ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก
โรงพยาบาลขอนแก่น (ศพค.รพ.ขก.)
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก
โรงพยาบาลขอนแก่น (ศพค.รพ.ขก.)
ชื่ออังกฤษ Khon Kaen
Medical Education Center (MECKKH)
ภาพ สัญลักษณ์กระทรวงสาธารณสุข
สถานปฏิบัติการ

อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา

โรงพยาบาลขอนแก่น
ที่อยู่

เลขที่ 56 หมู่ที่ 4 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

โทรศัพท์และโทรสาร 043 237 331

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น เป็น ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งสังกัดโรงพยาบาลขอนแก่น กระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสถาบันร่วมผลิตแพทย์ แห่ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ. 2538–(2547)2549 (The Collaborative Project to Increase Production of Rural Doctor; CPIRD), โครงการเร่งรัดการผลิตแพทย์ของโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ. 2547–2556, และ โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (One Doctor One District; ODOD)

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

ปี พ.ศ. 2537 ในวันอังคารที่ 7 มิถุนายน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามหลักการ “โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ. 2538–2547” และอนุมัติให้ดำเนินการตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ[1][2][3] เพื่อแก้ไขปัญหาความขาดแคลนแพทย์และการกระจายแพทย์ในชนบทที่ไม่เหมาะสม[4]

ในวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ศ.ดร.นพ.กระแส ชนะวงศ์ รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและทบวงมหาวิทยาลัย จัดทำ “โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท” ภายใต้หลักการสำคัญ คือ "ทบวงมหาวิทยาลัยรับผิดชอบการจัดทำหลักสูตรแพทยศาสตรศึกษาที่สามารถผลิตบัณฑิตแพทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่แพทยสภากำหนด ประสาทปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต และรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนในชั้นปีที่ 1–3 กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนในชั้นปีที่ 4–6 ภายใต้การดูแลและสนับสนุนจากทบวงมหาวิทยาลัย สำหรับการคัดเลือกนักศึกษาแพทย์ให้รับผิดชอบร่วมกัน โดยใช้ระบบพิเศษที่ทำให้นักเรียนในส่วนภูมิภาคได้มีโอกาสเข้าศึกษาตามโครงการนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการกระจายแพทย์ในระยะยาว"[4] ซึ่งเริ่มดำเนินการรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2538 เป็นต้นไป ตามโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ. 2538–(2547)2549 (The Collaborative Project to Increase Production of Rural Doctor; CPIRD)[2]

ปี พ.ศ. 2538 โรงพยาบาลขอนแก่น ได้รับความไว้วางใจจากกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำเนินการสอนและฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท จึงได้ก่อตั้ง ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งเป็น ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก แห่งแรกของประเทศไทย โดยมี แพทย์หญิงศิริจิตต์ วาสนะวัฒน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้อำนวยการคนแรกของศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2538 ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีนายแพทย์กฤษดา สินธวานนท์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์นายแพทย์สมพร โพธินาม คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุข [5]

ปี พ.ศ. 2542 ในวันอังคารที่ 3 สิงหาคม คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการดำเนินงาน "โครงการร่วมผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท" เพิ่มอีก 2 ปี จากปี พ.ศ. 2538–2547 เป็นปี พ.ศ. 2538–2549 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยให้สำนักงบประมาณสนับสนุนงบประมาณตามหลักเกณฑ์เพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุมไปถึงปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นปีที่นักศึกษารุ่นสุดท้ายจบการศึกษา ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ[6][3]

