ข้ามไปเนื้อหา

ภาษาลาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาลาว
ພາສາລາວ
ออกเสียงpʰáː.sǎː láːw
ประเทศที่มีการพูดลาว
ไทย (ภาคอีสาน)
กัมพูชา (สตึงแตรง, พระวิหาร และรัตนคีรี)
พม่า (เชียงลาบ)
ชาติพันธุ์ชาวลาว
ชาวอีสาน
จำนวนผู้พูด30 ล้านคน[1]  (ไม่พบวันที่)
ตระกูลภาษา
ภาษาถิ่น
ลาวเหนือ (ลาวหลวงพระบาง)
ลาวตะวันออกเฉียงเหนือ
ลาวกลาง (พวน)
ลาวใต้
ลาวตะวันตก
ระบบการเขียนอักษรลาวในประเทศลาว
อักษรไทยในประเทศไทย
อักษรเบรลล์ไทยและลาว
สถานภาพทางการ
ภาษาทางการ ลาว
อาเซียน อาเซียน[2]
ภาษาชนกลุ่มน้อยที่รับรองใน ไทย
 กัมพูชา
ผู้วางระเบียบสถาบันค้นคว้าวิทยาศาสตร์การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา
และ
สถาบันสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว
รหัสภาษา
ISO 639-1lo
ISO 639-2lao
ISO 639-3อย่างใดอย่างหนึ่ง:
lao  ภาษาลาว
tts  ภาษาอีสาน
Linguasphere47-AAA-c
บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทอักษรสากล หากระบบของคุณไม่รองรับการแสดงผลที่ถูกต้อง คุณอาจเห็นปรัศนี กล่อง หรือสัญลักษณ์อย่างอื่นแทนที่อักขระยูนิโคด
ผู้พูดภาษาลาว

ภาษาลาว (ลาว: ລາວ, [láːw] หรือ ພາສາລາວ, [pʰáː.sǎː láːw]) เป็นภาษาตระกูลขร้า-ไทของชาวลาว โดยมีผู้พูดในประเทศลาว ซึ่งมีสถานะเป็นภาษาทางการของประชากรประมาณ 7 ล้านคน และในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยที่มีผู้พูดประมาณ 23 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เรียกเป็นภาษาอีสาน ภาษาลาวเป็นภาษากลางของพลเมืองในประเทศลาวที่มีภาษาอื่น ๆ ประมาณ 90 ภาษา โดยภาษาส่วนใหญ่ไม่มีความเกี่ยวโยงกับภาษานี้[3]

ภาษาลาวเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์และแยกหน่วยคำเหมือนกับภาษาตระกูลขร้า-ไทอื่น ๆ และภาษาจีนกับภาษาเวียดนาม[4] ภาษานี้สามารถเข้าใจระหว่างกันกับภาษาไทยและภาษาอีสาน ซึ่งอยู่ในกลุ่มภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้เช่นกัน จนถึงขั้นที่ว่าผู้พูดสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ ภาษาเหล่านี้เขียนด้วยอักษรที่ต่างกันแต่มีความคล้ายคลึงทางภาษาและก่อให้เกิดความต่อเนื่องของภาษา[5]

ถึงแม้ว่าภาษาลาวยังไม่มีรูปแบบมาตรฐานก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 สำเนียงเวียงจันทน์กลายเป็นรูปแบบมาตรฐานโดยพฤตินัยในประเทศลาว และสำเนียงร้อยเอ็ด-ขอนแก่นกลายเป็นรูปแบบมาตรฐานโดยพฤตินัยในภาคอีสาน[6]

การจำแนก

[แก้]
ขร้า-ไท 

กลุ่มภาษาไหล

กลุ่มภาษากำ-สุย

กลุ่มภาษาขร้า

ภาษาเบ

 กลุ่มภาษาไท 

สำเนียงภาษาถิ่น

[แก้]

สำเนียงภาษาถิ่นของภาษาลาวสามารถแบ่งได้ 6 สำเนียงใหญ่ คือ:

