สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
ROYIN-Logo transparent22.png
ที่ทำการ
สนามเสือป่า แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ภาพรวม
วันก่อตั้ง
  • 19 เมษายน พ.ศ. 2469: ในฐานะราชบัณฑิตยสภา[1]
  • 31 มีนาคม พ.ศ. 2476: ในฐานะราชบัณฑิตยสถาน
  • 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558: ในฐานะสำนักงานราชบัณฑิตยสภา
งบประมาณ 192.2191 ล้านบาท (พ.ศ. 2562)[2]
ผู้บริหารหลัก สุรพล วิรุฬห์รักษ์, นายก[3]
ไผทชิต เอกจริยกร, อุปนายก คนที่ 1
ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร, อุปนายก คนที่ 2
ดวงตา ตันโช[4], เลขาธิการ
บุญธรรม กรานทอง, รองเลขาธิการ
เอกสารหลัก พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2558[5]
เว็บไซต์
orst.go.th

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา เป็นส่วนราชการอิสระในฝ่ายบริหารของประเทศไทย มีหน้าที่ค้นคว้า วิจัย และบำรุงวิชาการด้านต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สาธารณะ[6] เป็นที่รู้จักจากบทบาทในการควบคุมภาษาไทย ผ่านการจัดทำพจนานุกรม และการบัญญัติหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในทางภาษา

ในทางประวัติศาสตร์นั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ทรงก่อตั้ง ราชบัณฑิตยสภา ขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2469 ต่อมาในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2476 มีการยุบราชบัณฑิตยสภาแยกไปจัดตั้งเป็น ราชบัณฑิตยสถาน กับกรมศิลปากร ราชบัณฑิตยสถานมีการดำเนินงาน 2 ส่วน คือ สภาราชบัณฑิต ซึ่งทำหน้าที่ด้านวิชาการ กับข้าราชการประจำ ซึ่งทำหน้าที่ด้านธุรการสนับสนุนงานของสภาราชบัณฑิต กระทั่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 จึงเปลี่ยนชื่อ ราชบัณฑิตยสถาน เป็น สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และเปลี่ยนชื่อ สภาราชบัณฑิต เป็น ราชบัณฑิตยสภา ตามชื่อดั้งเดิมสมัยรัชกาลที่ 7[6]

ตามโครงสร้างปัจจุบัน ราชบัณฑิตยสภามีสมาชิก 3 ประเภท คือ ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิต และราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์[7]

เดิมสำนักงานตั้งอยู่ที่ถนนหน้าพระลานในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาย้ายไปที่สนามเสือป่าตั้งแต่ พ.ศ. 2549

อำนาจหน้าที่และผลงาน[แก้]

อาคารที่ทำการ สนามเสือป่า
ห้องประชุมภายในอาคารสำนักงานฯ ระหว่างการบรรยายทางวิชาการของราชบัณฑิตหรือภาคีสมาชิก

อำนาจหน้าที่[แก้]

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็นสถาบันหลักของเครือข่ายทางปัญญาแห่งชาติ และเป็นองค์การพัฒนาความรู้ที่สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ โดยมีพันธกิจดังต่อไปนี้

  1. ค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา แล้วนำผลงานที่ได้สร้างสรรค์ออกเผยแพร่ให้เป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
  2. ติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสานงานทางวิชาการกับองค์กรปราชญ์และสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
  3. ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี
  4. ให้บริการทางวิชาการแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานของเอกชนและประชาชน
  5. ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน การบัญญัติศัพท์วิชาการสาขาต่าง ๆ รวมทั้งการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วิชาการภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย และงานวิชาการอื่น ๆ
  6. กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทยมิให้เปลี่ยนไปในทางที่เสื่อม และการส่งเสริมภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น
  7. ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสภา

สำนักงานราชบัณฑิตยสภามีหน้าที่ในการค้นคว้า วิจัย และนำเสนอผลงานอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ทั้งให้คำแนะนำทางวิชาการแก่หน่วยงานราชการและประชาชน ทั้งนี้ยังมีหน้าที่สำคัญ คือ การจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธานธรรมชาติวิทยา การบัญญัติศัพท์วิชาการ และงานวิชาการอื่น ๆ

ผลงาน[แก้]

ผลงานหลัก[แก้]

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจะเสนอผลงานเหล่านี้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้เป็นมาตรฐานในทางราชการและการศึกษา

ผลงานอื่น ๆ[แก้]

  • อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร
  • ลักษณนาม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  • หลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ หลักเกณฑ์การเว้นวรรค หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ
  • ภาษิต คำพังเพย สำนวนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  • พจนานุกรมและสารานุกรมซึ่งบัญญัติและอธิบายศัพท์วิชาการสาขาต่าง ๆ เป็นภาษาไทย เช่น ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ศัพท์รัฐศาสตร์ ศัพท์นิติศาสตร์ ศัพท์สังคมวิทยา ศัพท์ปรัชญา ศัพท์จิตวิทยา ศัพท์คณิตศาสตร์ ศัพท์วิทยาศาสตร์ ศัพท์วิศวกรรมเครื่องกล ศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ศัพท์ธรณีวิทยา ศัพท์ภูมิศาสตร์ ศัพท์ภาษาศาสตร์ ศัพท์สถาปัตยกรรมศาสตร์ ศัพท์ศิลปะ ศัพท์วรรณกรรมไทย ศัพท์ดนตรีไทย ศัพท์ดนตรีสากล ศัพท์การกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นต้น
  • พจนานุกรมศัพท์วรรณกรรมท้องถิ่นไทย ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้
  • สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  • สารานุกรมประวัติศาสตร์ไทยและสารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่ ภูมิภาคเอเชีย ภูมิภาคยุโรป และภูมิภาคอเมริกา
  • อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทยและพจนานุกรมชื่อภูมิศาสตร์สากล
  • อักขรานุกรมวิธานพืชและอนุกรมวิธานสัตว์
  • พจนานุกรมคำใหม่และพจนานุกรมศัพท์ต่างประเทศที่ใช้คำไทยแทนได้
  • คู่มือระบบเขียนภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เป็นอักษรไทย เช่น ภาษาชอง ภาษาเขมรถิ่นไทย ภาษาเลอเวือะ ภาษาญัฮกุร เป็นต้น
  • ฯลฯ

หน่วยงาน[แก้]

การแบ่งส่วนราชการ[แก้]

ราชบัณฑิตยสภาแบ่งส่วนราชการภายใน ดังนี้

  • สำนักงานเลขานุการกรม
  • กองธรรมศาสตร์และการเมือง
  • กองวิทยาศาสตร์
  • กองศิลปกรรม

สำนัก[แก้]

สำนักในราชบัณฑิตยสภามีด้วยกัน 3 สำนัก แต่ละสำนักประกอบด้วยคณะราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสาขาวิชาต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 137 สาขา

กองธรรมศาสตร์และการเมือง[แก้]