อำเภอพล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอพล
แผนที่จังหวัดขอนแก่น เน้นอำเภอพล
เมืองพลโนนแท่นพระ สักการะพระเจ้าใหญ่ อ่างน้ำละเลิงหวาย ค้าขายกว้างไกล น้ำใจมากล้น ชนชาตินักรบ ทำนบภูดิน เที่ยวถิ่นทุ่งพึงพืด
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทยอำเภอพล
อักษรโรมันAmphoe Phon
จังหวัดขอนแก่น
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่420.5 ตร.กม.
ประชากร86,873 คน (พ.ศ. 2561)
ความหนาแน่น206.59 คน/ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์4012
รหัสไปรษณีย์40120
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอพล ถนนพลรัตน์ ตำบลเมืองพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น 40120
พิกัด15°48′57″N 102°35′55″E / 15.81583°N 102.59861°E / 15.81583; 102.59861
โทรศัพท์0 4341 5641
โทรสาร0 4341 5640
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอพล เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น อยู่ห่างจากอำเภอเมืองขอนแก่นไปทิศใต้ประมาณ 75.65 กิโลเมตร โดยถือเป็นอำเภอขนาดใหญ่ที่มีถนนมิตรภาพและทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือพาดผ่าน

ประวัติ[แก้]

เมื่อปี พ.ศ. 2321 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาจักรี (สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก)และเจ้าพระยาสุรสีห์ เป็นแม่ทัพไปปราบพระเจ้าสิริบุญสาร (องค์บุญ) ณ กรุงศรีสุตนาคนหุต (เวียงจันทน์)ที่คิดแข็งเมืองและเอาใจออกหากจากกรุงธนบุรี ขณะที่เจ้าพระยาทั้งสองเดินทัพผ่านเมืองนครราชสีมามาถึงเนินดินแห่งหนึ่งอยู่ติดกับฝั่งบึงละเลิงหวายอันเป็นที่ตั้งหมู่บ้านเมืองพลในปัจจุบัน เจ้าพระยาทั้งสองได้หยุดพักทัพที่นี่ เพราะเห็นว่าเป็นชัยภูมิเหมาะสมกว่าที่อื่น มีแหล่งน้ำปูปลาอาหารสมบูรณ์ จึงได้สร้างค่ายประตูหอรบ ตลอดจนขุดคูคันดินน้ำล้อมรอบตามหลักยุทธศาสตร์ในสมัยนั้น เพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากฝ่ายศัตรูในเนื้อที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร และถือโอกาสรวมพลฝึกทหารเพิ่มเติมจากราษฎรที่เกณฑ์มาจากเมืองพุทไธสง (อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์) เมืองนอก (อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา) และเมืองชนบท (อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น) ปัจจุบันคันดูดินและร่องน้ำยังคงเหลือปรากฏอยู่

ครั้นต่อมาเมื่อรวบรวมกำลังทหารได้มากพอสมควรแล้ว เจ้าพระยาทั้งสองจึงได้เดินทัพต่อไปยังเมืองหลวงพระบางและเวียงจันทน์ จนได้รับชัยชนะต่อพระเจ้าสิริบุญสาร (องค์บุญ) สมพระราชหฤทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทุกประการและได้อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางมาไว้ที่ กรุงธนบุรี พระแก้วมรกตประดิษฐ์ไว้ที่วัดอรุณฯ ส่วนพระบางได้คืนให้แก่ลาวไปในรัชกาลที่ 1

หลังจากนั้นค่ายพักพลดังกล่าวได้ถูกทอดทิ้งให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่ามาเป็นเวลานาน ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และเถาวัลย์นานาพันธุ์ แต่เนื่องจากที่นี่มีทำเลที่เหมาะสมเพราะติดกับบึงละเลิงหวาย ต่อมาจึงได้มีผู้คนอพยพไปหักร้างถางป่าปลูกบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ จึงได้ชื่อว่า บ้านเมืองพล ขึ้นต่อเมืองชนบท ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง บ้านเมืองพลได้ถูกยกฐานะเป็น ตำบลเมืองพล ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอชนบท 45 กิโลเมตร

ครั้นต่อมาในปี พ.ศ. 2457 กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นว่า การคมนาคมและการติดต่อราชการของตำบลเมืองพลกับอำเภอชนบทไม่สะดวก เพราะต้องอาศัยการเดินเท้า เกวียน และม้าเป็นพาหนะ จึงได้แบ่งเขตการปกครองของอำเภอชนบทโดยยกฐานะตำบลเมืองพลเป็นอำเภอใหม่ให้ชื่อว่า อำเภอพล โดยมีขุนมัชการธนานุรักษ์ (แสง ภาสะฐิติ) เป็นนายอำเภอคนแรก มีเขตการปกครอง 5 ตำบล คือ