  1. ภาษาลาวเวียงจันทน์ (เวียงจันทน์, แขวงบอลิคำไซ; จังหวัดชัยภูมิ, จังหวัดหนองคาย, จังหวัดบึงกาฬ, จังหวัดหนองบัวลำภู, และบางส่วนของจังหวัดขอนแก่น,จังหวัดอุดรธานี,จังหวัดกาฬสินธุ์)
  2. ภาษาลาวเหนือ (แขวงหลวงพระบาง, แขวงไชยบุรี, แขวงอุดมไซ, แขวงหลวงน้ำทา,แขวงบ่อแก้ว; จังหวัดเลย และบางส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์,จังหวัดพิษณุโลก , จังหวัดเพชรบูรณ์ , จังหวัดขอนแก่น , จังหวัดชัยภูมิ , จังหวัดหนองคาย , จังหวัดอุดรธานี )
  3. ภาษาลาวตะวันออกเฉียงเหนือ (แขวงเชียงขวาง, แขวงหัวพัน บางส่วนของจังหวัดอุดรธานี,จังหวัดสกลนคร)
  4. ภาษาลาวกลาง (แขวงคำม่วน, แขวงสุวรรณเขต; จังหวัดสกลนคร, จังหวัดนครพนม, จังหวัดมุกดาหาร และบางส่วนของจังหวัดบึงกาฬ)
  5. ภาษาลาวใต้ (แขวงจำปาศักดิ์, แขวงสาละวัน, แขวงเซกอง, แขวงอัตตะปือ; จังหวัดสตึงแตรง; จังหวัดอุบลราชธานี, จังหวัดศรีสะเกษ, จังหวัดยโสธร, จังหวัดอำนาจเจริญ และบางส่วนของจังหวัดสุรินทร์)
  6. ภาษาลาวร้อยเอ็ดหรือภาษาอีสาน (ไม่มีใช้ในประเทศลาว) จังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดมหาสารคาม, จังหวัดกาฬสินธุ์, จังหวัดอุดรธานี, จังหวัดบุรีรัมย์ และบางส่วนของจังหวัดสกลนคร, จังหวัดหนองบัวลําภู, จังหวัดหนองคาย, จังหวัดสุรินทร์, จังหวัดนครราชสีมา)

ทางการประเทศลาวไม่ได้กำหนดให้สำเนียงถิ่นใดเป็นสำเนียงภาษากลาง แต่การใช้ภาษาลาวอย่างเป็นทางการ เช่น ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศลาว สถานีวิทยุแห่งประเทศลาว จะใช้สำเนียงเวียงจันทน์ซึ่งเป็นสำเนียงของคนเมืองหลวง สามารถเข้าใจกันได้ทั่วประเทศ การเรียนภาษาลาวในประเทศลาวนั้น รัฐบาลลาวไม่ได้บังคับให้ใช้สำเนียงเวียงจันทน์ แต่ให้สามารถใช้สำเนียงท้องถิ่นต่าง ๆ ได้ แต่การเรียนภาษาลาวสำหรับชาวต่างประเทศ รัฐบาลลาวแนะนำให้ใช้สำเนียงเวียงจันทน์ ฉะนั้นประชาชนในประเทศลาวจึงพูดอ่านภาษาลาวเป็นสำเนียงท้องถิ่นของตน แต่ประชาชนก็สามารถฟังเข้าใจได้ทุกสำเนียงทั่วประเทศ แม้จะพูดภาษาต่างสำเนียงกันก็ตาม

ส่วนในประเทศลาว นอกจากสำเนียงถิ่นใหญ่แล้วยังมีสำเนียงแตกออกไปอีกหลายสำเนียงย่อย เช่น ภาษาลาวใต้ถิ่นสาละวัน ภาษาลาวกลางถิ่นสุวรรณเขต สำเนียงย่อยถิ่นเมืองอาดสะพังทอง ถิ่นเมืองจำพอน ภาษาเวียงจันทน์ถิ่นเมืองปากงึม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผู้พูดภาษาลาวใต้ถิ่นจำปาศักดิ์ในจังหวัดพระวิหาร สตึงแตรง และรัตนคีรีของประเทศกัมพูชาด้วย

ในประเทศไทยจะพบภาษาลาวถิ่นอีสาน หรือถิ่นร้อยแก่นสารสินในฐานะภาษากลาง โดยสื่อส่วนใหญ่จะมาจากภาษาลาวถิ่นนี้

ระบบเสียง

[แก้]

พยัญชนะ

[แก้]

พยัญชนะต้น

[แก้]

