ข้ามไปเนื้อหา

อำเภอกันตัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอกันตัง
การถอดเสียงอักษรโรมัน
  อักษรโรมันAmphoe Kantang
คำขวัญ: 
กันตังเมืองสะอาด ธรรมชาติริมฝั่งน้ำ
สง่างามตำหนักจันทน์ พิพิธภัณฑ์
พระยารัษฎา ท่าเทียบเรือต่างประเทศ
เขตกำเนิดยางพารา
แผนที่จังหวัดตรัง เน้นอำเภอกันตัง
แผนที่จังหวัดตรัง เน้นอำเภอกันตัง
พิกัด: 7°24′20″N 99°30′55″E / 7.40556°N 99.51528°E / 7.40556; 99.51528
ประเทศ ไทย
จังหวัดตรัง
พื้นที่
  ทั้งหมด
468.20 ตร.กม. (180.77 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2567)
  ทั้งหมด
86,543 คน
  ความหนาแน่น184.84 คน/ตร.กม. (478.7 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 92110
รหัสภูมิศาสตร์9202
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอกันตัง ถนนตรังคภูมิ ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 92110
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

กันตัง เป็นอำเภอในจังหวัดตรัง เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟกันตังที่อยู่ทางฝั่งอันดามันแห่งเดียวของไทย นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดในน่านน้ำทะเลไทย และมีต้นยางพาราต้นแรกที่พระยารัษฏานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี เจ้าเมืองตรังในขณะนั้นนำมาปลูก

หมู่เกาะลิบง ในอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

ที่ตั้งและอาณาเขต

[แก้]

อำเภอกันตัง มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้[1]

ประวัติ

[แก้]

กันตัง ในอดีตกันตังเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำสำคัญมาแต่โบราณ เมื่อพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดีมารับตำแหน่งใน พ.ศ. 2433 ได้ดำเนินการพัฒนาเมืองตรัง (กันตัง) ทุกด้าน โดยมีจุดมุ่งหมายจะทำให้เป็นเมืองค้าขาย เริ่มจากการย้ายเมืองจากตำบลควนธานีไปตั้งที่ตำบลกันตัง และสร้างความเจริญแก่เมืองตรัง (กันตัง) อย่างมาก การพัฒนาในสมัยพระยารัษฎาฯ ที่จะนำไปสู่ความเป็นเมืองท่าค้าขายมีอยู่หลายด้าน เริ่มจากการแก้ปัญหาความไม่สงบเรื่องโจรผู้ร้ายและการส่งเสริมอาชีพพื้นฐานคือการเกษตร เริ่มต้นจากเกษตรยังชีพในครัวเรือน และขยายเป็นเกษตรเพื่อการค้า โดยใช้กุศโลบายต่าง ๆ และระบบกลไกของรัฐ เช่น การยกเว้นเก็บภาษีอากรและการเกณฑ์แรงงานแก่ผู้บุกเบิกทำนา จนสามารถส่งข้าวขายปีนังได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ชาวเมืองขาดแคลนข้าว ต้องซื้อจากปีนังอยู่เสมอ การสร้างถนนและสะพานก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าในท้องถิ่น และส่งขายต่างประเทศทางท่าเรือกันตัง พระยารัษฎาฯ ส่งเสริมบริษัทตัวแทนซื้อขายสินค้าที่ท่าเรือกันตัง สินค้าสำคัญในสมัยนั้น ได้แก่ เป็ด ไก่ สุกร โค กระบือ พริกไทย ข้าว ตับจาก ไม้เคี่ยม ไม้โปรง เป็นต้น

การพัฒนาของพระยารัษฎาฯ สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในส่วนกลางที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิรูประบบราชการ และนำพาชาติเข้าสู่การพัฒนาให้เทียบทันอารยประเทศ การก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ที่กำหนดให้มีทางแยกจากทุ่งสงมุ่งสู่ท่าเรือกันตังเริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2444 ส่วนในสายแยกตั้งแต่ทุ่งสงถึงกันตัง เปิดการโดยสารระหว่างกันตัง-ห้วยยอด วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 และต่อมา เปิดการโดยสารระหว่างห้วยยอด-ทุ่งสง ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2446 (นับปีแบบเก่า ขึ้นศักราชใหม่เดือนเมษายน เดือนมกราคมเป็นเดือนที่ 10 ของปี) เส้นทางรถไฟนี้ส่งเสริมนโยบายเมืองท่าค้าขายของพระยารัษฎาฯ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พระยารัษฎาฯ ยังได้มองการณ์ไกล ที่จะทำให้กันตังเป็นท่าเรือค้ากับต่างประเทศได้เต็มศักยภาพ โดยเสนอทางรัฐบาลจัดสร้างท่าเรือน้ำลึก แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนใน พ.ศ. 2435 ซึ่งเป็นปีที่สถาปนากระทรวงมหาดไทย และเริ่มการปกครองระบบมณฑลขึ้นเป็นครั้งแรก หัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตกเดิมเปลี่ยนเป็นมณฑลภูเก็ต เมืองตรังเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลภูเก็ต

