ภาคอีสาน (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ภาคอีสาน
สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง แห่เทียนเข้าพรรษา
จากซ้ายบนไปล่างขวา: สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1, อุทยานแห่งชาติภูกระดึง, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และ แห่เทียนเข้าพรรษา
ภาคอีสานในประเทศไทย
ภาคอีสานในประเทศไทย
จังหวัด
พื้นที่
 • ทั้งหมด168,854 ตร.กม. (65,195 ตร.ไมล์)
ประชากร (พ.ศ. 2560)
 • ทั้งหมด22,240,574
 • ความหนาแน่น130 คน/ตร.กม. (340 คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลาประเทศไทย (UTC+7)
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ภาคอีสาน (มาจากภาษาบาลีหรือภาษาสันสกฤต ऐशान aiśāna แปลว่า "ตะวันออกเฉียงเหนือ")[1] หรือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภูมิภาคหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่บนแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร มีแม่น้ำโขงกั้นประเทศลาวทางทิศเหนือและตะวันออกของภาค ทางทิศใต้มีเทือกเขาพนมดงรักกั้นประเทศกัมพูชาและภาคตะวันออกของประเทศไทย และมีทิวเขาเพชรบูรณ์และทิวเขาดงพญาเย็นเป็นแนวกั้นทางตะวันตกแยกจากภาคกลาง

ภาคอีสานยังมีเนื้อที่มากที่สุดของประเทศไทย ประมาณ 168,854 ตารางกิโลเมตร หรือมีเนื้อที่ร้อยละ 33.17 เทียบได้กับหนี่งในสามของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทยได้จัดว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เทือกเขาที่สูงที่สุดในภาคอีสานคือ ยอดภูลมโล ภูหลวง และภูกระดึง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญของชาวอีสานในหลายจังหวัดด้วยกัน เช่น แม่น้ำห้วยหลวง แม่น้ำชี ลำตะคอง แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย แม่น้ำพรม แม่น้ำมูล แม่น้ำสงคราม

ภาษาหลักของภาคนี้ คือ ภาษาอีสาน ซึ่งเป็นภาษาอีสานสำเนียงหนึ่งทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง ส่วนภาษาไทยนิยมใช้กันทั่วไปโดยเฉพาะในเมืองใหญ่และจังหวัดนครราชสีมาแต่ไม่ถือเป็นภาษาหลัก ขณะเดียวกันยังมีภาษาเขมรที่ใช้กันมากในบริเวณอีสานใต้ นอกจากนี้ มีภาษาถิ่นอื่น ๆ อีกมาก เช่น ภาษาผู้ไท ภาษาโส้ ภาษาไทโคราช ภาษากวย (ส่วย) ภาษาแสก ภาษาข่า ภาษากะเลิง ภาษาโย้ย ภาษาย้อ เป็นต้น ภาคอีสานยังมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดของประเทศ[ต้องการอ้างอิง] เช่น อาหาร ภาษา อักษร เช่น อักษรไทน้อย ดนตรีหมอลำ ดนตรีกันตรึม ดนตรีเจรียง และศิลปะการฟ้อนรำ การเซิ้ง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นต้น

ภูมิศาสตร์[แก้]

จากภาพถ่ายดาวเทียมของภาคอีสาน จะสามารถมองเห็นเขตแดนประเทศไทยกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชาได้ เนื่องจากการทำลายป่าที่มากขึ้นในภาคอีสาน

ภาคอีสานครอบคลุมพื้นที่ 160,000 ตารางกิโลเมตร มีขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งของประเทศเยอรมนี ภาคอีสานตั้งอยู่บนแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร โดยลาดเอียงมาจากทิวเขาเพชรบูรณ์ทางทิศตะวันตกของภูมิภาค ลงไปยังแม่น้ำโขง ซึ่งกั้นประเทศลาวทางทิศเหนือและตะวันออกของภูมิภาค และทิศใต้กั้นประเทศกัมพูชาด้วยทิวเขาพนมดงรัก แอ่งโคราชจะอยู่ในอีสานตอนล่าง มีแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำมูล และแม่น้ำชี ทิศเหนือของแอ่งโคราชจะจรดแอ่งสกลนครโดยมีเทือกเขาภูพานกั้นไว้ แอ่งสกลนครมีแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำเลย และแม่น้ำสงคราม ดินในภาคอีสานส่วนใหญ่เป็นทราย ประกอบกับแหล่งสะสมเกลือเป็นจำนวนมาก

ภูมิประเทศของภาคอีสานเป็นที่ราบ บางส่วนเป็นภูเขา โดยเฉพาะบริเวณตอนกลางของภูมิภาค เช่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดบึงกาฬ โดยมีจุดสูงสุดของภาคอีสานอยู่ที่ ยอดเขาหลวง 1,835 เมตร เหนือระดับทะเลหมอกปานกลาง ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง (จังหวัดเลย)

เทือกเขาและแม่น้ำในภาคอีสาน

ลำน้ำสาขาหลักของแม่น้ำโขงในประเทศไทย ได้แก่ แม่น้ำมูล และแม่น้ำชี แม่น้ำมูลไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา และไหลไปทางทิศตะวันออก บรรจบกับแม่น้ำโขงในจังหวัดอุบลราชธานี แม่น้ำอีกสายหนึ่ง คือ แม่น้ำชี ซึ่งไหลผ่านตอนกลางของภาคอีสาน ก่อนที่จะไหลไปทางใต้เพื่อบรรจบกับแม่น้ำมูลในจังหวัดศรีสะเกษ แม่น้ำเลย และแม่น้ำสงคราม ก็เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงเช่นเดียวกัน โดยแม่น้ำเลยไหลไปทางทิศเหนือผ่านจังหวัดเลย และแม่น้ำสงครามไหลไปทางตะวันออกผ่านจังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม และจังหวัดหนองคาย

ช่วงอุณหภูมิเฉลี่ยของภาคอีสาน คือ ตั้งแต่ 30.2 องศาเซลเซียส ถึง 19.6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดที่บันทึกไว้ คือ 43.9 องศาเซลเซียส ในจังหวัดอุดรธานี อุณหภูมิต่ำสุด คือ -1.4 องศาเซลเซียส ในจังหวัดสกลนคร[ต้องการอ้างอิง]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

จังหวัดในภาคอีสานมีทั้งหมด 20 จังหวัด ตามสำนักงานราชบัณฑิตยสภา และตามคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ[2] ได้แก่

ตราประจำ
จังหวัด
ชื่อจังหวัด
อักษรไทย
ชื่อจังหวัด
อักษรโรมัน
จำนวนประชากร
(คน)
พื้นที่
(ตร.กม.)
ความหนาแน่น
(คน/ตร.กม.)
Seal Kalasin.png กาฬสินธุ์ Kalasin 982,578 6,946.7 141.4
Seal Khon Kaen.png ขอนแก่น Khon Kaen 1,767,601 10,886.0 162.4
Seal Chaiyaphum.png ชัยภูมิ Chaiyaphum 1,127,423 12,778.3 88.2
Seal Nakhon Phanom.png นครพนม Nakhon Phanom 703,392 5,512.7 127.6
Seal Nakhon Ratchasima.png นครราชสีมา Nakhon Ratchasima 2,628,818 20,494.0 126.0
Seal Bueng Kan.png บึงกาฬ Bueng Kan 385,053 4,305 89.4
Seal Buriram.png บุรีรัมย์ Buri Ram 1,553,765 10,322.9 150.5
Seal Maha Sarakham.png มหาสารคาม Maha Sarakham 940,911 5,291.7 177.8
Seal Mokdahan.png มุกดาหาร Mukdahan 339,575 4,339.8 78.2
Seal Yasothon.png ยโสธร Yasothon 539,257 4,161.7 129.6
Seal Roi Et.png ร้อยเอ็ด Roi Et 1,309,708 8,299.4 157.8
Seal Loei.png เลย Loei 624,066 11,424.6 54.6
Seal Sisaket.png ศรีสะเกษ Si Sa Ket 1,452,472 8,840.0 164.3
Seal Sakon Nakhon.png สกลนคร Sakon Nakhon 1,122,905 9,605.8 116.9
Seal Surin.png สุรินทร์ Surin 1,381,761 8,124.1 170.1
Seal Nong Khai.png หนองคาย Nong Khai 521,886 3,027.0 124.5
Seal Nong Bua Lamphu.png หนองบัวลำภู Nong Bua Lam Phu 502,868 3,859.0 130.3
Seal Amnatcharoen.png อำนาจเจริญ Amnat Charoen 372,137 3,161.2 117.7
Seal Udon Thani.png อุดรธานี Udon Thani 1,544,786 11,730.3 131.7
Seal Ubon Ratchathani.png อุบลราชธานี Ubon Ratchathani 1,813,088 15,744.8 115.2

นามเดิมแต่ละจังหวัด[แก้]

  1. จังหวัดกาฬสินธุ์ (เดิมชื่อ บ้านแก่งสำโรง, เมืองฟ้าแดดสงยาง, เมืองทวาราวดีมิ่งหล้าฟ้าแดดสงยาง)
  2. จังหวัดขอนแก่น (เดิมชื่อ บ้านบึงบอน, ดอนพันชาติ, โนนทอง, ดอนบม, บ้านทุ่ม, เมืองเก่า, เมืองขามแก่น)
  3. จังหวัดชัยภูมิ (เดิมชื่อ บ้านไชยภูมิ์ ตั้งขึ้นใหม่)
  4. จังหวัดนครพนม (เดิมชื่อ มรุกขนคร, ศรีโคตรบูรณ์)
  5. จังหวัดนครราชสีมา (เดิมชื่อ เมืองโคราฆะปุระ และเมืองเสมา)
  6. จังหวัดบึงกาฬ (เดิมชื่อ เมืองชัยบุรี, เมืองบึงกาญจน์)
  7. จังหวัดบุรีรัมย์ (เดิมชื่อ เมืองแปะ, โนนม่วง)
  8. จังหวัดมหาสารคาม (เดิมชื่อ บ้านลาดกุดยางใหญ่ ต่อมาเพี้ยนเป็น กุดนางใย, นครจำปาศรี)
  9. จังหวัดมุกดาหาร (เดิมชื่อ บ้านบังมุก, เมืองมุกดาหารบุรี, เมืองมุกดาหารทบุรีศรีมุตติกนคร)
  10. จังหวัดยโสธร (เดิมชื่อ เมืองศังขปุระนคร, บ้านสิงห์ท่าบ้านสิงห์โคก, เมืองยศสุนทรประเทศราช)
  11. จังหวัดร้อยเอ็ด (เดิมชื่อ เมืองสาเกตุนคร, บ้านกุ่มฮ้าง, เมืองฮ้อยเอ็ดเจ็ดประตู)
  12. จังหวัดเลย (เดิมชื่อ เมืองเซไล, เมืองศรีสองรัก)
  13. จังหวัดศรีสะเกษ (เดิมชื่อ เมืองคูขันธ์, เมืองศรีนครลำดวน)
  14. จังหวัดสกลนคร (เดิมชื่อ เมืองหนองหานหลวง, เมืองสกลทวาปี)
  15. จังหวัดสุรินทร์ (เดิมชื่อ เมืองประทายสมันต์)
  16. จังหวัดหนองคาย (เดิมชื่อ เมืองหล้าหนองคาย, เมืองบึงค่าย)
  17. จังหวัดหนองบัวลำภู (เดิมชื่อ หนองบัวลุ่มภู, เมืองจำปากาบแก้วนคร, เวียงใหม่นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน, เมืองกมุทาไสยบุรีรมย์)
  18. จังหวัดอำนาจเจริญ (เดิมชื่อ บ้านค้อใหญ่)
  19. จังหวัดอุดรธานี (เดิมชื่อ บ้านเดื่อหมากแข้ง)
  20. จังหวัดอุบลราชธานี (เดิมชื่อ ดอนมดแดง, ห้วยแจระแม, เมืองอุบลราชธานีศรีวนาไลยประเทศราช)

ประชากรศาสตร์[แก้]

ประชากรรวมของภาคอีสานในปี พ.ศ. 2553 มีจำนวนประมาณ 21,305,000 คน ร้อยละ 40 ของจำนวนประชากรอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดขอนแก่น จังหวัดดังกล่าวนี้มีเทศบาลนครที่มีชื่อเดียวกันกับจังหวัด เรียกกันว่า "สี่เมืองใหญ่ของอีสาน" ในปี พ.ศ. 2553 มีจำนวนประชากรในเทศบาลนครทั้งสี่ ได้แก่ เทศบาลนครนครราชสีมา 142,169 คน, เทศบาลนครอุดรธานี 137,979 คน, เทศบาลนครขอนแก่น 113,828 คน, และเทศบาลนครอุบลราชธานี 83,148 คน อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2553 มีเพียงร้อยละ 50 ของประชากรในภาคนี้อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีประชากรในเขตเทศบาลมากที่สุด ส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดน้อยที่สุด ดังนั้น ประชากรอีกส่วนหนึ่งยังคงอยู่ในเขตชนบท แต่อาศัยอยู่รอบ ๆ ศูนย์กลางเขตเมือง