ปี พ.ศ. 2547 ในวันอังคารที่ 15 มิถุนายน คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4.1 (ฝ่ายการศึกษา) ที่มีมติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ดังนี้ เห็นชอบโครงการผลิตแพทย์เพิ่มของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข และอนุมัติงบประมาณดำเนินการสำหรับการผลิตแพทย์เพิ่มตามโครงการฯ เป็นงบดำเนินการประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป 300,000 บาท/คน/ปี ทั้งนี้ ให้กระทรวงศึกษาธิการรับความเห็นและข้อสังเกตของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ไปประสานกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ดังนี้ ในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มตามโครงการฯ จะต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานของแพทย์ที่ผลิตด้วย โดยค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ ให้สถาบันผลิตแพทย์แต่ละแห่งจัดทำแผนความต้องการตามหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่มการผลิต แล้วเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ สำหรับกรณีปัญหาแพทย์ขาดแคลนและการลาออกของแพทย์ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่สูง (สมองไหล) มีสาเหตุมาจากภาระหน้าที่ของแพทย์ที่มีมากขึ้น รวมทั้งผลกระทบจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 และร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. .... (อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) ตลอดจนค่าตอบแทนที่ได้รับไม่จูงใจพอที่จะให้อยู่ในระบบต่อไป เป็นต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ควรร่วมกันพิจารณาแก้ไขในโอกาสต่อไปโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรับปรุงระบบค่าตอบแทนแพทย์ในระบบใหม่ โดยกำหนดอัตราเงินเดือนเป็นอีกระบบหนึ่ง และให้มีความแตกต่างระหว่างแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาโรคและแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางบริหารและบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดค่าตอบแทนเพิ่มเติม เช่น การกำหนดค่าตอบแทนเพิ่มเติมสำหรับแพทย์ผู้ปฏิบัติงานในท้องที่ที่ด้อยความเจริญ (ASSIGNMENT PAY) และค่าตอบแทนเพิ่มเติมสำหรับแพทย์ผู้ที่ปฏิบัติงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยและตรากตรำ การปฏิบัติงานที่มีความยุ่งยากซับซ้อน (PERFORMANCE PAY) เพื่อสนับสนุนการกระจายของแพทย์ที่จะบริการประชาชนอย่างทั่วถึง รวมถึงกรณีที่แพทย์นิยมไปทำงานตามโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้บริการจากต่างประเทศมาใช้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยมากขึ้น ในขณะที่ประชาชนชาวไทยเองยังขาดการบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง และกรณีที่พยาบาลนิยมไปทำงานที่ต่างประเทศด้วยซึ่งสมควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว โดยควรมีมาตรการหรือแนวทางแก้ไขในเรื่องนี้ที่ชัดเจน และตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2547 เห็นชอบหลักการและแนวทางการปฏิรูปการเงินอุดมศึกษา และให้มีการศึกษาแนวทางการดำเนินการในรายละเอียดต่อไป เมื่อชัดเจนแล้วโครงการผลิตแพทย์เพิ่มนี้ก็จะต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินการที่จะกำหนดขึ้นใหม่ด้วย[7][3] ซึ่งได้เกิดการดำเนินงาน "โครงการเร่งรัดการผลิตแพทย์ของโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ. 2547–2556"[2]

