ชาวเขมร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชาวเขมร
ខ្មែរ
Khmer Traditional Dancing.jpg
ประชากรทั้งหมด
12 ล้านคน[1]
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างสำคัญ
 กัมพูชา 9.3[1] to 13.7 million[2]
 ไทย > 1.2 million[1]
 เวียดนาม 1[1] to 1.4 million[3]
 สหรัฐ 276,667[4]
 ฝรั่งเศส 80,000[1]
 ออสเตรเลีย 25,000[1]
 มาเลเซีย 11,381[ต้องการอ้างอิง]
 เกาหลีใต้ 10,000
 นิวซีแลนด์ 6,918[5]
 ไต้หวัน 6,000
 ลาว 3,900[1]
 เบลเยียม 3,500[ต้องการอ้างอิง]
 เยอรมนี 3,000[ต้องการอ้างอิง]
 แคนาดา 25,245[6]
 ญี่ปุ่น ?
 รัสเซีย ?
ภาษา
เขมร
ศาสนา
Dharma Wheel.svg พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท
กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง
มอญ, ว้า, and other มอญ–เขมร groups

ชาวเขมร (อังกฤษ: Khmer people) เป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมากที่สุดในประเทศกัมพูชา คิดเป็น 90% ของทั้งประเทศ[2] ชาวเขมรจะใช้ภาษาเขมรในการสื่อสาร ซึ่งเป็นภาษาในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก ที่พบได้ในแถบตอนกลางของอินเดีย, บังกลาเทศ, ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ตอนใต้ของจีน และในหมู่เกาะจำนวนมากของมหาสมุทรอินเดีย

ชาวเขมรส่วนใหญ่เป็นผู้นับถือศาสนาพุทธในรูปแบบเขมร และการผสานความเชื่อที่ผสมผสานองค์ประกอบของพุทธศาสนาเถรวาท, ศาสนาฮินดู, ศาสนาผี และความเคารพคนตาย[7]

ชาวเขมรเริ่มมีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังจากชาวมอญไม่นาน โดยเข้ามาแทนที่กลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาในกลุ่มภาษามอญ-เขมรและตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน[ต้องการอ้างอิง]และสร้างจักรวรรดิเขมรขึ้นในอดีต ชาวเขมรยังแบ่งได้เป็นกลุ่มย่อย 3 กลุ่มตามประเทศและภาษาที่ใช้คือชาวเขมรในกัมพูชา พูดภาษาเขมร ชาวเขมรเหนือหรือเขมรสุรินทร์อยู่ในประเทศไทยและพูดภาษาเขมรที่เป็นสำเนียงของตนเองและพูดภาษาไทยด้วย ชาวขแมร์กรอมเป็นชาวเขมรที่อยู่ทางภาคใต้ของเวียดนาม พูดภาษาเขมรที่เป็นสำเนียงของตนเองและพูดภาษาเวียดนาม บางส่วนอพยพเข้าสู่กัมพูชาเพราะถูกบังคับหรือหนีระบอบคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม

การแผ่กระจาย[แก้]

แผนที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ในกัมพูชา (พ.ศ. 2515)

กัมพูชา (แผ่นดินแม่)[แก้]

คนเขมรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกัมพูชาซึ่งเป็นแผ่นดินแม่ ประชากรในกัมพูชาส่วนใหญ่คิดเป็นชาวเขมร 90%[8][9]

ไทยและเวียดนาม[แก้]

นอกจากนี้ยังมีประชากรชาวเขมรที่มีอาศัยอยู่ใน ไทยและเวียดนาม ในประเทศไทยมีชาวเขมรมากกว่าหนึ่งล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ใน จังหวัดสุรินทร์, จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนชาวเขมรในเวียดนาม (รู้จักกันในชื่อเขมรกรอม) คิดเป็นจำนวน 1.1 ล้านคนจากการประมารการข้อมูลการสำรวจของรัฐบาล และคิดเป็น 7 ล้านคนโดยกลุ่มสหพันธ์เขมรกรอม[10]

