พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ชื่อ พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
วันและเวลา 8 มิถุนายน13 มิถุนายน พ.ศ. 2549
สถานที่ ไทย กรุงเทพมหานคร
ผู้จัด รัฐบาลไทยและสำนักพระราชวัง
โอกาส งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549

พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี (อังกฤษ: Ceremonial 60 Years of Celebrations 9 June 2006) คือพระราชพิธีที่ไม่เรียกคำว่า "พระราชพิธีพัชราภิเษก" เป็นพระราชพิธีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติหมายกำหนดการ พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ระหว่าง วันพฤหัสบดีที่ 8 — วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ดังต่อไปนี้

วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พุทธศักราช 2549[แก้]

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน 
เวลา 17.00 นาฬิกา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยสูรยพิมาน ภายใน พระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทักษิณานุประทาน ถวาย พระบรมอัฐิ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนิน โดย รถยนต์พระที่นั่ง จาก พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยัง พระบรมมหาราชวัง เข้าทาง ประตูวิเศษไชยศรี เทียบ รถยนต์พระที่นั่ง ที่หน้า พระทวารเทเวศรรักษา

เวลา 17.00 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนิน เข้าสู่ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการ บูชา พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ของ พระบรมอัฐิ ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งบุษบกมาลามหาพิมาน แล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงจุดธูปเทียน เครื่องราชสักการะแล้วถวายบังคม

พระโกศพระบรมอัฐิ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินี และ สมเด็จพระบรมราชเทวี ของแต่ละรัชกาล ประกอบด้วย

พระโกศพระบรมอัฐิ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์ (พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์) ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องบรมราชอิสริยราชูปโภค ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน

ทรงประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยสูรยพิมาน พระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนพัดรองที่ระลึก พระราชกุศลทักษิณานุประทานแด่สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ ที่จะสวดพระพุทธมนต์และ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา รวม 26 รูป จากนั้น พระสงฆ์ 25 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงจุดธูปเทียน เครื่องทรงธรรม พระราชาคณะ ถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์หนึ่งจบแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมกัณฑ์เทศน์แล้ว ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์พระบรมอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบูรพการี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนิน ไปประทับ รถยนต์พระที่นั่งที่ พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2549[แก้]

ดูรายละเอียดที่ พระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และเสด็จออกมหาสมาคม พ.ศ. 2549

พระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช 
เวลา 10.19 นาฬิกา ณ พลับพลาพิธี พระที่นั่งชุมสาย บริเวณข้างพระที่นั่งอนันตสมาคม

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ พร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัติยราชนารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ไปในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในการนี้ คุณพลอยไพลิน และ คุณสิริกิติยา เจนเซน โดยเสด็จฯ ด้วย

เวลา 10.19 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคมจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธปฏิมาปางประจำรัชกาล สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงประเคนพัดรองที่ระลึก พระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช แด่สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ 10 รูป แล้วประทับ พระราชอาสน์ ทรงศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปยัง พระที่นั่งชุมสาย ที่ตั้งเครื่องบวงสรวง บริเวณด้านหน้าพลับพลาพิธี ทรงแปรพระพักตร์สู่ปราสาทพระเทพบิดร และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดธูปเทียน เครื่องราชสักการะ บวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมแตร ดุริยางค์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงประทับพระราชอาสน์ ที่มุขหน้าพลับพลาพิธี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์ อ่านประกาศบวงสรวง ในขณะนั้น ผู้ที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททุกหมู่เหล่า ยืนประนมมือ แสดงคารวะบูชา ผินหน้าไปทาง พระที่นั่งชุมสาย เมื่อพระราชครูวามเทพมุนี อ่านประกาศบวงสรวง จบ โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมแตร ดุริยางค์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคน จตุปัจจัยไทยธรรม แด่ สมเด็จพระราชาคณะ และ พระราชาคณะ เสร็จแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายพระพรชัยมงคลคาถาพิเศษ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระสงฆ์ออกไปรับพระราชทานฉัน ที่ ตำหนักสวนบัวเปลว ภายใน พระที่นั่งวิมานเมฆ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินขึ้นยังท้องพระโรง พระที่นั่งอนันตสมาคม

พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล
เวลา 11.29 นาฬิกา ณ สีหบัญชร ระเบียงหน้า พระที่นั่งอนันตสมาคม พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ออกมหาสมาคม ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2489 นับเป็นพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ครั้งแรกของไทย

เวลา 11.29 น. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเสด็จฯ ออกสีหบัญชร มุขด้านทิศใต้ ชาวพนักงาน กระทั่งมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลง เพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 21 นัด พระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร เจริญชัยมงคลคาถา ย่ำฆ้องกลองระฆัง พร้อมกับการประกอบพิธีกรรมของศาสนาอื่นๆ