ปี พ.ศ. 2548 วันอังคารที่ 9 สิงหาคม คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (One Doctor One District; ODOD) โดยให้รองนายกรัฐมนตรี (นายพินิจ จารุสมบัติ) พิจารณาทบทวนในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหน่วยงานหรือสถาบันของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้บุคลากรทางการแพทย์ โดยให้หารือรองนายกรัฐมนตรี (นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย) ด้วย เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการและความสามารถในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ในภาพรวมของประเทศทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง โดยให้รับประเด็นอภิปรายของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 5 (ฝ่ายสาธารณสุข การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ในการประชุมครั้งที่ 4/2548 วันที่ 18 กรกฎาคม 2548 ที่เห็นว่า การกำหนดเงื่อนไขการชดใช้ทุนสำหรับแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาจากโครงการนี้ ควรปรับเงื่อนไขการใช้ชดใช้ทุนให้เหมาะสมและเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้ต้องปฏิบัติงานชดใช้ทุนเป็นระยะเวลา 12 ปี หรือ 2 เท่าของระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตร และกรณีผิดสัญญาต้องชดใช้เป็นเงิน 2 เท่า ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อคนที่รัฐสนับสนุนตลอดโครงการฯ และความเห็นของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการผลิตบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติม ควรเปิดให้สถาบันการศึกษาเอกชนที่มีความพร้อมสามารถผลิตบุคลากรได้โดยตรง โดยภาครัฐควรพิจารณากำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์ ตลอดจนมาตรฐานขั้นต่ำ และการรับรองคุณภาพของการดำเนินการ หรือของบุคลากรที่จบการศึกษา ให้สถาบันการศึกษาเอกชนได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และในการคัดเลือกนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมโครงการฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการผลิตแพทย์เพื่อให้ปฏิบัติงานในภูมิลำเนา ควรมีการทดสอบทัศนคติและความตั้งใจของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ในการที่จะต้องกลับไปปฏิบัติงานในภูมิลำเนาด้วยความเสียสละและอุทิศทุ่มเท เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย นอกจากนี้ ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพรับไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ควรจะพิจารณาจ้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ยังมีสุขภาพแข็งแรง และมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นแพทย์อาวุโสหรือที่ปรึกษาอาวุโสให้แก่แพทย์ในโรงพยาบาล หรือสถาบันทางการแพทย์อื่นๆ หรือไม่ประการใด ไปประกอบการพิจารณาด้วย[8]

ปี พ.ศ. 2549 วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมลงนามข้อตกลงเรื่องความร่วมมือในการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีหลักการสำคัญ คือ "กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบทเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 ภายใต้โครงการพัฒนากำลังคนด้านการแพทย์และสาธารณสุขในแผนการลงทุนเสริมสร้างโครงสร้างสาธารณสุขแห่งชาติ (พ.ศ. 2549-2552) ตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐด้านสาธารณสุข หรือ แผนการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบทในระยะต่อไปในรูปแบบของโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537"[4] ซึ่งได้เกิดการดำเนินงาน "โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (One Doctor One District; ODOD)"

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ปี พ.ศ. 2555[แก้]

"เรามีความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะร่วมผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถตามเกณฑ์มาตรฐานของแพทยสภา ให้เป็นแพทย์ที่ดี มีความอดทน มีความรับผิดชอบ มีชีวิตชีวา มีความสุข ดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ และเป็นคนดีของสังคม"[5]

ปณิธานของ นายแพทย์สุรชัย สราญฤทธิชัย ผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น

หน้าที่ขององค์กรในฐานะเป็นสถาบันร่วมผลิตแพทย์แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท[แก้]

การจัดการศึกษา[แก้]

(1) การสอนบรรยาย (2) การฝึกทักษะทางคลินิก (3) การสอนในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง (4) การวิจัยและปฏิบัติการ (5) การสัมมนากลุ่มย่อย

บริการที่ส่งเสริมการเรียนรู้และบริการทางการศึกษา[แก้]

(1) จัดระบบสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน (2) ทุนการศึกษา (3) ส่งเสริมการวิจัย (4) การพัฒนานักศึกษา (5) การสร้างเสริมสุขภาพ

วิสัยทัศน์[แก้]

"ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น เป็นศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกชั้นนำของประเทศ"

วัฒนธรรม[แก้]

"อดทน สามัคคี มีความรับผิดชอบ ส่งเสริมนวัตกรรม อยู่ในกรอบคุณธรรม บนพื้นฐานของความพอเพียงและโปร่งใส"

ค่านิยม[แก้]

"MEC2KKH"

M = Moral
E = Effectiveness
C = Creativity
C = Community
K = Knowledge
K = Kindness
H = Humanity

พันธกิจ[แก้]

"ผลิตบัณฑิตแพทย์ที่เก่ง ดี ปฏิบัติงานในชนบทได้อย่างมีความสุข เป็นที่พึ่งของชุมชนในการให้บริการสาธารณสุขเชิงรุก"

เป้าประสงค์หลัก[แก้]

1. ผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีความรู้ เป็นที่ยอมรับของประชาชน มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานในชนบทภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2. บัณฑิตแพทย์สามารถให้การดูแลปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3. บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้
4. ร่วมกับภาคีประชาชนเพื่อส่งเสริมสุขภาพของชุมชนอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
5. สร้างงานวิจัยที่สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
6. พัฒนางานวิจัยด้านแพทยศาสตรศึกษา เพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอน

โครงสร้างการบริหารงาน ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น[แก้]

ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น มีคณะผู้บริหารศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น อันประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร โดยรับผิดชอบงานในส่วนของ ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาาลขอนแก่น, รองผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก หนึ่งท่าน เพื่อช่วยกำกับดูแลและพัฒนาระบบการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดเพื่อให้ได้ผลสูงสุด, ร่วมกับ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก และคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบชัดเจนตามคำสั่งของ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น

ผลการดำเนินงานของศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก ได้มีการรายงานประจำปีต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น และ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้มีการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) เพื่อหาโอกาสในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน รวมถึงรองรับการตรวจประเมินของคณะกรรมการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คณะผู้บริหาร ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น (ตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555)[แก้]

นพ.สุรชัย สราญฤทธิชัย ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น
พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น
นพ.สมศักดิ์ ประฏิภาณวัตร ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายการศึกษาหลังปริญญา และประธานศูนย์การศึกษาหลังปริญญา
นพ.ดร.ธรรมสรณ์ พิริยสุพงศ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายวิจัย
นพ.สตางค์ ศุภผล ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายพัฒนากิจกรรมนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา
พญ.มาลีชาติ ศรีพิพัฒนะกุล ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายพัฒนาอาจารย์
นพ.นิสิต ตงศิริ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายการเรียนการสอนและประเมินผล
พญ.วนาพร วัฒนกูล ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายเสริมสร้างสุขภาพ
นพ.ธนนิตย์ สังคมกำแหง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา
นางทองภาส พิรุณสุนทร ดำรงตำแหน่ง หัวหน้างานศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น ทำหน้าที่บริหารงานทั่วไป

ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น (ตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555)[แก้]

นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายการแพทย์
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายบริหาร
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายการพยาบาล
พญ.ศิริจิตต์ วาสนะวัฒนะ
นพ.วัฒนชัย สุแสงรัตน์
นพ.ประสิทธิ์ หาญพินิจศักดิ์

หลักสูตรการศึกษา[แก้]

ปัจจุบัน ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นคลินิก ตามหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใน 1 หลักสูตร คือ

ปริญญาตรี
สถาบันอุดมศึกษา
  • หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต

ระยะเวลาในการศึกษา[แก้]

ใช้ระยะเวลาในการศึกษาตลอดหลักสูตรรวม 6 ปี ดังนี้

ระดับชั้น
สถานที่ศึกษา
  • ระดับชั้นเตรียมแพทยศาสตร์และชั้นปรีคลินิก (ชั้นปีที่ 1–3)
  • ระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4–6)

การรับบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต[แก้]

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น รับสมัครบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ผ่านทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในระบบรับตรงประจำปีตามประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น


อ้างอิง[แก้]

  1. การประชุม และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2537
  2. 2.0 2.1 2.2 ประวัติความเป็นมา "โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท"
  3. 3.0 3.1 3.2 มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ "โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท"
  4. 4.0 4.1 4.2 สำนักงานบริหารโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท. การดำเนินการโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท สำนักงานบริหารโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท 28 มีนาคม 2554. นนทบุรี: สำนักงานบริหารโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท CPIRD, พ.ศ. 2554.
  5. 5.0 5.1 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น. GUIDE BOOK KHON KAEN MEDICAL EDUCATION CENTER ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลขอนแก่น. ขอนแก่น: ขอนแก่นการพิมพ์, พ.ศ. 2555.
  6. การประชุม และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2542
  7. การประชุม และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
  8. การประชุม และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2548

ดูเพิ่ม[แก้]


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]