  1. ตำบลเมืองพล
  2. ตำบลหนองเม็ก
  3. ตำบลแวงน้อย
  4. ตำบลแคนเหนือ (ย้ายไปขึ้นกับกิ่งอำเภอบ้านไผ่ ใน พ.ศ. 2471)
  5. ตำบลเปือยน้อย (ย้ายไปขึ้นกับอำเภอบ้านไผ่ ใน พ.ศ. 2482)

พ.ศ. 2460 ขุนมัชการธนานุรักษ์ (แสง ภาสะฐิติ) ได้ขออนุมัติย้ายที่ว่าการอำเภอเดิมจากที่ตั้งวัดสระจันทราวาสในปัจจุบัน ไปสร้างใหม่ที่เนินดินนอกคูเมืองทางทิศเหนือห่างจากที่เดิมประมาณ 3 เส้น (ปัจจุบันเป็นที่ปลูกสร้างศูนย์อนามัยแม่และเด็กชนบท ที่ 41 เมืองพล ของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข และที่ทำการไปรษณีย์ของกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงคมนาคม )

พ.ศ. 2468 พระศรีพลรัตน์ (ยะฟะระ เกตุเลขา) นายอำเภอคนที่ 3 เห็นว่าที่ว่าการอำเภอ ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ ไม่สะดวกในการขนส่งสินค้าและราชการต่างๆ จึงได้พิจารณาร่วมมือกับหม่อมเจ้าเสริมสวาสดิ์ ซึ่งเป็นนายสถานี วางผังเมืองเสียใหม่ให้เหมาะสม โดยมีทางขยับขยายบ้านเมืองได้มากขึ้น จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอเสียใหม่ (ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอปัจจุบัน)

พ.ศ. 2480 ทางราชการได้ประกาศราชกฤษฎีกายกฐานะท้องถิ่นบางส่วนในตำบลเมืองพล (เขตเทศบาลปัจจุบัน) ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร เป็นเทศบาลตำบล มีชื่อว่า "เทศบาลตำบลเมืองพล" ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 54 ตอนที่ 76 ลงวันที่ 14 มีนาคม พุทธศักราช 2480

พ.ศ. 2482 อำเภอพล มีเขตการปกครองทั้งหมด 14 ตำบล ต่อมาใน พ.ศ. 2506 กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาเห็นว่าอำเภอพล มีอาณาเขตกว้างขวางมากจึงได้แบ่ง 4 ตำบล คือ ตำบลหนองเม็ก ตำบลคึมชาด ตำบลตะกั่วป่า และตำบลโนนธาตุ ให้ไปตั้งเป็นกิ่งอำเภอหนองสองห้อง (ปัจจุบันเป็นอำเภอหนองสองห้อง)

พ.ศ. 2514 (วันที่ 9 มิถุนายน 2514) กระทรวงมหาดไทย ได้ยกฐานะตำบลแวงน้อย ขึ้นเป็นกิ่งอำเภอแวงน้อยแยกจากอำเภอพล มีเขตการปกครอง 6 ตำบลคือ ตำบลแวงน้อย ตำบลท่าวัด ตำบลตำบลก้านเหลือง ตำบลละหานนา ตำบลทางขวาง และตำบลท่านางแนว

พ.ศ. 2519 กระทรวงมหาดไทย ได้ยกฐานะกิ่งอำเภอแวงใหญ่ (พื้นที่ตำบลคอนฉิม) แยกจากอำเภอพล มีเขตการปกครอง 3 ตำบลคือ ตำบลคอนฉิม ตำบลโนนทอง ตำบลใหม่นาเพียง ส่วนที่ยังอยู่ในการปกครองของอำเภอพล มี 8 ตำบล ภายหลังได้มีการจัดตั้งตำบลใหม่อีก 4 ตำบลคือ

  1. ตำบลลอมคอม (แยกจากตำบลเพ็กใหญ่ เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2528 )
  2. ตำบลโนนข่า (แยกจากตำบลหนองมะเขือ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2529)
  3. ตำบลโสกนกเต็น (แยกจากตำบลเมืองพล เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2531)
  4. ตำบลหัวทุ่ง (แยกจากตำบลเก่างิ้ว เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2532)

ทำให้ปัจจุบันอำเภอพลมีเขตการปกครองทั้งหมด 12 ตำบล

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอพลตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

การเมืองการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอพลแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 12 ตำบล 132 หมู่บ้าน

บ้านหนองสะแบง
1. เมืองพล (Mueang Phon) 11 หมู่บ้าน 7. โคกสง่า (Khok Sa-nga) 10 หมู่บ้าน
2. โจดหนองแก (Chot Nong Kae) 14 หมู่บ้าน 8. หนองแวงนางเบ้า (Nong Waeng Nang Bao) 13 หมู่บ้าน
3. เก่างิ้ว (Kao Ngio) 11 หมู่บ้าน 9. ลอมคอม (Lom Khom) 11 หมู่บ้าน
4. หนองมะเขือ (Nong Makhuea) 9 หมู่บ้าน 10. โนนข่า (Non Kha) 9 หมู่บ้าน
5. หนองแวงโสกพระ (Nong Waeng Sok Phra) 14 หมู่บ้าน 11. โสกนกเต็น (Sok Nok Ten) 11 หมู่บ้าน
6. เพ็กใหญ่ (Phek Yai) 11 หมู่บ้าน 12. หัวทุ่ง (Hua Thung) 8 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอพลประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13 แห่ง ได้แก่