จำนวนประชากรชาวเขมรคิดเป็นร้อยละ ในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย
จังหวัด ปี ค.ศ. 1990 ปี ค.ศ. 2000
บุรีรัมย์[11] 0.3% 27.6%
จันทบุรี[12] 0.6% 1.6%
มหาสารคาม[13] 0.2% 0.3%
ร้อยเอ็ด[14] 0.4% 0.5%
สระแก้ว[15] N/A 1.9%
ศรีสะเกษ[16] 30.2% 26.2%
สุรินทร์[17] 63.4% 47.2%
ตราด[18] 0.4% 2.1%
อุบลราชธานี[19] 0.8% 0.3%

ประเทศตะวันตก[แก้]

เนื่องจาก สงครามกลางเมืองกัมพูชา ชาวเขมรหลายพันคนได้อพยพลี้ภัยไปอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลียและฝรั่งเศส

ประวัติ[แก้]

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์กัมพูชา

การกำเนิดกัมพูชา[แก้]

แคว้นต่างๆในช่วงยุคเหล็กของอินเดีย

ตามตำนานเขมร ผู้ก่อตั้งอาณาจักรกัมพูชา คือ พราหมณ์ นามว่ากามพู สวยัมภูวะ หรือ โกญธัญญะ และเจ้าหญิงที่เป็นธิดาของพญานาค นามว่า โสมา หรือ เมรา เมื่อทั้งสองได้แต่งงานกันก็ได้กำเนิดนามว่า "ขะแมร์" ชาวเขมรตั้งชื่ออาณาจักรของพวกเขาว่า "กัมพูชา" ตามกษัตริย์แห่งกัมโพชะแคว้นหนึ่งในชมพูทวีปในยุคเหล็กของอินเดีย เผ่ากัมพูชา มีความเชื่อกันโดยนักวิชาการสมัยใหม่ว่าอาจสืบเชื้อสายมาจากชาวอิหร่านในปัจจุบัน แต่ข้อมูลยังเป็นที่ถกเถียงและยังหาข้อสรุปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม กัมพูชาถูกสร้างขึ้นเมื่อพราหมณ์อินเดียโบราณแต่งงานกับเจ้าหญิงโสมา พราหมณ์โกญธัญญะ (สันนิฐานว่ามาจากอินเดีย) ได้เดินทางมายังชายฝั่งของเขมร ธิดาพญานาคผู้ครองดินแดนแถบนี้ได้พายเรือออกมาต้อนรับ แต่พราหมณ์โกญธัญญะเป็นผู้มีเวทมนตร์คาถาได้ยิงธนูวิเศษมาที่เรือธิดาพญานาค ทำให้นางตกพระทัยกลัว แล้วยินยอมแต่งานด้วย ส่วนพญานาคผู้บิดาได้ทรงดื่มน้ำทะเลจนเหือดแห้งเพื่อสร้างอาณาจักรให้ราชบุตรเขยและธิดา และตั้งชื่ออาณาจักรที่สร้างขึ้นว่า "กัมพูชา"[20]

การมีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[แก้]

อาณาเขตของอาณาจักรฟูนัน

ชาวเขมรเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวเขมรได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวลาเดียวกันกับ ชาวมอญ ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ทางทิศตะวันตกและมีเกี่ยวข้องทางบรรพบุรุษกับชาวเขมร นักโบราณคดี, นักภาษาศาสตร์ส่วนใหญ่ และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ เช่น จีนศึกษา เชื่อว่าพวกเขามาถึงไม่ช้ากว่า 2000 ก่อนคริสต์ศักราช (กว่าสี่พันปีมาแล้ว) ในช่วงแรกชาวเขมรเริ่มทำการเกษตรและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพาะปลูกข้าว ภูมิภาคที่ชาวเขมรอาศัยอยู่นี้ยังเป็นหนึ่งในสถานที่แรกในโลกที่เริ่มมีการใช้สำริด ชาวเขมรได้สร้าง จักรวรรดิเขมรในเวลาต่อมา ซึ่งครอบงำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลาหกศตวรรษซึ่งเริ่มต้นใน ค.ศ. 802 และปัจจุบันเป็นกระแสหลักของการเมืองวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของกัมพูชา

ชาวเขมรได้พัฒนาอักษรเขมร ตัวอักษรแรกที่ยังคงใช้อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้เป็นหลักในการสร้างและพัฒนาตัวอักษรไทยและตัวอักษรลาวในภายหลัง ชาวเขมรได้รับการพิจารณาโดยนักโบราณคดีและนักชาติพันธุ์วิทยา ซึ่งได้จัดเป็นชนพื้นเมืองในบริเวณภูมิภาคที่ต่อเนื่องกันของ ภาคอีสานของไทย, ภาคใต้ของลาว, กัมพูชา และ เวียดนามใต้ หรืออาจกล่าวได้ว่าชาวเขมรเคยเป็นชาวลุ่มที่อาศัยอยู่ใกล้กับหนึ่งในแควของแม่น้ำโขง

เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ในยุคต้น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น ปยู, มอญ, จาม, มลายู และ ชวา ชาวเขมรเป็นชนชาติหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย โดยรับอิทธิพลทางด้าน ศาสนาศาสตร์และศุลกากรของอินเดีย อีกทั้งมีการยืมอิทธิพลทางด้านภาษา อาณาจักรการค้าที่มีประสิทธิภาพครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาณาจักรฟูนัน ก่อตั้งขึ้นในทิศตะวันออกเฉียงใต้กัมพูชาและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในศตวรรษแรก อีกทั้งการขุดค้นหลักฐานทางโบราณคดีอย่างกว้างขวางใน อังกอร์ บอเรย์ ใกล้ชายแดนเวียดนาม มีการขุดค้นพบ ซากอิฐ, คลอง, สุสานและหลุมฝังศพ สืบมาถึงศตวรรษที่สิบห้าก่อนคริสต์ศักราช

ราชอาณาจักรฟูนันถือเป็นแรกเริ่มของราชอาณาจักรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดในเวลาต่อมา ในยุคฟูนาน (ศตวรรษที่ 1 - ศตวรรษที่ 6) ชาวเขมรยังได้รับพระพุทธศาสนา, ศาสนาแนวคิดเรื่อง ลัทธิไศวะและเทวราชา

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 Hattaway, Paul (ed.) (2004), "Khmer", Peoples of the Buddhist World (William Carey Library): 133 
  2. 2.0 2.1 CIA FactBook. Accessed July 14, 2008.
  3. CIA World Factbook: Vietnam
  4. "The Asian Population: 2010 Census Briefs". United States Census Bureau. 
  5. "2006 Census: Cambodians- Facts and Figures". Te Ara Encyclopedia of New Zealand. 
  6. "Ethnocultural Portrait of Canada". Statistics Canada. แม่แบบ:Failed verification
  7. Faith Traditions in Cambodia; pg. 8; accessed August 21, 2006
  8. "Ethnic groups statistics - countries compared". Nationmaster. สืบค้นเมื่อ 2012-09-02. 
  9. "Birth Rate". CIA – The World Factbook. Cia.gov. สืบค้นเมื่อ 15 March 2013. 
  10. [1] Archived May 9, 2006, at the Wayback Machine.
  11. "burirum.xls" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2017-03-08. 
  12. http://web.nso.go.th/pop2000/finalrep/chanburifn.pdf
  13. "mahakam.xls" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2017-03-08. 
  14. http://web.nso.go.th/pop2000/finalrep/roietfn.pdf
  15. "RkeyãŠÃƒÃÃ¡Â¡Ã©Ã‡.Xls" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2017-03-08. 
  16. "Rkey ¨.ÈÃÕÊÐà ¡É.Xls" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2017-03-08. 
  17. "RKEY ¨.ÊØÃÔ¹·Ãì.xls" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2017-03-08. 
  18. http://web.nso.go.th/pop2000/finalrep/tratfn.pdf
  19. "RKEY ¨.Íغà ÃÒª¸Ò¹Õ.xls" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2017-03-08. 
  20. D'après l'épigraphie cambodgienne du X° siècle, les rois des "Kambuja" prétendaient descendre d'un ancêtre mythique éponyme, le sage ermite Kambu, et de la nymphe céleste Mera, dont le nom a pu être forgé d'après l'appellation ethnique "khmèr" (George Coedes). [2]; See also: Indianised States of Southeast Asia, 1968, p 66, George Coedes.