พยัญชนะต้นภาษาลาวสำเนียงเวียงจันทน์มี 20 เสียงดังนี้

ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
เสียงนาสิก [m]
ມ, ໝ
[n]
ນ, ໜ
[ɲ]
ຍ, ຫຍ
[ŋ]
เสียงกัก ก้อง [b]
[d]
ไม่ก้อง ไม่มีลม [p]
[t]
[tɕ]
[k]
[ʔ]*
ไม่ก้อง มีลม [pʰ]
ຜ, ພ
[tʰ]
ຖ, ທ
[kʰ]
ຂ, ຄ
เสียงเสียดแทรก [f]
ຝ, ຟ
[s]
ສ, ຊ
[h]
ຫ, ຮ
เสียงเปิด [ʋ]
[l]
ລ, ຫຼ
[j]
* ອ /ʔ/ ที่เป็นพยัญชนะต้นหมายถึงเสียงเงียบ ดังนั้นจึงถูกพิจารณาว่าเป็นเสียงกัก เส้นเสียง
- ຣ ไม่ค่อยมีปรากฏใช้เป็นทางการ ออกเสียงเหมือน ລ ทั้งนี้ยังใช้แทนเสียง ຮ ได้ และ ຍกับຢออกเสียงไม่เหมือนกัน ຍ=ญ(นาสิก) ຢ=ย

พยัญชนะต้นภาษาลาวสำเนียงขอนแก่นมี 20 เสียงดังนี้

ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
เสียงนาสิก [m]
[n]
[ɲ]
[ŋ]
เสียงกัก ก้อง [b]
[d]
ไม่ก้อง ไม่มีลม [p]
[t]
[tɕ]
[k]
[ʔ]*
ไม่ก้อง มีลม [pʰ]
ผ, พ
[tʰ]
ถ, ท
[kʰ]
ข, ค
เสียงเสียดแทรก [f]
ฝ, ฟ
[s]
ซ, ส
[h]
ห, ฮ
เสียงเปิด [l]
[j]
[w]
* อ /ʔ/ ที่เป็นพยัญชนะต้นหมายถึงเสียงเงียบ ดังนั้นจึงถูกพิจารณาว่าเป็นเสียงกัก เส้นเสียง

พยัญชนะสะกด

[แก้]

พยัญนะสะกดในภาษาลาวสําเนียงเวียงจันทน์มีดังนี้

ริมฝีปาก
ทั้งสอง
ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
เสียงนาสิก [m]
[n]
[ŋ]
เสียงกัก [p̚]
[t̚]
[k̚]
[ʔ]*
-
เสียงเปิด [w]
[j]
* เสียงกัก เส้นเสียง จะปรากฏเฉพาะหลังสระเสียงสั้นเมื่อไม่มีพยัญชนะสะกด

พยัญนะสะกดในภาษาลาวสําเนียงขอนแก่นมีดังนี้

ริมฝีปาก
ทั้งสอง
ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
เสียงนาสิก [m]
[n]
[ŋ]
เสียงกัก [p̚]
[t̚]
[k̚]
[ʔ]*
-
เสียงเปิด [w]
[j]
* เสียงกัก เส้นเสียง จะปรากฏเฉพาะหลังสระเสียงสั้นเมื่อไม่มีพยัญชนะสะกด

สระ

[แก้]

เสียงสระในภาษาลาวซึ่งคล้ายคลึงกับเสียงสระภาษาไทยแบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ สระเดี่ยว สระประสม และสระเกิน สะกดด้วยรูปสระพื้นฐานหนึ่งตัวหรือหลายตัวร่วมกัน

สระเดี่ยว หรือ สระแท้ คือสระที่เกิดจากฐานเพียงฐานเดียว มีทั้งสิ้น 18 เสียง

  ลิ้นส่วนหน้า ลิ้นส่วนกลาง ลิ้นส่วนหลัง
ปากเหยียด ปากเหยียด ปากห่อ
สั้นยาวสั้นยาวสั้นยาว
ลิ้นยกสูง /i/
xິ
/iː/
xີ
/ɯ/
xຶ
/ɯː/
xື
/u/
xຸ
/uː/
xູ
ลิ้นกึ่งสูง /e/
ເxະ, ເxັx
/eː/
ເx
/ɤ/
ເxິ
/ɤː/
ເxີ
/o/
ໂxະ, xົx
/oː/
ໂx
ลิ้นกึ่งต่ำ /ɛ/
ແxະ, ແxັx
/ɛː/
ແx
    /ɔ/
ເxາະ, xັອx
/ɔː/
xໍ, xອx
ลิ้นลดต่ำ     /a/
xະ, xັx
/aː/
xາ
   

สระประสม คือสระที่เกิดจากสระเดี่ยวสองเสียงมาประสมกัน เกิดการเลื่อนของลิ้นในระดับสูงลดลงสู่ระดับต่ำ ดังนั้นจึงสามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สระเลื่อน" มี 3 เสียงดังนี้

  • ເxຍ /ia/ (มีตัวสะกด: xຽx) ประสมจากสระ อี และ อา
  • ເxືອ /ɯa/ ประสมจากสระ อือ และ อา
  • xົວ /ua/ (มีตัวสะกด: xວx) ประสมจากสระ อู และ อา