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน พระบรมวงศานุวงศ์ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนิน ไปเฝ้าฯ ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งอนันตสมาคม จากนั้น ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ทหาร-พลเรือน และ ราษฎรทุกหมู่เหล่า นายสุชน ชาลีเครือ รักษาการประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน สมาชิกรัฐสภา นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน ข้าราชการตุลาการ จบแล้ว ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสตอบ จบแล้ว ชาวพนักงาน กระทั่งมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลง เพลงสรรเสริญพระบารมี

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงประทับ ณ สีหบัญชร สักครู่ แล้วจึงเสด็จกลับเข้าไปใน ท้องพระโรง พระที่นั่งอนันตสมาคม จากนั้น จึงเสด็จฯ กลับ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2549[แก้]

พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี 
เวลา 17.00 นาฬิกา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยสูรยพิมาน ภายใน พระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนิน โดย รถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี เทียบรถยนต์พระที่นั่งหน้าพระทวารเทเวศรรักษา

เวลา 17.00 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนิน เข้าสู่ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคน สัญญาบัตร พัดยศ แด่ พระสงฆ์ ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ ตามลำดับ จำนวน 69 รูป

ในขณะนั้น พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงาน ประโคม สังข์ แตร ดุริยางค์ ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะ ถวายอดิเรก ออกจาก พระที่นั่งฯ เจ้าพนักงาน กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา นิมนต์ พระสงฆ์ 99 รูป ที่จะ เจริญพระพุทธมนต์ ใน พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ขึ้นนั่งยัง อาสนสงฆ์ พร้อมแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการ บูชา พระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลแห่งพระองค์ ที่ ประดิษฐาน บน พระที่นั่งบุษบกมาลามหาพิมาน แล้วทรงประเคน พัดรองที่ระลึก พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี แด่ สมเด็จพระราชาคณะ ประธานสงฆ์ จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคน พัดรองที่ระลึกฯ แด่ สมเด็จพระราชาคณะ และ พระราชาคณะ จนครบ 99 รูป เสร็จแล้ว ทรงศีล พระสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม แด่ สมเด็จพระราชาคณะ ประธานสงฆ์ แล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคน จตุปัจจัยไทยธรรม แด่ สมเด็จพระราชาคณะ และ พระราชาคณะ จนครบ 99 รูป ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะ นำถวายพระพร ชัยมงคลคาถาพิเศษ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่งฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย บูชา เทพยดา รักษา พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ที่ ประดิษฐาน บน พระราชบัลลังก์ ภายใต้ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ตกแต่ง ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พราหมณ์ และ โหรหลวง เบิก แว่นเวียนเทียน


พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ข้าราชการ ทหาร-พลเรือน รับ แว่นเวียนเทียน สมโภช ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ชาวพนักงานประโคม ฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ เวียนเทียนครบ 3 รอบ แล้ว

พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวาย น้ำเทพมนตร์ แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายใบสมิต แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรสำหรับปัดพระองค์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระสุหร่าย เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ พระราชลัญจกรประจำรัชกาล และ พระราชลัญจกรประจำพระองค์ ที่ ประดิษฐาน บน พระราชบัลลังก์ เช่นเดียวกัน เสร็จแล้ว

เสด็จพระราชดำเนิน ไปประทับ รถยนต์พระที่นั่ง ที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2549[แก้]

พิธีถวายพระพรชัยมงคล 
เวลา 13.39 นาฬิกา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม
พิธีทอดพระเนตรกระบวนเรือพระราชพิธี 
เวลา 17.30 นาฬิกา ณ ราชนาวิกสภา
พิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติด้านการพัฒนา 
เวลา 18.30 นาฬิกา ณ หอประชุมกองทัพเรือ

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2549[แก้]

พิธีพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ แด่ สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี และ ผู้แทนพระประมุข 
เวลา 19.30 นาฬิกา ณ ท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ และ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร

พระราชอาคันตุกะ[แก้]

มีประเทศที่มีสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินี ตอบรับคำกราบบังคมทูลเชิญ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย ของรัฐบาลไทย เพื่อร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรในวโรกาสนี้ อย่างเป็นทางการ จำนวน 25 ประเทศ โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินี ที่จะเสด็จฯ มาด้วยพระองค์เอง เป็นจำนวน 13 ประเทศ นับเป็นการชุมนุมของพระประมุขจากประเทศต่างๆ มากที่สุดในโลก

ตราสัญลักษณ์[แก้]

ตราสัญลักษณ์ งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานตราสัญลักษณ์ สำหรับงานเฉลิมฉลองอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ จากการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายแบบ โดยรัฐบาล เพื่อทรงเลือกแบบที่เหมาะสมดังกล่าว ตราสัญลักษณ์นี้ ออกแบบโดย นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]