คมชัดลึก (หนังสือพิมพ์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
คมชัดลึก
ไฟล์:18-00-12.jpg
“ "คมทุกเรื่องราว ชัดทุกเนื้อข่าว ลึกทุกประเด็น"
"เนชั่น เจาะข่าว ทั่วไทย" ”

ประเภทหนังสือพิมพ์รายวัน
รูปแบบหนังสือพิมพ์มวลชน
(Mass Newspaper)
เจ้าของบริษัท คมชัดลึก มีเดีย จำกัด
สำนักพิมพ์เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป

บรรณาธิการ
บรรณาธิการเฉลียว คงตุก
บุคคลสำคัญ

ภาษาที่ใช้ภาษาไทย
ก่อตั้งเมื่อ16 ตุลาคม พ.ศ. 2544 (16 ปี)
ราคา10.00 บาท

สำนักงานอาคารเนชั่นทาวเวอร์ ถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 4.5 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
เว็บไซต์www.komchadluek.net
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ คมชัดลึก (หนังสือพิมพ์) (แก้ความกำกวม)

คมชัดลึก เป็นหนังสือพิมพ์รายวัน ฉบับภาษาไทย ในเครือเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป เสนอข่าวทั่วไป โดยเริ่มออกฉบับปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2544 มีบทบรรณาธิการของเฉลียว คงตุก บทคอลัมนิสต์ฝีปากกล้าเจนนิเฟอร์ คิ้ม

รางวัล[แก้]

คมชัดลึกได้รับรางวัลหนังสือพิมพ์โลก ปีพุทธศักราช 2548 (2005) จากสมาคมหนังสือพิมพ์โลก ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของเมืองไทย เพียงฉบับเดียวที่ได้รับรางวัล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2548

คมชัดลึกฉบับข่าวร้อน ก่อนเที่ยง[แก้]

หนังสือพิมพ์คมชัดลึกได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนอ โดยให้หนังสือพิมพ์กรอบบ่ายที่ลงวันที่ล่วงหน้าให้เป็นฉบับข่าวร้อนก่อนเที่ยง โดยสีที่ใช้ในการพาดหัวข่าวจะใช้สีน้ำเงิน จากเดิมที่ใช้สีน้ำตาลพาดหัวเป็นหลัก แตกต่างจากฉบับกรอบเช้าซึ่งใช้สีดำ สำหรับจุดขายที่คมชัดลึกพยายามนำเสนอคือ ข่าวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน 8.00 น. จะถูกตีพิมพ์และวางแผงไม่เกิน 12.00 น. ของแต่ละวัน ซึ่งจะวางขายเฉพาะแผงหนังสือในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น

การปรับลดขนาดหนังสือพิมพ์[แก้]

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ได้มีการปรับลดขนาดหนังสือพิมพ์ลงจากเดิม 31 นิ้ว เป็น 27 นิ้ว [1]ส่งผลให้มีขนาดเทียบเท่ากับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ โพสต์ทูเดย์ เดอะเนชั่น และกรุงเทพธุรกิจ ที่ได้มีการปรับลดขนาดก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังมีการลดขนาดหัวคอลัมน์ให้เล็กลง เพื่อสะดวกในการจัดวางหน้า (Layout)

สำหรับหนังสือพิมพ์หัวสีฉบับอื่นๆ มีเพียงสยามรัฐที่มีการปรับลดขนาด คงเหลือไทยรัฐ เดลินิวส์ และข่าวสดที่ยังไม่มีการปรับลดขนาด

กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ[แก้]

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการตีพิมพ์คำให้สัมภาษณ์หลังเวทีของ สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งกล่าวในทำนองว่า หากผู้รับสนองพระบรมราชโองการไม่รับผิดชอบในความผิดพลาดของพระราชกฤษฎีกาแล้ว จะให้ใครรับผิดชอบ ซึ่งทำให้ประชาชนฟ้องร้องดำเนินคดีต่อนายสนธิ และหนังสือพิมพ์คมชัดลึก เป็นจำนวนมาก ในหลายพื้นที่

ต่อมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มีนาคม กลุ่มคาราวานคนจน ที่เป็นกลุ่มที่นำหนังสือพิมพ์มาแสดงเป็นกลุ่มแรก บนเวทีปราศรัยสวนจตุจักร จำนวนนับพันคน นำโดย นายคำตา แคนบุญจันทร์ นายอรรถฤทธิ์ สิงห์ลอ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน[2] นายประยูร ครองยศ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ เป็นต้น เคลื่อนขบวนจากสวนจตุจักร มาชุมนุมหน้าอาคารอินเตอร์ลิงก์ทาวเวอร์ เพื่อประท้วงคมชัดลึก