ในปี พ.ศ. 2434 ทางการได้ยุบเมืองปะเหลียนรวมกับเมืองตรัง ต่อมามีประกาศข้อบังคับลักษณะการปกครองท้องที่ ร.ศ.115 (พ.ศ. 2439) แบ่งท้องที่การปกครองเป็นอำเภอ จังหวัดตรังมี 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง (กันตัง) อำเภอบางรัก อำเภอเขาขาว (ห้วยยอด) อำเภอสิเกา และอำเภอปะเหลียน มีตำบลรวม 109 ตำบล

ต่อมา พ.ศ. 2444 พระยารัษฎาฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต มีผู้ว่าราชการเมืองตรังต่อจากพระยารัษฎาฯ 5 คน พอถึง พ.ศ. 2457 สมัยที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (สินธุ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นผู้ว่าราชการเมือง มหาอำมาตย์โท พระยาสุรินทรราชา (ม.ร.ว.สิทธิ์ สุทัศน์ฯ) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต เห็นว่าเมืองที่กันตังอยู่ในทำเลไม่เหมาะสม เนื่องจากตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 เรือลาดตระเวนของเยอรมันชื่อเอ็มเด็น(SMS Emden) ได้ลอยลำยิงถล่มปีนัง หากมีสงครามเกิดขึ้นอีก เมืองตรังอาจจะถูกยิงเช่นปีนัง รวมทั้งพื้นที่ลุ่ม และมีโรคระบาด หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เมืองตรัง พ.ศ. 2458 แล้ว จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตย้ายเมืองไปตั้งที่อำเภอบางรัก และได้ย้ายไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2458 (นับปีแบบเก่า เดือนมกราคมเป็นเดือนที่ 10 ของปี นับแบบปัจจุบันจะตรงกับปี พ.ศ. 2459)

ปัจจุบันกันตังยังคงเป็นเมืองท่าที่สำคัญของจังหวัดตรัง โดยมีการส่งสินค้าประเภทตู้คอนเทนเนอร์ผ่านท่าเทียบเรือกันตังโดยใช้เรือลากจูง ให้บริการระหว่างเส้นทางกันตัง-ปีนัง-กันตัง สัปดาห์ละ 2 เที่ยว โดยสินค้าที่ส่งผ่านท่าเรือกันตังจะเป็นยางพาราและไม้ยางพาราแปรรูป นอกจากนี้แล้วยังมีสินค้าเทกองประเภทแร่ยิปซัมและถ่านหิน

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค

[แก้]

อำเภอกันตังแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 14 ตำบล 83 หมู่บ้าน ได้แก่

ลำดับ อักษรไทย อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน จำนวนประชากร
(ธันวาคม 2565)[2]
แผนที่
1. กันตัง Kantang
11,485
 แผนที่ตำบล
2. ควนธานี Khuan Thani
6
4,532
3. บางหมาก Bang Mak
6
5,801
4. บางเป้า Bang Pao
7
9,928
5. วังวน Wang Won
5
4,182
6. กันตังใต้ Kantang Tai
6
6,897
7. โคกยาง Khok Yang
8
4,668
8. คลองลุ Khlong Lu
7
4,335
9. ย่านซื่อ Yan Sue
4
2,299
10. บ่อน้ำร้อน Bo Nam Ron
9
9,565
11. บางสัก Bang Sak
6
6,413
12. นาเกลือ Na Kluea
6
4,292
13. เกาะลิบง Ko Libong
8
7,493
14. คลองชีล้อม Khlong Chi Lom
5
4,636

การปกครองส่วนท้องถิ่น

[แก้]

ท้องที่อำเภอกันตังประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง ได้แก่

อ้างอิง

[แก้]

7°23′57″N 99°28′23″E / 7.39929°N 99.47296°E / 7.39929; 99.47296

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 115 (ตอนพิเศษ 93 ง): 117–148. วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2541
  2. "ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร". stat.bora.dopa.go.th.