ภาษาหลักของภาคนี้ คือ ภาษาอีสาน ซึ่งเป็นภาษาลาวสำเนียงหนึ่งทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง มีจำนวนผู้ใช้ภาษาอีสานประมาณ 15 ถึง 23 ล้านคน ขณะเดียวกันยังมีภาษาเขมรถิ่นไทย ซึ่งเป็นสำเนียงหนึ่งของภาษาเขมร ใช้กันมากในบริเวณอีสานใต้ ส่วนภาษาไทยกลางนิยมใช้กันทั่วไปเป็นทางการโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ แต่ไม่ถือเป็นภาษาหลัก นอกจากนี้ ยังมีภาษาไทยสำเนียงโคราช ใช้พูดกันในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง มีผู้ใช้ราว 10,000 คน[3] มีตำแหน่งทางภาษาระหว่างภาษาลาวและภาษาไทยกลาง

มีชนกลุ่มน้อยชาวเขมรจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในทางตอนใต้ของจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ และผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามบางส่วนในจังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนม

นอกจากนี้ ยังมีภาษาอื่น ๆ ที่พูดในภาคอีสาน โดยส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย ดังนี้

ภาษา ตระกูลภาษา จำนวนผู้พูด จังหวัดที่มีการพูด
ทะวืง มอญ–เขมร 750 สกลนคร
บรูตะวันออก มอญ–เขมร 5,000 สกลนคร
บรูตะวันตก มอญ–เขมร 20,000 มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
เขมรสุรินทร์ มอญ–เขมร 1,000,000 สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ นครราชสีมา อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด
กูย มอญ–เขมร 300,000 บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครราชสีมา
ญัฮกุร มอญ–เขมร 1,500 นครราชสีมา ชัยภูมิ
ญ้อ ขร้า–ไท 50,000 สกลนคร หนองคาย นครพนม มหาสารคาม
เยอ มอญ–เขมร 200 ศรีสะเกษ
ผู้ไท ขร้า–ไท 156,000 นครพนม อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร อุดรธานี ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บึงกาฬ
พวน ขร้า–ไท 200,000 อุดรธานี เลย
แสก ขร้า–ไท 11,000 นครพนม
โซ่ มอญ–เขมร 55,000 นครพนม สกลนคร หนองคาย กาฬสินธุ์
ไทดำ ขร้า–ไท 20,000 หนองคาย นครราชสีมา เลย (รวมถึงสระบุรี)
โย้ย ขร้า–ไท 5,000 สกลนคร

สถิติประชากร[แก้]