รายนามนายอำเภอพล[แก้]

  1. ขุนมัชการธนานุรักษ์ (แสง ภาสะฐิติ) พ.ศ. 2457 – 2463
  2. นายถวิล เจียรมานพ พ.ศ. 2463 – 2465
  3. พระศรีพลรัตน์ (ยะฟะระ เกตุเลขา) พ.ศ. 2465 – 2471
  4. ขุนพิศาลคีรี (ซุน เต็งกี่) พ.ศ. 2471 – 2472
  5. พระอุดมสารเขต (แสง ภาสะฐิติ) พ.ศ. 2472 – 2476
  6. ขุนจิตรประสาสตรา (ทองอินทร์ ลิตารมย์) พ.ศ. 2476–2478
  7. ร.ต.สุวรรณ โรจนวิภาค พ.ศ. 2478 – 2479
  8. นายหา บุญมาชัย พ.ศ. 2479 – 2480
  9. ขุนเสลภูมิพิพัฒน์ (เบี้ยว งามจิตร) พ.ศ. 2480 – 2483
  10. ขุนเดชสุภารักษ์ (โกศล เดชสุภา) พ.ศ. 2482 – 2489
  11. นายขจิต ไชยาคำ พ.ศ. 2489 – 2490
  12. ขุนอำนวยมงคลราษฎร์ พ.ศ. 2490 – 2491
  13. นายเวียง สาครสินธ์ พ.ศ. 2491 – 2492
  14. นายยอด อ่อนโสภา พ.ศ. 2492 – 2493
  15. นายเวช สุริโย พ.ศ. 2493 – 2496
  16. ร.ต.อ.แถว พรหมประกาย ณ นครพนม พ.ศ. 2496 – 2499
  17. นายเพิ่ม ดวงมาลา พ.ศ. 2499 – 2512
  18. นายสงวน รักษ์สุจริต พ.ศ. 2512 – 2514
  19. นายพุธ ศิริพงษ์ พ.ศ. 2514 – 2516
  20. นายบุญนาค เจริญศรี พ.ศ. 2516 – 2520
  21. ร.ต.วิรุฬ พรหมายน พ.ศ. 2520 – 2522
  22. นายแม้นเทพ รัตนโกมสุมภ์ พ.ศ. 2522 – 2522
  23. นายชาญยุทธ์ ประเสริฐ์ศรี พ.ศ. 2522 – 2526
  24. พ.ต.วิโรจน์ โรจนหทัย พ.ศ. 2526 – 2527
  25. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 8 ต.ค. 2527 - 25 พ.ย. 2527
  26. นายสมหมาย ฉัตรทอง 5 ม.ค. 2528 – 4 ต.ค. 2529
  27. นายสมเกียรติ เกียรติศักดิ์ 5 ต.ค. 2529 – 16 ต.ค. 2531
  28. นายสุวิช อุยยานนท์ 17 ต.ค. 2531 – 30 ก.ย. 2533
  29. นายปรีชา แพทย์ธเนศวร 3 ธ.ค. 2533 – 31 ต.ค. 2538
  30. ดร.สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล 1 พ.ย. 2538 – 14 มิ.ย. 2539
  31. นายณรงค์ หรือโอภาส 14 มิ.ย. 2539 – 9 พ.ย. 2540
  32. นายนิมิต จันทน์วิมล 10 พ.ย. 2540 – 21 พ.ย. 2542
  33. นายชวลิต ธูปตาก้อง 22 พ.ย. 2542 – 15 ธ.ค. 2545
  34. นายสมชาย มีสิงห์ 16 ธ.ค. 2545 – 30 ต.ค. 2547
  35. นายสุทธินันท์ บุญมี 1 พ.ย. 2547 – 25 ธ.ค. 2548
  36. นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ 26 ธ.ค. 2548 – 23 ต.ค. 2550
  37. นายวิศิษฐ์ ทองสมบูรณ์ 24 ต.ค. 2550 – 30 ก.ย. 2553
  38. นายเสน่ห์ นนทะโชติ 2 พ.ค. 2554 - 13 ก.พ. 2555
  39. นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช 8 พ.ค. 2555 - 25 ม.ค. 2558
  40. นายสิทธิ พิพัฒน์ชัยกร 26 ม.ค. 2558 - 18 ต.ค. 2558
  41. นายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์ 9 พ.ย. 2558 - ปัจจุบัน

การศึกษา[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

  • โนนแท่นพระ
  • บึงทุ่งพึงพืด
  • บึงละเลิงหวาย
  • ภูดิน บ้านหันใหญ่ ตำบลเมืองพล
  • โสกผีดิบ บ้านหนองบัว ตำบลโสกนกเต็น

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]