เวลาผ่านไปกว่า 7 ชั่วโมง จึงได้ผลการเจรจาระหว่างกลุ่มคาราวานคนจน กับผู้บริหารหนังสือพิมพ์คมชัดลึก สรุปได้ว่า หนังสือพิมพ์คมชัดลึกขอปิดตัวเองเป็นเวลา 5 วัน และในฉบับวันที่ 3 เมษายน ซึ่งเป็นฉบับแรก หลังจากปิดตัวเองรอบแรก 3 วัน จะตีพิมพ์คำขอพระราชทานอภัยโทษ บนหน้า 1 นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ประกาศลาออกจาก บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์คมชัดลึก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ (ปัจจุบันไปเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายข่าว ส.ส.ท.) สั่งปลดผู้สื่อข่าวที่เขียนข่าวดังกล่าว และบรรณาธิการข่าวหน้า 1

ทั้งนี้ นสพ.คมชัดลึก ได้แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการสั่งให้ออกพนักงานทีมข่าวหน้า 1 โทษฐานประมาทเลินเล่อ และนายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ลาออกจากการเป็นบรรณาธิการบริหาร นสพ.คมชัดลึก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ พร้อมทั้งทำหนังสือต่อสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากการตีพิมพ์ข้อความที่ทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ทั้งนี้ได้ตีพิมพ์หนังสือลงในหน้าหนึ่ง ของ นสพ.คมชัดลึก ฉบับประจำวันที่ 29 มีนาคม 2549

เวลาผ่านไปกว่า 7 ชั่วโมง การเจรจาระหว่างกลุ่มดังกล่าวสรุปได้ว่า หนังสือพิมพ์คมชัดลึกขอปิดตัวเองเป็นเวลา 5 วัน นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ บรรณาธิการบริหารในขณะนั้น ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ สั่งปลดผู้สื่อข่าว และบรรณาธิการข่าวหน้า 1 ในวันเกิดเหตุ และจะต้องลงข่าวระบุว่า กลุ่มคนไทยผู้จงรักภักดีฯ ได้มาชุมนุมเรียกร้องในวันดังกล่าว ตามที่กลุ่มคาราวานคนจนบังคับ

เหตุการณ์ในครั้งนี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ นักวิชาการ สื่อมวลชน รวมถึงนิสิต นักศึกษา ได้ยกย่องและให้กำลังใจในการแสดงความรับผิดชอบของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และประณามการกระทำของกลุ่มมวลชนบางกลุ่มที่เป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง ในการคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชน [3]

อนึ่ง ภายหลังจากเหตุการณ์การรวมตัวกันของกลุ่มคาราวานคนจนดังกล่าว นางสอิ้ง ไถวสินธุ์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มคาราวานคนจน ตกเป็นข่าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2549 ระบุว่าได้ออกรถอีซุซุ ดีแม็กซ์ป้ายแดง ท่ามกลางข้อครหาของชาวบ้านที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคาราวานคนจน ว่าถูกหักหัวคิว และได้รับค่าจ้างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย [4]

ต่อมาวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก นายคำตา แคนบุญจันทร์ สมัชชาเกษตรรายย่อย , นายอรรถฤทธิ์ สิงห์ลอ เลขาธิการคาราวานคนจน , นายชูพงษ์ ถี่ถ้วน , นายธนวิชญ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา แกนนำคาราวานคนจน , นายชิวัฒน์ หาบุญพาด แนวร่วม นปช. และ นายสำเริง อดิษะ แกนนำคาราวานคนจน เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐาน ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย, กักขัง หน่วงเหนี่ยว และ พรบ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 กรณีนำกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมอาคารอินเตอร์ลิงก์ ทาวเวอร์

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้ง 6 เป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น ที่ไปปิดล้อมอาคารทำให้พนักงานไม่สามารถเข้าออกจากอาคารได้ อีกทั้งไม่ได้เป็นการชุมนุมที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ในการสั่งการให้กลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมกระจายกำลังไปทั่วอาคารอีกด้วย พิพากษาว่า จำเลยทั้ง 6 มีความผิดฐาน ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่น ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปีแต่ทำให้การเป็นประโยชน์มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยทั้ง 6 เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ นอกจากนี้จำเลยทั้ง 6 ยังมีความผิด ตาม พรบ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1,3,4 และ 6 คนละ 180 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 และ 5 ปรับ คนละ 120 บาท ภายหลังจำเลยทั้ง 6 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวนคนละ 1 แสนบาท เพื่อขอประกันตัวออกไป[5]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]