อันดับ จังหวัด จำนวน (คน)
(31 ธันวาคม 2558) [4]
จำนวน (คน)
(31 ธันวาคม 2557) [5]
จำนวน (คน)
(31 ธันวาคม 2556) [6]
จำนวน (คน)
(31 ธันวาคม 2555) [7]
จำนวน (คน)
(31 ธันวาคม 2554) [8]
จำนวน (คน)
(31 ธันวาคม 2553) [9]
1 นครราชสีมา 2,628,818 2,620,517 2,610,164 2,605,014 2,585,325 2,582,089
2 อุบลราชธานี 1,857,429 1,844,669 1,836,523 1,826,920 1,816,057 1,813,088
3 ขอนแก่น 1,798,014 1,790,049 1,781,655 1,774,816 1,766,066 1,767,601
4 บุรีรัมย์ 1,584,661 1,579,248 1,573,438 1,566,740 1,559,085 1,553,765
5 อุดรธานี 1,575,152 1,570,300 1,563,964 1,557,298 1,548,107 1,544,786
6 ศรีสะเกษ 1,468,798 1,465,213 1,462,028 1,458,370 1,452,203 1,452,471
7 สุรินทร์ 1,395,024 1,391,636 1,388,194 1,386,277 1,380,399 1,381,761
8 ร้อยเอ็ด 1,308,166 1,308,318 1,308,958 1,308,570 1,305,058 1,309,708
9 สกลนคร 1,142,737 1,138,609 1,134,322 1,129,174 1,123,351 1,122,905
10 ชัยภูมิ 1,138,252 1,137,049 1,135,723 1,133,034 1,127,423 1,127,423
11 กาฬสินธุ์ 985,203 984,907 984,030 985,084 981,655 982,578
12 มหาสารคาม 964,596 960,588 955,644 945,149 939,736 940,911
13 นครพนม 715,399 713,341 710,860 708,350 704,768 703,392
14 เลย 638,819 634,513 632,205 629,787 624,920 624,066
15 ยโสธร 540,182 540,211 540,383 540,267 538,853 539,257
16 หนองคาย 519,580 517,260 514,943 512,439 509,870 509,395
17 หนองบัวลำภู 510,074 508,864 507,137 505,071 502,551 502,868
18 บึงกาฬ 420,647 418,566 416,236 412,613 407,634 403,542
19 อำนาจเจริญ 376,382 375,380 374,698 373,494 372,241 372,137
20 มุกดาหาร 348,101 346,016 344,302 342,868 340,581 339,575
รวม 21,916,034 21,845,254 21,775,407 21,701,335 21,585,883 21,573,318

เมืองใหญ่สุด[แก้]

รายชื่อเมืองใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 20 อันดับแรก เรียงตามจำนวนประชากร

การขนส่ง[แก้]

ทางอากาศ สนามบิน[แก้]

อาหาร[แก้]

ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีวัฒนธรรมการกินหลากหลายที่สุดของประเทศไทย ดังตัวอย่างประเภทอาหารต่อไปนี้