เสียงวรรณยุกต์

[แก้]

ภาษาลาวเวียงจันทน์มีระดับเสียงวรรณยุกต์ 6 ระดับ: Low (เอก), Mid (สามัญ), High (ตรี), Rising (จัตวา), Falling (โท) และ Mid-Fall (โทต่ำ) ระดับเสียงอาจจะแตกต่างกัน ไปตามชนพื้นเมืองของผู้พูดและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เช่น ชาวหลวงพระบางจะใช้ ระดับเสียงวรรณยุกต์ 5 ระดับ คือ

  • กลางต่ำลงขึ้น
  • ต่ำขึ้น
  • กลางระดับ
  • สูงขึ้น
  • กลางขึ้น
วรรณยุกต์สัทอักษรสากลตัวอย่าง
ไทยอังกฤษอักษรลาวรูปปริวรรตสัทอักษรสากลเทียบเสียงไทย
(โดยประมาณเท่านั้น)
ความหมาย
เอกlow/◌̀/ [˨˩] หรือ [˩]ກາกา/kàː/ก่ากา, นกกา
จัตวาrising/◌̌/ [˨˦] หรือ [˨˩˦]ຂາขา/kʰǎː/ขาขา, อวัยวะใช้เดิน
สามัญmid/◌̄/ [˧]ຂ່າ, ຄ່າข่า, ค่า/kʰāː/คาข่า (หัวข่า), ค่า (คุณค่า)
โทต่ำmid-fall/◌᷆/ [˧˩]ຂ້າข้า/kʰa᷆ː/ หรือ /kʰȁː/ข่า, ข้าข้า (สรรพนาม), ฆ่า, ข้าทาส
ตรีhigh/◌́/ [˦˥] หรือ [˥]ຄາคา/kʰáː/ค้าคา (คาที่), หญ้าคา
โทfalling/◌̂/ [˦˩] หรือ [˥˨]ຄ້າค้า/kʰâː/ค่าค้า, ค้าขาย

ตัวอักษร

[แก้]

ภาษาลาวมีตัวอักษรที่ใช้เขียนอยู่สองแบบ คือ อักษรลาว ใช้เขียนเรื่องคดีทางโลกทั่วไป ปัจจุบันรัฐบาลลาวได้ปรับปรุงอักษรลาวเดิมให้ใช้เป็นอักษรทางการ (ในภาคอีสานของไทยยังคงใช้อยู่บ้างในเอกสารโบราณ เรียกชื่อว่า อักษรไทน้อย) ส่วนในปัจจุบันภาษาลาวในภาคอีสาน (ภาษาอีสาน) ใช้อักษรไทยในการเขียนเช่น บ่, ฮู้, เด้อ, แม่น, หญัง (มักเขียนเป็น หยัง)

ตัวอย่างคำศัพท์

[แก้]
  • ຂອບໃຈຫຼາຍ ໆ ເດີ້ (ขอบ ใจ หลาย ๆ เด้อ, [kɔ᷆ːp tɕàj lǎːj lǎːj dɤ̂ː]) ขอบคุณมาก ๆ ครับ/ค่ะ
  • ຂ້ານ້ອຍເຮັດບໍ່ໄດ້ດອກ (ข้า น้อย เฮ็ด บ่ ได้ ดอก, [kʰa᷆ː nɔ̂ːj hēt bɔ̄ː dâj dɔ᷆ːk]) กระผม/ดิฉันทำไม่ได้หรอก
  • ໄຂປະຕູໃຫ້ແດ່ (ไข ปะตู ให้ แด่, [kʰǎj pā.tùː ha᷆j dɛ̄ː]) เปิดประตูให้หน่อย
  • ສະບາຍດີ (สะบายดี, [sā.bàːj dìː]) สวัสดี

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Lao (Laotien)". Inalco. 20 January 2017. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 December 2018. สืบค้นเมื่อ 17 October 2018.
  2. "Languages of ASEAN". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 May 2019. สืบค้นเมื่อ 7 August 2017.
  3. "Lao". About World Languages. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2016-05-25.
  4. "Lao". Ethnologue (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-11-27. สืบค้นเมื่อ 2020-12-19.
  5. "Ausbau and Abstand languages". Ccat.sas.upenn.edu. 1995-01-20. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-17. สืบค้นเมื่อ 2012-07-08.
  6. Hays, Jeffrey. "LAO LANGUAGE: DIALECTS, GRAMMAR, NAMES, WRITING, PROVERBS AND INSULTS | Facts and Details". factsanddetails.com (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-03-02. สืบค้นเมื่อ 2020-12-19.

อ่านเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]