิ.ย.68". แนวหน้า. 23 ตุลาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
  13. "'สวนลุมพินีครบ 100 ปี' กทม.เร่งปรับโฉมรับงานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่6 เดือนพฤศจิกายนนี้". เดลินิวส์. 18 ตุลาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

13°43′50″N 100°32′30″E / 13.730556°N 100.541667°E / 13.730556; 100.541667