  • ข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ข้าวหอมขึ้นชื่อที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก[ต้องการอ้างอิง] นิยมปลูกกันมากในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และนครราชสีมา
  • ปลาแดก คืออาหารที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากกว่า 5,000 ปี[ต้องการอ้างอิง] โดยการนำปลาหรือสัตว์ชนิดอื่น เช่น อึ่งอ่าง มาหมักกับเกลือและรำข้าวหรือข้าวคั่ว ใช้เป็นอาหารและเครื่องปรุงรส
  • ปลาร้าหลน หรือหลนปาแดก คือการนำปลาร้าเป็นตัว ขนาดใหญ่พอประมาณนำไปทอดในกระทะให้สุก นิยมรับประทานกับข้าวเหนียว เครื่องเคียง เช่น พริกสด โหระพา กระเทียม
  • ข้าวจี่ คือนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วปั้นเป็นก้อนโรยเกลือเสียบไม้ นำไปย่างไฟ แล้วทาทับด้วยไข่ น้ำผึ้ง หรือน้ำตาล
  • ปลาร้าบอง หรือปาแดกบอง คือการนำปลาร้าเป็นตัวมาสับให้ละเอียดพร้อมกับใส่เครื่องปรุง เช่น ตะไคร้ พริก หอม กระเทียม ใบมะกรูด
  • ลาบ เช่น ลาบหมู, ลาบไก่, ลาบซี้น, ลาบเนื้อ, ลาบควาย, ลาบไข่มดแดง, ลาบปลาตอง[11]
  • ไข่มดแดง
  • แกงอ่อม หรืออ่อม
  • แกงเห็ด
  • ก้อย
  • แกงผักหวานไข่มดแดง
  • หม่ำเนื้อ
  • ข้าวเหนียวไก่ย่าง
  • ส้มตำ หรือตำบักหุ่ง
  • เลือดแปลง
  • หมก คืออาหารประเภทหนึ่งที่ใช้ใบตองห่อนิยมใช้กับเนื้อปลา ไก่ แมลง กบ เขียด ผัก และหน่อไม้ หมกหรือห่อหมกของภาคอีสานจะไม่ใส่กะทิ
  • เนื้อหมูแห้งแดดเดียว
  • เนื้อวัวแห้งแดดเดียวหรือซี้นแห้ง
  • ซกเล็ก
  • ซั่ว เช่น ซั่วไก่
  • เอาะ เช่น เอาะกะปู
  • เหนี่ยน เช่น เหนี่ยนบักเขีย เหนี่ยนบักมี่
  • ป่น เช่น ป่นปลา ป่นกบ มีทั้งป่นแห้งและป่นน้ำ
  • ซุบ เช่น ซุบหน่อไม้
  • แจ่ว คือน้ำพริกอีสาน เช่น แจ่วปลา แจ่วกุ้ง แจ่วหมากเผ็ด แจ่วบอง
  • แจ่วฮ้อน คือจิ้มจุ่มอีสาน
  • ซิ้นดาด คือหมูกระทะอีสาน
  • เข้าหลาม คือข้าวหลาม
  • เข้าปุ้น คือขนมจีนอีสาน รับประทานกับน้ำยาประเภทต่าง ๆ เช่น น้ำนัว (น้ำปลาร้า) น้ำยาป่า น้ำยาโคราช น้ำงัว (เนื้อวัว) หรือรับประทานกับส้มตำประเภทต่าง ๆ เช่น ตำเข้าปุ้น ตำป่า ตำซั่ว (ตำซ่า) เป็นต้น
  • เข้าเปียก คือกวยจั๊บอีสานเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลเวียดนาม
  • น้ำผัก
  • ยำสลัดลาว
  • แหนมเนือง คืออาหารที่ได้รับอิทธิพลเวียดนาม รับประทานใส่กะปิ ซอสหวาน ซีอิ๊วขาว และผักโหระพา
  • เฝอ คือก๋วยเตี๋ยวที่ได้รับอิทธิพลเวียดนาม บางท้องถิ่นรับประทานใส่ซอสพริก กะปิ ซีอิ๊วดำ บางท้องที่ใส่มะเขือเทศลงในน้ำซุป
  • หมาน้อยหรือหม้อน้อย
  • ต้ม เช่น ต้มส้ม ต้มไก่ ต้มแซบ ต้มยำ
  • ซ่า หรือซว่า
  • แกงกล้วย เป็นอาหารพื้นบ้านอีสานใต้
  • อ๋อหรือเอาะ ใช้น้ำน้อยกว่าอ่อม ใช้ผักและเนื้อสัตว์เคล้ากับน้ำพริกแกง แล้วตั้งไฟให้สุก จนน้ำในผักและเนื้อซึมออกมา นิยมใช้ปลาตัวเล็ก กุ้งฝอย ลูกอ๊อดและเขียด ตัวอย่างเช่น อ๋อฮวก (ใช้ลูกอ๊อดของกบหรือเขียด), อ๋อหน่อไม้

ประเพณี[แก้]

ไหลเรือไฟ เป็นประเพณีที่จัดขึ้นในหลายหลายจังหวัดในพื้นที่ที่ติดแม่น้ำ ช่วงเดือนตุลาคม ตรงกับวันออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี โดยเชื่อว่าเป็นการบูชาสิ่งศักสิทธ์ เรือไฟที่ใช้ประกอบการทำมาจากต้นกล้วยหรือไม่ไผ่ที่ต่อกันเป็นโครง รูปทรงสวยงาม โดยมีการไหลเรือไฟเวลากลางคืน [12]

อ้างอิง[แก้]

  1. Klaus Glashoff. "Spoken Sanskrit". Spokensanskrit.de. สืบค้นเมื่อ 2010-05-02.
  2. http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=1378 ราชบัณฑิตยสถาน
  3. Schliesinger, Joachim (2001). "Chapter 2: Khorat Thai". Tai Groups of Thailand, Vol 2: Profile of the Existing Groups (eBook by BooksMango ed.). Bangkok: White Lotus Co, Ltd. pp. 7–12. ISBN 9781633232358. สืบค้นเมื่อ 9 July 2017.
  4. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat58.htm 2558. สืบค้น 16 กุมภาพันธ์ 2559.
  5. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat57.html 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖, เล่ม ๑๓๑, ตอน ๔๑ ง, ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗, หน้า ๑
  7. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat55.html 2555. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  8. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat54.html 2555. สืบค้น 6 เมษายน 2555.
  9. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [1] 2553. สืบค้น 22 มีนาคม 2554.
  10. [2]
  11. lovethailand.org
  12. 5 Thai Festivals You Should Not Miss

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 16°N 103°E / 16°N 103°E / 16; 103