อุตสาหกรรม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ประวัติอุตสาหกรรม

  อุตสาหกรรม เป็นคำจำกัดความที่ใช้กับกิจกรรมที่ใช้ทุนและแรงงานเพื่อที่จะผลิตสิ่งของ หรือ จัดให้มีบริการ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอในยุควิกตอเรียนักประวัติศาสตร์เรียกช่วงเวลานั้นว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมโดยมีการผลิตเครื่องทุ่นแรงต่างๆมากมายและทำให้อุตสาหกรรมเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วและมีระเบียบ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ การปฏิวัติอุตสาหกรรมยังเกี่ยวของกับลัทธิสังคมนิยมของ คาร์ล มาร์กซ ลัทธิมาร์กซอีกด้วย
  ในปัจจุบันอุตสาหกรรมถือเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์อย่างยิ่ง ด้วยว่ามนุษย์ต้องพึ่งพาการผลิตสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน หรือเรียกรวมว่า ปัจจัยสี่ โดยสิ่งที่สามารถผลิตปัจจัยสี่ให้ดีมีคุณภาพและไม่ก่ออันตราย หรือก่ออันตรายให้กับร่างกายและทรัพย์สินน้อยที่สุดคือการผลิตจากอุตสาหกรรม

การปั่นด้ายในโรงงานอุตสาหกรรมช่วงยุคปฏิวัติอุสาหกรรม

ประเภทของอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ

  1.อุตสาหกรรมครัวเรือน คืออุตสาหกรรมการผลิตง่ายๆ เล็กๆ มักทำกันในครอบครัวหรือหมู่บ้าน ไม่ใช้แรงงาน ทุนและปัจจัยมาก แต่มักจะได้กำไรต่ำ อุตสาหกรรมจำพวกนี้มีตัวอย่างเช่น หัตถกรรมจักสาน เซรามิก ถ้วยโถโอชามต่างๆ รวมไปถึงสินค้าประเภทอาหารบรรจุถุงหรือหีบห่อที่มียี่ห้อบางชนิด เป็นต้นด้วย และสินค้าโอทอป(หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์)บางชนิดเองก็ถือเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือนด้วย
  2.อุตสาหกรรมโรงงาน คืออุตสาหกรรมที่ผลิตในโรงงานสินค้ามักมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก พบมากในเขตเมืองหรือเขตที่มีความเจริญต่างๆ สินค้าพวกนี้มักเป็นสิ่งอุปโภคบริโภคและสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ เช่นกระดาษทิชชู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เครื่องนุ่งห่ม สุรา บุหรี่ เป็นต้น และสินค้าบางประเภทมีการโฆษณาส่งเสริมการขายด้วย 

การปฏิวัติอุตสาหกรรม

  ในปี(ค.ศ.1765)เจมส์ วัตต์ นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรชาวสกอตแลนด์ได้ปรับปรุงเครื่องจักรไอน้ำแบบเก่าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น และจดสิทธิบัตรในชื่อเครื่องสันดาปแยก(separate condenser) สิ่งนี้เปลี่ยนโลกใหม่ทั้งหมด ซึ่งมันทำให้ช่างฝีมือที่ผลิตสินค้าด้วยมือหลายๆคนต้องตกงานเพราะเกิดอุตสาหกรรมโรงงานโดยใช้เครื่องจักรขึ้นและทำให้เจ้าของบริษัทต่างๆพากันร่ำรวยขึ้นเนื่องจากใช้เครื่องจักรผลิต จึงผลิตได้ในจำนวนมากมีคุณภาพดีกว่าสินค้าทำด้วยมือและมีราคากับค่าจ้างที่ถูกกว่าอีกด้วย โดนเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในสมัสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียและค่อยๆขยายการปฏิวัตินี้ไปยังฝั่งทวีปและทั่วโลกตามลำดับ

อุตสาหกรรมและการเติบโตของลัทธิมาร์กซ

  หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศส(ปีค.ศ.1789)แล้วอำนาจของกษัตริย์ขุนนางและบาทหลวงชั้นสูงชนชั้นฐานันดรก็หมดไปชนชั้นที่3ของฝรั่งเศสก็ก้าวขึ้นมาแทนที่โดยพวกเขาก็คือสามัญชนที่มีเงินทองหรือมีความรู้มากๆและเป็นตัวหนุนประชาชนให้ปฏิวัติเพื่อให้พวกตนมีอำนาจบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสมัยจักรพรรดินโปเลียน พวกชนชั้นที่ 3 ก็กุมอุตสาหกรรมทั้งหมดไว้ และเริ่มปฏิวัติอุตสาหกรรมตามอย่างอังกฤษบ้าง จนจากชนชั้นที่เรียกว่าบูร์ชัว (bourgeois) หรือชนชั้นที่3 กับประชาชน(citizen)กลายเป็นนายทุนกับแรงงานหรือกรรมกร ซึ่งทำให้นายทุนเหล่านี้มีอำนาจและใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยไม่ต่างจากชนชั้นสูง แต่กรรมกรกลับยากจนได้ค่าแรงต่ำและถูกนายทุนข่มเหงหากมีการพยายามประท้วงหรือคัดค้านนายทุนจะถูกไล่ออกอย่างไม่ใยดีหรือนำอาวุธของทหารตำรวจมาขู่ทำร้ายหรือฆาตกรรม

กระทั่ง(คาร์ล มาร์กซ์)นักปรัชญาชาวปรัสเซียเดินทางเข้ามาในฝรั่งเศส และเริ่มจุดไฟความไม่พอใจนายทุนของเหล่ากรรมกร จนเกิดเหตุการณ์ที่กลุ่มคนงานได้เข้ายึดอำนาจจากพระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปป์ที่ 1 แห่งฝรั่งเศสแห่งฝรั่งเศส ในปี(ค.ศ.1848)และมีการจัดการสิ่งที่ไม่เป็นธรรมทั้งหมดเสีย พร้อมกันนั้นยังมีการเสนอให้เปลี่ยนการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์เสีย จนกระทั่งมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนแรกและเป็นครั้งเดียวที่มีการเลือกตั้งของฝรั่งเศสใน(ปีค.ศ.1848)รู้จักกันในชื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส(พ.ศ. 2391)หรือ(ค.ศ.1848)และเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้ หลุยส์-นโปเลียน โบนาปาร์ตจักรพรรดินโปเลียนที่3 หลานของจักรพรรดินโปเลียนที่1 เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีเดียวกัน